24 สิงหาคม 2550 12:09 น.

ส่งรายงาน

ใบคา

รายงานชิ้นสุดท้าย ในสัปดาห์สุดท้าย เทอมสุดท้ายของปี 4 หากงานชิ้นนี้ได้รับยินยอมให้ผ่านจากอาจารย์ผู้สอน ก็เท่ากับยืนยันว่าเขาสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษา เป็นปัญญาชนสมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน แต่ยังก่อน งานของเขายังไม่ผ่าน ส่งมาหลายหนแล้ว แต่ก็ยังต้องเอากลับไปแก้เท่าจำนวนครั้งที่ส่งมาอยู่ร่ำไป เขามั่นใจว่าวันนี้รายงานชิ้นสุดท้ายนี้จะต้องเป็นการส่งครั้งสุดท้ายด้วยเช่นกัน และคำพูดของอาจารย์ก็ช่วยกระชับความเชื่อมั่นให้แน่นยิ่งขึ้นอีกด้วย ถึงแม้จะพูดแบบระอาก็ตาม

	ปิดเทอม 2 ของภาคเรียนอะไรๆ ก็ดูโหรงเหรงเงียบเหงาไปหมด นักศึกษาหลายรายกลับภูมิลำเนาของตนเอง ยังเหลือก็แต่พวกที่เผชิญชะตากรรมเดียวกันกับเขาเท่านั้น ผู้ใหญ่วัยทำงานบางคนก็เก็บกระเป๋าพักผ่อนช่วงสงกรานต์ไปเรียบร้อยแล้ว  รถที่แน่นเมืองก็ดูบางตาไปพอสมควร แม้อยากจะกลับไปเฮฮาในช่วงปิดภาค รวมทั้งงานวันสาดน้ำด้วย แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะงานยังคงค้างอยู่

	เขาลงรถเมล์ป้ายหน้าปากซอยของศูนย์การศึกษาอย่างที่เคยทำ นักศึกษาที่ลงป้ายเดียวกันแทบนับจำนวนได้ ไม่เยอะเหมือนตอนเปิดเรียน มีนักเรียนอาชีวะจากโรงเรียนเทคนิคเยื้องๆ ศูนย์การศึกษาของเขา 2  3 คนเดินตามหลังมา ไม่หรอกพวกเขาไม่ได้มารถเมล์คันเดียวกัน แต่บังเอิญว่าเดินมาถึงป้ายพร้อมกับที่เขาลงนั่นเอง ภายในซอยเล็กๆ นี้มีสถานศึกษาคอยรับหน้าที่ป้อนความรู้ให้กับสมาชิกของตนอยู่ถึง 2 แห่ง นั่นคือมหาวิทยาลัยของเขา เดิมนั้นมีพื้นที่จำกัดจำเขี่ยอยู่แล้ว แต่ยังโหมรับลูกศิษย์เพิ่มเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อหวังเงินค่าเทอมสร้างชื่อเสียงให้กับตัวสถาบัน ไม่ใช่เพื่อพัฒนาความรู้เด็ก แต่เอาไปสร้างเครื่องมือการสอนที่ทันสมัย อย่างที่มหาวิทยาลัยใดๆ ในไทยไม่สามารถหามาได้ ด้วยเครื่องมือราคาแพงนี้เองแม้แต่นักศึกษาก็ไม่สามารถแตะต้องได้ อ้างว่ากลัวเครื่องจะพัง ได้แต่มองเหมือนหมาอยากกินปลากระป๋อง เมื่อมีข่าวแพร่ออกไปว่าที่นี่ทันสมัยติดอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ลูกศิษย์ลูกหาจึงมากมี (เมื่อรู้สึกตัวก็สายไปแล้ว) จนสถาบันแม่ไม่อาจรองรับนักศึกษาได้ จึงต้องเปิดศูนย์การศึกษาแยกไปตามจุดต่างๆ ทั่วเมือง ตามแต่สาขาวิชา ส่วนศูนย์ใหญ่นั้นเอาไว้เป็นเหมือนหอกระจายข่าวเท่านั้นเอง 

	ส่วนที่อยู่เยื้องไปอีกหน่อยคือวิทยาลัยเทคนิคซึ่งอยู่มานานแล้ว แรกๆ ที่เหล่านักศึกษามหาวิทยาลัยเข้ามาอาศัยซอยเดียวกับเด็กช่างนั้นมักเกิดปัญหาบ่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะโดนเด็กเทคนิคเจ้าถิ่นรังแก จนอาจารย์ทั้งสองสถาบันต้องร่วมมือจัดกิจกรรมให้ปรองดองกันทุกปี หลังๆ ดูเหมือนจะรักกันดียิ่งขึ้น เป็นเหมือนพี่เหมือนน้องเข้าทุกวัน แต่ก็อย่าเผลอไปทำให้น้องโกรธ เพราะน้องๆ เทคนิคแม้เหมือนจะเยาว์กว่าในด้านคุณวุฒิ แต่วัยวุฒิและประสบการณ์ที่กร้านโลกนั้นเทียบกันแทบไม่ติด  ส่วนความห้าวไม่ต้องเอ่ยถึง

	ครั้งหนึ่งเขาเสร็จธุระกับอาจารย์ก็ปาเข้าไปทุ่มกว่า อาจารย์มีรถกกลับบ้านส่วนเขามีสองเท้าก้าวเดิน อันตรายจึงถามหาเขาเพียงผู้เดียว ยังไม่ถึงป้ายรถเมล์ดีน้องๆ ร่วมซอยก็เดินออกมาล้อมหน้าล้อมหลัง สปาร์ต้า เล่มยาวส่องประกายวิบวับในความสลัว หนึ่งในนั้นตวาดกร้าวว่า มึงเรียนที่ไหน เขาอ้ำอึ้งอยู่นานเพราะตกใจ จนนักเลงน้อยต้องย้ำอีกทีซึ่งดังกว่าเดิม คำตอบจึงหลุดออกจากปากเหมือนโดนตบหลังอย่างแรง เสียงดังฟังชัดว่า ... (ชื่อมหาวิทยาลัยของเขา) เท่านั้นเองจากหน้ายักษ์กลายเป็นยิ้มทักทันทีพร้อมกับสำทับว่า โธ่ ซอยเดียวกัน ไปๆ รีบไปเดี๋ยวโดนลูกหลง รอดไป

	เสียงปืนดัง เปรี้ยง! ร่างหนึ่งร่วงลงพื้นดัง ตึก! มอเตอร์ไซค์ที่ชะลอกลับเร่งเครื่องเสียงดัง ตะบึงออกไปด้วยความเร็ว แม้แต่ตำรวจที่ยืนอยู่หน้าป้อมอีกฟากถนนยังยืนงงทำอะไรไม่ถูก เขาหันไปมองร่างที่นอนจมกองเลือด เห็นเด็กอาชีวะกลุ่มนั้นมุงดูศพกันอย่างสนใจ ทำให้วิสัยทัศน์การมองของเขาตกไป ไม่สามารถเห็นหน้าคนที่ถูกยิงได้ถนัด เขาคิดว่าไม่ควรที่จะเข้าไปแส่กับเรื่องอย่างนี้ สิ่งที่ควรทำคือการรีบเอางานไปส่งอาจารย์ดีกว่า มันคงเป็นการล้างแค้นกันไปมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดของเหล่าวัยช่างเลือดร้อนเท่านั้นเอง ขืนเข้าไปเสนอหน้าอาจโดนไล่ตะเพิดออกมาเหมือนดั่งคราวนั้น วันครบรอบสถาปนาวิทยาลัยเทคนิคของพวกเขา นักเรียนช่างคนหนึ่งเดินอุ้มลังเบียร์ที่หนักอึ้งไปด้วยขวดเบียร์เดินตรงดิ่งมาทางเขา คิดว่าน่าจะถูกพวกรุ่นพี่ใช้ให้ไปซื้อ ด้วยเห็นว่ารูปร่างแบบบางนั้นไม่น่าจะนำน้ำเมาไปได้ถึงฝั่ง เขาจึงเสนอเข้าช่วย แต่กลับถูกตะคอกกลับไปว่า เสือก
	
	ห้องพักอาจารย์ไม่มีคนอยู่ แต่ประตูไม่ได้ล็อก เขาเดินเข้าไปสำรวจดูข้างใน ปรากฏว่ามีงานของเพื่อนบางคนวางหราอยู่บนโต๊ะของอาจารย์แล้ว ลองสังเกตดูดีๆ ก็พบว่าบางเล่มมีลายเซ็นของอาจารย์กำกับอยู่ด้วย เล่มนั้นคงผ่านแล้ว ส่วนบางเล่มไร้ร่องรอยการขีดข่วนใดๆ ทั้งสิ้น เขาคิดว่าคงมีคนมาส่งงานก่อนหน้าแล้วแต่อาจารย์ไม่อยู่ประจำที่โต๊ะจึงวางงานเอาไว้ เขาไม่เสี่ยงที่จะวางเอาไว้เฉยๆ โดยที่ไม่มีใครรับรู้ เพราะเคยทำแล้วมันหายไปไม่มีใครช่วยได้เลยนอกจากตัวเองนั่นคือทำใหม่ เขาตกลงใจออกไปนั่งคอยหน้าห้องจนกว่าอาจารย์จะกลับมา หรือจนกว่าตัวเองคอยไม่ไหวกลับไปแล้วมาใหม่ในวันรุ่งขึ้น ขณะที่นั่งคอยอยู่นั้นในใจก็คิดแต่เรื่องศพศพนั้นว่าเป็นใครหนอ ใจหนึ่งอยากออกไปดู แต่ใจหนึ่งก็รั้งเอาไว้ ความจริงแล้วถึงจะออกไปดูก็ใช่ว่าทุกอย่างจะเป็นอย่างเมื่อเริ่มแรก ตำรวจอาจจะมามากแล้ว นักข่าวเอย กลุ่มวัยรุ่นเอย ถ้าเขาเข้าไปเสนอหน้า กลุ่มอาชีวะกลุ่มนั้นอาจจะจำเขาได้ ตำรวจอาจจะเรียกเขาไปสอบปากคำ ถามถึงตัวมือปืน แล้วเขาจะตอบอย่างไรในเมื่อตอนนั้นไม่เห็นอะไรเลยนอกจากสมุดรายงานที่ตัวเองเดินไปก้มมองไป

	เขากลับมาถึงห้องด้วยท่าทางเหนื่อยล้า เพราะรุ่งขึ้นต้องกลับไปส่งงานอีกครั้ง คิดไปต่างๆ นาๆ การอยู่คนเดียวยิ่งทำให้ฟุ้งซ่านจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ถ้าตอนนี้ไม่ใช่ช่วงปิดเทอมเพื่อนต่างสถาบันที่มาจากบ้านนอกคอกเดียวกันคงพอจะสร้างความบันเทิงได้บ้าง 

	เขาลงรถเมล์ป้ายเดิม คราวนี้รู้สึกแปลกสิ่งนี้หรือเปล่านะ ที่เรียกว่า DEJAVU - เขาคิด เหมือนว่าเหตุการณ์เคยผ่านมาแล้ว แต่เมื่อไหร่ล่ะ เขาคิดไม่ออกสักที เบื้องหลังมีเด็กอาชีวะ 2  3 คนเดินตามหลังมา เพื่อนร่วมสถาบันเดียวกับเขาอีกจำนวนหนึ่งซึ่งน้อยกว่าสมัยเปิดเทอมหลายเท่าตัว เหมือนเคยเกิดขึ้นแล้วแต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก วันนี้เขาไม่ได้ก้มหน้ามองรายงานถ่ายเดียวแต่มองกลับหน้ากลับหลังไปมา ในใจครุ่นคิด เห็นวัยรุ่นคนหนึ่งขับมอเตอร์ไซค์มาสองคนชะลอลงเมื่อใกล้ถึงเขา คนที่ซ้อนท้ายชักปืนลูกซองสั้นออกมา เขามองเห็นหน้าคนทั้งสองบนรถคันนั้นอย่างชัดเจน แล้วเสียงกัมปนาทของกระสุนปืนก็ดังสนั่นหวั่นไหว เอาอีกแล้วเขาร้องในใจ ให้ตายเหอะจะยิงกันทุกวันเลยหรือนี่ - เขาคิด ร่างชายคนหนึ่งร่วงลงทันที เขาหันกลับไปมองตามเสียง ตึง! และภาพในตารางๆ เนื่องจากว่าเห็นจากหางตา เป็นเด็กเทคนิคกลุ่มนั้นมุงดูศพอย่างจดจ่อ จนทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นได้ถนัดถนี่ อีกอย่างเขาก็ไม่อยากยุ่งกับเรื่องพรรค์นั้น จึงไม่สนใจ ตอนนี้เขาสนใจเพียงอย่างเดียวคือส่งงานที่ถืออยู่ในมือ ขืนยืนอยู่ต่อเขาต้องกลายเป็นพยานแน่เลย เพราะวันนี้เขาเห็นหน้าคนร้ายชัดเจน ว่าแล้วก็รีบเดินเพื่อไปส่งงาน ยังไงก็ขอให้ได้ส่งงานก่อนก็แล้วกัน

	เปิดประตูพรวดเข้าไป อาจารย์ไม่อยู่อีกแล้ว หรือว่าอาจารย์ได้ยินเสียงปืนจึงรีบออกไปดู แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมไม่เดินสวนทางกับเขา อาจารย์น่าจะรู้บ้างว่าอาทิตย์นี้เป็นเส้นตายที่นักศึกษาที่เหลือต้องส่งงานให้หมดแล้วแกไปไหนหนอ  เขาคิด ไม่ทันที่จะเอ่ยปากถามอาจารย์ที่นั่งอยู่ 2 ท่าน พวกแกก็รีบเดินออกไปจากห้องเสียแล้ว ท่าทางเหมือนเร่งรีบจะไปไหน หรือว่ามีธุระด่วน หรือว่าไปดูตามเสียงปืน มันก็น่าสนใจเหมือนกันเพราะ 2 วันติดกันเลยนี่

	วันนี้เขากลับมาห้องเช่าด้วยอาการเดิม รุ่งเช้าเข้าไปส่งงานอีกครั้ง ทุกอย่างดูเหมือนจะเหมือนเดิมไปหมด ภาพนักเรียนเทคนิค 2  3 คนเดินตามหลัง เขาเริ่มสงสัยลังเล ไม่ยอมเดินแต่หยุดอยู่ที่เดิม วัยรุ่นสองคนชะลอมอเตอร์ไซค์เข้ามาใกล้และสิ่งที่เห็นก็คือ คนซ้อนท้ายดึงลูกซองสั้นออกมาจากข้างตัวด้วยขวาด้วยมือซ้าย แสงสีส้มเป็นประกายตรงปากกระบอก มอเตอร์ไซค์คันนั้นท้ายสะบั้นเล็กน้อย คนยิงกอดคนขับไว้แน่นด้วยมือขวา สิ้นเสียง เปรี้ยง! รถคันนั้นตะบึงเร่งเครื่องออกไปอย่างเร็ว เขาเห็นเหมือนรถจะยกล้อเล็กน้อย อีกแล้ว  เขาคิด หนนี้เป็นไงเป็นกันไหนๆ มาสองวันงานก็ไม่ได้ส่งสักที ขอดูให้เห็นชัดๆ ขอเป็นส่วนร่วมหน่อยก็ดี เขาถามกลุ่มคนที่มุงดูศพ แต่ไม่มีใครตอบ ใจเขาเต้นระรัวกลัวจะโดนด่ากลับมาว่าเสือก เขาชะโงกดูศพ ใบหน้าเละมองไม่ออกว่าเป็นใคร มือปืนแม่นน่าดูยิงเข้าใบหน้าเต็มๆ กระสุนลูกปลายที่เข้าไปนั้นยังคงไม่ทันบานออก จึงเข้าไปทั้งกระจุก น่าสยดสยอง ไม่นานตำรวจก็เข้ามา รถร่วมกตัญญูมาเก็บศพอย่างว่องไว ไม่มีใครสนใจเขา เพราะเขายืนมองอยู่ห่างๆ เนื่องจากรู้สึกพะอืดพะอมกับภาพที่เห็น

	วันนี้อาจารย์อยู่ประจำโต๊ะ ยืนพิงโต๊ะเฉยหันมองมาทางอาจารย์ทั้งสองท่านที่รีบเดินออกไปก่อนเมื่อวานนี้ เขาเปิดประตูเดินเข้าไปกำลังจะยกมือสวัสดี อาจารย์หนึ่งในสองคนเมื่อวานนี้ก็เอ่ยขึ้นลอยๆ ว่า พี่สมคิด คนที่เรียกหันกลับไปมองที่หน้าประตูทำหน้าตื่น มือกอดอกแน่นเหมือนหนาว ปากเริ่มสั่นเล็กๆ ผมว่าเขาต้องมาส่งงานแน่เลย เมื่อวานก็อย่างนี้เลยนะพี่ ผมกับอาจารย์สมปองนั่งคุยกันอยู่ดีๆ จู่ๆ ประตูก็เปิดเอง ลมวูบเสียวสันหลังเหมือนเมื่อกี้เลยพี่ ผมว่าพี่ไปขอสมุดรายงานคืนจากโรงพักมาให้คะแนนเขาก่อนดีกว่านะพี่ มาวางไว้บนโต๊ะเดี๋ยวเขามาเห็นว่างานตรวจแล้วจะได้สบายใจ ไม่ต้องมาอีก นี่ถ้าพี่ไม่อยู่ด้วยผมสองคนเผ่นแล้ว อาจารย์สมคิดไม่ตอบอะไรได้แต่ยืนนิ่ง

	เอกประวัติ เธอไม่ต้องมาส่งงานแล้วนะผมให้คุณผ่านแล้ว อ.สมคิดพูดลอยๆ น้ำเสียงสั่นเล็กๆ แม้จะพยายามข่มเสียงเท่าไหร่ก็ไม่อาจซ่อนมันไว้ได้

	เขานิ่งงงไม่รู้ว่าทั้งหมดพูดอะไรกัน แล้วทำไมอยู่ๆ อาจารย์สมคิดก็มาบอกว่างานของเขาผ่านแล้ว ทั้งๆ ที่งานยังคาอยู่ในมือของเขาอยู่เลย 

	มือทั้งสองยังคงประสานคาอยู่ระหว่างหน้าท้อง เขาควรจะสวัสดีก่อน หรือว่าจะทำอะไรก่อนดี เขารู้สึกสับสนไปหมด

************************************************				
Lovers  0 คน เลิฟใบคา
Lovings  ใบคา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟใบคา
Lovings  ใบคา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟใบคา
Lovings  ใบคา เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงใบคา