๏ ๔๓ วันที่ขึ้น 105 องศ์ ๚ ........

tiki

วันที่เริ่มทำงานใหม่  เมื่อผ่าน บริษัท ในเครือของท่านประธานใหญ่ ผงซักฟอกตราสิงห์โตขาวนั้นมา...
ฉันก็ร่ำร้องอยากจะไปทำงานกับบริษัทฝรั่งเต็มที ด้วยร้อนวิชา
ภาษาต่างประเทศมาแต่เล็ก
                   แทบจะคิดและเขียนออกเป็นภาษาอังกฤษ(แบบงูงู ปลา 
ปลา ) ของฉันนั้นแหละ...
             
ฉันก็ขึ้นไปสมัครงานแล้วก็ได้งานสมใจ
 ในแรกเริ่มก็เป็น Free lance คิดเป็นรายวัน วันละ สามร้อยเจ็ดสิบห้าบาท
 ในยุคที่ทองบาทละ สามพันละมัง..
                
             การเป็นฟรีแล้นซ์ ช่างดีกระไร ฉันก็ เข้างานตอนไหนก็ได้ 
บริษัท ฯจัดให้ไปนั่งโต๊ะประจันหน้ากับหนุ่มหล่อ แต่ท่าทางเพี้ยน
ชื่อ คุณเศรษฐ์  ซึ่งฉันแอบนินทาเสมอว่า (เศษดุ) เป็นประจำ.				
ในปีถัดมาที่ฉันได้รับการต้อนรับกลับเข้าบรรจุงาน
 ในอัตราเงินเดือน เดือนละ 7500 บาท ซึ่งมากสำหรับสมัยนั้นนัก..
ก็นั่งแทนโต๊ะเก่าเขา โดยเขาเลื่อนเข้าไปนั่งด้านใน ในโต๊ะที่เขา
เรียกตัวเองเป็น ค้อปี้ไดเร็คเตอร์ นั้น..  
   
         คุณเศรษฐ์ ไม่เคยมาจีบฉันแน่ๆ 
และฉันก็ไม่เคยคิดจีบ  คุณเศรษฐ์   
        แต่สาวๆของ  คุณเศรษฐ์ นั้น
ค่อนข้างจะหึงนักที่เห็นฉันนั่งในห้อง .
       ..และสาวหนึ่งที่มาประจันหน้ากันในห้อง คือสาวน้อยคนหน้าคม
ตาโตซึ่งเป็นหนึ่งในคนรู้จัก..ที่จะมาที่บริษัทฯ บ่อยๆ
 
          วันวัน ถ้าฉันไม่อยู่ชั้นเก้า ก็จะแวบไปหาเจ้าแหยมชั้นสาม 
ซึ่งเป็นคนละบริษัทฯ กัน และ ก็จะพบกับ นางสาว หวาด คนเดิม 
ซึ่งเป็นเลขา แหยมนั่นแหละ แต่วันนั้นเผอิญเธอไปนั่งอยู่ที่ฟร้อนท์ 
แทน รีเซพชั่น ฝ่ายต้อนรับ    หวาดชอบมานั่งฟังฉันคุยกับ แหยม
 บ่อยมาก จนวันหนึ่งเมื่อฉันคุยเรื่องบ้านอยู่ไกลเกินไป น้ำใกล้จะ
ท่วมบ้าน หวาดก็ทะลุกลางปล้องมาว่า 
  
     *ทิกกี้มาอยู่ร่วมห้องกับ หวาดไหม...หวาดเช่าบ้านคุณอา
อยู่ทั้งหลัง ใหญ่ด้านหน้า ก็อยู่กันคนละ ห้องห้องหนึ่งไม่เกินสองคน *
       ฉันเลิกคิ้ว นึกอยากจะเขกศีรษะเจ้าหวาดสักเป๊ง..แต่ก็ ลอง
หันไปฟังสิ่งที่น่าสนใจ นั้น 
แล้วในที่สุด วันหนึ่ง ฉันก็ยอมขับรถคันจิ๋วของฉันไปดูบ้านพัก
ในซอยสุขุมวิท 49 นั้น....กับหวาด

ทิกิ_tiki				
ก่อนหน้านั้น ฉันก็เคย เช่าหอพักสตรีสองสามแห่ง อพาร์ทเม้นท์
บ้างแล้วแต่ ว่าย้ายไปทำงานด้านไหน  แต่ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ต้องมี
รูมเมทเป็นเลขาเพื่อน  ทว่า หวาดก็ ประพฤติตัวดีสม่ำเสมอต่อมา
จนฉันย้ายออกจากบ้านนั้น กลับไปอยู่บ้านคุณแม่เหมือนเดิมนั่นแหละ.
ถึงค่อยห่างกันไปเรื่อย..ๆ

      การนั่งประจันหน้ากับ  คุณเศรษฐ์   
ฉันก็ต้องรับฟังเรื่อง สองสาวในชีวิตผู้มีอิทธิพลเหลือหลายนั้นเสมอ  
            สาวหนึ่งเป็นคู่หมั้นรักกันนับแต่เรียน รั้วจามจุรี 
             อีกสาว ผู้มาติดตามถึง อ๊อฟฟิซประจำ คือสาวผิวคล้ำตากลมโต ..
            ผู้..หวั่นไหวจนต้องเรียกฉันไป นอนพักกับเธอที่บ้านเธอด้วย
บ่อยๆเพื่อให้มั่นใจว่าฉันคงไม่ได้ไปนัดเดทกับคู่รักเธอ ซะนะ...

           วันที่  คุณเศรษฐ์   หัวปั่น เรื่องผู้หญิงสองคนนี้
ทะเลาะกัน ก็เรื่องเขาจะแต่งงานกับคู่หมั้นนั้น
และ...คราวนี้ฉันเป็นฝ่ายรับโทรศัพท์แทน  คุณเศรษฐ์   มั่ง 
ซึ่งฉันก็จะทำเสียงเรียบเย็นกับฝ่ายคู่หมั้น ว่า 
       *ไม่อยู่ค่ะ   คุณเศรษฐ์   เข้าประชุม*
        และก็ทำเสียงรื่นเริงจี๊ดจ๊าด กับสาวน้อยตาโต คมเข้มคนนั้นว่า
       *จุ๊ จุ๊ อย่าบอกใครไป   คุณเศรษฐ์   กำลังฉุน  
ไปสงบสติอารมณ์ในห้องน้ำแน่ะ...**
            อะไรทำนองนี้ จำข้อมูลมิค่อยจะได้มากนัก....

       วันหนึ่ง เมื่อฉันก้าวเข้ามาในห้อง ทำงาน ก็พบ  คุณเศรษฐ์   กำลัง
หัวหมุน   หน้าแดงก่ำอยู่ตรงโต๊ะ แล้ว เสียง เปรี้ยง ก็เกิดขึ้น...
        กระจก หน้าโต๊ะ แตกกระจาย ..คุณเศรษฐ์   เธอน้อตหลุด
        ทุบโต๊ะ .  ตอนฉันก้าวเข้าไปพอดี..
          ฉันก็ทำหน้าเฉยๆ..ชิน เสียแล้ว 
ด้วยเรื่องอารมณ์ของผู้คนในวงการนี้ ไม่มีแตกต่างกันเท่าไหร่หรอก 
*พวกครีเอทีฟว์ นี่มันบ้า* ฝ่าย แอ๊คเคานท์ เซอร์วิส หรือฝ่ายบริการ
ลูกค้า เขา นินทาเสียงดังกันทุกวัน...

         ฉันยืนกอดอกเงียบ ๆ ดู  คุณเศรษฐ์    
 ซึ่งหันมา
ขอโทษขอโพย  ในขณะ รู้สึกตัวแล้วจัดการกับกระจกบนโต๊ะ
ลืมบอกว่าเธอเคยเป็นหนุ่มวิดวะ จุฬา มาก่อน 
ก่อนที่จะไปเรียนนิเทศศาสตร์จุฬา ซึ่งสมัยนั้นคือ
 แผนกอิสระสื่อสารมวลชน กระมัง.....

