19 ตุลาคม 2548 23:27 น.

อยากเขียนกลอนรัก

ร้อยฝัน


อ่านงานเขียน  หลายนักกลอน  คำวอนเศร้า
อ่านแล้วเหงา  อุรา  พาโหยหวน
อ่านแล้วซึ้ง  คำหวาน  ซ่านรัญจวน
อ่านแล้วป่วน  ทรวงใน  ใจรอนรอน

	อยากจะเขียน  กลอนรัก  ให้ซ่านซึ้ง
	อยากรำพึง  เพ้อพร่ำ คำออดอ้อน
	อยากรู้สึก  ห่วงหา  และอาทร
	อยากอาวรณ์   ในรัก  สลักทรวง

แม้ไม่เคย  เขียนได้  ดั่งใจคิด
แม้ตั้งจิต  เขียนไป  ไม่ลุล่วง
แม้ทุ่มกาย เทใจ  ไปทั้งดวง
แม้ในทรวง  โหยหา มาช้านาน

	แต่ก็ยัง  พากเพียร จะเขียนต่อ
	แต่เพียงรอ  ให้อารมณ์ ขมเป็นหวาน
	แต่ไฉน ยิ่งท้อ ทรมาน
	จึงงุ่นง่าน  หงุดหงิด  คิดอยากทำ

อยากจะเขียน  กลอนรัก  สักหนึ่งบท
อยากร่ายรส พจนารถ วาดหวานล้ำ
ให้คนอ่าน  ซึ้งใจ ในน้ำคำ
ให้คนช้ำ  ตรอมใจ  บ้าไปเลย

	แต่ก็นึก วกวน จนเวียนหัว
	ออกมามั่ว ยิ่งนักโอ้รักเอ๋ย
                     เขียนกลอนรัก  น่าตลก  โอ้อกเอย
	อย่าคิดเลย  เลิกเขียน  เรียนต่อไป
				
15 ตุลาคม 2548 22:40 น.

ใครโง่

ร้อยฝัน

******  มีประเทศ  เมทก้า  บ้าอำนาจ
อวดฉลาด  ประเทศนี้  ที่ยิ่งใหญ่
รุดพัฒนา  ก้าวล้ำ  นำกว่าใคร
ไม่ว่าใน  โลกนี้  หาใครเทียม

******  ส่งคนไป  ดาวอังคาร ด้วยยานใหม่
มีคนไทย  ติดไป  ทำตัวเขียม
รู้สึกด้อย  กว่าเขา  จึงต้องเจียม
มิอาจเทียม  ชาวเมทก้า  ก้มหน้าทน

******  เมื่อไปถึง  ดาวอังคาร ดังมุ่งหมาย
ทั้งหญิงชาย  บนนั้น  ต้องดั้นด้น
เก็บตัวอย่าง  ดินหิน  ที่ปะปน
ซึ่งอยู่บน  พื้นผิว  ดาวอังคาร
******  เก็บตัวอย่าง  มาได้  ต้องบันทึก
เกิดพิลึก  เขียนไม่ได้  ดังคิดอ่าน
ด้วยปากกา  ไม่อาจเขียน  ตามต้องการ
หมึกไม่ผ่าน  กลับกลิ้งกรอก  ในกระบอกแทน

******  จึงช่วยกัน  คิดวิธี  ที่แก้ไข
ใช้เงินไป  ทดลอง หมดหลายแสน
กว่าจะได้   โครงร่าง  มาเป็นแปลน
ชื่อเมทก้าแกรนด์  ทุกคน  ล้วนภูมิใจ

******  ชาวเมทก้า  มองคนไทย  ในหน้าเย้ย
ไทยยิ้มเฉย  แค่นี้  สนใจไม่
แล้วพลันหยิบ  ดินสอ  ขึ้นทันใด
เขียนลงไป  จดไว้  ทุกข้อมูล

******  ชาวเมทก้า  มองหน้ากัน  แล้วเดินหนี
อยากจะลี้  หลบไป  ใจเคืองขุ่น
ใช้เงินไป  หลายแสน  เพื่อลงทุน
กลับไม่ครุ่น คิดถึง  ดินสอเลย
******  ใครฉลาด  ใครโง่  โถน่าคิด
เหมือนผมปิด  ปังไว้  ใคร่จะเอ่ย
อย่ามองข้าม  สิ่งเล็กน้อย  ที่คุ้นเคย
อย่าละเลย  อย่าข้าม อย่าหยามกัน				
13 ตุลาคม 2548 22:12 น.

เก็บเกี่ยว

ร้อยฝัน

>>>>  หลังเก็บเกี่ยว  รวบข้าว  เอามาจัด
นำมามัด  เป็นฟ่อน  ก่อนขึ้นฉาง
รวบมากอง  รวมไว้  แล้วจัดวาง
ลงตรงกลาง  เกวียนน้อย  ค่อยลำเลียง

>>>>  เข้าสู่ลาน  ที่ใช้  ขึ้ควายฉาบ
พื้นลานราบ  ดูคล้ำ   ดำเป็นเหนี่ยง
จึงขับเกวียน   ขนข้าว  มาจอดเคียง
นำข้าวเรียง   เป็นลอม  ไว้ขอบลาน
>>>>  ถึงวันดี  บอกกล่าว  เล่าพวกพ้อง
รวมพี่น้อง  ด้วยรัก  สมัครสมาน
มาตีข้าว   ช่วยกัน  หน้าชื่นบาน
เสร็จจากงาน  ร่วมล้อมวง  กินข้าวปลา
>>>>  ข้าวเหนี่ยวนึ่ง   สุกใหม่  ต้มไก่บ้าน
รสจัดจ้าน  ทั้งส้มตำ  ทั้งยำพล่า
แบกเอาไห   สาโท   ที่หมักมา
รินสุรา   ลงจอก  แล้วแจกกัน
>>>>  เอาแคนเป่า  บรรเลง  เพลงหมอลำ
ชวนงามขำ  ฟ้อนเกี้ยว  เกี่ยวใจมั่น
สานใยรัก  ผองเฮา  ร่วมผูกพันธ์
ไม่เปลี่ยนผัน   แม้วัน  จะเปลี่ยนไป
>>>>  เป็นบทเพลง  ลำนำ  แห่งท้องนา
ทรงคุณค่า  ความจริง  อันยิ่งใหญ่
ลูกอีสาน  ไม่แล้ง  ซึ่งน้ำใจ
ค้นหาได้  ทั่วไป  ในถิ่นนี้
>>>>  จึงภูมิใจ  ที่เป็น  ลูกข้าวเหนียว
แม้ซีดเซียว  ยากจน  ทนกับหนี้
ก็ภูมิใจ  ที่ตน  เป็นคนดี
ไม่ปล้นจี้   โกงกิน  ใช้ลิ้นลวง				
12 ตุลาคม 2548 23:52 น.

หนัก

ร้อยฝัน


  >>>.>  โอ้แม่ยอดยาหยี
พี่นี้หนักนะรู้ไหม
เดินเองไม่ได้หรือทรามวัย
ไฉนให้พี่นี้ แบกมา

 >>>.>  ดูสิ เจ้างอนพี่
ทั้งที่ ยอมให้หมดแล้วหนา
ตัวพี่นี้แสนจะระอา
โอ้แม่กานดา  พี่เหนื่อยใจ

 >>>.>  ต้องมารับภาระหนัก
ก็เพราะรักจึงทนได้
แบกทั้งตัว แทบไม่ไหว
เป็นคนรับใช้  แต่เธอ

 >>>.>  ดูสิ แม่ยอดหญิง
คงพาล้มกลิ้งหากเผลอ
ทั้งเบื่อทั้งเซ็งจริงนะเออ
ก็แม่คุณเธอหนักเหลือทน
				
9 ตุลาคม 2548 20:47 น.

ชาวนา

ร้อยฝัน


>>>>  มองทุ่งนา  ฟ้ากว้าง สร้างความฝัน
จะพลิกผัน  ธรณี  ให้มีค่า
ให้กลายเป็น  ทุ่งทอง  แห่งท้องนา
สร้างคุณค่า  สร้างชีวิต  ลิขิตตน

>>>> พอฝนหล่น  เม็ดแรก  แทรกสู่พื้น
ความชุ่มชื้น  คืนสู่  ดินอีกหน
รีบไถหว่าน  ข้าวกล้า  ในนาตน
ให้ทันฝน  ทันฟ้า  ข้าวกล้างาม

>>>> จากต้นกล้า  แตกกอ  รอเก็บเกี่ยว
จากข้าวเขียว  แลเมลือง  เหลืองอร่าม
ชาวนายิ้ม  หน้าชื่น  ทั่วเขตคาม
นึกถึงยาม  นับเงิน  เพลินอุรา

>>>> ขายข้าวแล้ว  ตรวจบัญชี  ดูหนี้สิน
อยากจะดิ้น  ขาดใจ ลงตรงหน้า
ทั้งค่าพันธุ์  ค่าปุ๋ย  ทั้งค่ายา
อีกค่าจ้าง  ค่ารถรา  น่าเหนื่อยใจ

>>>> ลองหักลบ  กลบหนี้  ที่มีอยู่
ใจหดหู่  เงินไม่พอ  เหลือเก็บได้
เพียงแค่จ่าย  หนี้สิน  ให้พ้นไป
ทำอย่างไร  ดีหนอ  จะพอกิน

>>>> คงไม่แคล้ว  หยิบยืม  มาอีกหน
โอ้ความจน  ขับไล่  ไปไม่สิ้น
ทำงานหนัก  หวังพลิก  ผืนแผ่นดิน
ได้ทำกิน  เลี้ยงตน  พ้นลำเค็ญ

>>>> แต่ดูเหมือน  ที่ทำ  จะสูญเปล่า
เหมือนวันเก่า  ยังยากไร้  ยังทุกข์เข็ญ
แม้จะสู้  จนหยาดเหงื่อ  ไหลกระเซ็น
ก็ยังเป็น คนจน  สิ้นคนมอง

ส่งท้าย
>>>> ตรองเอาเถิด  สูเจ้า  ข้าวทุกคำ
เจ้าจงจำ  เอาไว้   ใส่สมอง
จากหยาดเหงื่อ  ชาวนาค่าดั่งทอง
เลี้ยงปากท้อง  ให้รอด  ตลอดไป
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟร้อยฝัน
Lovings  ร้อยฝัน เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟร้อยฝัน
Lovings  ร้อยฝัน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟร้อยฝัน
Lovings  ร้อยฝัน เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงร้อยฝัน