25 ตุลาคม 2547 02:18 น.

นายจะอยู่ในใจฉันตลอดไป(ตอนจบ เศร้าแน่)

เก่งกาจ

สวัสดีครับคุณยังจำนายเก่งกาจได้ใช่ไหมครับ   วันนี้ผมจะมาเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด จากความรู้สึกของผมให้คุณได้ฟัง

	คุณคงยังจำตอนที่แล้วได้ แล้วคุณคงทราบดีว่าไอ้เต้ยมันเห็นผมกับแจม พวกคุณคิดกันยังไงครับพอได้ฟังไอ้เต้ยมันเล่า เกลียดผมมากใช่ไหม ? ไม่ต้องบอกผมหรอกครับ เพราะผมทราบดีแล้วละว่าคุณจะตอบผมว่าอย่างไร   แต่ที่ผมมานี้ เพื่อจะมาเล่าความรู้สึกของผมให้คุณได้ฟัง คุณคงคิดว่าผมมาแก้ตัว และเกลียดขี้หน้าคนอย่างผมเต็มที แต่ได้โปรดฟังผมก่อนเถิดครับ ผมอยากระบายความรู้สึกกับใครสักคนได้รับรู้

	ตอนนั้นวันที่ไอ้เต้ยมันนัดผม ผมไม่ได้ตั้งใจจะไปสาย แต่วันนั้นผมจะไปหามันทันที และวันนั้นผมก็ได้เจอแจมโดยบังเอิญ ไม่รู้เหมือนกันนะ? แต่ผมว่าดูเหมือนแจมจงใจ หากแต่ผมก็ไม่คิดอะไรมาก ผมอาสาจะไปส่งเธอที่บ้าน   

	วันนั้นก็เป็นวันซวยของผม เพราะกลุ่มนักเรียนที่ผมเคยไปมีเรื่องชกต่อยกับพวกเขา  ดันยกพวกจะมารุมซ้อมผม  แต่ผมไม่กลัวมันหรอก หากทว่า มันเหมือนรู้จุดอ่อนในใจของผม เหมือนที่คุณรู้จากไอ้เต้ยคือ ผมหลงรักแจม.. พวกมันจะรุมโทรมแจม ผมไม่อยากให้แจมเป็นอันตรายเลยพาแจมหนีออกมา ทั้งที่ร่างกายก็โดนซ้อมสะบักสะบอม   

	หลังจากที่หนีพวกมันมาได้ ผมก็พาแจมไปที่ทะเลที่ผมเคยช่วยชีวิตไอ้เต้ย ทันทีที่ถึงที่นั่น ผมก็ทรุดลงเพราะรู้สึกเจ็บอย่างหนัก  เมื่อผมมองไปยังใบหน้าของแจม ก็พบว่าเธอร้องไห้ครับ   จากนั้นเธอก็เอามือมาแตะบาดแผลผมเบา ๆ แล้วมองตาผม จากนั้นก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอันอ่อนหวานยิ่งนักเจ็บไหมนัยน์ตาที่เธอมองมาที่ผม ไม่เย็นชากับผมเหมือนวันก่อน ๆ ตอนที่ฉันเห็นเธอโดนซ้อม ฉันปวดใจมากเลย ทรมานใจเหลือเกินที่เห็นเธอโดนทำร้ายอย่างนั้นจากนั้นเธอก็โผกอดผมโดยที่ผมยังไม่ทันตั้งตัวแล้วเธอก็พูดต่อเธอรู้ใช่ไหมว่าการที่ผู้หญิงคนหนึ่งห่วงใย ชายคนหนึ่งได้มากมายเพียงนี้มันหมายความว่าอย่างไรผมอึ้งมากเลยครับ ผมยินดีมาก ยอมรับเลยครับว่าลืมเรื่องที่เคยคิดว่าจะหลีกทางให้ไอ้เต้ยเสียสนิท  ผมรู้แต่เพียงว่าหญิงสาวที่ผมรักก็ยืนอยู่ตรงหน้าสิ่งที่ผมทำได้ดีที่สุด ก็คือไขว่คว้าเธอเอาไว้ และไม่ยอมให้เธอจากผมไปไหนอีก

	ผมผละจากเธอจากนั้นก็มองไปยังนัยน์ตาอันมีประกายสดใสของเธอ นัยน์ตาคู่นั้นที่จับจ้องผม นัยน์ตาคู่นั้นที่ทำให้ผมหลงรัก จนลืมไปว่ามิตรภาพระหว่างเพื่อนคนหนึ่งมันสำคัญกับชีวิตแค่ไหน  จากนั้นผมก็บรรจงจูบริมฝีปากเธออย่างแผ่วเบา แล้วค่อยหนักหน่วงขึ้นด้วยความดูดดื่ม  ผมไม่รู้ว่าในตอนนั้นไอ้เต้ยมันเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

	หลังจากที่ผมแยกกับแจม ผมก็ไปตามนัดของไอ้เต้ย แล้วผมก็เห็นมันรอผมอยู่  จากนั้นเหตุการณ์ก็เป็นอย่างที่มันเคยเล่า 
หลังจากที่ผมแยกกับมันในใจผมรู้สึกแปลก ๆ เป็นห่วงมันอย่างไรไม่รู้ ผมจึงย้อนกลับไปที่ทะเลแห่งนั้น ไม่มีใครเลยครับ   ผมอยากคิดว่ามันกลับบ้าน แต่ก็มีบางสิ่งไม่ทำให้ผมคิดอย่างนั้นผมเห็นรองเท้าของใครคนหนึ่ง ถอดเหมือนต้องการจะเดินลงไปทะเล ผมจำได้ดีครับ  มันเป็นของไอ้เต้ยเพื่อนผม ผมไม่เสียเวลาคิด ผมรีบวิ่งไปยังท้องทะเล ที่มันกำลังจะดูดกลืนร่างและวิญญาณของเพื่อนผม  ในใจภาวนาขอให้มันอย่าเป็นอะไร เพราะมีเรื่องอีกมากมายที่ผมอยากปรับความเข้าใจกับมันผมงมหาร่างของมันพร้อมผุดขึ้นมาร้องเรียกมัน  หากทว่าไม่มีเสียงโต้กลับ   ใจผมหายวูบ แต่ใจผมยังไม่หมดหวัง ยังคงไหว้น้ำหามันอยู่นาน

	จนครั้งสุดท้ายที่ผมโผล่ขึ้นมา ผมก็เห็นใครคนหนึ่งโบกมือให้ผมอยู่บนฝั่ง ผมจำได้ทันทีครับมันคือไอ้เต้ย ผมดีใจมากผมวิ่งไปหามัน จากนั้นก็ต่อยท้องมันเบา ๆทีหนึ่งแล้วพูดว่าไอ้บ้า !!แกรู้ไหมฉันนึกว่าแกจมน้ำตายไปแล้ว!!จากนั้นผมก็กอดมันครับ แล้วพูดอย่างยินดีแต่แกรู้อะไรอีกไหม  ว่าฉันดีใจที่แกไม่ได้เป็นไร. น้ำตาผมคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว มันยิ้มมาให้ผมครับ เป็นวันแรกที่ผมรู้สึกว่ามันไม่ถือโทษในสิ่งที่ผมทำกับมันแล้วมันยิ้ม เพราะทุกทีหน้ามันจะเฉยเสียมากกว่า

	ฉันมานี้ เพราะรู้ว่าแกมีเรื่องจะพูดกับฉัน พูดสิฉันอยากฟังเป็นเต้ยพูดพร้อมยิ้มให้กับผม ในตอนนั้นผมตัดสินใจพูดทุกสิ่งกับมันอย่างที่ตนเองตั้งใจ เหมือนกลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้พูดกับมันอีกฉันอยากบอกแกเรื่องของแจม ว่าฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้แกเสียใจ ฉันอยากบอกแกว่าฉันพยายามห้ามใจแล้ว แต่ทุกครั้งที่ฉันเห็นแจมฉันก็รู้ว่าทำไม่ได้จากนั้นผมก็มองไปที่มัน ใบหน้าของเต้ยยังยิ้มมาที่ผมเหมือนไม่นึกโกรธอะไร จากนั้นผมก็พูดต่อแล้วมองหน้ามัน ฉันอยากจะบอกแกว่า ที่ฉันพูดให้แกไปตาย ฉันไม่ได้ต้องการทำอย่างที่ฉันพูด แต่ ฉันต้องการพูดให้แกฮึดสู้ แล้วปรับเปลี่ยนตัวเองเสียใหม่  แกเข้าใจใช่ไหม ไอ้เต้ย ฉันไม่ได้อยากให้แกตาย ยิ่งตอนที่ฉันไปช่วยแกที่ทะเล แล้วไม่เจอแก ฉันก็รู้ว่าแกสำคัญกับฉันแค่ไหน แกรู้ใช่ไหมไอ้เต้ย แกรู้ใช่ไหมผมเสียงสั่นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่เป็นเต้ยเพื่อนผมก็ยังยิ้มให้ผมอย่างใจเย็น 
                    แล้วพูดกับผมว่า ฉันรู้ เพราะฉันรู้อย่างนี้ ฉันถึงได้มาหาแก และอยากบอกแกว่าแกก็เป็นเพื่อนที่ฉันรักมากที่สุดในชีวิต
	จากนั้นมันก็บอกให้ผมกลับบ้าน ก่อนจากกันผมหันไปหามันแล้วพูดกันแล้วเจอกันที่โรงเรียนนะเว้ยมันหันมายิ้ม แต่ไม่พูดสิ่งใด และวันนั้นแจมก็โทรมานัดผมเพื่อพูดเรื่องระหว่างเราเช่นกัน ผมตัดสินใจจะพบเธอในวันรุ่งขึ้น

	รุ่งเช้าผมมาที่โรงเรียนด้วยหัวใจที่แสนสุข เพราะได้สารภาพผิดทั้งมวลให้กับไอ้เต้ยแล้วแต่ก็ยังเหลือเรื่องของแจมที่ไม่ได้สะสาง วันนี้แล้วสิทุกอย่างจะจบด้วยดี แต่ทันที่ผมไปถึงโรงเรียนผมก็ไม่พบเป็นเต้ย และทราบข่าวที่ทำให้ผมวูบไปชั่วขณะ 

	ยังไงหรือครับ ในระหว่างที่ผมกำลังเข้าแถว  อาจารย์ก็บอกให้พวกเราทุกคน ไว้อาลัยให้กับนักเรียนที่พึ่งเสียชีวิตเมื่อเย็นวานนี้ เพราะจมน้ำตาย  เขาคือเป็นเต้ยเพื่อนชายผมเอง ผมช็อคจนทำอะไรไม่ถูก เหมือนโดนตบหัวอย่างแรง น้ำตาผมไหลไม่รู้ตัว

                           แล้วเมื่อคืนวานมันคืออะไร  แสดงว่าก่อนหน้าที่ผมพบกับเต้ย เขาเสียชีวิตก่อนหน้าผมแล้วหรือ แล้วทำไมผมได้เจอกับเขา แสดงว่าในเขาก็เป็นคิดอย่างนั้นน้ำตาผมก็ไหลริน เพราะผม ผมคนเดียวที่ทำให้ไอ้เต้ยตัดสินใจฆ่าตัวตาย ที่ที่ทำให้ผมกับมันก่อเกิดมิตรภาพในหัวใจ ที่ที่มันตัดสินใจฝังร่างที่ผมเคยล้อมันให้เจ็บช้ำน้ำใจแต่มันก็ไม่เคยกล่าวโทษผมสักนิด  แกนี่มันเลวเสียจริง คงไม่มีคำใดในโลกที่จะมาบรรยายถึงความร้ายกาจของผมได้ดีกว่าคำนี้อีกแล้ว   


                         แม้เป็นเต้ยจะให้โอกาสผมได้กล่าวขอโทษเขา แต่ผมจะไม่มีวันให้อภัยให้กับตนเอง  ต่อไปนี้เป็นเต้ยคงไม่ต้องทรมานกับวาจาเสียดสีของทุกคนในโรงเรียนอีกแล้ว เขาคงจะพบกับความสุข

                          ผมตัดสินใจไม่ไปพบแจม ทั้งที่ใจจริงก็ยากลำบาก แต่ผมก็จำต้องตัดใจแล้วเอ่ยกับตนเองฉันทำชีวิตนายต้องมีน้ำตา    จากนี้ไปลมหายใจที่เหลืออยู่ของฉันก็ต้องทนทุกข์ทรมานจากรอยแผลแห่งคราบน้ำตานั้นเช่นกัน
	จบ				
23 ตุลาคม 2547 21:39 น.

นายจะอยู่ในใจฉันตลอดไป ตอนที่2 (ต้องสงสารเต้ยแน่เลย)

เก่งกาจ

สวัสดีครับ ผมชื่อเป็นเต้ย เป็นเพื่อนกับนายเก่งกาจของคุณ นิสัยของผมละครับ ก็เงียบ ๆ อย่างที่นายเก่งเค้าบอกพวกคุณแหละครับ แต่ผมก็รักเพื่อนมาก มากแค่ไหน ให้พวกคุณเป็นคนตัดสินดีกว่าครับ

ตอนนี้ ผมจะมาเล่าตอนต่อจากที่เก่งกาจเคยเล่าไว้นะครับ   ก็หลังจากที่ไอ้เก่งเพื่อนผมมันแกล้งผมจนต้องเข้าโรงพยาบาล มันแกล้งผมยังไง คุณคงทราบดี และก็อยากจะถามผมใช่ไหมว่าผมโกรธมันหรือ เปล่า ผมขอตอบว่า ผมไม่เอาคืนหรอกครับ ทำไมหรือ ครับ ก็ไอ้เก่งมันไม่รู้ว่าวันนั้นผมก็ไม่อยากเรียนเหมือนมัน เลยร่วมมือกับมัน แล้วก็ชักกระแด่ว ๆ อย่างที่คุณเห็นโดยที่มันไม่ต้องเตี้ยมกับผมสักคำ  
	
แ                   ในใจพวกคุณคงไม่แปลกใจแล้วนะครับ ว่าทำไม เราสองคนถึงยังคบกันได้ ก็แบบว่า ..นะ.เหมือนกัน(กะล่อน เหมือนกันทั้งคู่  อ๊ะ..แต่ผมก็ไม่ยอมให้ใครรู้ไต๋ผมได้เหมือนไอ้เก่งแล้วกัน)
	                 
                       หลังจากที่หมอตรวจอาการผมแล้วเห็นว่าผมไม่เป็นอะไร เราสองคน ก็ออกมารอรถเมล์ที่ป้ายรถหน้าโรงพยาบาล อ้อ..เหตุผลที่ผมอยากโดดเรียน ก็มีอีกข้อครับ คือผมอยากเจอเธอคนนี้   คงแปลกใจละสิว่าคนไหน ??  ก็เป็นคนเดียวกับที่ไอ้เก่งมันเคยเล่าไว้นั่นแหละครับ    เธอชื่อแจม ชื่อจริงชื่อจณิสตาเหมือนดาราเลยใช่ไหม ไม่ใช่แค่ชื่อที่เหมือนเท่านั้นนะครับ ความน่ารักของเธอทำให้ผมอยากจะลบปมด้อยของผมเสียให้ได้ ก็อะไรละครับ??? นอกจากไอ้อาการปากเบี้ยวของผม    แต่มันก็เป็นข้อดีนะครับ เพราะไอ้ปากที่มันเบี้ยวนี่แหละ เลยได้คะแนนความสงสารมาจากเธอ   

                         ตอนนั้น ขณะที่ผมกำลังรอรถเมล์อยู่ แจมก็ลงจากรถเพื่อจะมาหาพ่อซึ่งเป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาล และทันที่ผมเห็นเธอ สายตาผมไม่เพียงหยุดจับจ้องไปที่เธอ แต่ว่าตัวผมมันไม่ขยับไปตามที่ไอ้เก่งมันเรียก เพื่อนผมมันเลยแปลกใจว่าทำไมผมไม่ยอมเดินไปกับมัน แต่ทันทีที่ไอ้เก่งมันเห็นเหรอครับ คุณคิดว่ามันจะทำอย่างไร ??
มันไม่ยอมพลาดโอกาส จนเสียฉายาคาสโนว่าของห้องหรอกครับ มันเดินตามเธอไปทันที  ผมเองก็ไม่รอช้า รีบเดินตามมันไปก่อนที่มันจะคว้าสาวที่ผมหมายปอง ไปรับประทาน

	แต่ในขณะที่เรากำลังเดินตาม ก็เห็นเธอทำท่าจะหยิบของบางสิ่งดูเหมือนจะเป็นกำไลครับ  เธอทำมันหล่นแล้วกำไลก็กลิ้งไปกับพื้น จนเธอวิ่งไล่ตามมัน แต่เธอไม่รู้เลยว่าในขณะนั้นมีรถกระบะคันหนึ่งกำลังวิ่งมาทางเธอด้วยความเร็วสูง   แล้วทันใดนั้นในขณะที่รถกะบะกำลังวิ่งเข้ามาหาตัวเธอ ก็มีใครคนหนึ่งดึงร่างของเธอให้พ้นจากทางรถนั้นอย่างรวดเร็ว  พระเอกขี่ม้าขาวนั้นก็คือ  ไอ้เก่งครับ ..  น่าเสียดายถ้าผมไม่มัวแต่ยืนตะลึงคนที่อยู่ตรงนั้นอาจเป็นผม 
	
                          แต่เหมือนโชคเข้าข้าง เพราะ ในจังหวะที่ไอ้เก่งมันช่วยแจมนั้น  ทั้งสองก็กลิ้งกันไปจนหัวแจมชนฟุตบาทสลบไป แล้วเวลานั้นก็มืดเสียด้วย   ครับคุณคงเดาได้ไม่ยาก หลังจากที่พวกผมพาแจมไปรักษากับพ่อของเธอ  เธอก็ฟื้น แล้วทันทีที่เธอฟื้น เธอเห็นผมครับ แล้วเธอก็เข้าใจว่าผมช่วยเธอเอาไว้ ส่วนไอ้เก่งมันทำแผลอยู่อีกห้องหนึ่ง  

	เต้ย เต้ยช่วยแจมไว้หรือแจมถาม แต่เหมือนเธอไม่อยากจะรู้คำตอบเท่าไร   พร้อมยิ้มให้ผม เหมือนผมเป็นฮีโร่ในใจเธอก็ไม่ปาน เธอน่ารักนะครับคุณ เวลายิ้มแก้มเธอแดงเหมือนลูกมะเขือเทศ ตาเธอก็สวยราวกับลูกกวาง เวลานี้เธอตัดผมม้ายิ่งเหมือนตุ๊กตาญี่ปุ่นมาก  ผมก็อยากจะปฏิเสธว่าไม่ใช่คนที่ช่วยเธอไว้ แต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่กล้าพูดออกไป อาจเป็นเพราะอยากให้เธอรู้สึกว่าผมกล้าหาญเหมือนกับลูกผู้ชายคนอื่นบ้างในสายตาเธอ  ผมคิดในใจว่าเรื่องราวทั้งหมดให้ไอ้เก่งเพื่อนผมมาเล่าให้ฟังแล้วกัน   

	จากนั้นไม่นานไอ้เก่งมันก็เดินเข้ามา    น่าแปลกนะครับที่มันไม่พูดความจริงว่าเป็นอย่างไร แถมมันยังไปด่าให้เขาเกลียดขี้หน้าอีกทำไมถึงไม่ระวังตัว!!! คิดว่าตัวเองกระดูกเหล็กหรือไง ยัยบ้า !! ถ้าเพื่อนฉันไม่ไปช่วยเธอ ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไร!! มันยกความดีความชอบทั้งหมดให้ผมครับ ผมมองหน้ามันที่ตอนนี้เคร่งขรึม จนแจมนิ่งไปเลย ที่นิ่งไม่ใช่เพราะกลัวหรอกครับ แต่แจมเค้าไม่ชอบให้ใครมายืนว่าเธอปาว ๆอย่างที่มันทำ มันไม่มีมารยาท แหมก็พ่อเธอนอกจากเป็นหมอ แล้วก็ยังรวย ก็เลยติดนิสัยคุณหนูมาเป็นธรรมดา แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรค ที่จะทำให้ผมรักเธอน้อยลง  

	หลังจากวันนั้นผมกับแจม เราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเรื่อยมา  แจมมักจะมาปรึกษาผมเรื่องเรียน แต่ไม่รู้ทำไม เธอชอบที่จะเข้ามาตอนที่ผมกำลังนั่งติวให้ไอ้เก่งมัน  แล้วไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ต้องทะเลาะกันเหมือนเป็นไม้เบื่อไม้เมามาสัก สามสี่ชาติ  ไอ้เก่งมันเคยถามว่าผมรู้จักกับแจมมาก่อนหรือ ผมก็ยอมรับ แล้วบอกว่าแจมคือผู้หญิงที่ผมแอบชอบมานาน และตั้งแต่มีแจม ทุกครั้งที่ผมพบแจม ผมรู้สึกเหมือนชีวิตมันสดใสขึ้น ไม่เฉื่อยชา เซื่องซึมอย่างที่เพื่อน ๆคนอื่นเห็นกันอยู่ทุกวัน   ไอ้เก่งมันได้ยินอย่างนั้นมันไม่พูดอะไรสักคำ แต่หลังจากวันที่มันถามผม พอมันเจอหน้าแจมที่ไร มันจะหาเรื่องพร้อมทั้งกล่าววาจาสามหาวใส่แจมสารพัด จนผมรู้สึกได้แล้วว่าทั้งคู่ ต้องไม่ชอบหน้ากันอย่างแรง

	วันหนึ่ง ผมนัดกับไอ้เก่งไว้  แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นเงามันเสียที่ ผมเลยแปลกใจ ไปตามหามันเสียทั่วแล้วผมก็เข้าใจทุกสิ่ง  ที่ผมเคยคิดว่าผมเข้าใจแล้ว แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นสักนิด 
 ผมหลงกลเค้าสองคน เค้าสองคนปั่นหัวผม ผู้หญิงที่เปรียบเสมือนแสงสว่างในใจของผม เปรียบเสมือน สายน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจผมให้กลับมามีชีวิตได้เหมือนคนอื่น ๆ กับเพื่อนที่ผมคิดว่ามันคือเพื่อนตายเพียงคนเดียว ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยผมทั้งที่มันก็เอาตัวเองแทบไม่รอดในวันที่ผมจะจมน้ำตาย

	ทั้งสองคนทำอะไรหรือครับ  ในโลกนี้จะมีสิ่งใดทำให้ผมเจ็บปวดไปได้มากกว่าเห็นคนสองคนนี้ยืนจูบกันอย่างดูดดื่ม ณที่ที่ผมเคยจะจมน้ำตาย  เค้าสองคนรักกัน..ผมก็ยินดีครับ ผม ผมยินดีจริง ๆ แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งสองต้องหลอกผม ถึงปากผมมันจะเบี้ยวแต่ผมก็มีหัวใจ แม้ผมไม่แสดงความรู้สึก แต่ผมก็เจ็บเป็น ถ้าผมสามารถควักหัวใจดวงน้อยของผมมาให้ทุกคนดูได้ คุณจะรู้ว่าตอนนี้มันแหลกสลายเพียงใด  แหลกสลายไปพร้อมกับมิตรภาพและความรัก อันจอมปลอมของทั้งสองคนที่ผมไว้ใจ

	อยากรู้เสียจริง ๆ ว่าทั้งสองคน คิดอะไรอยู่ เคยเห็นผมเป็นเพื่อนบ้างไหม การที่ไอ้เก่งมันเรียก ผมว่าไอ้เบี้ยว มันยังไม่ทำให้ผมเจ็บช้ำใจ ได้กว่าการทรยศความไว้วางใจทั้งหมดที่ผมมีให้กับมัน  แต่มันก็คงไม่สนใจผมหรอกครับคุณ ผมก็เป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งที่มันหลอกใช้เท่านั้นเอง ไม่ว่าผมจะพยายามเป็นเพื่อนที่ดีต่อมันแค่ไหน มันก็คงไม่ซาบซึ้งไปถึงใจกลางหัวใจหรอกครับ

	ผมตัดสินใจไปรอมันอยู่ที่ผมนัดกับเก่งไว้ แล้วเก่งไม่ยอมมา   แต่ไม่อยากเชื่อครับ มันมา ตามที่ผมนัดไว้ ผมเดินเข้าไปหามัน แต่มันเหมือนไม่รู้ถึงความผิดปกติ และความปวดร้าวทั้งมวลในใจของผม ผมยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นดูเศร้าหมองเสียจริงในความคิดผมแต่ไอ้เก่งมันก็ไม่รู้หรอกครับ หน้ามันยังกวนทะเล้นเหมือนเดิม แล้วผมก็ถามมันว่าฉันเห็นหมดแล้วละ ฉันเห็นแกจูบกับแจม  แกผมหยุดไปนิดหนึ่งแล้วมันก็ตกใจมากที่ผมรู้แกกับแจมรักกันใช่ไหมจากนั้นผมรู้ตัวว่าน้ำเสียงผมเข้มขึ้นด้วยความโกรธถึงฉันจะไม่เคยขอสัญญาว่าไม่ให้แกยุ่งกับแจม แต่แกก็น่าจะรู้ดีว่าฉันรักแจมมากแค่ไหน แล้วทำไม่ ทำไมละผมถามมันอย่างปวดร้าว ทำไมแกต้องทำกับฉันอย่างนี้น้ำตาของผมหลั่งรินลงมา ตายังคงมองมาที่มันอย่างแค้นเคืองระคนผิดหวัง มันอึ้งครับ ผมอยากจะฟังคำขอโทษจากมัน แต่สิ่งที่ผมได้มาคือ

                          แล้วแกจะให้ฉันทำยังไงฮึ ไอ้เต้ย ฉันยอมเปิดโอกาสให้นายแล้ว แต่แจมเค้าก็ชอบฉัน แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง  ถ้าอยากให้แจมเค้ารัก ก็ปรับปรุงตัวเองเสียใหม่สิ ไม่ใช่ร้องไห้ขี้มูกโป่งเป็นเด็ก ๆอย่างนี้ ผู้หญิงที่ไหนเค้าจะยอมสนใจคนอย่างแกกันเล่า   พูดจบมันก็เดินจากไป แต่ผมก็ถามมันต่อว่า เดี๋ยว!!วันนั้น แกช่วยชีวิตฉันไว้ทำไม แกคงอยากเก็บฉันไว้ เพื่อหักหลังฉันในวันนี้ใช่ไหม???มันหันหน้าแล้วบอกกับผมว่าถ้าแกไม่เห็นคุณค่าของมัน แกอยากไปตายที่ไหน ก็ไปเลยไปแล้วมันก็เดินจากไป ทิ้งให้ผมอึ้งสนิทกับพูดที่แสนจะเฉือดเฉือนของมัน พวกคุณ..คิดเห็นกันว่ายังไงละครับ นี่ผมผิดใช่ไหมที่อยู่รอดปลอดภัย  สร้างความรำคาญใจให้กับทุกคนมาถึงวันนี้            ทำไมพวกคุณไม่ตอบผมละครับ พวกคุณไม่ตอบผมก็ทราบดีครับ ผมทราบแล้ว  ผมพึ่งประจักษ์วันนี้เองว่าไม่ควรมีลมหายใจอยู่เพื่อใครอีกแล้ว เพราะชีวิตผมมันไร้ค่าเหลือเกิน.
โปรดติดตามอ่านตอนจบค่ะ				
22 ตุลาคม 2547 20:49 น.

นายจะอยู่ในใจฉันตลอดไป

เก่งกาจ

สวัสดีครับผมชื่อเก่งกาจ  แค่ฟังชื่อคุณคงรู้ได้ว่าผมคงไม่ธรรมดา ครับทุกท่านเดาไม่ผิด เพราะผมไม่ธรรมดาอย่างที่ท่านคิด  ทำไมนะหรือ เดี๋ยวทุกท่านก็ทราบครับ!!!!!!

               ก่อนอื่นผมต้องขอแนะนำตนเองอย่างเป็นทางการก่อน ผมชื่อ เก่งกาจ ก้องพิภพ  ฮึ  ฮึ.ก้องพิภพจริง ๆครับ  สมัยเด็ก ๆ ผมทั้งเตี้ย ตัวดำ ลักษณะนี้ทุกท่านคงเดาได้ ว่าหญิงใดเห็นเป็นต้องกรี๊ด.   ผมก็นึกว่าเรานั้นคงหล่อเหลา โดนใจเพื่อนหญิงทั้งหลายอย่างแรง แต่ที่ไหนได้ ไม่ถึงวินาที ผมก็เห็นน้ำตาของเพื่อน ๆ ผู้หญิงน้ำตารื้น คงเดาได้อีกละสิ ว่าคงไม่ได้มาจากความตื้นตัน แต่พอเห็นผมทีไรมัน..สุดจะทนจริง ๆ 

	แหม..ก็ใครจะทนไหวละคร้าบ.. ไอ้อ้วนดำ มันไม่เท่าไรหรอก แต่ไอ้นิสัยเรียกร้องความสนใจของผมนี่สิมันสุดจะทน  และวิธีเรียกร้องความสนใจของผมนะหรือครับฮึ ฮึ(ไม่อยากจะพูด)  ก็ตอนที่เด็กผู้หญิงเค้าชอบเล่นยางกัน ผมก็ไม่ทำไมหรอกครับ ก็แค่ไปดูเค้าเล่น เพื่อจะได้เห็นสิ่ง ดี ๆ เวลาที่เค้าขาอ่อนอันอวบอิ่ม(เน้นนะครับว่า มันอวบอิ่มจริง ๆ) ไปเสียดสีกับยางที่พวกเธอเล่น แล้วภาพที่เห็นก็อย่างที่พวกคุณเดากันนั่นแหละคร้าบ .(ฮิฮิ) 

	พวกเธอ ๆ ไม่ได้เล่นกันเฉยๆ หรอกนะครับ    ..ก็ตอนเล่นกันทำไมต้องถอดกระโปรงกันด้วยก็ไม่รู้ แต่ก็อยากบอกว่า ดี เพราะ เป็นบุญกุศลกับไอ้พวกเด็กผู้ชายคนอื่น ๆ เพื่อน ผู้ชายผมนะ ชอบกันนักละ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่า  ทำไมมันต้องให้ผมออกหน้าทุกที

	วิธีการออกหน้าของผมนะหรือ???  คุณคงต้องหาคำพรรณามาด่าไม่ถูกแน่เลยครับ (แฮะ..แฮะ..) บอกเสียเลย จะได้ไม่เสียเวลา นั่นคือ. ผมก็เอากระโปรงของพวกเธอไปซ่อนเมื่อเวลาพวกเจ้าหล่อนทั้งหลายกำลังเพลิดเพลินกับเจริญใจอยู่กับการกระโดดยาง ผมเอาไปซ่อนที่ไหนนะหรือ???ยังไม่บอกนะครับ ขออุบไว้ก่อน

	จากนั้นผมก็ปั้นหน้า ทำตัวเป็นผู้หวังดี  บอกกับพวกเธอว่ากระโปรงของพวกเธอมีคนไปซ่อนไว้ที่ลูกโลกกรงเหล็ก ในสนามเด็กเล่น คุณคงไม่รู้ว่าไอ้ลูกโลกกรงเหล็กนี้ มันมีลักษณะอย่างไร ใช่ไหมครับ???       

	เดี๋ยวผมจะบรรยายสรรพคุณมันให้ฟัง ลูกโลกกรงเหล็กในโรงเรียนผม มันมีลักษณะเป็นลูกโลกที่ทำจากกรงเหล็ก ข้างในกลวง แต่มันมันมีประตูขึ้นได้ สี่ทิศทาง มันลอยอยู่ได้ เพราะมีฐานเหล็กที่ทำมาจาก เหล็ก บาง ๆสี่อันตั้งรับ เอาละครับ ..พวกคุณคงนึกภาพมันออก 

	หลังจากที่พวกเด็กผู้หญิงที่ผมเล็งไว้เป็นเป้าหมายติดกับ โดยเธอยอมขึ้นไปบนลูกโลกเหล็กเพื่อเอากระโปรงของตนเองทั้งหมด สี่คน แต่ขอบอกกว่าจะหลอกพวกหล่อน ๆมาได้ ผมต้องปั้นหน้าให้ดูซื้อ.ซื่อ ที่สุดเท่าที่จะทำได้ในชีวิต (คุณก็นึกแล้วกันว่าอย่างผมจะทำได้ดีสักกี่น้ำ)	  .ผมไม่พูดพร่ำทำเพลง ตรงเข้าไปที่ฐานของลูกโลกแล้ว ก็ ขย่ม ๆ..ๆ..ๆ!!!!!! เท่านั้นเองพวกเธอก็รู้สึกว่าโลกทั้งโลกสั่นสะเทือน!!????!!!! จนสะโพกอันอวบอั๋นของเธอ จะหลุดออกมาเป็นเสี่ยง ๆ    แต่เธอก็มีแรงที่จะตะโกนเสียงอันแปร๋น แหร๋น!!!  ของพวกเธอว่า ไอ้เตี้ย !! นี่แกแกล้งพวกฉันอีกแล้วใช่ไหม!! เดี๋ยวก่อนเถิด ..รอให้ฉันออกไปได้ แม่งจะยังไม่ทันที่เธอจะได้ฝากคำอาฆาตแค้นอันสุดแสนจะน่า..กลัว (จะตายแหละ.) ผมก็ขย่มๆ..ๆ..ๆ..จนเสียงเธอในตอนนั้นสั่นๆๆ  เป็นหัวเครื่องดีวีดีที่ไม่ได้รับประกันคุณภาพโดยยี่ห้อSoKen จนต้องมาเลขายไม่รู้กี่บ้าน 