ทิกิ_tiki				
วันที่ยุ่งเรื่องตัวเอง ก็แย่อยู่แล้ว ยังต้องไปฟังปัญหาหัวใจ 
 คุณเศรษฐ์   อีก
          ทำให้รู้สึกเวียนหัวจนต้องหาทางระบายไปนั่งเล่นไพ่รัมมี่
ที่ตึกเล็กด้านหลังในบ้านคุณอา นั่นแหละ...ฉันติด เล่นไพ่รัมมีกับ
เพื่อนร่วมบ้าน **คุณอา** จนหัวปักหัวปำไปเลย
         การที่พวกเรา ติดไพ่รัมมี่กัน ในตึกเล็กด้านหลังตึกใหญ่ 
ไม่รบกวน ประชาชนในตีกหน้า  ก็ทำให้คุณอาสบายใจดีกว่าปล่อยให้
สาวๆไปเที่ยวกันกลับดึกดื่น ..หรือไปนอนค้างกับเพื่อนอพาร์ทเมนท์
อื่นนัก   เพราะท่านก็ดูแลพวกเราเสมือนลูกหลานไม่เชิง...
         วันนี้ ปรอทก็ยัง 98.5 องศ์ อยู่ยังไม่วิ่งปรูดปราดนักคะ				
คุณเศรษฐ์ ชอบทำอะไรอย่างหนึ่งคือ ทำตัวเป็นพี่ชายที่แสนดี
       เผลอไม่ได้ ต้องนั่งอบรมความประพฤติฉัน คอยเล่าเรื่องอะไรร้ายๆ
ในชีวิตผู้หญิงให้ฟัง  ซึ่งฉันก็เห็นเสียจนเบื่อไปแล้ว..เรื่องความซ่าอะไร
ของคนนั้น   ....

          ฉันยังคงเป็นพวก workaholic  บ้างานหัวปักหัวปำ  กับ บ้ารัมมี่                
        คุณเศรษฐ์ก็มักจะอบรมเรื่องติดไพ่นี่อีก 
ทั้งๆที่แทบอยากจะเอาแฟ้มงานปาหัวซะเลย 
         ก็ไม่ใช่เพราะนายมัวแต่บ้ากับผู้หญิงสองคนนั้นอยู่หรอกหรือ ..
.ฉันจึงเพี้ยนกับนายขนาดนี้....
      แต่แล้ว   คุณเศรษฐ์แต่งงานไปกับคู่หมั้นเรียบร้อย
พร้อมจะเดินทางไป อยู่ต่างประเทศกัน...
  
             หวาด มักจะควบคุมความประพฤติฉันพอๆกับคุณอา..
          และเมื่ออยู่คนเดียว กีตาร์คืออาวุธคู่ใจ มาแต่อยู่หอซีมะโด่ง 
โน่นแล้ว...รุ่นพี่ วง โฟร์ซิสเตอร์ จับมือสอนมากับมือเอง...
   
          แต่ฉันก็ยังไม่รักใครจริงจังอีกนับแต่อกหัก..
         คงสุขสำราญในหมู่เพื่อนหญิงเซียนเซียนสามสี่คนนั้น และ ก็..
.มีความประพฤติอยู่ในสายตา คุณเศรษฐ์
ผู้คอยมองด้วยความห่วงใย กังวลเสมอมา...แทบว่า เขาจะรู้ทุกอย่าง
ในชีวิตฉันทีเดียว

ทิกิ_tiki				
วันหนึ่ง แอนนี่  และ น้อง ก็ชวนฉันไปทำธุระแถววัดมกุฏฯ
เราเดินกันออกมาจากวัด ก็พบ แท็กซี่คันหนึ่ง จอดรออยู่ เราเรียก 
มาบ้านคุณอา   ในขณะที่น่าประหลาดมีผู้ชายอีกคนหนึ่งขอขึ้นรถ
มาด้วยในฐานะเพื่อนคนขับ..ไม่ทราบอยู่ดีๆก็ขี้นมาได้อย่างไร
     
       ในระหว่างทางหมอนั่นก็ ป้าย สีผึ้งให้เราดู ตรงพนักเบาะเก้าอี้
ที่เขานั่ง แล้วมันก็เกิดควันขึ้นมา
         จำได้รางๆว่ามันบอกพวกเราให้ลองยื่นมือไปให้มันทาสีผึ้ง
ให้ทั้งสามคนคนละมือ จากนั้นจะเป็นการ ขอเงินขอทอง ขอนาฬิกา
 สร้อย ฯลฯ ประดามีที่เรามีกัน...........จนถึงหน้าบ้านคุณอา
         เราสามคน ลงจากรถ โดยไม่รู้ว่า ได้หยิบเงิน นาฬิกา ฯ ลฯ  
ให้สองหมอในรถแท็กซี่ไปหมดสิ้น.....

         และวันรุ่งขึ้น ฉันก็ไปทำงานหน้าแดงก่ำ...ด้วยพิษไข้ที่สูงขึ้น
เรื่อย ๆ    ที่จริงแล้วคนที่รับฉันเข้ามาทำงาน จะเป็นเจ้านายคนดัง
ในวงการโฆษณา นั้นแหละ
.  
                   ....แพทย์ตรวจไม่พบเชื้อใดๆ....
ไม่มีร่องรอยว่าสมุหฐานของโรคอะไรมาจากไหน..

                   วันนั้น เจ้านายคนที่เหมือนพ่อ .
..คนที่สวมแว่นดำเสมอยิ้มอารมณ์ดี  ฮัมเพลงเบาๆอยู่เรื่อยก็มายืน
ข้างเตียง ดูลูกน้องคนบ้างานของเขานอนเบลอๆอยู่ในเตียง
ที่เต็มไปด้วยสายน้ำเกลือ ยาสารพัด ห้อยระโยง ระยางมา
                  *เอ้า ทิกกี้ เอาหนังสือมาให้..* 
           เจ้านายส่ง ต่วยตูน กับการ์ตูนอีกตั้งมาให้ แถมด้วย starpict 
และ หนังสือเพลงอีกสองสามเล่ม 
 
            สายตาที่นายมองมา...ปนอาการขำ..เมื่อเอ่ยว่า
           *ทิกกี้     คุณเศรษฐ์เขาไปฮันนีมูน
 แล้วก็กลับมา
หย่ากับแฟนเค้าแล้ว....*
                
      ตอนที่ฉันเห็นเจ้านายผู้ประพฤติตัวเหมือนพ่อ ...ฉันอบอุ่นใจที่สุด
    แต่เมื่อเจ้านายพูดถึง      คุณเศรษฐ์ เช่นนั้น
    ฉันมีความรู้สึก อยากให้ตัวเอง กลับไปอยู่ใน ไข้ 105 องศา
ไม่ต้องกลับมาโลกนี้อีกเลย
      นี่ฉันจะต้องฟังเรื่อง      คุณเศรษฐ์ กับคุณหนูคนไหนของเธออีกหนอ...?
                          
ทิกิ_tiki 
 
จารเมื่อ ๒๑:๑๐ นาฬิกา 
คืนพระศุกร์  ๒๘ พฤษภาคม  พุทธศักราช ๒๕๔๗				
ในวันอันวุ่นวายของ คุณเศรษฐ์ ผู้ทำตัวประหนึ่งพี่ชายที่คอย
อบรมสั่งสอนทุกฝีก้าวนั้น......ในที่สุด คุณเศรษฐ์ ก็พบรักใหม่ คนที่สาม
 ไม่เกี่ยวกับ ภรรยาผู้หย่าร้าง หรือ กับ สาวน้อยผิวคล้ำ ตาคมหัวเราะเก่ง 
ซึ่งกลับกลายมาเป็นคนดังในวงการเพลงดนตรีไปแล้วในวันนี้

          คู่ของคุณเศรษฐ์ กลายเป็น ผู้หญิงท่าทางเรียบง่าย
ใจเย็น คนที่คอยเสิร์ฟเบียร์ให้คุณเศรษฐ์ ทุกเย็น
เวลาเธอเครียดจัดกับแค่สองสาวที่เธอจะบ้าตายนั้น
         คุณนุ้ย ได้ก้าวเข้ามาปลอบโยนคุณเศรษฐ์ เป็นกำลังใจ
เป็นน้ำทิพย์ชะโลมจิตใจจนในที่สุดก็แต่งงานกันไปโล่งหัวอกไปที...

      และฉันก็ไม่ต้องรำพันถึง ๏ วันที่ขึ้น 105 องศ์  ๚ ....ด้วยความเกรงใจ
กับคนที่นั่งทำงานด้วยอีกต่อไป
เพราะฉันก็ย้ายไปทำงานที่อื่น แต่ก็ยังคงได้พบปะ คุณเศรษฐ์....บ้าง
เป็นบ้างครั้ง 
       
      ใครจะลืมท่าทุบกระจกโต๊ะจนแตกกระจายของคุณเศรษฐ์....ได้เล่า

ทิกิ_tiki				
คนเราไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าใครสักคนที่เป็น
เพื่อนฟัง เพื่อนคุย  เพื่อนคู่คิด ให้ความเห็นอกเห็นใจกัน เห็นอีก
ฝ่ายเป็นคนสำคัญ...เสมอ

         ชีวิตคนเราต้องการแค่ ใครสักคนที่เดินเคียงเราเงียบๆ 
เชื่อมั่น มั่นคง..ไว้วางใจซึ่งกันและกัน  ไร้ความโหดร้ายรุนแรง  
ต่อกัน

