9 ตุลาคม 2548 21:28 น.

::คนขับขลุ่ย ทุย และทุ่งหลัว::

ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์


1.   ฟ้าหลัวจริงหนาราตรีเหงา
      เดือนพอแลเงาในคืนหงาย
      ดาวหรุบราวเร้นเคยเห็นราย
      คืนนี้เปลี่ยวร้ายอารมณ์เรียม

2.   หยิบขลุ่ยมาค่อยขึ้นเพลงคุ้น
       กลิ่นควันกรุ่นกรุ่นฟืนไม้เลี่ยม
       หอมตะไคร้ไล่ยุงยามไหม้เกรียม
       ฟังสิทุยข้าเตรียมเพลงของเรา
       
        ...

        โอ้..คืนเดือนฉาย

        ฟ้าพรายไม่พราวราวเก่า

         ปลายฝนทนอยู่

         ไร้คู่กี่ปีฤาเฮา

         หนาวมาข้าเศร้า

          เงาเหงามันเร้ารุมใจ

          ...
          

3.      ฟ้าหลัวจริงหนาคราสิ้นฝน
          มัวมนหม่นหมองแม้มองไหน
          แมลงแห่งค่ำคืนสะอื้นไกล
          เสียงตัดพ้อของเรไรเรียมได้ยิน

4.       ขับขลุ่ยด้นเดาเอาเพลงใด
           จึงจะพอปลอบใจอันใครหมิ่น
           เถิดทุยแม้นว่าน้ำตาริน
           คงจะชินสักหนาวคลายร้าวล้า

5.        ลาขลุ่ยลงคำลำนำหงอย
           คืนนี้ใครคอยใครคืนหา
           ก่อนดึกก่อนน้ำค้างพร่างหญ้าคา
           เพลงขลุ่ยของคนล้า ก็ลาลง
ฯ
             
            
     				
9 ตุลาคม 2548 05:05 น.

::รอย::

ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์



          ก็จริงล่ะ  เราต่างมาแล้วก็ไป
          แต่เราเหลือรอยใดอยู่ในโลก

          เกิดมาขี้ปี้เพียงเท่านั้น
          ฤาเพื่อร่วมสรรค์สลายโศก
          
          กอบโกยแก่งแย่งบ่แบ่งใคร
          แสวงศักดิ์ช่วงใช้สับโขก

          ซ่องสุมกำลังมุ่งทำลาย
          เล่ห์ร้ายเลือดซิบวิปโยค

          หลากรอยหื่นคาวคลั่งบ้า
          ทบช้ำแก่ร่องตาบักโกรก

          ฤาเราก่อรอยศรัทธา
          ล้างรอยอันชื่อว่าโสโครก

          ฤาเราเพียงมาแล้วก็ไป
          บ่สรรค์สิ่งดีใด ให้โลก

				
8 ตุลาคม 2548 05:40 น.

::ตุ๊กตาไล่ฝน::

ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์


1.  ถามหมอกรุ่งหนาวคราวปลายฝน
     เพื่อนหนึ่งคนของฉันนั้นไปไหน
     อยากทวนถ้อยทักถามยามเหงาใจ
     เธออยู่ดีฉันใดในคืนวัน

2.  ฝนปลายฝนหนาวเหลือชวนเบื่อฝน
     นี่ก็ตกเสียจนคนเสียขวัญ
     หลากไปทั่วท่วมข้าวปลาสารพัน
     พายุฝนโหมกระชั้นบ่คลายเค้า

3.  นี่จะมาอีกระรอกอีกลูกแล้ว
     เพียงข่าวแว่วเรียมสดับแล้วอับเฉา
     อุทกโถมท่วมนาเหมือนฆ่าเรา
     ปลายฝนเศร้าเซซังชังฝนฟ้า

4.  บอกหมอกรุ่งหนาวคราวปลายฝน
     หนึ่งคนหนึ่งนามเรียมถามหา
     เพื่อนเอยไปอยู่ไหนเสียไกลตา
     หรืออยากลาไล่ฝนลืมคนคอย

5.   คิดถึงตุ๊กตาไล่ฝนครับ

     
     				
7 ตุลาคม 2548 00:15 น.

::เดือนตุลา อาดูร::

ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์



1.  ประชาธิปไตย  บ่ได้หล่นมาเอง
     ประชาธิปไตย  บ่ใช่เพลงแต่งขึ้นใหม่
     แลกมาด้วยเลือดมวลชนไทย
     ในท่ามกลางกลปากกระบอกปืน

2.  เผด็จการเกลียดชังประชาธิปไตย
     และกำลังจำเริญสมัยในชื่ออื่น
     บัดนี้เร่งครอบงำทุกค่ำคืน
     ประชาชนกล้ำกลืนโดยทั่วกัน

3.  เพียรปิดหูปิดตาประชาชน
     ฉ้อฉลราษฎร์หลวงหลายช่วงชั้น
     อธิปไตยแห่งชนปัจจุบัน
     เหลือเพียงรูปปั้นในพานปูน

4.  รำลึกเดือนตุลาน้ำตาหลั่ง
      ประชาธิปไตยยังฤาสิ้นสูญ
      ยลธนาธิปไตยใหญ่บริบูรณ์
      อาดูรเดือนตุลาน้ำตานอง

ฯ

     
     				
5 ตุลาคม 2548 20:13 น.

::เพราะรัก::

ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์



1.  ผมหัดเล่นกีตาร์จนนิ้วบวม
     ผมหัดร้องเพลงจนคอเจ็บ
     ผมหัดเขียนกลอนจนนอนละเมอรำพัน
     
2.   ผมอยากเล่นเพลงให้ฟัง
      ผมอยากร้องเพลงกล่อมขวัญ
      ผมอยากเขียนลำนำเนียนเหมือนจันทร์

      เพื่อกำนัลแด่เธอ

3.    เพราะผมอยากให้รู้ว่ารัก
       เพราะอยากให้รู้จักว่ามีใจ
       เพราะคาดหวังร่วมฝันใฝ่

       อยากให้รู้ว่าดวงใจผมคือเธอ

--------------------------

       นึกถึงอารมณ์ตอนนั้นครับ ตอนยังหนุ่ม

        ที่เขียนบทนี้ ก็เพราะอ่านงานของคุณน้ำแข็งไส บทที่ชื่อ ร้องเพลงรักนะครับ


				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์
Lovings  ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์
Lovings  ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์ เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์
Lovings  ก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงก่อพงษ์ พงษพรชาญวิชช์