	ก่อนอื่นผมต้องแนะนำเพื่อนคนหนึ่งให้พวกคุณได้รู้จัก ถ้าคุณรู้จักมันคุณจะต้องรู้สึกว่ามันมีอะไรดี ๆอยู่แน่ เพราะมันนิ่งม้ากมากครับ ทั้งการวางตัว สีหน้า แววตา แต่ปากมัน เบี้ยว มันชื่อ เป็นเต้ย  ผมเรียกมันแต่ละครั้งไม่ซ้ำกันเลย อย่างเช่น หนูเต้ย.. ไอ้เต้ย. ไพเราะที่สุดในความคิดของมัน ก็คงจะเป็นไอ้เบี้ยว แต่มันก็ไม่เคยถือโทษโกรธผมเลยสักครั้ง เพราะมันเห็นผมเป็นเพื่อนที่ดีของมันเสมอมา  เหตุผลที่มันคิดอย่างนั้นหรือครับ??     ก็เพราะตอนสมัยเด็ก ๆ มันเกือบจะจมน้ำตาย ดีนะว่าตอนนั้น ผมแอบเอาเงินที่แฮ็คจากแม่มาไปซ่อนไว้แถวนั้น ไม่งั้นเหรอ ..    มันก็คงได้มีเรืองโจษจันกันทั่วหมู่บ้าน 

	จะไม่ให้เป็นอย่างนั้นได้อย่างไร ก็ขนาดมันเป็น ๆมันยังขนาดนี้  ยังน่าเกลียดน่ากลัวขนาดนี้. อย่าให้Said ถึงตอนมันเป็นผีเลยจะหน้าเกลียดหน้ากลัว ตัวเดียวบาทเดียวขนาดไหน ใช่ไหมครับ???(เห็นด้วยละสิ)

	มาเข้าเรื่องกันต่อเลยนะ หลังจากที่ผมกำลังเขย่า ๆๆเจ้าลูกโลกมหัศจรรย์นั้น เป็นเต้ยหรือไอ้เบี้ยของผมมันก็เดินผ่านมาพอดี ไอ้เต้ย!!!มาช่วยข้า ขย่มไอ้ลูกโลกบ้านี้หน่อย  มันยังคงจ้องตาผมนิ่ง ๆ สายเฉย ๆ ชา ๆของมัน คิดสภาพของมันนะครับ ไหล่มันจะห่อ ๆ หน้ามันจะแหงนประมาณ ยี่สิบองศา  จะดีเหรอ??เสียงมันถามผมเหน่อ ๆ ห่อๆ เหมือนคนไม่ค่อยมั่นใจ   ผมหันไปแว้ดใส่มันแล้วพูดว่า ดีสิโว้ย!!!! เห็นไหมว่าพวกนี้กรี๊ด กันด้วยความสนุกสนานจนเหลือประมาณแล้วเนี้ย!!!ผมโน้มน้าวมัน มันหันไปมองชั่วครู่อย่างชั่งใจ 

	สักพักมันไม่รอช้าครับ เข้าไปช่วยผมเขย่า มันเขย่าๆๆๆๆๆ ด้วยพลังอันแข็งแกร่องของมันอยู่คนเดียว  ถ้า คุณได้เห็นเหมือนกับผม คุณต้องอดแปลกใจไม่ได้ว่า รูปร่างอันผอมเหี่ยว ไร้เรี่ยวแรง    เหมือนผีตายประมาณสามสิบซากอย่างมันเอาแรงมาจากไหน เพราะมันเขย่าๆๆจนซะ. ยัยสี่คนนั้นเงียบไปเลย  แต่ไม่เงียบเปล่า หรอกครับ    หากแต่ สั่นเป็นผีเข้ากึก.กึก ๆๆๆ อยู่ในลูกกรงนั้นอยู่นานสองนาน ไอ้เต้ยว่าเต้ยมันก็คิดว่าพวกนั้นคงกำลังสนุกสนาน แหม !ก็เห็นเงียบ.กันซะขนาดนั้น  มันก็เขย่า ๆๆๆๆๆ คราวนี้ยัยสี่ตัวนั้น เป็นลมล้มพับ เห็นดาวเห็นเดือน คาลูกโลกมหัศจรรย์ไปเลย ผมคิดในใจ พวกนี้คงสนุกกันไปอีกนาน ฮ่าฮ่า 

                         แต่พอพวกเธอฟื้นแทนที่จะเอาเรื่องกับไอ้เต้ย ดันมาหาว่าผมยุยงให้มันทำ   แถมยังแสดงพลังที่กำลังนิยมอยู่ในขณะนั้น ใส่ผมอีก มนต์แห่งจันทรา .จงสำแดงอำนาจบาทา ต่อมันนะบัดนี้  ว่าแล้วบาทาทั้งสี่ก็ประทานพรมาที่ใบหน้าและร่างกายผมอย่างไม่ยั้ง (ตุบตับๆ ๆ ๆ!!!!) คงเดาได้แน่เลย คร้าบ..ว่าผมมีสภาพเช่นไร

	นับตั้งแต่วันนั้น ผมก็คบกับมันเพื่อนกัน จนถึงตอนที่ผมเรียนชั้นมัธยม แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนไปแล้วนะคร้าบ  เมื่อก่อนความหล่อของผมคนอื่นเขาว่าผมนำหน้าไอ้เต้ยอยู่นิดหนึ่ง แต่เดี๋ยวนี้ นะเหรอ.มันเทียบผมไม่ติดฝุ่นสักนิด (ไม่เชื่อเหรอ???) ไม่เชื่อก็ถามคุณสาว ๆทั้งหลายที่มาหลงเสน่ห์ของผมในขณะนี้สิ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษหรอกครับ   

	เพื่อนผมมักสงสัยว่าไอ้เต้ยมันมีดีอะราย????ผมถึงหลงไปคบกับไอ้เฉื่อยอย่างมันได้นานขนาดนี้  ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมก็รู้อยู่อย่างว่า นอกจากมันยอมทำตามที่ผมสั่งโดยไม่มี่ข้อแม้ มันก็ไม่เห็นมันจะมีดีตรงไหนอีก แต่อย่าไปถือมันเลยครับ.. มันก็เป็นของมันอยู่อย่างเนี้ย เดินไหล่ห่อ หน้าเชิดสามสิบองศา ปากเบี้ยว แต่บางเวลามันก็ทำให้ผมหายเซ็งได้เป็นอย่างดี

	เพราะอะไรนะหรือครับ??? ก็มีอยู่วันหนึ่งผมจำได้ ผมอยากโดดเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เพราะมันเป็นวิชาที่เข้าหัวผมอย่างแรง (ประชดนะเนี่ย!รู้ใช่ไหม)  ผมก็เลย.เอาหนังยางไปดีดที่เป้ากางเกงของมันอย่างแรง!!!!!!!! แรงแค่ไหนหรือ ครับ ???ประมาณว่ามันทำให้ผมโดดเรียนได้สำเร็จแล้วกัน   ก็คือ. ทันทีที่ผมดีดยางไปที่เป้ากางเกงของมัน  มันก็ไม่ทำไมหรอก ครับ..   ชักกระแด๊ก ๆ..ๆ เป็นไอ้เบี้ยวเข้าทรงอยู่นานสองนาน   

                     ผมก็ไม่รอช้า รีบยกมือทันที อาจารย์หันมาถามเสียงแหลมมีอะไร นายเก่งกาจ วันนี้มีปัญหาอะไรอีก ทำไมน้า ..สิ่งที่ฉันสอน ถึงไม่ยอมซึมซับเข้าขั้วใจกลางสมองเธอเสียทีอาจารย์ชมผมอีกแล้ว.. ผมควรจะขอบคุณท่านดีไหม???? คือนายเป็นเต้ยไม่สบายครับยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดจบทันทีที่อาจารย์เห็นอาการของเจ้าเบี้ยวเกลอรักของผม เธอก็ตกใจแล้วรีบพามันไปส่งโรงพยาบาลให้หมอรักษาอาการชักกระแด่ว ๆ..ๆของมันอย่างเร่งด่วน 

	วันนั้นไม่เพียงแต่ผมจะได้โดดเรียนเพราะต้องไปเฝ้าไอ้เต้ยที่โรงพยาบาล หากแต่ก็เป็นผลบุญแผ่ไปถึงเพื่อน ๆทั่วห้องเรียน    เพราะอาจารย์ไม่สอนวิชานั้นทั้งคาบ เนื่องจากอาจารย์ต้องพาเป็นเต้ยไปส่งโรงพยาบาล
วันนั้นผมอยากจะบอกว่าผมเสียใจจริง ๆที่ทำกับมันอย่างนั้น (จริง ๆนะ!! ไม่เชื่อเหรอ?) คราวหน้ามันคงนึกในใจอย่าให้ผมนึกโดดเรียนอีกเลย เพราะคราวนั้น มันคงต้องชักจนหายเบี้ยว ไปเลยก็เป็นได้..

	อ้อ..วันนี้มันเป็นวันที่สำคัญอีกวันที่ผมอยากเล่าให้พวกคุณฟัง เพราะวันนี้ผมได้เจอกับใครคนหนึ่งที่ในใจผมรู้สึกว่าค้นหามาตลอดชีวิต   จะเป็นใครนะหรือครับ เดี๋ยวคุณก็รู้ เพราะผมเจอเธอที่โรงพยาบาลในวันเดียวกับวันที่พาไอ้เต้ยไปส่ง          และเธอก็คือผู้หญิงที่ทำให้ผมเข้าใจโลกและทุกสิ่ง อาจจะรวมถึงไอ้เต้ยด้วย				
19 ตุลาคม 2547 14:29 น.

จุดประกายแห่งความฝันเมื่อฉันมีเธอ ตอนที่7(อ่านสิจ๊ะ ต้องเศร้าแน่ ๆ)

เก่งกาจ

ตอนที่ 7
	เธอ โกรธฉันหรือจินเซเอ่ยถามช้า ๆแต่ชัด แต่ไม่นานเขาก็ต้องแปลกใจและตะลึงเมื่อเยียร์ร่าห์โผกอดเขาพร้อมพูดว่า
	ไม่หรอก พร้อมบอกด้วยน้ำเสียงตื้นตันว่าขอบคุณที่ทำเพื่อฉันขนาดนี้ แล้วอยากบอกว่า ฉันดีใจมากที่มีจินเซอยู่ข้าง ๆอย่างนี้จินเซได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาพร้อมกอดตอบอย่างตื้นตันใจเป็นที่สุด
		
		หลังจากวันนั้นเยียร์ร่าห์ ก็รู้ว่าชิเน่ไม่ได้มาเรียนหลายวันเธอจึงไปเยี่ยม
	ฉันเห็นเธอไม่ไปเรียนหลายวัน เธอไม่สบายมากหรือเปล่าชิเน่หากเยียร์ร่าห์สังเกตจะพบว่าแม่ของชิเน่เลี่ยงไปอีกทางเพราะชิเน่ของร้องไม่อยากให้แม่แสดงอารมณ์จนเพื่อนของเธอรู้ว่าเธอเป็นอะไร
	อือ แต่ดีขึ้นแล้วชิเน่พยายามทำเสียงให้เป็นปกติ พร้อมยิ้มให้เพื่อนอย่างต้องการให้รู้ว่าเธอแข็งแรง
	อีกไม่กี่วันแล้วซิ ก็จะถึงวันประกวดชิเน่รีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
	อือเยียร์ร่าห์พยักหน้าพร้อมมองเพื่อนด้วยสายตาเป็นห่วง ชิเน่รับรู้ได้จึงยิ้มให้เพื่อนพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เหมือนจะฝืนให้สดใส
	แล้วฉันจะไปเอาใจช่วยนะ
	แต่ ฉันว่า..เยียร์ร่าห์หยุดมองสภาพเพื่อนพร้อมพูดอ่อย ๆเธอยังไม่หายดีนะจะพูดต่อชิเน่ก็ขัดพร้อมยิ้มให้เพื่อนเช่นเคย	
	ฉันสบายดีแต่จะเป็นหนักกว่านี้ถ้าเธอห้ามไม่ให้ฉันไปเชียร์เยียร์ร่าหืได้ยินอย่างนั้นจึงไม่อยากขัดใจ
	เราคบกันมากี่ปีละเยียร์ร่าห์ ชิเน่เอ่ยถามอย่างแผ่วเบาพลางยิ้มจาง ๆสบตาเธออย่างรอคำตอบ	
	หลายปีแล้วนะ เธอถามทำไมเยียร์ร่าห์ตอบตรง ๆ พร้อมเอะใจที่ทำไม่เพื่อนถึงเอ่ยถาม
		ชิเน่ส่ายหน้าแทนคำปฏิเสธ
	แล้วตั้งแต่เธอคบกันฉัน วันไหนที่เธอมีความสุขที่สุดชิเน่ถามอย่างแผ่วเบา แต่ดูเหมือนเป็นการชวนคุยจนเยียร์ร่าห์ไม่ทันเอะใจ
	ไม่มี เพราะตั้งแต่คบกับเธอ เผลอเป็นไม่ได้เธอต้องชวนฉันโดดเรียน แถมยังโดนครูเอ็ดตั้งหลายหนหญิงสาวกล่าวเล่น ๆชิเน่ได้แต่ยิ้ม
 แต่ก็รู้สึกน้อยใจที่เพื่อนพูดอย่างนั้นแต่ก็พยายามไม่คิดอะไรมาก
	แต่ถ้าถามฉัน ฉันมีความสุขที่สุดทุกวัน ที่ฉันได้รู้จักกับเธอชิเน่กล่าวจนเยียร์ร่าห์อดแปลกใจไม่ได้ สังหรณ์ใจแปลก ๆแต่ก็ไม่ได้พูดสิ่งใด
ไม่นานชิเน่ก็บอกเธอว่าอยากพักผ่อน เธอจึงลากลับบ้านด้วยหัวใจที่มีลางสังหรณ์อย่างบอกไม่ถูกแต่ก็ไม่ได้เอ่ยกับใคร
		เยียร์ร่าห์ไม่รู้เลยว่า ทันทีที่เธอกลับแม่ของชิเน่ก็ห้ามปรามไม่ให้เธอไปเชียร์เยียร์ร่าห์เนื่องจากคุณหมอนัดผ่าตัดครั้งสำคัญวันนั้น
	แต่ชิเน่ก็ยืนกรานที่จะไป
	ลูกไปไม่ได้นะ ลูกก็รู้ว่าคุณหมอนัดผ่าตัดแม่ของเธอเสียงแข็ง ชิเน่ไม่ฟังคำทัดทานเธอหันไปพูดกับผู้เป็นมารดา
	ถึงจะผ่าตัดแล้ว ช้าเร็วยังไงหนูก็ต้องตาย เพราะงั้นหนูต้อง..ไม่ทันขาดคำ ผู้เป็นมารดาก็สะบัดมือลงไปยังใบหน้าของผู้เป็นบุตรสาว แต่ก็ต้องหน้าเสียไปพักหนึ่งรู้สึกผิดที่ทำรุนแรง
 แต่ก็พยายามพูดเสียงแข็งห้ามปรามบุตรสาว	
	ห้ามพูดคำว่าตาย และก็ห้ามพูดว่าแกสิ้นหวัง ถ้าแกเห็นฉันเป็นแม่อยู่ละก็ ต้องเชื่อฟังฉันห้ามไปที่นั่นเด็ดขาด เข้าใจไหมจากนั้นเธอก็ออกไปสะอื้นไห้อยู่ข้างนอก หวังให้ผู้เป็นลูกเข้าใจในความปรารถนาดี ไม่มีแม่ที่ไหนจะทนเห็นลูกเอาชีวิตไปเสี่ยงได้
		ชิเน่ก็สะอื้นไห้ที่แม่ไม่ยอมเข้าใจเธอ ทำไมเวลาของเธอก็เหลือไม่มาก ทำไมไม่ให้เธอทำในสิ่งที่เธอต้องการ  ถ้าแม่รักเธอจริง เหตุใดต้องขัดขวางสิ่งที่เธอปรารถนาจะทำเป็นครั้งสุดท้าย
		ในใจชิเน่นั้นนอกจากอยากไปให้กำลังใจเยียร์ร่าห์ ที่สำคัญกว่านั้นเธออยากไปเชียร์จินเซ เพราะคิดว่าวันสำคัญของเขาก็เหมือนวันสำคัญของเธอด้วยเช่นกัน
		

		และแล้ววันที่จินเซและเยียร์ร่าห์รอคอยก็มาถึง มันคือวันที่เธอต้องประกวดเต้นรำคู่รอบชิงชนะเลิศด้วยกัน
		ในระหว่างที่กำลังรอการประกวด และจินเซก็อยู่กับเยียร์ร่าห์ตามลำพัง 
		เยียร์ร่าห์รู้สึกเป็นกังวลจนจินเซรู้สึกได้ เขาจับมือเธอมากุมเหมือนให้กำลังใจ และเหมือนปลอบว่ามันจะผ่านไปได้ด้วยดี
	จินเซ ถ้าวันนี้เราสองคนไม่ชนะ เธอจะเสียใจไหมเยียรร่าห์เอ่ยถาม ด้วยหัวใจจดจ่อกับคำตอบของเขา เธอกลัวเหลือเกินที่จะเป็นภาระให้เขาในการแข่งขันครั้งนี้
	ไม่ จากนั้นเขากุมมือเธอไว้แน่นก่อนพูดว่า
	เพราะวันนี้ฉันมีเธอ และได้ทำสิ่งที่รักที่สุดร่วมกับเธอ ฉันก็มีความสุขแล้วจินเซกล่าวจากใจจริง เท่านั้นเองเยียร์ร่าห์ก็ยิ้มออกมา น่าแปลกที่เธอคลายกังวลลงไปได้อย่างปลิดทิ้ง
	ดี วันนี้เราไม่สนใจว่าจะชนะหรือไม่ แต่วันนี้เราจะมาทำสิ่งที่รักร่วมกัน เพื่อเราเองและก็เพื่อชิเน่หญิงสาวกล่าวพร้อมยิ้มให้เค้า เค้าก็ยิ้มให้เธอเช่นกัน
		ในระหว่างทั้งสองกำลังนั่งรอการแข่งขัน ชิเน่ก็ได้ไปรอผ่าตัดอยู่ที่พยาบาล 
		ในขณะที่บุรุษพยาบาลนำร่างเธอไปรอการผ่าตัดอยู่ที่ห้องหนึ่ง ชิเน่ก็ตัดสินใจอะไรบางอย่าง
		เธอทิ้งจดหมายให้ผู้เป็นแม่ฉบับหนึ่ง
	คุณแม่คะขอโทษที่ไม่เชื่อฟังคำปรารถนาดีจากคุณแม่ แต่หนูรู้ตัวดีว่าเหลือเวลาอีกไม่มากนัก ได้โปรดให้หนูทำในสิ่งที่หนูต้องการเถิดคะ กราบขอโทษจากใจอีกครั้ง ลูกของแม่
แม่ของชิเน่อ่านจบก็สะอื้นไห้ทันที เธอรีบตามบุตรสาวที่ที่มีการประกวดทันที
		ชิเน่มาถึงยิมโดยรถแท็กซี่ ก่อนลงจากรถเธอหันไปถามคนขับว่า
	คุณคะ หนูดูเหมือนคนป่วย หรือเปล่าคะคนขับมองหน้าเธองงแล้วพูดว่า
	แล้วหนูไม่สบายหรือ ถามแปลก ๆนะจ๊ะชิเน่ได้ยินดังนั้นจึงยิ้มแล้วพูดกับคนขับรถแท็กซี่ว่า
	ไม่หรอกค่ะ หนูสบายดีคะ ขอบคุณมากคะจากนั้นเธอก็รีบลงจากรถ คนขับรถแท็กซี่ยังงงไมหาย
	ท่าจะบ๊องคนขับแท็กซี่กล่าวแล้วขับรถออกไป
		อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าทั้งจินเซและเยียร์ร่าห์ก็ต้องลงแข่งขัน เยียร์ร่าห์มองหาชิเน่เพราะเธอสัญญาว่าจะมาเชียร์แต่ตอนนี้ยังไร้วี่แวว
	มองหาใครจินเซหันมาถาม
	ชิเน่ ยังไม่เห็นเลยเธอตอบเขาพร้อมมองหาชิเน่ จากนั้นเธอก็ยิ้มออกมาได้เมื่อเห็นผู้หญิงชุดสีชมพูคนหนึ่งพร้อมช่อดอกกุหลาบขาว โบกมือให้เธออยู่ท่ามกลางกองเชียร์ในสเตเดียม
		เยียร์ร่าห์โบกมือตอบบัดนี้เธอมีกำลังใจอย่างบอกไม่ถูก
	พยายามเข้านะคะ จินเซ ชิเน่กล่าวพลางมองไปที่จินเซ แล้วยิ้มแบบเศร้าอีกไม่นานเธอต้องจากเขาไปตลอดกาล
	เธอด้วยนะเยียร์ร่าห์ชิเน่กล่าว
		
		ต่อไปเมื่อเพลงเริ่มบรรเลงทั้งจินเซและเยียร์ร่าห์ก็ได้เต้นตามท่าที่ได้เตรียมกันมา
		ทั้งคู่นั้นเฝ้าบอกกับตนเองว่าไม่ได้มาเพื่อการประกวด แต่มาเพื่อความฝันและทำสิ่งที่รักด้วยกัน ผลจะเป็นอย่างไรก็ช่าง ขอให้ทำให้ดีที่สุด
		ทั้งคู่สามารถเต้นรำได้เข้าจังหวะ และอ่อนช้อยตามบทเพลง ดูสวยงามยิ่งนัก
		ชิเน่เห็นทั้งคู่เต้นรำด้วยกันเหมือนตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก และดูประสานกันเป็นหนึ่ง ก็รู้สึกปวดใจในใจเธอคิดอยากที่จะอยู่ในอ้อมกอดของจินเซอย่างนั้นบ้าง 
แต่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้คิดอย่างนั้นได้แต่เศร้าใจ
	เมื่อเพลงบรรเลงจบทั้งคู่ก็ทำความเคารพคนดู ที่บัดนี้ปรบมือสนั่นก้องทั่วสเตเดียมด้วยความชื่นชม
		เยียร์ร่าห์ในตอนนี้อยากบอกกับชิเน่ว่าเธอทำสำเร็จที่ได้ก้าวผ่านมาถึงจุดนี้ แม้วันนี้เธออาจไม่ชนะก็ไม่เป็นไร แต่ตอนนี้เธอต้องรอให้คณะกรรมการประกาศรายชื่อผู้ชนะเลิศเสียก่อน
 จึงจะแยกไปหาชิเน่ได้
	ไม่นานพิธีกรก็บอกถึงผลตัดสินในการประกวดครั้งนี้
	เอาละครับวินาทีแห่งการลุ้นระทึกได้มาถึงแล้ว ในที่นี้มีเพียงสามคู่เท่านั้นที่ได้รับรางวัล หนึ่งในนั้นจะเป็นใครบ้างเดี๋ยวเราจะได้ทราบกันจากนั้นพิธีกรก็แกะซองแล้วพูด
	คู่ที่ได้รองชนะเลิศอันดับสองได้แก่ หมายเลย สิบสองครับเท่านั้นเองเสียงปรบมือก็ดังทั่วสนามอย่างยินดี
	เอาละครับต่อไปผมจะประกาศผู้ได้ตำแหน่งชนะเลิศ จะเป็นคู่ไหนทุกคนคงเดาได้ไม่ยากนะครับเนื่องจากคู่นี้ได้รับการจับตามองจริง  ถือว่าเป็นคู่ที่ดีที่สุดแห่งปี พิธีกรกล่าวเหมือนแกล้งให้คนดูใจระทึกเล่น ๆ
	คู่ชนะเลิศในปีนี้ได้แก่ พิธีกรหยุดอีกแล้วก่อนกล่าว
	คู่ที่หนึ่ง ฮันจินเซ และลีเยียร์ร่าห์ครับสิ้นเสียงพิธีกร คนดูก็พากันปรบมือพร้อมเสียงเฮดังลั่นทั่วสเตเดียม 
		จินเซกอดเยียร์ร่าห์อย่างยินดี พร้อมบอกกับเธอว่าสำเร็จแล้ว โดยไม่รู่ว่าชิเน่เห็นอย่างนั้นปวดร้าวใจยิ่งนัก
	ทั้งคู่ได้ขึ้นไปรับรางวัลด้วยกัน วินาทีที่ได้รับถ้วยเยียร์ร่าห์รู้สึกปลื้มปิติอย่างบอกไม่ถูก ไม่เสียแรงที่เธอทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจให้กับมัน
		เมื่อเสร็จพิธีมอบรางวัลชิเน่ได้เดินลงมาหาเพื่อนของเธอพร้อมช่อดอกไม้ ในตอนนี้เธอรู้สึกเหนื่อยอ่อนทั้งร่างกายและจิตอย่างบอกไม่ถูกแต่ก็พยายามฝืนยิ้มแล้วเดินไปหาเพื่อน
	ยินดีด้วยจ๊ะชิเน่กล่าวพลางโผกอดเพื่อนสาว ในมือยังคงถือช่อดอกไม้สีขาวนั้นไว้ โดยไม่รู้ว่าตอนนี้
	รู้สึกว่าเหมือนของเหลวไหลออกมาทางช่องจมูก แล้วก็หยดเป็นเม็ดสีแดงบนช่อดอกไม้ 
		ชิเน่รู้สึกไร้เรี่ยวแรงจนไม่อาจพยุงตัวได้ เธอทรุดลงทันที
	เยียร์ร่าห์ตกใจที่จู่ เพื่อนก็ล้มลงพอเห็นใบหน้าของชิเน่ที่ตอนนี้แต่งไปด้วยเครื่องสำอางจนบดบังความอิดโรย แต่ก็มีเลือดกำเดาไหลเป็นทาง เธอใจเสียมากร้องเรียกชิเน่
	ชิเน่ ชิเน่
		
		ขณะนั้นแม่ของชิเน่ก็มาถึง พร้อมรถพยาบาล แพทย์ไม่รอช้าพาร่างชิเน่ส่งโรงพยาบาลโดยด่วนทันที
	แม่ชิเน่สะอื้นไห้ร้องเรียกลูกด้วยความเป็นห่วงไม่ต่างอะไรจากเยียร์ร่าห์ที่ยังช็อคทำอะไรไม่ถูก
		จินเซเห็นดังนั้นจึงช่วยพยุงเธอ คนแถวนั้นได้แต่มองอย่างสนใจว่าเกิดอะไรขึ้น
	เยียร์ร่าห์และจินเซตามไปโรงพยาบาบาลทันที แต่เมื่อไปถึงก็ต้องพบกับข่าวร้ายที่สุด
	คุณป้าคะ ชิเน่เป็นยังไงบ้างเยียร์ร่าห์เอ่ยถามถึงเพื่อนอย่างนึกเป็นห่วงสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก
		ทันทีที่เธอเห็นแววตาที่แม่ชิเน่มองมาเธอใจเสียยิ่งนัก
	ยังมีหน้ามาอีกหรือ ลูกสาวฉันต้องตายเพราะพวกเธอ ยังมีหน้ามาที่นี่อีกหรือแม่ชิเน่สะอื้นไห้พร้อมกล่าวเสียงดังในประโยคท้าย จะเข้าไปทำร้ายเยียร์ร่าห์ แต่พ่อชิเน่จับตัวไว้ทัน
	เยียร์ร่าห์ในตอนนี้ไม่ใส่ใจกับสิ่งใด เธอตกใจมากกับความจริงที่ได้รับรู้ เพื่อนเธอตายแล้วหรือ มันเป็นไปได้อย่างไรกัน เท่านั้นเองน้ำตาก็ไหลริน
	ทำไมละคะคุณป้า ทำไมชิเน่หญิงสาวยังคงไม่เข้าใจ เธอไม่อยากให้เป็นเรื่องจริง
	ยังไม่เข้าใจอีกหรือ เดิมทีลูกสาวฉันมีทางรอด แต่เพราะเธอรวมหัวกับจินเซทำร้ายจิตใจลูกสาวฉัน จนไม่อยากจะมีชีวิตแม่ของชิเน่ยังคงกล่าวสะอื้นไห้อย่างควบคุมสติอารมณ์ไม่ได้
		จินเซก็ตกใจเช่นกันเมื่อได้ยินเช่นนั้น
	ชิเน่รักจินเซมาก ยอมแลกโอกาสรอดทั้งชีวิตของตนเองโดยไม่ยอมผ่าตัด เพียงเพื่อจะไปเชียร์จินเซ โดยที่พวกเธอไม่รู้สักนิดว่าลูกสาวฉันต้องปวดร้าวใจแค่ไหนยิ่งแม่ของชิเน่พูด
 เยียร์ร่าห์ก็รู้สึกปวดร้าวพร้อมสับสน นี่ตลอดเวลาเธอทำร้ายเพื่อนขนาดนี้เลยหรือ ถ้ามันเป็นอย่างนั้นเธอก็ต้องชั่วร้ายมาก คิดอย่างนั้นก็ได้แต่โทษตนเองไปด้วย
	เพราะพวกเธอลูกสาวฉันถึงต้องตาย เพราะพวกเธอ ออกไปนะ ออกไปให้พ้น
	จะบ้าหรือไงคุณ เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับพวกเขา หมอก็บอกตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่หรือว่าลูกเราไม่มีหวังพ่อของชิเน่กล่าวกับแม่ของเธอ 
	ไม่จริง ถ้าไม่เพราะพวกเขาลูกสาวเราก็คงไม่ต้องตายแม่ชิเน่สะอื้นไห้หนัก พยายามปฏิเสธความจริง ไม่นานก็สลบไปด้วยอาการช็อคสุดขีด พ่อของชิเน่จึงนำไปพบแพทย์
พร้อมเรียกชื่อผู้เป็นภรรยาอย่างใจเสีย 
		เยียร์ร่าห์น้ำตาไหลริน แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ตอนนี้เธอรู้แต่ว่าอยากพบชิเน่ ชิเน่ต้องอยู่ในนั้นแน่เลย
		เธอจะเดินเข้าไป จินเซดึงเธอไว้แล้วถามว่า
	จะไปไหน
	จะไปหาชิเน่ เธอรออยู่ข้างนอกเถิดจากนั้นเธอก็ผละมือจากเขาแล้วเดินเข้าไปในห้องอย่างไร้สติ จินเซได้แต่มองตามอย่างเป็นห่วงแต่ไม่กล้าขัดใจเยียร์ร่าห์ที่จะตามเข้าไป 
		เยียร์ร่าห์เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบร่างที่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติง เธอยังจำได้ดี ไม่กี่ชั่วโมงอยู่นี้เธอยังไปเชียร์เธอและจินเซอยู่ที่ข้างสนาม แต่บัดนี้ไม่สามารถพูดคุย 
ยิ้มแย้มกับเธอได้เหมือนเดิมอีกแล้ว
	เห็นอย่างนั้นน้ำตาเธอก็ไหลรินลงมา
(โปรดติดตามอ่านตอนจบ ขอบคุณที่ได้ติดตามผลงานจ๊ะ)				
19 ตุลาคม 2547 14:21 น.

