นิทานก่อนนอน : มอมแมม (The Story Of Cinderella) ตอนจบ

Prayad

ต่อมาในวันที่สาม เมื่อพ่อของเธอ แม่เลี้ยงและพี่สาวต่างก็ออกจากบ้านไปหมดแล้ว  มอมแมมก็ตรงไปยังหลุม
ฝังศพของแม่เธออีกครั้งหนึ่งและเอ่ยขึ้นอีกว่า
“โอ…ต้นไม้น้อย ค่อยไหวใบสั่นซู่
โปรดร่วงพลูเงินทองผุดผ่องใส
ประดับกายเรืองรองผ่องอำไพ
งามวิไลดุจนางฟ้าโสภาพรรณ”
เหตุนั้นนกก็นำเสื้อผ้าอาภรณ์มาส่งให้อีก เป็นชุดที่มีความสวยงาม หรูหรา อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน พร้อม
กับรองเท้าทองคำหนึ่งคู่  เมื่อเธอไปถึงในงานด้วยชุดนั้น  ผู้คนทั้งหมดในงานเลี้ยงก็ต้องตกตะลึงกับความสวย
สดงดงามของเธอ  เจ้าชายก็เต้นรำกับเธอแต่เพียงลำพังโดยไม่สนใจหญิงสาวคนอื่นเลย  แม้มีชายหนุ่มมาขอ
เต้นรำกับเธอ  เจ้าชายก็จะตรัสว่า
“เธอเป็นคู่ของฉัน”
ครั้นถึงเวลาพลบค่ำ  มอมแมมก็จะกลับบ้าน ยังไม่ทันที่เจ้าชายจะตามไปส่ง  เธอก็รีบวิ่งผ่านเลยไปอย่างรวด
เร็วจนเจ้าชายไม่อาจจะติดตามเธอได้ทัน  อย่างไรก็ตามครั้งนี้เจ้าชายได้วางแผนไว้แล้วล่วงหน้าโดยการราด
ยางไม้เหนียวๆไว้ระหว่างทางเดินที่เธอรีบหนีไป  เป็นเหตุให้รองเท้าข้างหนึ่งของเธอหลุดและติดคาอยู่ที่ยาง
ไม้นั้น  เมื่อเจ้าชายมาถึงจึงหยิบรองเท้าข้างนั้นขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นรองเท้าทองคำที่มีรูปทรงเรียวและเล็กมาก
ในเช้าวันรุ่งขึ้นเจ้าชายจึงเดินทางไปพบพ่อของมอมแมมและบอกกับเขาว่า บัดนี้หาได้มีใครเหมาะสมที่จะเป็น
เจ้าสาวไม่  เว้นแต่หญิงสาวที่มีเท้าสามารถสวมเข้ากับรองเท้าทองคำนี้ได้พอดี   พี่สาวทั้งสองของเธอได้ยิน
เช่นนั้นก็พากันดีอกดีใจเป็นอย่างยิ่งเพราะว่าเขาทั้งสองต่างก็มีเท้าที่ดูสวยงาม   พี่สาวคนโตจึงเข้าไปในห้อง
ของเธอแล้วก็ลองสวมใส่รองเท้าทองคำนั้นในขณะที่แม่ของเธอก็ยืนดูอยู่ข้างๆ  แต่เธอก็ไม่สามารถสวมใส่ได้
เพราะนิ้วเท้าของเธอใหญ่เกินกว่าที่จะบังคับให้เข้าไปในรองเท้าเล็กๆได้  แม่ของเธอจึงยื่นมีดให้แล้วบอก
ว่า
“ตัดนิ้วเท้าของเธอออกเสีย เพราะเมื่อได้เป็นพระราชินีแล้วเธอก็ไม่มีความจำเป็นต้องเดินด้วยเท้า”  
ดังนั้นเธอจึงใช้มีดตัดนิ้วเท้าตัวเองออกเสีย แล้วก็พยายามยัดเยียดให้เท้าเข้าไปในรองเท้าเล็กๆนั่นจนได้  
แม้ว่าจะเจ็บปวดจากบาดแผลเพียงใด เธอก็ฝืนทำใบหน้าให้เป็นปกติ แล้วก็ออกไปพบเจ้าชาย   เหตุนั้นเจ้า
ชายจึงรับเธอขึ้นขี่หลังม้าไปด้วยเพราะถือว่าเป็นเจ้าสาวแล้ว  พร้อมกันนั้นก็ควบม้าเดินทางกลับไปยังปราสาท
ในระหว่างทางก็จะต้องผ่านหลุมฝังศพ  ณ ที่นั่นมีนกพิราบสองตัวจับอยู่บนต้นไม้และพากันร้องทักขึ้นว่า
“นั่นไง!  จะไปกันหมด
เลือดแดงสดรดรองเท้า
เล็กไปไม่ใช่เบา
เจ้าสาวเล่า  ไม่ใช่เลย”
เจ้าชายได้ยินเช่นนั้นก็ก้มลงมอง ที่รองเท้าของเธอ และเห็นเลือดไหลอาบออกมาเป็นทาง จึงรีบควบม้ากลับ 
แล้วนำเธอไปส่งคืนที่บ้านกับทั้งบอกว่าเธอไม่ใช่เจ้าสาวและขอให้น้องสาวของเธอได้ลองสวมรองเท้านั้นดูบ้าง
 พี่สาวของมอมแมมคนที่สองจึงเข้าไปในห้องของเธอและลองสวมรองเท้าดูก็ปรากฏว่า เธอสามารถสอดนิ้ว
เท้าทั้งหมดเข้าไปได้อย่างสบายแต่ส้นเท้าของเธอกลับใหญ่เกินกว่าที่จะสวมมันได้  แม่ของเธอจึงยื่นมีดให้และ
บอกว่า
“ตัดส้นเท้าของเธอบางส่วนออกเสีย  เพราะเมื่อได้เป็นพระราชินีแล้วเธอก็ไม่มีความจำเป็นต้องเดินด้วย
เท้า”
เธอจึงเฉือนส้นเท้าบางส่วนของตนเองออกเสีย แล้วก็ใช้แรงดันบีบบังคับเท้าให้สวมรองเท้าจนได้  แม้ว่าจะรู้
สึกเจ็บปวดจากบาดแผลเพียงใด แต่ก็ทนฝืนทำใบหน้าเป็นปกติ แล้วเดินออกไปพบเจ้าชาย  และด้วยสำคัญว่า
เป็นเจ้าสาว  เจ้าชายก็รับเธอขึ้นขี่หลังม้าแล้วก็ควบออกไป  ครั้นผ่านมาที่หลุมฝังศพอีกครั้งหนึ่ง นกพิราบสอง
ตัวที่อยู่บนต้นไม้ก็พากันร้องทักอีกว่า
“นั่นไง! จะไปกันหมด
เลือดแดงสดรดรองเท้า
เล็กไปไม่ใช่เบา
เจ้าสาวเล่า  ไม่ใช่เลย”
เจ้าชายได้ยินเช่นนั้น ก็ก้มลงมองที่เท้าของเธอ และเห็นเลือดไหลอาบออกมาจากรองเท้า จนถุงน่องสีขาว
เปรอะเปื้อนไปด้วยสีแดงของเลือด  เจ้าชายจึงชักม้าหวนกลับ แล้วนำเธอมาส่งที่บ้านพร้อมกับตรัสว่า
“คนนี้ก็ไม่ใช่เจ้าสาว”  แล้วเจ้าชายก็ถามต่ออีกว่า
“ท่านไม่มีลูกสาวเหลืออีกแล้วแน่นะ”
“ก็ไม่เชิง” พ่อของเธอกล่าวขึ้น 
“ภรรยาเก่าของฉันผู้ล่วงลับไปแล้ว  คงทิ้งไว้แต่ลูกสาวคนเล็กที่สกปรกมอมแมม จนพวกเราพากันเรียกเธอ
ว่า มอมแมม  เป็นไปไม่ได้แน่ที่เธอจะเป็นเจ้าสาว”  
แต่พระราชโอรสก็ได้ยืนกรานที่จะให้นำมอมแมมออกมาพบ  แม่เลี้ยงของเธอจึงรีบพูดขึ้นว่า
“โอ…ไม่ได้หรอกเพคะ  เธอสกปรกเกินกว่าที่จะให้ใครๆได้พบเห็น”
อย่างไรก็ตามเจ้าชายก็ยังยืนยันในความประสงค์ที่จะให้แม่เลี้ยงไปนำตัวมอมแมมออกมาพบ  จนในที่สุดเธอ
ก็ได้ออกมาปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าชาย
มอมแมมได้ล้างหน้าล้างตา และชำระมือไม้ให้สะอาดหมดจดเป็นอย่างดี  ก่อนที่เธอจะเข้าไปถวายความเคารพ
ต่อเจ้าชาย  ครั้นเห็นเธอ เจ้าชายก็ยื่นรองเท้าทองคำให้  เธอจึงเดินไปนั่งลงที่ตั่งแล้วก็สอดเท้าเข้าไปสวมใส่
รองเท้าทองคำนั่น  ซึ่งก็ปรากฏว่าเหมาะสมกับเท้าของเธอพอดีอย่างไม่มีที่ติ  พอเธอยืนขึ้น เจ้าชายก็จ้องมอง
ไปที่ใบหน้าของเธอ  พลันเจ้าชายก็จดจำได้ถึงความสวยงามของหญิงสาวผู้เคยเป็นคู่เต้นรำในงานเลี้ยง  จนถึง
กับเอ่ยพระโอษฐ์ว่า
“ใช่แล้ว คนนี้คือเจ้าสาวอันแท้จริง!”
แม่เลี้ยงและพี่สาวทั้งสองของเธอต่างก็ประหลาดใจและตกใจแทบช็อค แล้วก็กลับกลายเป็นความรู้สึกโกรธ
อย่างมาก  แต่เจ้าชายก็ได้รับเอามอมแมมขึ้นขี่หลังม้า แล้วพาเธอควบจากไป  ครั้นผ่านมาทางหลุมฝังศพ ซึ่ง
มีนกพิราบสองตัวจับอยู่บนต้นไม้นั้นต่างก็พากันร้องทักอีกว่า
“นั่นไง  จะไปกันหมด
เลือดเพียงหยดไม่เห็นมี
รองเท้าเหมาะสมดี
เธอคนนี้  คือเจ้าสาว”
เมื่อนกสองตัวนั้นร้องทักเสร็จ มันก็พากันบินมาจับอยู่ที่ไหล่ของมอมแมม ตัวหนึ่งจับอยู่ไหล่ซ้ายอีกตัวหนึ่งจับ
อยู่ไหล่ขวาโดยไม่ยอมบินหนีไปไหนเลย
ในที่สุดวันอภิเษกสมรสกับเจ้าชายก็ได้ถูกกำหนดขึ้น  พี่สาวทั้งสองผู้มากด้วยความอิจฉา ริษยาก็มาในงานเช่น
เดียวกัน  ด้วยหวังจะได้แสร้งทำเป็นชื่นชมและมีส่วนร่วมในงานพิธี  ในระหว่างพิธีของคู่บ่าว-สาวที่กำลังดำ
เนินไปภายในโบสถ์ พี่สาวทั้งสองก็เดินประกบข้างไปเป็นเพื่อนเจ้าสาว คนพี่เดินทางขวาและคนน้องเดินทาง
ซ้ายของมอมแมม นกพิราบสองตัวที่จับอยู่บนไหล่ของเธอคนละข้างก็จิกดวงตาข้างหนึ่งของทั้งคนพี่และคนน้อง
พอขาเดินกลับคนพี่เดินประกบอยู่ทางซ้าย คนน้องเดินประกบอยู่ทางขวา  นกพิราบก็จิกดวงตาอีกข้างหนึ่งของ
ทั้งคนพี่และคนน้อง พี่สาวทั้งสองของมอมแมมจึงต้องได้รับผลกรรมกลายเป็นคนตาบอดไปชั่วชีวิตเพราะความ
เป็นผู้ที่มีจิตใจชั่วร้ายและไร้ซึ่งความเมตตาปราณี  เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้
comments powered by Disqus
  Prayad

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>