2 กุมภาพันธ์ 2553 04:16 น.

แผ่นกระดาษที่กินไม่ได้

-ลู่หลี่ละเวง-

       คมปากกาบนกระดาษอันขาดเก่า
ค่อยแปรเปลี่ยนกระดาษเปล่าให้เล่าเรื่อง
คิดประทังวิญญาณ์ให้ไม่เปล่าเปลือง
คิดประเทืองปัญญาให้ได้ปรัชญา

       แต่เสียงของท้องร้องเพราะท้องหิว
จนไส้กิ่วในทุกมื้อคือปัญหา
ต้องละมือหยิบกระเป๋าเอาเงินตรา
ไปซื้อหาอาหารอันซ้ำเวียน

        พอท้องอิ่มอยู่ได้ไปอีกมื้อ
ทั้งสองมือถือปากกาขึ้นมาเขียน
ถึงเย็นยากพยายามด้วยความเพียร
แต่กระดาษมิอาจเปลี่ยนเป็นเหรียญเงิน

        ใครคนหนึ่งพึงถามตามสงสัย
เพราะเหตุใดอัตคัตยังขัดเขิน
มิหางานแล้วกาลใดได้จำเริญ
หรือจักเดินเตะฝุ่นรอบุญกรรม

        จึงเก็บกองกระดาษไปไว้มุมหนึ่ง
กระดาษซึ่งใครมองมาก็ว่าขำ
ตัวหนังสือหรือจะปองถึงทองคำ
ที่ได้ทำคงแค่เขียนคำว่าทอง

        ค้นที่กองเอกสารอันเกลื่อนกลาด
คว้ากระดาษแผ่นหนึ่งซึ่งเอี่ยมอ่อง
แผ่นกระดาษซึ่งใครเขาใฝ่ปอง
ใจผยองเพียงยื่นไปจักได้งาน

        พ้นผ่านมาสี่ซ้าห้าเดือนแล้ว
ไร้วี่แววที่วันวันเคยฝันหวาน
ใครหนอบอกว่ายื่นไปจักได้งาน
ว่าอาหารและทองคำจักตามมา

        เมื่อไม่ว่ากระดาษเก่าที่เล่าเรื่อง
ซึ่งเปล่าเปลืองเขียนไปก็ไร้ค่า
หรือกระดาษที่เขาเรียกปริญญา
ก็ต่างคว้าน้ำเหลวและเลวลง

         สี่ปีกว่าคือเวลาข้านั่งเขียน
เพียงแผ่นเดียวที่พากเพียรอย่างใหลหลง
ทุกพยางค์ทั้งบรรทัดคัดบรรจง
ท้ายสุดคงที่มุมห้องกองรวมกัน
				
21 เมษายน 2552 04:17 น.

พื้นที่นี้สีขาว

-ลู่หลี่ละเวง-

          ความเป็นคน ของ คน อยู่หนไหน
เจ้าจึงใช้นัยกวีที่อ่อนหวาน
เอาโทโสถือโอกาสเที่ยวกราดพาล
แผ่ประจานโมหะร้ายในกายตน

          คนที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร
ขึ้นว่าสัตว์ชั่วดีล้วนมีขน
เดียรัจฉานยันทวยเทพล้วนเจ็บตน
เหมือนรวยจนมีปากท้องต้องหิวเป็น

          จงรู้ไว้พื้นที่นี้สีขาว
อย่านำคาวป่าวเป็นคำจนดำเหม็น
ให้เกาะกรังลำพังเจ้าทุกเช้าเย็น
ให้พิษเหม็นอย่าเพ่นพ่านเพราะพาลพา

          ไม่อยากก้าวเข้าเรื่องการเมืองหรอก
และไม่บอกว่าเป็นกลางอย่างปากกล้า
ข้าเอนเอียงเพียงกายใจไม่ทายท้า
ไม่ต่อว่าไม่ฟาดฟัดถึงศัตรู

          เหนืออื่นใดให้ยากเข็ญจะเห็นค่า
ที่อ่านมาด่าชัดชัดช่างขัดหู
อย่างน้อยเจ้าเปิดมุมมองช่วยตรองดู
จะเห็นรู้ในค่ารสแห่งบทกลอน
				
30 เมษายน 2550 03:25 น.

พิสูจน์อักษร

-ลู่หลี่ละเวง-

          อย่าสร้างพิษอย่าคิดเพี้ยนอย่าเขียนผิด
จะเขียนคิดให้รู้ความตามประสา
เหมือนพ่นพิษให้พุ่งพวยด้วยพูดจา
หรือปัญหาภาษาไทยยังไม่พอ

          ก่อนจะเขียนเพียรคิดอีกนิดหน่อย
จะเพี้ยนน้อยผ่อนหนักเป็นเบาหนอ
ข่มตาหลับนับหนึ่ง ก ถึง ฮ
ให้เกิดก่อคลังคำประจำใจ

          แม้นไม่แน่แก่ใจให้รอบคอบ
รับผิดชอบสังคมสมสมัย
จงตรวจสอบตัวสะกดให้หมดใจ
สิ้นสงสัยไร้ฤทธิ์อวิชชา

          พจนานุกรมหรือคือมือซ้าย
อย่าห่างกายแม้ไม่ถือเป็นมือขวา
เพ้อรำพึงเพียงหนึ่งมือถือปากกา
ยังถือว่าบ้าใบ้ถือใยบัว

          อย่าถือว่าข้ารักเป็นนักเขียน
ใช่เสมียนต้องละเมียดให้เวียนหัว
ให้พิสูจน์อักษรไซร้คือใจตัว
จงถอนหงอกออกจากหัวด้วยตัวเอง
				
26 เมษายน 2550 15:28 น.

ถ้าเหลือแค่ใครหนึ่งคนบนโลกนี้(ฉันจะเป็นคนคนนั้น)

-ลู่หลี่ละเวง-

ถ้าเหลือแค่ ใครหนึ่งคน บนโลกนี้
จะไม่พลี ชีวาลัย ให้สวรรค์
จะอยู่ทน  จนได้เป็น คนคนนั้น
จะฝ่าฟัน อันตราย เพื่อได้เป็น

เป็นใบไม้ เพียงหนึ่งใบ ในโลกนี้
หลังไพรมี อัคคีไหม้ ควันไฟเหม็น
ไม่ปล่อยโลก ให้แล้งร้อน นอนลำเค็ญ
ด้วยแลเห็น เพียงก้อนหิน กรวดดินทราย

เป็นดวงไฟ เพียงหนึ่งดวง บนห้วงฟ้า
หลังมหา พายุผ่าน ตะวันหาย
ไม่ปล่อยฟ้า  ให้มืดมน จนตาลาย
หลับตาตาย ไม่สนิท  เมื่อมิดมัว

เป็นหยดน้ำ เพียงหนึ่งหยาด บนหาดแห้ง
กลางที่แล้ง ทะเลทราย ไม่หายหัว
ไม่ปล่อยทราย ให้หมดหวัง ทั้งเนื้อตัว
แล้วกลับชั่ว ให้กลายดี มีทะเล

ถ้าเหลือแค่ ใครหนึ่งคน บนโลกนี้
จะไม่พลี ชีวิตให้ ด้วยไขว้เขว
ไม่นอนเสื่อ เพื่อให้ใคร ได้นอนเปล
ไม่จบเห่ เพื่อให้ใคร ได้ลงเอย
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ-ลู่หลี่ละเวง-
Lovings  -ลู่หลี่ละเวง- เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ-ลู่หลี่ละเวง-
Lovings  -ลู่หลี่ละเวง- เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ-ลู่หลี่ละเวง-
Lovings  -ลู่หลี่ละเวง- เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึง-ลู่หลี่ละเวง-