10 ตุลาคม 2550 13:01 น.

คนขี้อาย...

วชรกานท์

อารมณ์รักระรื่นชื่นในใจจิต
สูญสนิทยามพิศจ้องมองตรงหน้า
ใจแทบวายส่ายหลบ หลีก ... สายตาเธอที่มอง มา
สุดเสกสรรพรรณนาพาที

อารมณ์เหงาเข้าแทนที่ภิรมย์รื่น
จิตระทมขมขื่นฝืนสุขี
ใจอ้างว้างเพราะเธอ ไย ...ไม่นึกถึงใจพี่ พี่ 
ใจดวงน้อยดวงนี้จาบัลย์

ใจมิกล้ามันน่าโมโหโกรธา
แค่สาวแลสบตาผินหน้าเหหัน
สามวันจากนารี ไป ...ใจฉันนั้นนึกหวาด หวั่น
ด้วยตัวฉันนั้นเขินอาย

ตั้งแต่นี้ต่อไปมิให้เธอนั้นพลันจาก
จะเอ่ยปากบอกรักแม้ยากเหลือหลาย
ขอหอมแก้มกอดกาย ให้... ไออุ่นรักมิหน่าย หน่าย
ขอเคียงคู่ทั้งกายและใจ				
9 ตุลาคม 2550 13:45 น.

โปรดสงสารฉันเถิด

วชรกานท์

มนุสสา ฆ่าคน ปล้นลักอุก
พิพากษา ติดคุก ยังหลุดได้
ส่วนตัวฉัน นั้นทำ กรรมอันใด
จึงจับมา ขังไว้ ใจอาดูร

ขังฉันเดี่ยว เปลี่ยวเอกา ใจว้าเหว่
เคยอิสระ ร่อนเร่ มลายสูญ
ห่างคู่เคียง คลายเหงา เฝ้าเกื้อกูล
ยากเพิ่มพูน เพิ่มพันธุ์ ฉันอยากตาย

มองฉันเป็น เห็นแต่ แค่สินค้า
จับฉันมา ค่าเพียง สัตว์ส่งขาย
ฉันเหนื่อยยาก ลำบาก ทั้งใจกาย
คุณสบาย รวยร่ำ ฉันลำเค็ญ

โอ้กรีนพีช เคยช่วยช้าง อ้างความชอบ
คุณธรรม ประกอบ ก่อนเคยเห็น
อุรัง อุตังสาว คอยเช้าเย็น
ไยไม่เห็น ความทุกข์ข้า ระอาใจ				
8 ตุลาคม 2550 16:36 น.

ในม่านเมฆ

วชรกานท์

ในม่านเมฆหมอก (กาพย์ฉบัง 16)

เมฆเก่าลบเลือนเหมือนฝัน......มองเห็นตะวัน
สาดส่องสว่างพราวตา

เมฆใหม่มาแทนบนฟ้า..........บดบังสุริยา
ส่องแสงสว่างรำไร

ต่างสมานฉันท์รวมใจ............กลายเป็นก้อนใหญ่
หลายหมู่ในท้องนภา

หมายประพรมพื้นพสุธา...........สู่แผ่นผืนนา
ชุ่มฉ่ำเย็นชื่นปวงชน

สายลมพัดพาสับสน................กลุ่มเมฆวกวน
ลอยไม่เป็นที่เป็นทาง

สายฝนดูท่าเลือนราง................ชาวนาอ้างว้าง
ยากหว่านเมล็ดพันธุ์คอยรอ

ฤดูกาลเวียนเปลี่ยนเร็วหนอ.......ตั้งใจทนรอ
มิมีอะไรจีรัง

เหล่าชนต่างตั้งความหวัง............เมฆใหม่ยืนยัง
ค่อยปรายน้ำไม่เนืองนอง

ทั้งเมฆและหมอกมัวหมอง..........ผิดแผกครรลอง
ขาวดำสลับปนเป

หมู่เมฆลอยวนรวนเร................มิอาจคะเน
เพลาที่จะคอยฝน				
5 ตุลาคม 2550 14:25 น.

กศ.ไทยในทศวรรษนี้

วชรกานท์

พฤติกรรม เด็กไทย น่าใจหาย
ทั้งหญิงชาย กรายกล้ำ ต่ำมาตรฐาน
จากประถม มัธยม ประชาบาล
จวบถึงขั้น มหา วิทยาลัย

จากหลักสูตร สุดที่ ปฏิบัติ
การศึกษา ของรัฐ ไปมิไหว
ระเบียบการ วัดผล อับจนใจ
ความประพฤติ มิให้ ลงโทษทัณฑ์

ก่อเกิดทาง ขวางกั้น บั่นทอนสิ้น
ทั่วแดนดิน เด็กเอลดี สมาธิสั้น
จะสั่งสอน อย่างไร ไม่เรียนกัน
ละมุ่งมั่น หมายหมาง จากทางเดิน

