23 กุมภาพันธ์ 2552 00:38 น.

ใช่พ่ายแพ้

เรไร


จงฟังสิสหายผู้พ่ายแพ้
จะเจ็บช้ำย่ำแย่สักแค่ไหน
หากต้องทนอดสูอยู่ร่ำไป
ยอมกอดเก็บเจ็บใจไว้กับตัว

หากว่ามีวิธีที่หลุดพ้น
จากมืดมนหม่นคว้างทางสลัว
ละทิ้งความเขลาขลาดและหวาดกลัว
ที่ทาบทาทับทั่วในตัวเรา

หากสหายปลูกดอกโสกบนโลกนี้
ดวงฤดีคงเปลี่ยวและเหี่ยวเฉา
หากรุ่มร้อนร่มโสก ฤ บรรเทา
ความหมองเศร้าคงสถิต ณ จิตตน

แม้นสหายยอมลำบากอยากฟูมฟัก
ต้นกล้าแห่งความรักอีกสักหน
พออาศัยชมชื่นรื่นกมล
ยามร้อนรนได้มีที่พักพิง

ลองตรองสิสหายผู้พ่ายแพ้
อาจไม่แย่ย่อยยับทุกสรรพสิ่ง
ในความทุกข์ปวดแปลบที่แอบอิง
อาจหยุดนิ่งเงียบสงบได้ทบทวน

ถึงวันที่ย่ำแย่เคยแพ้พ่าย
ทนฟูมฟายถึงคืนวันที่ผันผวน
หรือจักสร้างความฝันแสนรัญจวน
ให้อบอวลในชีวิตลองคิดดู				
9 มกราคม 2552 23:58 น.

สวัสดีปีฉลู

เรไร


สองพันห้าร้อยห้าสิบเอ็ด
ทุกคนเข็ดขยาดหวาดปีหนู
มันยั้วเยี้ยมีมากขึ้นจากรู
อาศัยอยู่ทั่วประเทศทุกเขตแดน

เมื่อต้นปีทางรัฐจัดเลือกตั้ง
ฝากความหวังหลากหลายตามป้ายแขวน
อนาคตเลิศหรูเลือกผู้แทน
กลับได้ความโกรธแค้นทั้งแผ่นดิน

จากกลุ่มคนมีพันธะเสียประโยชน์
มากล่าวโทษเรียกร้องทุกท้องถิ่น
เหมือนมีหนูคอยฟัดจ้องกัดกิน
จนสูญสิ้นเศรษฐกิจเพราะพิษการเมือง

ช่างสุดแสนเวทนาน่าตลก
เปลี่ยนนายกฯวุ่นวายเพราะหลายเรื่อง
โลกคงมองประเทศไทยว่าใช้เปลือง
คนเสื้อเหลืองเบื้องหลังหรืออย่างไร

ทั้งข้าวยากหมากแพงมาแกล้งซ้ำ
เหมือนเวรกรรมประชาชนเกินทนไหว
หวังพึ่งพารัฐบาลประเทศไทย
ช่วยก็ไขก็ขัดสนจนปัญญา

รัฐบาลการเมืองโดนเรื่องหนัก
ถูกยุบพรรคยากแท้แก้ปัญหา
นอมินีคำเสียดสีถูกตีตรา
พิพากษาถูกยุบสรุปความ

ซ้ำประเทศอเมริกาน่าอนาถ
พังพินาศเศรษฐกิจจิตครั่นคร้าม
อีกไม่น่าความทุกข์คงลุกลาม
มันจะข้ามขอบฟ้ามาถึงเรา

ยิ่งครุ่นคิดยิ่งสลดแสนหดหู่
ในปีหนูปีเดียวก็เหี่ยวเฉา
ความยากจนลำบากยากบรรเทา
ปีนี้เข้าปีฉลูมาดูกัน

สวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพที่แข็งแรง
 หัวใจที่แข็งแกร่งตอลดปี และตลอดไป
				
12 ธันวาคม 2551 01:59 น.

๏.. นิทาน..นิทรา

เรไร


๏.. มาเถิดคนดีพี่จะกล่อม
พรั่งพร้อมบรรเลงเพลงขับขาน
บอกกล่าวเรื่องราวเล่านิทาน
ณ รติกาลมืดมิดก่อนนิทรา

ฟังจากห้วงจินต์ได้ยินไหม
ลมหนาวแกว่งไกวเจ้าใบหญ้า
หรีดหริ่งเจื้อยแจ้วจำนรรจา
เป็นบทจรนาเมื่อราตรี

กาลครั้งหนึ่ง
กล่าวถึงสองคนที่ล้นปรี่
เปี่ยมด้วยความรักและภักดิ์ดี
ไม่มีทางอยู่เป็นคู่เคียง

เพราะอยู่ห่างไกลคนละฝั่ง
จึงหวังฝากลมผสมเสียง
ดุจถ้อยเพ้อพร่ำด้วยสำเนียง
ร้อยเรียงจากจิตคิดคำนึง

ฟังสิเสียงไหวของใบไม้
เคล้าคลอลมไกวฝากไปถึง
ว่าใครทนเหงาเฝ้ารำพึง
ผู้หนึ่งซึ่งมองจ้องดวงดาว

ค่ำนี้แม้นกายอาจแสนไกลห่าง
เคว้งคว้างขมขื่นในคืนหนาว
แต่ฟ้ามืดมิดยังพริบวาว
พร่างพราวเพริศแพร้วในแววตา

รายล้อมจันทร์เสี้ยวดุจเคียวโค้ง
เกี่ยวโยงสองใจให้ปรารถนา
ผูกพันฉันเธอเสมอมา
ข้ามฟ้าข้ามคืนเพื่อยืนยัน

แม้กายไกลห่างอยู่ต่างถิ่น
โผผินบินไปสู่ในฝัน
สู่โค้งคมเคียวเกี่ยวสัมพันธ์
คืนจันทร์พรายพริ้มยิ้มให้เรา
				
18 พฤศจิกายน 2551 09:17 น.

...แล้วมันจะผ่านไป

เรไร


ให้น้ำตารินรดหยดสุดท้าย
จะฟูมฟายเสียใจทำไมหนอ
ทนเจ็บช้ำลำบากมามากพอ
แค่หยุดท้อสิ่งเลวร้ายคงไม่มี

หลายเรื่องราวเหยียดหยามความรู้สึก
เพียงนิ่งนึกทบทวนให้ถ้วนถี่
เราพบคนมากมายทั้งร้ายดี
มิอาจหนีหลีกพ้นคนเกลียดชัง

ขออย่าเพียงขมขื่นเพื่อยืนอยู่
ท่ามกลางความอดสูสูญสิ้นหวัง
มองผู้อื่นเห็นความดีอย่างจีรัง
มองผิดพลั้งพลาดเผลอเสมอตน

แลเห็นโลกน่ามองผ่องพิสุทธิ์
เห็นมนุษย์เทียมทันกันสักหน
ถึงแม้นว่าบางใครร้ายเล่ห์กล
อย่าร้อนรนหวั่นจิตคิดไปเอง

ไม่มีใครตอกย้ำทำให้เจ็บ
เท่ากอดเก็บว่าช้ำตรมถูกข่มเหง
เพียงความดียึดมั่นอย่าหวั่นเกรง
จักเผยเองร้ายดีอยู่ที่ใจ

ให้น้ำตาจางหายกับสายฝน
คงผ่านพ้นเศร้าสลดพบสดใส
พอวสันต์ฤดูกาลผันผ่านไป
เริ่มต้นใหม่สร้างหวังอีกครั้งคราว


หากเราใช้สองตาแลผู้อื่น อย่างมนุษย์เสมอตน
แลเห็นความเลวร้ายของตนเอง ว่ามิได้น้อยไปกว่าผู้อื่น
สังคมและโลก คงไม่วุ่นวายอย่างนี้				
10 ตุลาคม 2551 22:03 น.

๏.. สิทธิ์ ฤ หน้าที่

เรไร


วันที่เคยปลาบปลื้มลืมแล้วหรือ
แดนนี้คือแผ่นดินถิ่นสยาม
ที่ทั่วโลกเลื่องลือระบือนาม
กล่าวถึงความมีน้ำใจมิตรไมตรี

หน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยแย้มยิ้ม
ดุจภาพพิมพ์ให้ประจักษ์เป็นศักดิ์ศรี
เมืองที่คนพร้อมพักตร์สามัคคี
แต่วันนี้กลับกลายสูญหายไป

อุดมการณ์ความคิดเริ่มผิดแผก
เริ่มแบ่งแยกสองข้างเลือกข้างไหน
จึงแบ่งพวกแบ่งพ้องพี่น้องไทย
สิ้นน้ำใจเคยชอบมอบแก่กัน

ทั้งสองฝ่ายแตกต่างเพราะอ้างสิทธิ์
ทางความคิดว่าชอบธรรมจะห้ำหั่น
จับอาวุธแล้วประกาศเข้าฟาดฟัน
โหมประจัญให้ตายวายชีวา

ถึงวันนี้น่าสลดแสนหดหู่
ยังไม่รู้ประชาธิปไตยที่ใฝ่หา
ต้องกี่หยดเลือดกระเด็นเซ่นบูชา
หรือเข่นฆ่าจึงจะสมอุดมการณ์

หากลองเลิกบาดหมางเพราะอ้างสิทธิ์
หยุดความคิดจ้องขจัดประหัตประหาร
แล้วนึกถึงพระราชดำรัสที่พระราชทาน
ใช้วิจารณญาณว่าเรามีหน้าที่อะไร
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงเรไร