29 มิถุนายน 2554 10:57 น.

รำพึงกลางสายฝน

จะเด็ด

สายฝนที่หล่นพรำ.....มาตอกย้ำดวงใจหนาว
อยากรักอีกสักคราว....ต่อเติมฝันวันเวลา
ใจเอ๋ยดวงใจนี้..........ยังไม่มีใครรักษา
เก็บใจไว้นานมา........อยากมอบให้เธอดูแล
ร่วมอิงพิงเขนย..........ใจอยากเผยแน่จริงแท้
จริงจังและแน่วแน่......ใช่เพียงแค่คนผ่านทาง
อยากอยู่เป็นคู่สม.......ร่วมภิรมย์ไม่เหินห่าง
ร้อยเรียงเคียงคู่สร้าง..ก่อสวรรค์วิมานแมน
ดวงใจที่เหน็บหนาว...ก็ถึงคราวอบอุ่นแสน
ทางฝันอันโลดแล่น...เพียงสองเราร่วมก้าวเดิน				
28 มิถุนายน 2554 05:03 น.

เดียวดายใต้น้ำเมาและเงาฉัน

จะเด็ด

เดียวดายใต้น้ำเมา                 ฉันกับเงาจนฟ้าสาง
ราตรีที่เลือนจาง                      ฉันและเงาเมาด้วยกัน
สุราไม่ผันแปร                        รสดีแท้ไม่แปรผัน
ฉ่ำชื่นทุกคืนวัน                       ซื่อตรงมั่นฉันและเงา
เพื่อนแท้ไม่หนีหาย                 ไม่กลับกลายคอยคลอเคล้า
ทุกวันคืนยังเฝ้า                       คอยตามติดไม่บิดเบือน
สหายที่ซื่อสัตย์                         รู้แน่ชัดหาใครเหมือน
คือเงาคอยเป็นเพื่อน               ร่ำสุราข้ามราตรี				
24 มิถุนายน 2554 11:21 น.

กราบท่านภู่ครูกาพย์กลอน

จะเด็ด

ก้มหัวกราบครูกลอนสุนทรภู่
ยอดแห่งครูอักษรศิลป์ถิ่นสยาม
ร้อยเรียงพจน์รจนาภาษางาม
เกริกเกียรตินามท่านภู่ครูกาพย์กลอน
แรมนิราศขาดรักประจักษ์จิต
สุภาษิตสอนหญิงมิ่งอักษร
อีกนิทานหลากเรื่องเฟื่องกำจร
บทละครอภัยมณีมีบทเรียน
โอ้อกเอ๋ยพ่อภู่ครูของฉัน
ชีวิตนั้นหันเหียนเปลี่ยนทางสาย
ระหกระเหินเดินเดี่ยวเปลี่ยวใจกาย
มีสบายลำบากทุกข์ยากปน
กวี      เอกเสกปั้นท่านมอดม้วย
ขี้เมา   ด้วยในกลอนบทปรากฏผล
กิ้นเหล้า     เมามายบ้างล้างทุกข์ทน
เขียนกลอน  กลโคลงกาพย์ซาบซึ้งใจ
ชีวิตรุ่งพุ่งไปในวัยต้น
มาอับจนหล่นลงไม่สงสัย
ไร้ที่อิงพิงพักขาดหลักชัย
องค์ภูวนัยสู่สวรรค์พลันด่ำลง
จากสูงสุดสู่สามัญนั่นแหละหนา
องค์พุทธาว่าไว้อย่าไหลลง
กาลเวลาคร่าชีวิตต้องปลิดปลง
สิ่งที่คงขึ้นชื่อคือผลงาน
เฉกท่านภู่ผู้สร้างศิลป์ยินยลหมาย
เมื่อวางวายกายดับลับสังขาร
แต่ชื่อก้องโลกามาช้านาน
เหล่าลูกหลานศิโรราบกราบพ่อครู				
23 มิถุนายน 2554 09:23 น.

แรกเห็น

จะเด็ด

พบรอยยิ้ม อิ่มละไม ในวันนั้น

พี่อกหวั่น พรั่นใจ ให้ผวา

เสียงสดใส ใช้ถ้อยคำ จำนรรจา

ตาต้องตา มาประสาน หวานอารมณ์

โอ้น้องหญิง พริ้งพักตร์ ทักทายพี่

เอ่ยวจี ไถ่ถาม เจ้างามสม

พี่ลอบมอง น้องนาง พลางชื่นชม

ใจที่ตรม เมื่อวันวาน พลันลุกวาว

ใจเอ๋ยใจ เผลอใจ ได้อีกครั้ง

มิอาจรั้ง ยั้งหยุด ฉุดใจหนาว

ใจก็อยาก ฝากรัก อีกสักคราว

ลบรอยร้าว แห่งความหลัง ที่ฝังใจ

ใจอยากบอก ใจบางบาง อย่างพี่นี้

ยังไร้ที่ ฝากรัก พักอาศัย

อยากมีคน ร่วมถักทอ ก่อสายใย

สานรักไว้ เป็นตำนาน วิมานดิน				
18 มิถุนายน 2554 11:55 น.

คืนฝัน....วันเมาเมา

จะเด็ด

ดื่มสุรา ที่ใครใคร ว่าไม่ดี

สูบบุหรี่ ที่ใครใคร  ก็ไม่สน

ทั้งมัวเมา  เรื่องรัก ปักกมล

อีกกลอนกล คนอย่างฉัน นั้นก็เมา

จะให้ฉัน เว้นว่าง สักอย่างนั้น

เพียงคืนวัน ผันผาย ใจต้องเศร้า

ก็หัวใจ ในมนุษย์ สุดคาดเดา

โลกหยอกเย้า เล่นบ้าง ก็บางคราว

โอ้วันคืน ผ่านมา พาหวนคิด

เพ่งพินิจ คิดไป ดวงใจหนาว

กาลเวลา ดำเนิน เดินเรื่องราว

เท้าย่างก้าว ฝ่าฟัน ล่าฝันมา

ทั้งชีวิต ที่ผ่านสุข แลทุกข์โศก

เส้นทางโลก ทางธรรม ก็ล้ำหน้า

ด้วยว่าเห็น ดังเช่น เกณฑ์ชะตา

เมาอักขรา เมาเหล้า เมานารี

ภาพคืนฝัน วันเก่า เข้าตรองตรึก

มานั่งนึก กาพย์กลอน อักษรศรี

อยากจะเป็น เช่นท่านภู่ ครูกวี

ถ้อยวลี ตราตรึง ซึ้งใจตน

จึงร่ำเรียน เพียรอ่าน ขานจำจด

อีกท่องบท แรมนิราศ ขาดฉงน

ด้วยตัวท่าน นั่นหนอ พอชอบกล

เล่าเรื่องคน เรื่องรัก ปักดวงใจ

ยามวัยเยาว์ เฝ้าอ่าน ผ่านสมอง

จึงลอยล่อง ท่องจำ ทุกคำได้

กลอนนิราศ ขาดร้าง จากนางใกล

พระอภัยฯ ถ้อยวจี ที่ตรึงตรา

บางครั้งเล่น เป็นบ้า พาให้คิด

ด้วยประดิษฐ์ คิดฝัน นั่นแหละหนา

ดังต้องเล่ห์  เสน่ห์กล ดลชักพา

ให้ต้องมา เมาเหล้า เมาบังอร

อนึ่งมนุษย์อุตริติต่างต่าง

แล้วเอาอย่างเทียบทำคำอักษร

ให้ฟั่นเฟือนเหมือนเราสาปในกาพย์กลอน

ต่อโอนอ่อนออกชื่อจึงลือชา (นิราศพระประทม  สุนทรภู่ )

แจ้งประจักษ์ แห่งใจ ในตัวฉัน

ทุกคืนวัน ฝันไป ใจผวา

ต้องเขียนกลอน อ้อนนารี มีสุรา

ประหนึ่งบ้า เช่นคำสาป ในกาพย์กลอน				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟจะเด็ด
Lovings  จะเด็ด เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟจะเด็ด
Lovings  จะเด็ด เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟจะเด็ด
Lovings  จะเด็ด เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงจะเด็ด