ให้หนักใจ แทนครู ผู้อุทิศ
ทั้งชีวิต ละวาง ทางสรรเสริญ
หวังให้ศิษย์ สู่เป้าหมาย ได้เจริญ
จะหักอ่อน ก่อนเนิ่น เกินแก่การ

แต่ระเบียบ กำหนดไว้ ใช้ลงโทษ
ห้ามเหี้ยมโหด ให้มี สี่สถาน
หนึ่งตักเตือน เกลื่อนกลับ ดับสันดาน
สองภาคทัณฑ์ จดจาน เจ้าจงจำ

สามให้ตัด คะแนน ความประพฤติ
ฟังแล้ว ให้นึก ขบขันขำ
ตัดอย่างไร ไม่ตก ติดชั้นซ้ำ
สี่ให้ทำ บำเพ็ญ ในสังคม

ทั้งสี่ข้อ เด็กไม่ง้อ พอทำได้
จะลงโทษ อย่างไร ไม่สาสม
กิจกรรม ทำงาน การอบรม
ยังระทม เอือมระอา มานานปี

ก่อนเคยใช้ ไม่เรียว เคี่ยวเข็นเด็ก
ตั้งแต่เล็ก อ่านเขียน เรียนเต็มที่
กาลเลยล่วง เวลา มาแปดปี
พรบ.ดี วิธีแย่ ช่วยแก้กัน				
4 ตุลาคม 2550 16:30 น.

หญิงเรือนสามน้ำสี่ชายดีสามภูมิ

วชรกานท์

ยกเรือนสาม งามงอน ใช่สอนสั่ง
หนึ่งบ้านเรือน อย่ารุงรัง ดั่งเรือนร้าง 
กวาดขยะ หยากไย่ ไม่เว้นวาง
เก็บของเข้า ที่ทาง อย่าขวางตา

ฝึกฝนทำ อาหาร ทั้งหวานคาว
จัดสำรับ กับข้าว ดูหรูหรา
บ่งบอกถึง พ่อแม่ แลยายตา
ท่านอบรม สั่งสมมา น่ายินดี

สองเรือนกาย ใคร่อาบน้ำ ทำสะอาด
ทาลิปชาด เสื้อสไบ ให้สมสี
ผัดแป้ง แต่งปรางค์ อย่างพอดี
รัตนะ มณี ระยับพราย

สามเรือนผม หมั่นหวี ถึงทีสระ
อย่าเลยละ ปละปล่อยฟุ้ง ยุ่งสยาย 
มัดผูกเกล้า เรียบรื่น ชื่นใจชาย
เยื้องย่างกาย ได้สะดวก สบายใจ

อีกยอดหญิง พริ้งงาม ด้วยน้ำสี่                       
เป็นวาที โบราณ ท่านสอนไว้
คุณสมบัติ ดียิ่ง ของหญิงไทย
เรียนรู้ไว้ ใช่ว่า หนักหนาตน

หนึ่งน้ำคำ ไพเราะ เสนาะจิต
จำนรรจา ผูกมิตร ไปทุกหน
เลี่ยงคำหยาบ ส่อเสียด เบียนเบียดคน
มิพูดเท็จ เพ้อเจ้อจน คนระอา

สองน้ำใจ งดงาม ตามจริต
จริยา พริ้งพิศ น่าอิจฉา
งามจาคะ ทานะ กิริยา
มอบหมูไป ไก่มา พูนทวี
            
สามน้ำท่า จัดหา อย่าได้ขาด
ใสสะอาด ภาชนะ จงขัดสี
เป็นเงางาม ไร้กลิ่น น่ายินดี
จักเป็นที่ สรรเสริญ คนเยินยอ

สี่น้ำใน ตลับ ปูนกินหมาก                          	
เดี๋ยวนี้นั้น หายาก หากจะขอ
เด็กรุ่นใหม่ ให้มีตาม น้ำสามพอ
น้ำปูนหนอ อนุโลม โฉมกานดา

ส่วนผู้ชาย ให้มีที่ ภูมิสาม                     	
สง่างาม บุคลิก เป็นหนักหนา
หนึ่งภูมิรู้ กว้างขวาง ทางตำรา
เจรจา พาที มีคนฟัง

สองภูมิฐาน มั่นใจ แต่งกายสม
คนนิยม หลงใหล มองไล่หลัง
ดูสง่า ผ่าเผย ชื่อเสียงดัง
มีพลัง กายี เยี่ยงอาชา

สามควรมี ภูมิธรรม อันล้ำเลิศ                    	
สุดประเสริฐ จิตสู่ อุเบกขา
ยอดสตรี ศรีบุรุษ ตามตำรา                       	
ภูมิปัญญา บรรพชน น่าสนใจ				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟวชรกานท์
Lovings  วชรกานท์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟวชรกานท์
Lovings  วชรกานท์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟวชรกานท์
Lovings  วชรกานท์ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงวชรกานท์