27 มกราคม 2553 22:40 น.

บุษบาเสี่ยงเทียน

สุริยันต์ จันทราทิตย์


     จุดเทียนเวียนกราบไหว้	                                    วันทา
ข้าเอกองค์บุษบา		               หนึ่งนี้
วิงวอนต่อศาสดา		               หวังพึ่ง
ขอท่านทรงโปรดชี้		               ส่องให้เห็นทาง

     อธิษฐานต่อหน้า		               พระองค์
เทียนที่จุดนี้จง		               แจ่มจ้า
หากองค์อิเหนาทรง		               พันผูก
เป็นคู่แท้แห่งข้า		               แน่แล้วแต่บรรพ์
	
     ขอองค์ระเด่นนั้น		               เมียงมอง
รักสุขศรีสมปอง		               แก่ข้า
พูนสวัสดิ์พิพัฒน์ครอง		               นานเนิ่น
เคียงคู่ตราบชั่วฟ้า		               จวบสิ้นดินสลาย

     รักหวานปานดอกไม้		              บูชา
โชนกรุ่นสิเน่หา		              ค่ำเช้า
บ่รู้หน่ายโรยรา		              วันผ่าน
ระเด่นเคียงคลอเคล้า		              ร่วมชู้ชิดเชย

     รักเอยจงเฟื่องฟุ้ง		              แดนไตร
ร่วมจิตพิศมัย			             พี่น้อง
เรืองรองผ่องอำไพ		             ราชอาสน์
ทุกขอบเขตกู่ก้อง		             แซ่ซ้องสรรเสริญ

     โปรดเทอญพระโปรดชี้		             นำทาง
เทียนที่จุดสว่าง		             ต่อหน้า
หากองค์อิเหนาร้าง		             แรมคู่
เทียนส่องจงรอนล้า		             อับสิ้นสุดแรง

     ขอแสงเทียนแห่งผู้		             จรกา
ลุกโชติช่วงขึ้นมา		             แจ่มแจ้ง
เปลวเทียนอร่ามจ้า		             สว่างอยู่
เปล่งประกายหน่ายแล้ง		             ลับลี้อนธการ

     วอนสาส์นจากเทพไท้		             เทวัญ
พงศ์เผ่าองค์อสัญ		             บอกใบ้
หากเป็นคู่ตุนาหงัน		             มาก่อน
ระตูเอกจรกาไท้		             แน่เนื้อนาบุญ

     รำลึกคุณพระเจ้า		            พุทธองค์
ไตรรัตน์ศรีบวรจง		            ปกเกล้า
เมตตาแก่บุษบง		            อนงค์นาฏ
ข้าพระพุทธเจ้า		            กราบน้อมสักการ
					
				
24 มกราคม 2553 19:22 น.

โบยบินจากถิ่นเกิด (กลบทนิราวสาน)

สุริยันต์ จันทราทิตย์



     โบยบินจากถิ่นบ้านเกิด			
เตลิดมุ่งสู่เมืองฝัน
หวังใจให้มีสักวัน				
เรานั้นได้ดีมีกิน
	
     พอได้ลืมตาอ้าปาก			
ฝันฝากปลดหนี้ปลดสิน
ต่อลมหายใจรวยริน				
ไถ่ถอนที่ดินที่นา

     ขอพรพ่อแม่แก่เฒ่า			
คุณพระคุณเจ้ารักษา
ไม่นานลูกจะกลับมา				
ซับหยาดน้ำตาความจน

     ทำงานอยู่ในเมืองใหญ่			
ผู้ฅนขวักไขว่สับสน
อารมณ์เคืองขุ่นวุ่นวน				
ร้อนรนแก่งแย่งแข่งกัน

     นี่หรือเขาลือเมืองใหญ่			
ที่ใครต่อใครใฝ่ฝัน
มองหาน้ำใจแบ่งปัน				
พลิกแผ่นดินนั้นไม่เจอ

     อยู่ห้องเช่าเท่ารูหนู			
น้ำตาพร่างพรูล้นเอ่อ
หลงปลื้มดื่มด่ำละเมอ				
เพ้อเจ้อกับวันฝันลวง

     ที่นี่ไม่มีรอยยิ้ม			
ประพายประพิมพ์คอยห่วง
มีแต่ยิ้มเหยียดเสียดทรวง				
กรีดจ้วงเจ็บแสบแปลบใจ

     ที่นี่ไม่มีความรัก			
มีแต่เล่ห์หลักเป็นใหญ่
เชือดเฉือนฟาดฟันกันไป				
ใครดีใครได้ชิงมา

     โหยหาข้าวปลาอาหาร			
ตำรับถิ่นฐานบ้านป่า
ร่วมวงเอมโอชโภชนา				
พร้อมหน้าพร้อมตาปรองดอง

     ฝืนกลืนอาหารตามสั่ง			
แต่เพียงลำพังในห้อง
ไร้เพื่อนร่วมเรียงเคียงครอง			
จับจองฝันเปลี่ยวเดียวดาย

     อยู่เมืองสวรรค์ขันแข่ง			
ทุกอย่างเขาแบ่งซื้อขาย
ราคาค่าความสบาย				
ความหมายของศิวิไลศ์

     ทนเพื่อปลดหนี้ปลดสิน			
ที่นาที่ดินถอนไถ่
แม้เพียงลำพังหวังใจ				
ต้องไปให้ถึงสักวัน

โบยบินจากถิ่นบ้านเกิด			
เตลิดมุ่งสู่เมืองฝัน............


				
22 มกราคม 2553 23:02 น.

โลกงาม ณ ยามเช้า

สุริยันต์ จันทราทิตย์


   ตะวันเริ่มทอแสง			
จ้าแจ่มแจ้งจูบโลกหล้า
ชีวิตที่นิทรา				
ตื่นลืมตาขึ้นอีกครั้ง
	
   เมื่อแสงอุษาสาง			
โลกสว่างเรืองความหวัง
เติมไฟใส่พลัง				
ให้เรายังมีแรงใจ

   ดีร้ายจะทายทัก			
ก็พร้อมพรักเผชิญใส่
หนาหนักสักปานใด				
บอกใจไหวพร้อมทนทาน
	
   ดุเหว่าเอยเร่าร้อง			
ขันคูก้องซ้องขับขาน
จับใจในทุกวาร				
กล่อมดวงมานรับอรุณ

	
   ยิ้มรับวันสดใส			
ด้วยหัวใจชื่นไออุ่น
หล่อใจละไมละมุน				
อวลกลิ่นกรุ่นในยามเช้า
 				
13 มกราคม 2553 22:09 น.

ครุฑยุดนาค

สุริยันต์ จันทราทิตย์


     ด้วยความแค้นแจ้นโจมโถมสะบัด		

กระพิอพัดปีกเป็นพายุใหญ่

แหวกคงคาฆ่ามันให้บรรลัย
					
จับกินให้สมแค้นแน่นอุรา

     เพียงฉีกกินเปลวมันใต้ชั้นท้อง
				
พลีฉลองแค้นเซ่นเป็นมังสา

ทิ้งเศษร่างร่วงลงเหนือคงคา
					
เกลื่อนตายเกลื่อนน้ำตาร่ำอาลัย

     นาควางแผนศึกหาญเชิงการยุทธ์

กลืนศิลาสมุทรก้อนหินใหญ่

เพิ่มน้ำหนักกักหน่วงถ่วงเข้าไป
					
ครุฑคงมิเฉลียวใจไม่รู้ทัน

     เมื่อน่านน้ำถูกแหวกแยกเป็นร่อง	

เห็นครุฑจ้องหมายฆ่าให้อาสัญ

ครั้นยื้อยุดฉุดจากน้ำขึ้นตามกัน					

ครุฑก็พลันจมลงใต้คงคา
	
     ขาดอากาศหายใจให้แดดิ้น			

ชาติสุบรรณ์ปักษิณต้องสิ้นท่า

หลงกลลวงถ่วงหินกินศิลา					

พ่ายย่อยยับอัปราแก่นาคินทร์
	
     ครุฑยิ่งคิดยิ่งแค้นแสนอาฆาต				

มุ่งหมายมาดสู่มหาชลาสินธุ์

กระโจนสู่ห้วงธาราแหวกวาริน
					
จับนาคกินยึดทางหางนาคา

     นาคไม่ทันระวังก็พลั้งพ่าย
				
สำรอกคายก้อนหินแพ้สิ้นท่า

ตกเป็นเหยื่อแค้นเซ่นเช่นเคยมา
					
อนิจจากำสรดแทบหมดพงศ์

     สำเหนียกเสียงสำเนียงก้องซร้องเวหา				

แหวกม่านน้ำผ่านม่านฟ้าน่าพิศวง

ครุฑยุดนาคพรากชีวิตถูกปลิดปลง
					
ร้อนถึงองค์ทรงสุบรรณ์พระบัญชา

     "จงยุติความแค่นแค้นเสียเถิด
				
ท่านต่างเกิดร่วมวงศ์เผ่าพงศา

สืบเลือดเนื้อเชื้อไขในบิดา
					
จงเมตตาปรองดองพี่น้องกัน"

     เมตตาธรรมค้ำจุนหนุนนำโลก
				
คลายความโศกล้างความขื่นคืนสุขสันต์

ครุฑยุดนาคเล่าอ้างแต่ปางบรรพ์
					
"ครุฑปุราณะ"นั้นจารบรรจง

     สำเหนียกเสียงสำเนียงก้องซร้องเวหา			

แหวกม่านน้ำผ่านม่านฟ้าน่าพิศวง............

				
10 มกราคม 2553 21:16 น.

รักฉันที่ตรงไหน (กลบทนิราวสาน)

สุริยันต์ จันทราทิตย์


     เธอรักฉันที่ตรงไหน?
			
ตรงที่หัวใจหรือเปล่า?

เรื่องต่างต่างระหว่างเรา
				
เกิดจากความเหงาหรือไร?


     เพียงร่ายลำนำอ่อนหวาน
			
เธอเลยสะท้านสั่นไหว

ร่ายโศลกโศกเศร้าใจ
				
เธอเลยเผลอไผลผูกพัน


     ฤๅเธอหลงแค่เพียงภาพ?
			
จุดวาบหัวใจใฝ่ฝัน

ติดสิ่งอจีรังอัน	
			
มีวันสลายโรยรา


     ทรัพย์สินสมบัติพัสถาน
			
รถ บ้าน ไม่มีดอกหนา

มีเพียงสติปัญญา
				
เป็นวิชชาเลี้ยงชีพเอา


     เธอรักฉันที่ตรงไหน?
			
ตรงที่หัวใจหรือเปล่า........?

**************************************

กลบทนิราวสานเป็นกลบทที่ผมประดิษฐ์ใหม่ครับ

นิราวสานมาจากคำ ๒ คำสนธิกัน คือ นิร แปลว่า ไม่ กับ อวสาน แปลว่าจบหรือ

สิ้นสุด นิราวสานจึงแปลความได้ว่า ไม่มีที่สิ้นสุด

วิธีการคือเมื่อจะจบต้องจบด้วย ๒ วรรคแรก คือวรรคสดับและวรรครับ เวลาอ่าน

ก็จะหมุนวนเป็นวัฏจักรไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด 

				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุริยันต์ จันทราทิตย์
Lovings  สุริยันต์ จันทราทิตย์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุริยันต์ จันทราทิตย์
Lovings  สุริยันต์ จันทราทิตย์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุริยันต์ จันทราทิตย์
Lovings  สุริยันต์ จันทราทิตย์ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงสุริยันต์ จันทราทิตย์