24 สิงหาคม 2554 20:05 น.

ปัจจัยห้า

สุนทรวิทย์

บรรพชิต  อาศัย  ปัจจัยสี่
			หนึ่งนั้นมี  ข้าวปลา  กระยาหาร
			โดยยังชีพ  อย่างผู้  รู้ประมาณ
			อิ่มในฌาน  สมถะ  ละเฟื่องฟู
						สองจีวร  ห่มกาย  ให้พอเหมาะ
			มิต้องเสาะ  แสวง  แข่งเลิศหรู
			ประดับศีล  ดำรงธรรม  อันค้ำชู
			คือประตู  สู่สรวง  ห้วงนิพพาน
			  	สามโอสถ  หยูกยา  รักษาโรค
			บริโภค  ประทัง  คงสังขาร
			ยามเจ็บไข้  ได้ป่วย  ช่วยต้านทาน
			บริบาล  รักษา  คราลำเค็ญ
						สี่นิวาส  หนแห่ง  แหล่งอาศัย
			ซึ่งปลอดภัย  สงบ  เมื่อพบเห็น
			ทั้งวิเวก  อุดม  แลร่มเย็น
			รวมแล้วเป็น  ปัจจัยสี่  ที่กล่าวมา
			   	ปัจจุบัน  มิเห็น  เป็นเช่นนั้น
			สงฆ์แข่งขัน  บัญญัติ  ปัจจัยห้า
			ขวนขวายยศ  สรรเสริญ  ลาภเงินตรา
			อีกสีกา  บริวาร  บานตะไท
							ไยภิกษุ  พ่ายแพ้  แก่อามิส
			สานุศิษย์  ขัดแย้ง  แย่งกันใหญ่
			ศาสนา  ง่อยเปลี้ย  ละเหี่ยใจ
			เพราะอะไร  ใครคิดออก  วานบอกที				
24 สิงหาคม 2554 16:24 น.

สงสาร"จิ๋ม"(คนขายหอย)

สุนทรวิทย์

เมื่อคืนฉัน  เห็นจิ๋ม ยิ้มปากกว้าง
			นั่งขาถ่าง  ล้างกระเทียม  ตระเตรียมหอย
			เป็นแม่ค้า  ยำหอยแครง  เฝ้าแผงลอย
			เจ้าอร่อย  ริมคลองหลอด  ที่ปลอดคน
						จิ๋มตั้งแผง  ใต้ขนุน  เพราะทุนน้อย
					หาเงินร้อย  ครึ่งร้อย  เหมือนคอยฝน
					อัปภาคย์  ยากไร้  ไม่จำนน
					ตนพึ่งตน  ขันติ  มิยอมแพ้
				จิ๋มขายหอย  ทุกวัน  ยันดื่นดึก
			ใจพร่ำนึก  หวังให้  ใครแยแส
			ง่วงก็ทน  ถ่างตา  จิบกาแฟ
			จนดูแก่  เกินวัย  กายทรุดโทรม
						จิ๋มพันตู  สู้งาน  ปานเครื่องจักร
					เธอนั้นมัก  เจ็บป่วย  ด้วยหักโหม
					จำพึ่งหมอ  พึ่งยา  ทาชโลม
					ประทินโฉม  เข้าไว้  ให้ดูดี
				จิ๋มแข็งขืน  ฝืนตน  ทนบอบช้ำ
			ยังระกำ  ลำเค็ญ  เป็นลูกหนี้
			ต้องขายหอย  ผ่อนใช้  อีกหลายปี
			ส่งดอกที  กระทบ  ถึงงบดุล
						สงสารจิ๋ม  ดิ้นรน  แทบป่นปี้
					ฉันจึงมี  เมตตา  มาอุดหนุน
					เป็นลูกค้า  กินหอย  คอยเจือจุน
					หอยแม่คุณ  หวานอร่อย  กว่าหอยเมีย				
23 สิงหาคม 2554 19:32 น.

โรคปากบอน

สุนทรวิทย์

กองไฟเพียง  เล็กน้อย  หากปล่อยไว้
					อาจเผาไหม้  ไพรสณฑ์  จนหมดสิ้น
					ลมปากคน  นินทา  อยู่อาจิณ
					ใครได้ยิน  บ่อยบ่อย  มักคล้อยตาม
						คนปากบอน  ตอแหล  ยากแก้ไข
					พบอะไร  รู้เห็น  เป็นต้องพล่าม
					เหตุนิดเดียว  เที่ยวขยาย  ให้ลุกลาม
					นับเป็นความ  วิปริต  ติดถาวร
						การติคน  สามหาว  กล่าวลับหลัง  
				ย่อมประดัง  เสียงทิ่มแทง  แย้งขอดค่อน
					เราว่าเขา  เขาว่าเรา  เฝ้าต่อกร
				ต่างเดือดร้อน  เปื้อนเปรอะ  เลอะพอกัน
						ถึงมีปาก  ใช่มีสิทธิ์  คิดใส่ไคล้  
					เรื่องเหลวไหล  ไร้สาระ  อย่าขยัน
					ขืนจับเหา  ใส่หัว  ตัวจะคัน
					ผูกสัมพันธ์  ดีกว่า  หาศัตรู
						พูดดีเป็นศรีปาก  ฝากให้คิด
					พูดผิดผิด  คนชัง  ฟังขัดหู
					เขาเรียกพวก  ปากพล่อย  ปากหอยปู
					ชอบสู่รู้  เนืองนิตย์  เพราะจิตทราม				
22 สิงหาคม 2554 19:23 น.

แสงธรรมนำชีวิต

สุนทรวิทย์

ปุจฉา.....		ความทุกข์  นานา  มาจากไหน ?
			วิสัชนา...		จากใจ  ของเรา  ที่เศร้าหมอง
			ปุจฉา.....		ความทุกข์  ไฉน  มีก่ายกอง ?
			วิสัชนา...		ใจของ  เราสิ  ผลิขึ้นมา
			ปุจฉา.....		เมื่อใด  ใจจะ  สงบนิ่ง ?
			วิสัชนา...		เมื่อทิ้ง  โมหันธ์  อันหยาบหนา
			ปุจฉา.....		วันใด  ทุกข์หลาย  จักไคลคลา ?
			วิสัชนา...		เมื่อชีวา  มีธรรม  ค้ำกมล
			ปุจฉา.....		ธรรมมี  ฤทธิ์เดช  วิเศษหรือ ?
			วิสัชนา...		ธรรมคือ  หลักแหล่ง  แห่งมรรคผล
			ปุจฉา.....		มุ่งมั่น  ฉันใด  จึงได้ยล ?
			วิสัชนา...		เตือนตน  ปฏิบัติ  โดยศรัทธา
  	ปุจฉา.....		อยากซื้อ  มีขาย  ที่ใดบ้าง ?
			วิสัชนา...		ต้องสร้าง  ด้วยมือ  ใช่ซื้อหา
			ปุจฉา.....		ธรรมอยู่  หนใด  ในโลกา ?
			วิสัชนา...		อยู่ทั่ว  พสุธา  มานานนม
			สรุป.....		ธรรมเปรียบ  แสงทอง  ส่องชีวิต
						นิรมิต  ทิศทาง  อย่างเหมาะสม
						เอื้อสุข  ทุกข์คลาย  หายระทม
						สังคม  ร่มเย็น  หากเห็นธรรม				
21 สิงหาคม 2554 21:39 น.

เชื้อโรคกับนักการเมือง

สุนทรวิทย์

เชื้อโรค  สองตัว  หัวเราะร่วน
ก่อกวน  อยู่ใน  กายคนไข้
สร้างความ  วิบัติ  ผลัดชอนไช
ภูมิใจ  แจกแจง  แข่งผลงาน
		     ตัวแรก  โอ่ว่า  ข้านี้เก่ง
เป็นเซลล์  มะเร็ง  เร่งล้างผลาญ
ดื้อยา  ดื้อหมอ  ส่ออาการ				
สังหาร  เลือดเย็น  ได้เป็นเบือ
	     	ตัวสอง  คุยว่า  ข้าเป็นเอดส์			
ก่อเหตุ  ฉับไว  ได้ทุกเมื่อ
ซ่อนงำ  อำพราง  อย่างคลุมเครือ		
แพร่เชื้อ  เรื้อรัง  ออกพรั่งพรู
	     	สันดาน  เชื้อโรค  โสโครกยิ่ง
	พึ่งพิง  อาศัย  กายคนอยู่
	ไร้ซึ่ง  ภาวะ  กตัญญู
	สมรู้  จู่โจม  โทรมชีวิน
	     	คนป่วย  มิช้า  ก็ลาโลก
เชื้อโรค  ใหญ่น้อย  พลอยด่าวดิ้น
เลิกแทะ  เลิกฟัด  เลิกกัดกิน			
ตายสิ้น  ตามกัน  ลงทันตา
		     พิษสง  โรคา  ว่าร้ายนัก			
นักการเมือง อัปลักษณ์  ร้ายหนักกว่า
	มันฉ้อ  มันฉล  ปล้นประชา			
	ตั้งหน้า  โกงกิน  สิ้นละอาย
	      ละโมบ  กอบโกย  โดยแคล่วคล่อง
หาช่อง  หาทาง  ถ่างกฎหมาย
	ขายไฟ  ขายน้ำ  ทำวุ่นวาย
	ฉิบหาย  ไม่ว่า  ขอข้ารวย
	     	นี่แหละ  นักการเมือง  เรืองอำนาจ
วางมาด  ปลกปลก  มาฉกฉวย
แกล้งใบ้  แกล้งหนวก  พวกหัวกรวย
เฮงซวย  โสโครก  กว่าโรคภัย				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุนทรวิทย์
Lovings  สุนทรวิทย์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุนทรวิทย์
Lovings  สุนทรวิทย์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุนทรวิทย์
Lovings  สุนทรวิทย์ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงสุนทรวิทย์
>