จุดประกายแห่งความฝันเมื่อฉันมีเธอ ตอนที่6 (เริ่มเข้มข้นขึ้นแล้วนะ)

เก่งกาจ

ตอนที่6
	คนโกหกหลอกลวงอย่างเธอ เป็นห่วงฉันด้วยหรือเพียงได้ยินที่ชิเน่พูดอย่างนั้นเธอก็รู้ทันทีว่าสิ่งที่เธอสังหรณ์ใจมันได้เป็นจริงเธอฟังคำชิเน่อย่างตั้งใจด้วยความรู้สึกเสียใจอย่างที่สุด
	เธอนะ ใจร้ายที่สุด ไม่บอกฉันสักคำ เรื่องเธอกับจินเซ จากนั้นชิเน่ก็เปลี่ยนสีหน้า และแววตาที่มองมาทางเธออย่างผิดหวังและน้อยใจ น้ำตาเอ่อล้นดวงตา 
เช่นเดียวกับเยียร์ร่าห์ในตอนนี้ก็เสียใจไม่แพ้กันที่ปิดบังความจริงจนเพื่อนรู้ แต่เธอก็พูดไม่ออกสักคำ ได้แต่ก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด
	เธอทนเห็นฉันเป็นนังบ้าคนหนึ่งที่พร่ำเพ้อถึงผู้ชายที่เขาเหลียวแลเพียงแต่เธอคนเดียวได้อย่างไร เธอคิดยังไงของเธอเธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความโกรธที่เหมือนชิเน่กำลังอดกลั้น 
		ชิเน่มองมาที่เธอแล้วเบือนหน้าไปอีกทางพลางใช้มือปาดน้ำตาที่เอ่อล้น เธอจะไม่ยอมให้มันไหลรินให้ผู้หญิงผู้นี้เห็นเป็นอันขาด
		เยียร์ร่าห์ยังคงก้มหน้า แต่แล้วเธอก็พูดคำหนึ่งออกมา ที่สะท้อนถึงความรู้สึกผิดทั้งหมด แต่คงไม่มีคำใดในโลกที่จะเอ่ยความรู้สึกนี้ได้ดีเท่าคำ
	ขอโทษชิเน่ได้ยินดังนั้นเธอถอนหายใจอย่างแรงเหมือนหยันนิดหนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มที่มุมปากพร้อมพูดเสียงเรียบอย่างเยือกเย็น แววตาแดงก่ำมองมาทางเธอแล้วพูดว่า
	ไม่จำเป็นสักนิด เก็บคำขอโทษอันไร้ค่าของเธอไปเถิด เพราะฉันไม่อยากคบกับคนใจร้ายอย่างเธออีกต่อไปจากนั้นชิเน่ก็เดินจากไป โดยไม่หันมามองเยียร์ร่าห์ที่บัดนี้ทำอะไรไม่ถูกเธอทรุดลงตรงนั้น 
สะอื้นไห้อยู่คนเดียว อยากหาคำพูดที่จะอธิบายความรู้สึกผิดของเธอทั้งมวล แต่เธอไม่รู้จะทำอย่างไร
		เธอนั่งอยู่ตรงนั้นสักพักก็รู้สึกมีใครคนหนึ่งเดินเข้ามา น้ำเสียงนั้นเธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี
	เยียร์ร่าห์จินเซเห็นดังนั้นใจเสียทันทีเมื่อเยียร์ร่าห์หันหน้าพร้อมน้ำตาที่เอ่อล้น เธอกอดเขาไว้ เขากอดเธอตอบ ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี
	เกิดอะไรขึ้นเขาถามพลางมองหน้าเธออย่างห่วงใยอย่างที่สุด
	ชิเน่ ชิเน่เขารู้เรื่องเธอกับฉัน เขาไม่อยากคบฉันอีกต่อไปเยียร์ร่าห์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เหมือนไม่รู้จะเริ่มอย่างไร 
		จินเซไม่รู้จะปลอบเธออย่างไร ได้แต่โอบกอดเธอไว้ อย่างห่วงใย และเข้าใจความรู้สึก
		
		ชิเน่เดินตามทางเดินกลับบ้าน ด้วยแววตาทอดอาลัย สิ้นหวังอย่างที่สุด จะมีใครบ้างไหมที่จะเข้าใจความรู้สึกโดดเดี่ยวในยามนี้ของเธอ ก็คงจะมีแต่พ่อแม่เท่านั้นที่เข้าใจ 
		เมื่อเดินถึงที่บ้านเธอก็เห็นใครคนหนึ่งรออยู่ เธอจำได้ดีว่าเขาคือใคร
		ชายหนุ่มคนนั้นคือจินเซนั่นเอง
		เธอแปลกใจที่เห็นเค้า แต่ยามนี้เมื่อเห็นเค้าก็รู้สึกเหมือนแผลในใจเริ่มปริออก หัวใจรู้สึกสับสนทันทีที่เห็นเค้า ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่เธอก็หาคำพูดเอ่ยได้
	สวัสดีคะเธอพยักหน้าให้เขาเป็นการทักทาย
		เขามองมาที่เธอ เหมือนรู้สึกผิดเหมือนกันที่เขาเป็นสาเหตุที่ทำให้เพื่อนต้องผิดใจ แต่เขาไม่อยากให้ชิเน่ต้องเข้าใจเยียร์ร่าห์ผิด เพราะเยียร์ร่าห์นั้นรักชิเน่เหลือเกิน
	ผมอยากคุยกับคุณเรื่องเยียร์ร่าห์ชายหนุ่มเข้าเรื่องทันที เขาสังเกตได้ว่าชิเน่สีหน้าเปลี่ยนทันทีที่ได้ยินชื่อเยียร์ร่าห์ สายตาเธอเฉยชาขึ้นพร้อมบอกเสียงเรียบ ๆขึ้น
	ขอโทษนะคะ ถ้าจะคุยถึงคนคนนี้ ฉันไม่มีอะไรจะพูด ขอตัวก่อนชิเน่พูดเรียบ ๆแต่เย็นชา จากนั้นเธอก็เตรียมจะเดินผละเขา ไป
 ในใจน้อยใจเขาเป็นที่สุดที่เห็นเขาทำทุกอย่างให้กับเยียร์ร่าห์ไม่แต่ไม่เคยเหลียวแลเธอสักนิด
	ได้โปรดฟังผมก่อนเถิดครับชายหนุ่มอ้อนวอน แต่แววตาจริงจังจนหญิงสาวอดลังไม่ได้ หากแต่ก็ยังปฏิเสธที่จะสนทนา
	เรื่องระหว่างฉันกับเยียร์ร่าห์มันไม่เกี่ยวกับคุณสักนิดชิเน่เสียงจริงจังขึ้น พร้อมมองตาเขาอย่างไม่พอใจ
	แต่คุณต้องฟังเขาก็เสียงเข้มขึ้น พร้อมแววตาจริงจังคู่นั้นที่พาให้เธอหวั่นไหวมาแล้ว ชิเน่อยากจะปฏิเสธ แต่ก็ทำไม่ได้จำใจรับฟังคำพูดของเขา แต่ก็หันหลังให้เขาเมื่อเขาพูด
เพราะไม่อยากให้เห็นความรู้สึกที่แสดงออกทางสีหน้าและแววตา
	เพราะผมไม่อยากให้คุณเสียเพื่อนที่รักคุณที่สุดไป เยียร์ร่าห์เค้ารักคุณมากนะ ชายหนุ่มกล่าวจากใจพร้อมหยุดนึดหนึ่งเหมือนชั่งใจว่าจะพูดดีไหม และแล้วเขาก็ตัดสินใจพูด
		ชิเน่ก็ยังหันหลังให้เขา
	ผมเคยสัญญากับเยียร์ร่าห์ว่าจะไม่พูด แต่วันนี้ผมยอมผิดคำพูด เพราะผมอยากให้คุณรู้ความจริงบางอย่าง คุณจำวันแข่งรอบชิงชนะเลิศได้ไหม
 วันนั้นแม่ของเยียร์ร่าห์เค้าไม่ได้ป่วยอย่างที่เค้าบอกคุณหรอกนะ แต่เค้าไม่อยากแข่งกับคุณ เค้าอยากให้คุณชนะ เค้าเลยยอมสละสิทธิ์นั้น ทั้งที่เค้าก็มีโอกาสเท่ากับคุณ 
		เท่านั้นเองเมื่อชิเน่ได้ฟังสีหน้าถึงกับเปลี่ยนไป ความรู้สึกสับสนในใจบังเกิดขึ้น พึ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าเยียร์ร่าห์รักและทำเพื่อเธอถึงเพียงนี้
	ต่อจากนั้นผมก็ชวนเค้าเข้าประกวดเต้นรำคู่ด้วยกัน แต่เมื่อเห็นคุณก็อยากจะเข้าประกวดพร้อมกับเขา เขาก็ยอมหลีกทาง เขาทำเพื่อคุณโดยไม่มีเงื่อนไขอย่างนี้
 แล้วคุณจะยอมเสียเพื่อนดี ๆอย่างนี้หรือครับชายหนุ่มกล่าวเหมือนจะรอฟังคำตอบ  โดยไม่รู้ว่าทันทีที่ชิเน่รู้เรื่องน้ำตาเธอไหลริน กับความจริงที่ได้รับรู้ 
และไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดีกับสิ่งที่ได้กระทำไปกับเพื่อน
		แต่อีกด้านของหัวใจก็ปวดร้าวที่เห็นชายผู้นี้ทำเพื่อเพื่อนของเธอขนาดนี้ จนอดอิจฉาไม่ได้
	หมดเรื่องของคุณแล้วใช่ไหมเธอกล่าวเรียบ ๆแต่ไม่ยอมสบตาเขา จินเซเองก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรต่อไป
	ถ้าทางคุณ จะรักเยียร์ร่าห์มากนะ ถึงได้เป็นห่วงความรู้สึกของเขาขนาดนี้เยียร์ร่าห์กล่าวจากใจ จินเซไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่ยืนมองเธออย่างเห็นใจ แต่ก็หวังว่าชิเน่จะเข้าใจในตัวเยียร์ร่าห์
	เยียร์ร่าห์ มีคุณเป็นคนรัก ช่างโชคดีจริง ๆชิเน่กล่าวจากใจจริงเธอทั้งยินดีกับเพื่อนและอิจฉาสลับกัน
	จากนั้นก็หันหลังเดินเข้าบ้าน เธอไม่อยากยืนอยู่กับเขานานกว่านี้อีกแล้ว ไม่งั้นต้องแสดงความรู้สึกกว่านี้เป็นแน่ จินเซไม่พูดสักคำ เพราะไม่อยากเซ้าซี้เธอ 
จึงเดินผละไปพร้อมนึกในใจ เขาคงทำให้เยียรร่าห์เพียงเท่านี้
		
		ชิเน่หลังจากที่คุยกับจินเซก็รู้สึกว้าวุ่นใจ เธอไม่รู้จะไประบายกับใคร นอกจากมารดาของเธอที่รับฟังเธอทุกเรื่องด้วยความเข้าใจ
	แม่คะ หนูมีความสุขที่ได้รักเขา แต่ทำไมหนูต้องเจ็บปวดเพราะเขาไม่มีวันรักหนูด้วยละคะชิเน่เอ่ยสะท้อนถึงความปวดร้าวทั้งมวลในหัวใจ
	นอกจากตัวหนู ชีวิตของหนูมีค่าสำหรับใครบ้างคะ แม่ชิเน่กล่าวพลางมองหน้ามารดาทั้งน้ำตา
	ก็พ่อกับแม่ไงละลูกแม่ของชิเน่กล่าวเสียงสั่นเครือด้วยความสงสารลูกจับใจ
		มันไม่โหดร้ายไปหน่อยหรือ ที่ชิเน่ต้องโดนปฏิเสธความรักจากชายคนหนึ่ง หนำซ้ำยังต้องโดนโรคร้ายรุมเร้า เป็นใครจะทานทนไหว
	หนูรู้คะแม่ ว่าหนูมีค่าสำหรับพ่อและแม่เสมอชิเน่กล่าวเสียงสั่นเครือ นัยน์ตาเต็มไปด้วยน้ำตาที่เอ่อล้น
	แต่พอหนูคิดถึงจินเซ และรู้ดีว่าหนูไม่มีค่าสำหรับเขาเลย หนูก็เหนื่อยใจ จนไม่อยากเธอหยุดไปครู่หนึ่งก่อนพูดอย่างอ่อนล้าว่า
	จนไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วแม่เธอได้ยินดังนั้นรีบปิดปากลูกของเธออย่างแผ่วเบา พร้อมกอดลูกไว้อย่างปลอบประโลม ปากก็พูดว่าห้ามชิเน่พูดอย่างนั้นอีก
		
		ในชั่วโมงการเต้นรำในระหว่างที่ทุกคนกำลังซ้อมวันนี้เยียร์ร่าห์ไม่เห็นเงาของชิเน่ เธอมองหาอย่างเป็นห่วง นึกอยู่ว่าทำไมชิเน่ถึงไม่ยอมมา
 หรือว่าโกรธเธอมากขนาดไม่ยอมมาเรียนคิดไปจนขาดสมาธิก็ไปไม่เดินไปตามจังหวะทำให้ไปชนกับใครอีกคน ครูจึงหันมาเอ็ดเธอ
	เยียร์ร่าห์ทำไมวันนี้ไม่มีสมาธิเลย ไม่สบายหรือเยียร์ร่าห์จึงหันหน้าไปทางอาจารย์ด้วยสีหน้าอ่อย ๆ
	ขอโทษค่ะอาจารย์พร้อมพยักหน้าเพื่อน ๆเพื่อนได้แต่มองดูด้วยความเป็นห่วง และแล้วก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้น
	ก็เค้าจะเต้นดีได้อย่างไรละคะอาจารย์ ถ้าเค้าไม่เต้นคู่กับหนูจากนั้นชิเน่ก็เดินเข้ามาพร้อมยิ้มให้เธอพร้อมขอเพื่อนคนนั้นคู่กับเยียร์ร่าห์อย่างเดิม เยียร์ร่าห์ยิ้มให้เพื่อน 
		เธอมองดูใบหน้าของชิเน่ก็รู้ทันทีว่าทุกอย่างเหมือนเดิมแล้ว แววตาของชิเน่ไม่เฉยชาเหมือนวันที่แล้ว คิดอย่างนั้นก็รู้สึกยินดีเป็นที่สุด
		จากนั้นทั้งคู่ก็เต้นรำด้วยกัน ชิเน่ชวนเยียร์ร่าห์คุยเหมือนเคย
	เยียร์ร่าห์ การประกวดครั้งหน้าเธอช่วยประกวดกับจินเซแทนฉันทีสิชิเน่พูดตามที่ตนเองได้ตั้งใจเอาไว้ เยียร์ร่าหทั้งตกใจและแปลกใจที่ได้ยินเพื่อนพูดเช่นนั้นจะถามต่อ
		ชิเน่ก็ขัดขึ้น พร้อมยิ้มให้เธอ
	เรามาโดดเรียนกันดีไหมจากนั้นเธอก็กอดเยียร์ร่าห์ แล้วเอ่ยคำคำหนึ่งอย่างแผ่วเบาแต่ชัดเจนมาในความรู้สึกของเยียร่าห์
	ขอโทษนะเยียร์ร่าห์ไม่เข้าใจ แล้วสับสนมากในสิ่งที่เพื่อนกำลังทำ แต่ก็ไม่ทันเอ่ยอะไรเช่นเคย ชิเน่ต้องการบอกความรู้สึกผิดทั้งหมดที่มีต่อเยียร์ร่าห์ 
แต่ก็ไม่กล้าบอกตามตรง 
	 อาจารย์ก็หันมาเอ็ดอีกครั้ง
	เธอสองคนเป็นอะไรกันฮือ วันนี้สติไม่อยู่กับตัวเอาเสียเลย
	ชิเน่หันไปยิ้มกับอาจารย์พลางพูดพร้อมแกล้งทำท่าอ่อย เหมือนคนไม่สบาย
	หนูว่าหนูไม่สบายคะ ขออนุญาตอาจารย์ได้ไหมคะอาจารย์ได้แต่ส่ายหัว แต่ก็ยอมชิเน่หันมายิ้มพลางพยักหน้าให้เยียร์ร่าห์มาพยุงเธอออกไปเหมือนคาบที่แล้วเมื่อพ้นห้องนาฏศิลป์
	ทั้งสองก็สบตากันด้วยความรู้สึกเป็นมิตรกันเหมือนเคย
	
	ชิเน่ เธอหายโกรธฉันแล้วหรือเยียร์ร่าห์เอ่ยพลางมองเพื่อนที่ยิ้มให้เธอ 
	เราอย่าเพิ่งพูดเรื่องนั้นเลยนะชิเน่ขัดขึ้นเรียบ ๆ พร้อมยิ้มให้เพื่อนอย่างเคย เยียร์ร่าห์ยิ้มตอบอะไรกันที่ทำให้ชิเน่หายโกรธเธอได้
 แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดยังไงเธอก็รู้สึกดีที่ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้
	แล้ว เรื่องที่เธอพูดในห้องเรียน มันหมายความว่ายังไงเยียร์เอ่ยปากถามเพื่อนทันทีที่นึกขึ้นได้ 
พร้อมรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ ชิเน่รีบพูดด้วยน้ำเสียงสดใส พร้อมแตะที่ไหล่เธอเบา
	ก็หมายความอย่างที่พูด ฉันตั้งใจอย่างนั้นจริงชิเน่พูดถึงเรื่องที่เธอตั้งใจจะให้เยียร์ร่าห์เข้าประกวดแทนเธอ เพราะรู้ว่าเยียร์ร่าห์เสียสละความฝันของตนเองเพื่อเธอมามากแล้ว
 ถึงเวลาที่เธอควรทำสิ่งใดตอบแทนให้เพื่อนบ้าน ถึงแม้มันอาจจะช้าไป แต่ก็ไม่ถึงกับสายเกินการณ์
	แต่เธอ ตั้งใจกับมันมาก แล้วทำไมเยียร์ร่าห์มองเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ ในใจรอคอยคำตอบจากเพื่อนเพื่อกระจ่างชัดมากกว่านี้ ชิเน่ยิ้มแต่รอยยิ้มนี้ดูเศร้าหมองยิ่งนัก
	ฉันรู้แล้วละ เหตุผลจริง ๆที่เธอไม่ยอมเข้าประกวดชิเน่ตัดสินใจพูดออกมาช้า ๆแต่ชัดเจนเป็นเหตุให้เยียร์ร่าห์ผงะ จะพูดเพื่อไม่ให้เพื่อนคิดมากหากแต่ชิเน่ก็พูดต่อตามความตั้งใจของตน
	ฉันไม่เคยรู้เลยว่าเธอเสียสละเพื่อฉันขนาดนี้ ฉันเอาแต่ความรู้สึกของตนเองเป็นที่ตั้งจนลืมนึกถึงจิตใจของเธอชิเน่เอ่ย พร้อมรอยยิ้มเศร้าหมองเช่นเคยเธอไม่ได้มองที่เยียร์ร่าห์  แต่ยังคงเอ่ยต่อไป
		ส่วนเยียร์ร่าห์ก็ได้แต่ฟังเพื่อนกล่าวอย่างไม่รู้จะกล่าวว่าอย่างไร
	ขอโทษที่มองเธอผิดไป แล้วก็..ชิเน่หยุดจากนั้นก็หันมาสบตาพร้อมก้มหัวให้เพื่อนเล็กน้อยก่อนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
	ขอบคุณสำหรับน้ำใจที่มีให้เยียร์ร่าห์เห็นดังนั้นเธอจึงขัดขึ้น 
	ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ฉันไม่ได้เธอพยายามปฏิเสธ ด้วยน้ำเสียงอันสดใส แต่ชิเน่ก็ยังคงพูดขัดขึ้นเหมือนให้เพื่อนยอมรักความจริง
	อย่าปฏิเสธอีกเลย จินเซบอกฉันหมดแล้วเป็นเหตุให้เยียร์ร่าห์รู้สึกโกรธขึ้นมานิดหนึ่งชิเน่เห็นดังนั้นจึงยิ้มแล้วพูดว่า
	อย่าไปโกรธเค้าเลย เธอควรจะยินดี ที่ผู้ชายคนหนึ่งทั้งรักและเป็นห่วงเธอขนาดนี้เยียร์ร่าห์ได้ยินดังนั้นเธอก็สบายใจขึ้นพร้อมยิ้มให้เพื่อนอย่างเข้าใจในตัวเธอ เธอตื้นตันจนไม่รู้จะพูดอะไร
		แต่เยียร์ร่าห์ไม่รู้เลยว่าชิเน่นั้นปวดร้าวที่สุด ที่รู้ว่าในของจินเซไม่เคยมีเธออยู่เลยแม้เพียงเสี้ยวเดียว
		ชิเน่มีเรื่องมากมายที่จะพูดกับเยียร์ร่าห์ ก็สมควรแล้วเพราะเวลาของเธอคงเหลืออีกไม่นาน
	เยียร์ร่าห์ ในชีวิตของฉันได้มีเพื่อนที่ดีอย่างเธอ ก็ถือว่าคุ้มค่าที่สุด ถ้าวันหนึ่งฉันต้องเป็นอะไรไปฉันก็ไม่เสียใจเลยชิเน่ยิ้มให้เธอแววตาบ่งบอกว่าเป็นอย่างที่พูด 
		เยียร์ร่าห์รู้สึกใจหายเมื่อได้ยินเพื่อนพูดอย่างนั้นเธอถึงกับอึ้งแล้วเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว
	ชิเน่ทำไมเธอพูดเหมือนจะลาฉันอย่างนั้นชิเน่ไม่อยากให้เพื่อนใจเสียจึงพูดกับเพื่อนพร้อมยิ้มให้เพื่อน จาง ๆว่า
	ฉันจะจากเธอไปไหนกัน ฉันจะอยู่กับเธอจนเธอจำเสียไม่ได้ว่า บ่นว่าเบื่อฉันตั้งกี่ครั้งกี่คราแล้วชิเน่กล่าวเล่น แต่ใครจะรู้ว่าในยามนี้เธออ้างว้างเหลือเกิน เธอกลัวนะ กลัวความตาย แต่กลัวแล้วได้อะไรยังไงก็ต้องตาย หากขอทำในสิ่งที่ตนเองตั้งใจ แม้ต้องไปจากโลกใบนี้ก็คงหมดห่วง
	บ้านะสิใครจะเบื่อเธอจากนั้นเยียร์ร่าห์ก็ยิ้มตอบ รู้สึกดีและโล่งใจมากในขณะนี้ เธอไม่รู้เลยว่าชะตาชีวิตของชิเน่อีกไม่นานข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
		หลังจากที่แยกกับชิเน่ เยียร์ร่าห์ก็ตรงไปที่ยิมซึ่งเป็นชมรมของจินเซ เมื่อเธอกับเขาอยู่ตามลำพัง เธอก็เดินไปหาเขา พร้อมกับสีหน้าและน้ำเสียงที่ขึงขัง เหมือนโกรธเขาจัด
	ทำไมเธอไปพูดเรื่องนั้นกับชิเน่ชายหนุ่มเห็นอย่างนั้นได้แต่หน้าเสียไม่รู้จะทำอย่างไร พร้อมไม่ยอมสบตาหญิงสาวเหมือนจนคำพูด
	เธอ โกรธฉันหรือ				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเก่งกาจ
Lovings  เก่งกาจ เลิฟ 1 คน
Lovers  0 คน เลิฟเก่งกาจ
Lovings  เก่งกาจ เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเก่งกาจ
Lovings  เก่งกาจ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงเก่งกาจ