       ชีวิต ทุกคนต้องการคำปลอบโยน ปลอบประโลมใจ 
ซึ่งอาจหาไม่ได้ในชีวิตประจำวันที่พลุกพล่าน สับสนอลหม่าน
       ใครบางคน ต้องการมือน้อยๆเย็นๆที่คอยโอบบ่าให้ 
เช็ดน้ำตาให้
เช็ดผ้าเย็นๆให้ ....
         อาจเป็นในฝัน


(ภาพจากเดียวดาย ณ บริเทน)
แกะบนทุ่ง สก๊อตแลนด์

จารจบเมื่อ ๒๑:๓๐ นาฬิกา 
คืนพระศุกร์  ๒๘ พฤษภาคม  พุทธศักราช ๒๕๔๗
กรุงเทพฯ ประเทศไทย				
comments powered by Disqus
  • tiki

    28 พฤษภาคม 2547 17:41 น. - comment id 74431

    เนื่องด้วยลงครั้งแรก รืบลงลืมดูว่าไม่ได้ เข้าหน้าส่วนตัว ก็ขอนำมาที่นี่แทนก่อนนะคะ
  • when i fall in love

    28 พฤษภาคม 2547 23:26 น. - comment id 74437

    อิอิ ดีใจจังที่ส่งให้เราอ่านคนแรก คิกๆๆๆ
  • atm

    28 พฤษภาคม 2547 23:38 น. - comment id 74438

    ยาวมากๆค่ะ  แต่อ่านแล้วเนื้อหาดีนะคะ
  • tiki

    28 พฤษภาคม 2547 23:54 น. - comment id 74439

    อิอิ ดีใจจังที่ส่งให้เราอ่านคนแรก คิกๆๆๆ  
    
     จาก : when i fall in love  
     รหัส - วัน เวลา : 9310 - 28 พ.ค. 47 - 23:26 
    
    
    lส่งให้หลายคนแล้วค่ะ เพราะหน้านี้คนมองไม่ค่อยเห็ฯค่ะ เห็นแต่หน้ากลอนไม่เห็นเรื่องสั้นค่ะ
    
    ขอบคุณที่อ่านตะคะ
  • tiki

    28 พฤษภาคม 2547 23:55 น. - comment id 74440

    ยาวมากๆค่ะ  แต่อ่านแล้วเนื้อหาดีนะคะ  
     จาก : atm  
     รหัส - วัน เวลา : 9311 - 28 พ.ค. 47 - 23:38 
     
     
    ขอบคุณค่ะ เอทีเอ็ม เรื่องมันลิงค์กันไป ก็ต้องเขียนไปตามลิงค์มันก้าวกระโดดไม่ได้ค่ะจะเสียรายละเอียดที่ต่อเนื่องกันค่ะ
    
    ขอบคุรคมากค่ะ
    ทิกิ_tiki
  • tiki

    30 พฤษภาคม 2547 22:00 น. - comment id 74467

    คนเราไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าใครสักคนที่เป็นเพื่อนฟัง เพื่อนคุย
    เพื่อนคู่คิด ให้ความเห็นอกเห็นใจกัน เห็นอีกฝ่ายเป็นคนสำคัญ...เสมอ
    
             ชีวิตคนเราต้องการแค่ ใครสักคนที่เดินเคียงเราเงียบๆ เชื่อมัน มั่นคง
    ไว้วางใจซึ่งกันและกัน  ไร้ความโหดร้ายรุนแรง  ต่อกัน
    
              ชีวิต ทุกคนต้องการคำปลอบโยน ปลอบประโลมใจ ซึ่งอาจหาไม่ได้ในชีวิตประจำวันที่พลุกพล่าน สับสนอลหม่าน
    
                      ใครบางคน ต้องการมือน้อยๆเย็นๆที่คอยโอบบ่าให้ เช็ดน้ำตาให้
    เช็ดผ้าเย็นๆให้ ....
    
                 อาจเป็นในฝันก็ยังดี
  • เฟิร์น

    25 มิถุนายน 2547 22:37 น. - comment id 74917

    Hi! เราชื่อเฟิร์นนะ อยากเป็นเพื่อนกับเธอจ้ะ
    
  • tiki

    3 สิงหาคม 2547 13:06 น. - comment id 75819

    ค่ะ เฟิร์นเพิ่งเห็นค่ะ
  tiki

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน