4 กรกฎาคม 2548 16:41 น.

หน้ากาก

ฉันเอง

ฉันเป็นคนเรียบง่ายและติดดิน
ฉันเป็นคนเซอร์ๆอย่างไรก็ได้
เวลาที่ฉันเข้าร้านตัดผมฉันก็บอกเขาว่าซอยผม
ทรงอะไรก็ได้แต่อย่าให้เหมือนผู้ชาย

เพราะนิสัยส่วนใหญ่ของฉันคล้ายผู้ชาย
แต่ในส่วนลึกจริงๆแล้วฉันเป็นผู้หญิงที่สวีทมาก
ฉันใช้เวลาคิดนานหลายวันที่จะเข้าไปร้านทำผม
เพื่อต้องการทำสีผมและขัดหน้า

ซึ่งฉันไม่เคยทำเลยแต่ไม่อยากตกยุค
เป็นช่วงที่เขาต้องการให้ฉันโปรโมท
เพราะว่าเขาเปิดร้านใหม่เขาจึงลดราคาให้
ฉันไปแต่เช้าเพื่อที่ว่าจะได้เสร็จเร็วๆ

ช่างเริ่มทำตามขั้นตอนของเขาขัดหน้านวดหน้า
โกรกผมซึ่งใช้เวลานานมากกว่าจะเสร็จ
ตั้งแต่ 10.00-15.00 ถ้ารู้ว่าช้าอย่างนี้ฉันคงไม่ทำ
เขาทำอย่างละเอียด ไดร์วผมอย่างดี แต่งหน้าให้ด้วย

ความรู้สึกของฉันในตอนนั้นมันเหมือนกับว่า
มีคนเอาหน้ากากมาสวมใส่ในหน้าของฉัน
ฉันเดินกลับบ้านพร้อมกับเอาร่มบังหน้าเอาไว้
พอกลับมาถึงบ้านฉันก็กระชากหน้ากากออก

แล้วมันก็เป็นหน้าเดิมของฉันถึงแม้ว่ามันจะไม่สวย
แต่ฉันก็พอใจเพราะว่ามันเป็นตัวของตัวเอง
ผมที่เขาสระไดรว์มาอย่างดีฉันก็จัดการมันเสีย
ถ้าคนทำเขารู้เขาคงเสียใจที่ตั้งใจทำแต่ทว่า

มันไม่ใช่ตัวฉันต่อไปฉันจะไม่ไปทำอีกแล้ว
ร้านตรงข้ามบ้านฉันก็มีตัดไม่ถึง 10 นาที
ราคาแค่ 20 บาท แถมยังถูกใจฉันเสียอีก
สระเสร็จสบัดผมไม่ต้องทำอะไรกับมัน

นี่แหละคือตัวตนที่แท้จริงของฉัน				
11 กันยายน 2547 14:35 น.

ฉันเป็นฆาตกรใน.......

ฉันเอง

:smok เวลากลางคืนฉันมักตื่นขึ้นมาในกลางดึก แล้วฉันก็ค่อยๆมองไปรอบตัวฉันอยู่ที่ไหนกันนี่ ฉันคิดแล้วคิดอีกก็มันบ้านของฉันเองนี่นา ฉันเป็นอย่างนี้บ่อยๆและเสมอๆ สงสัยฉันจะเป็นโรควิตกจริตเสียแล้ว แต่ฉันก็ไม่เคยกลัวเลยนะกลับการที่จะต้องอยู่คนเดียว ยกเว้นตอนไม่สบายเวลาที่มีข่าวเขาออกมาว่า ผู้หญิงอยู่บ้านคนเดียวโดนฆาตกรฆ่าเสียชีวิต ฉันก็จะระวังตัวมากขึ้นใส่กุญแจในบ้านถึงแม้ว่าจะเป็นเวลากลางวัน เพื่อว่าฉันเผลอหลับไปหละใครจะไปรู้ เพราะว่าเขาก็ต่างคนต่างอยู่กันทั้งนั้น 

แต่สิ่งที่ฉันกลัวมากก็คือฉันชอบฝันว่าฆ่าคนตาย เพราะว่าฉันเป็นคนตรงไปตรงมาและอารมณ์ร้อน ฉันอาจจะลืมตัวฆ่าใครเอาได้ง่ายๆฉันพยายามที่จะเลี่ยง เพราะว่าฉันรักชีวิตที่อิสระเหลือเกิน ฉันไม่อยากเข้าไปแออัดยัดเยียดกันอยู่ในห้องแคบๆ เหมือนอย่างที่ฉันดูในทีวีหรือว่าอ่านหนังสือเจอ หรือบางครั้งฉันก็มีโอกาสได้ฟังจากคนที่เคยเข้าไปอยู่มา ฉันชอบเก็บเอาเรื่องราวต่างๆเอาไว้เป็นข้อมูล คืนก่อนฉันก็ฝันอีกว่าฆ่าคนตายแล้วก็ขุดหลุมฝังศพเอาไว้ พอฉันตื่นขึ้นมาฉันตกใจมากคิดว่าเป็นเรื่องจริง ฉันสำรวจไปรอบๆตัวของฉันโชคดีที่มันเป็นเพียงแค่ความฝัน แต่ฉันก็ไม่กล้านอนต่อเพราะว่าฉันกลัวว่าจะไปฝันแบบต่อเนื่องอีก 

ตอนเช้าๆฉันไปเดินออกกำลังกายประมาณ 3.00 ฉันจะเดินวนในหมู่บ้านหลายๆรอบ ช่วงนี้ยามประจำหมู่บ้านนอนหลับได้เลย เพราะฉันจะเป็นเหมือนยามหญิงของหมู่บ้าน หลังจากนั้นฉันก็จะเดินไปตามถนนใหญ่ไปตลาดบางทีก็ซื้อกับข้าวติดมือมา ขากลับบางทีก็เดินมาแต่ถ้าถือของเยอะก็นั่งรถมา ระยะทางไปกลับ 6 กม มีแต่คนถามฉันว่าไม่กลัวหรือ จะว่าไม่กลัวก็ไม่ถูกนะแต่ฉันพยายามระวังตัวนะ ฉันไม่ชอบอยู่กับที่มันน่าเบื่อนะ เมื่อเช้าฉันก็เป็นยามเสร็จแล้วก็เดินไปตลาดอีกที่นึง ฉันไปหาเจมส์นะ(ข้าวมันไก่) ฉันอยากกินมากเมื่อวานไปที่ตลาดอีกที่นึงไม่มี วันนี้ฉันจึงเปลี่ยนที่ใหม่แล้วก็เดินกลับมา ตอนนี้กำลังฉันเริ่มจะอยู่ตัวเหมือนเดิมแล้วนะ ตอนใหม่ๆเดินหรือวิ่งกลับมาฉันต้องมานอนเอาแรงเสียหน่อยนึงนะ 

ฉันยังมีเรื่องสนุกๆมาเล่าให้ฟังอีก ถ้าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆหลานๆ เข้ามาอ่านบ้างนะ ไม่ใช่มื				
11 กันยายน 2547 14:23 น.

คืนที่มืดสนิทกับการวัดใจตัวเอง

ฉันเอง

ค่ำคืนนั้นฉันลงจากรถเมล์เป็นเวลาประมาณ 21.30 น ฉันเดินเข้าไปทางเดินเล็กๆ ความประมาณ 2 เมตร ทางเดินมีแต่หินก้อนสี่เหลี่ยมวางไว้ห่างๆ บางแผ่นก็แตกออกเหลือแค่เพียงเสี้ยวเดียว 2 ข้างทางเป็นสวนมีแต่ต้นไม้ นานๆจะเจอบ้านคนเสียทีนึงเหมือนต่างจังหวัด ไม่มีแสงไฟไฟ้าตลอดทางเดิน ฉันต้องมีไฟฉายอันเล็กๆ ติดตัวอันนึงเสมอ และก็มีคลัสเตอร์หรือไม่ก็กรรไกรอยู่ในมือ ฉันเดินฉายไฟไปตามหินก้อนเล็กๆ ฉันต้องระวังหลายอย่าง เพราะว่าอาจจะเจองูหรือตะขาบหรืออะไรข้างหน้าที่คาดเดาไม่ถูก 

            ถ้าคืนไหนมีแสงจันทร์ส่องสว่างก็ค่อยยังชั่วหน่อย แต่ถ้าเป็นคืนแรมค่ำแล้วหละก็ถ้ามันจะมืดสนิท เวลาที่ฉันเดินเข้าไปนั้นฉันได้ยินแต่เสียงของหัวใจตัวเองดังเหมือนออกมาจากอก และเสียงร้องเท้าของฉันที่เดินบนเจ้าก้อนหินเล็กๆ ในบางครั้งก็จะมีเสียงร้องของสัตว์บางชนิด เวลาที่ฉันต้องเดินข้ามสพานไม้เล็กๆตรงนั้นจะมีต้นไม่ใหญ่มากอยู่ต้นนึง มีคนเล่าว่ามีคนผูกคอตายที่นี่ เวลาฉันเดินไปฉันต้องวัดใจตัวเอง พยายามไม่คิดถึงอะไรตรงนั้น หรือไม่ก็พยายามที่จะเดินให้เร็วที่สุด เพราะว่าในความมืดมิดอย่างนั้นมันทำให้คนเราจินตนาการไปได้หลายด้าน บางครั้งมีคนเดินสวนมามีแต่แสงไฟฉายไม่เห็นหน้าตากัน ฉันก็ต้องระวังตัวเพราะว่าไม่รู้ว่าเป็นใคร 

               ในค่ำคืนนั้นฉันต้องเดินมาถึงสามแยกเล็กๆ ตรงนี้นะเป็นจุดบอดเพราะเราไม่รู้ว่าจะเจออะไรระหว่าง ซ้ายมือและขวามือแต่ในคืนนั้นฉันเห็นเงาดำๆใหญ่ๆ เพราะห่างจากตรงนั้นไปพอจะมีบ้านเห็นแสงไฟราง แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรฉันเห็นดวงตาวาวๆดูน่ากลัวในความมืด ฉันเดินมองไปจะเอาอย่างไรดีเพราะมันมีทางเดียวที่จะไปบ้านได้ ฉันรังเรและในที่สุดฉันก็ตัดสินใจเผชิญหน้ามันทั้งที่หัวใจรัวเต้นไม่เป็นจังหวะ ฉันส่องไฟฉายไปตรงจุดนั้นมันเป็นหมาสีดำตัวใหญ่มาก ฉันถอนใจออกมาและก็เดินตรงไป ตรงไป ตรงไป มันถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจเด็ดขาด ฉันต้องเอาชนะความกลัวให้ได้ เมื่อผ่านจุดนั้นมาแล้วฉันก็ยังต้องเดินอย่างระวัง เพราะว่าหนทางข้างหน้ากว่าจะถึงบ้าน ฉันจะต้องเจอะเจออะไรอีก สิ่งที่สำคัญที่สุดต้องตั้งสติให้ได้ เพราะหลังจากวันนั้นฉันก็เจอเหตุการณ์อะไรอีกหลายอย่าง ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงจะถอดใจไปแล้วหละ 

                จะให้ฉันหันหลังกลับแล้ววิ่งหนี ฉันต้องวิ่งหนีมันตลอดชีวิต แล้วในคืนนั้นฉันจะไปนอนที่ไหนหละ เพราะว่ามันคือบ้านของฉันที่ฉันรักแต่ในวันนึงฉันก็ต้องเสียมันไป เพราะคำว่าเงินคำเดียวไม่มีพ่อแม่พี่น้อง ฉันคิดเสียว่าฉันชดใช้กรรมเพราะว่าฉันไม่สามารถเรียกร้องอะไรจากเขาได้ ฉันถือเสียว่ามาเริ่มต้นนับ 1 ใหม่ และฉันก็ภูมิใจในสิ่งที่ฉันหามาจากใจของฉัน ถ้าวันนั้นฉันยอมแพ้ฉันก็คงไม่มีวันนี้ ถึงไม่ได้ร่ำรวยแค่มีที่คุ้มหัวนอน มีอาหารกิน แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับฉันแล้วหละ แต่สำหรับคนอื่นจุดมุ่งหมายของเขาอาจจะต้องแหงนมองคอตั้งบ่า เพื่อที่จะไปให้ถึงจุดหมายของเขา ความสุขของคนเรามันต่างกัน และจุดมุ่งหมายของแต่ละคนก็ต่างกัน				
10 กันยายน 2547 07:13 น.

ศพในบ้าน

ฉันเอง

ฉันเป็นฆาตกรหลายศพแต่ฉันยังโชคดีที่รอดมาได้ ไม่มีใครรู้ว่าฉันเป็นคนจัดการฆ่ามันเองหละ เมื่อวานตอนเช้าฉันตื่นขึ้นมาฉันเจอศพ 2 ศพหน้าบ้านฉัน ฉันยืนมองอยู่สักพักนึงด้วยความตกใจ ฉันทำอะไรลงไปอีกแล้วหรือนี่ เพราะว่าฉันเป็นคนที่นอนหลับยากฉันจึงต้องกินยาคลายเครียดเป็นประจำ หมอสั่งให้ฉันกินวันละ 2 เม็ด แต่ทว่าฉันกินมันมากกว่านั้น เมื่อเวลานอนหลับไปแล้วฉันจึงเผลอทำอะไรโดยไม่รู้สึกตัว หลายครั้งที่ฉันเดินเข้าไปและเปิดแก๊สทิ้งเอาไว้ โชคดีที่ไฟไม่ไหม้บ้าน 


                แต่ในครั้งนี้มันเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรง ฉันยืนเหงื่อตกฉันจะทำอย่างไรกับมันดีหละ เผื่อคนเข้ามาเห็นเข้าหละฉันจะทำอย่างไรดี ฉันต้องทำลายหลักฐานเสียก่อน ฉันค่อยๆขยับเอามันไปไว้ข้างแทงค์น้ำ คงจะไม่ใครเห็นหรอกนะแล้วฉันก็เอาอะไรมาปูทับมันเสีย แล้วฉันก็ไปออกกำลังกายทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันจะต้องรอ รอให้มันมืดเสียก่อนนะ 
รอจนคนหลับกันหมดแล้วฉันจะจัดการกับมัน 

                แล้วฉันก็เผลอหลับไปเพราะยาและมารู้สึกตัวเอาตอน 4.00 ของวันใหม่ ตายหละฉันจะทำกับมันอย่างไรดีนะนี่ 
ตอนนี้ตัวมันแข็งแล้วและมันก็เริ่มที่จะฟ้องกับคนอื่น ยิ่งคนข้างบ้านฉันยิ่งชอบยุ่งกับเรื่องของคนอื่น ฉันเดินมาเข้าห้องน้ำแล้วฉันก็ต้องตกใจแทบช็อค มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันนี่ฉันทำอะไรลงไปอีกแล้วหรือนี่ มีศพอีก 13 ศพนอนตายเรียงกัน ก็ฉันพยายามทำหลายๆอย่างไม่ให้มันเข้ามา แต่มันก็เข้ามาหาที่ตายเองนี่นาจะให้ฉันทำอย่างไรหละ 
                  ฉันค่อยๆลำเลียงศพของพวกมันออกไปกองเอาไว้รวมกัน และฉันจะจัดการมันพร้อมๆกันทีเดียวเลยหละ ฉันมองหาหนังยางแล้วฉันก็เจอมันในลิ้นชัก ฉันจะเผานั่งยางเหมือนตามข่าวที่เขาทำกัน ฉันมองดูหนังยางในมือมันมีพอที่จะเผามันหรือเปล่านี่ 

                 ฉันค่อยๆวางหนังยางลงไปทีละเส้น จนครบทุกตัวและฉันก็จุดไฟเผามัน กลิ่นหนังยางเหม็นมากฉันกลัวว่าจะทำลายหลักฐานไม่เพียงพอ ฉันจึงเอาน้ำมันเทลาดลงไปด้วย ฉันแทบจะทนเหม็นกลิ่นของพวกมันไม่ไหว ยังไม่มีใครมาเห็น 

                ฉันทำลายหลักฐานจนหมดสิ้นแล้ว ฉันจึงไปออกกำลังกายด้วยความโล่งใจ ถ้ามันยังเข้ามาในบ้านฉันอีกหละก็ฉันจะไม่ปล่อยให้มันหลุดพ้นไปได้หรอก ฉันจะไม่ยอมให้มันเข้ามายึดครองบ้านของฉันเด็ดขาด ยังเหลือเสี้ยนหนามที่ฉันต้องจัดการมันอีก มันชอบมาแย่งอาหารของฉันเวลาฉันวางมันไว้ และพอฉันนอนหลับเมื่อไรมันก็ชอบมากัดฉันเป็นประจำ พรุ่งนี้ถ้ามันมาอีกมันต้องตายสถานเดียว เจ้า.............
  

 
ฉันเอง 10/9/47				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟฉันเอง
Lovings  ฉันเอง เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟฉันเอง
Lovings  ฉันเอง เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟฉันเอง
Lovings  ฉันเอง เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงฉันเอง
>