27 พฤษภาคม 2548 12:09 น.

that's u ( ตอนที่ 6 )

ธารินทร์

. . ห นึ่ ง วั น เ ดี ย ว กั น . .

* 1 *
              เช้านี้.. เช้าวันอาทิตย์ มันน่าจะเป็นเช้าวันที่สดใสเป็นพิเศษ ถ้าหากว่า.. ยุ่งไม่ได้ตื่นเช้าเกินไป มันเป็นการตื่นโดยไม่เต็มใจสักเท่าไหร่ เพราะร่างกายมันบอกให้พักผ่อนต่ออีกหน่อย ยุ่งพยายามหลับตาต่อไปอีก แต่ในที่สุดยุ่งก็พบว่า มันลำบากเอามากๆ ..

              ไหนๆวันนี้ผมก็ตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าแล้ว ลองเดินออกไปดูแสงแรกของวันก็ดีเหมือนกันนะ ผมเองก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้มาสัมผัสบรรยากาศยามเช้าอย่างนี้สักเท่าไหร่หรอก เพราะมัวแต่พาเจ้าตัวยุ่งไปนับดาว นานๆได้ตื่นเช้ามาดูดวงอาทิตย์ขึ้นแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ..

              ออกไปสูดอากาศยามเช้า รับโอโซนจนชุ่มปอดแล้ว ยุ่งก็หันมาสนใจกับร่างกายตัวเองบ้าง รู้สึกว่าจะยังไม่ค่อยสดชื่นสักเท่าไหร่ ไปอาบน้ำดีกว่า เผื่อว่าสายน้ำ มันจะนำความสดชื่นสดใสมาให้บ้าง มันเป็นความคิดที่ดีไม่น้อยเลยนะเนี่ย ลา ลัล ลา อาบน้ำ อาบน้ำ ..

              ฮืม.. อาบน้ำแล้วรู้สึกว่าจะสดชื่นขึ้นตั้งเยอะ เช้าๆแบบนี้เจ้ายุ่งของผมจะตื่นรึยังนะ ตอนนี้คงยังไม่ตื่นหรอก เมื่อคืนกว่าจะแยกกันก็เกือบตีหนึ่งแล้ว  เด็กอะไรน่าตีจริงๆ ชวนเราไปนั่นมานี่ซะเรื่อย เมื่อคืนก็ไปนั่งนับดาวกัน แล้วก็หนีหลับไปซะเฉยๆซะยังงั้น นี่ถ้าไม่ไล่ให้กลับบ้านมีหวังเราต้องทนเมื่อยทั้งคืนแน่ๆ ..

              ..ฮัดชิ้ว.. รู้สึกเหมือนมีใครมานินทาแฮะเรา พี่รินรึเปล่าน๊า แต่คงไม่ใช่หรอก ตอนนี้พี่รินคงยังไม่ตื่น เพราะปกติเค้าตื่นสายอยู่แล้ว หุ หุ .. เมื่อคืนพี่รินพาไปเที่ยวตั้งหลายที่แน่ะ ยุ่งอยากไปที่ไหนเขาก็พาไป ชอบนะ.. ตอนไปนั่งนับดาวที่ริมหาดด้วยกันน่ะ นี่ถ้ายุ่งไม่เผลอหลับไปก่อนก็คงไม่กลับเร็วแบบนี้หรอก สงสัยจะเมื่อยล่ะสิ ก็ให้ตักมาเป็นหมอนให้ยุ่งหนุนเองนี่นะ ช่วยไม่ได้ ..

              ฮ๊าด... เชิ้ว! โอยยัยตัวยุ่งแอบนินทาเราในฝันแน่ๆเลย .. แต่ว่าเช้าๆแบบนี้เราจะทำอะไรดีล่ะ จะนั่งดูทีวีอยู่แบบนี้มันก็เหมือนจะไร้สาระเกินไป.. อ๋อ.. ไหนๆก็ไหนๆแล้ว จัดห้องที่มันรกๆให้มันดูดีหน่อยดีกว่า ..

              ห้องนี่ก็ช่างรกจริงๆ แล้วจะเริ่มต้นจัดห้องจากตรงไหนดีน๊า.. เอาตรงมุมที่ชอบก่อนก็แล้วกัน.. บนที่นอน หุ หุ ก่อนอื่นก็พับผ้าห่มให้เรียบร้อย เอาหมอนมาวางให้สวยงาม แล้วก็ดึงผ้าปูให้มันตึง เก็บหนังสือบนหัวนอนไปไว้ที่เดิมของมัน(แต่ที่เดิมของมันก็ที่บนหัวนอนนี่ล่ะนะ).. จัดให้เข้าที่เข้าทางซะหน่อย อืม ๆ ๆ เริ่มเป็นระเบียบขึ้นมาหน่อยนึงแล้ว ..

              มุมไหนดีล่ะ โต๊ะกับชั้นวางหนังสือดีกว่า.. ท่าทางจะงานหนักนะเนี่ย.. จะเริ่มจับตรงไหนก่อนดีหว่า เก็บหนังสือที่วางกองบนโต๊ะมาแยกเก็บตามชั้นวางมันเหมือนเดิม หลายเล่มเหมือนกันแฮะ เอ..สงสัยต้องรื้อชั้นว่งก่อนล่ะมั้งเนี่ย จากนั้นก็เก็บอุปกรณ์ที่เรี่ยราดบนโต๊ะมาวางไว้ในลิ้นชัก ..

              อุ๊ย.. ลิ้นชักใต้โต๊ะเนี่ยก็ไม่ค่อยเป็นระเบียบเลยนะ ไหนๆก็ทำแล้วก็ทำให้มันเรียบร้อยให้หมดเลยดีกว่า เก็บบ้าง ทิ้งบ้าง จัดไปจัดมาจนในที่สุดมันก็ออกมาดูดีขึ้นจนได้ แล้วก็หันมาสนใจของบนโต๊ะต่อ เอ..รู้สึกว่าเราจะไม่ได้ทำความสะอาดห้องนานเกินไปแล้ว ฝุ่นงี้หนาเชียว.. ปัด ปัด ปัด เช็ด เช็ด เช็ด ..

              เฮ้อ.. เล่นเอาเหงื่อตกเลยนะกับไอ้งานจัดห้องเนี่ย นี่แค่สองอย่างเองนะ ยังเหลืออีกตั้งเยอะ พักก่อนดีกว่า นี่มันกี่โมงแล้วนะ ..

              อะโห.. เกือบจะเก้าโมงแล้วหรอ เวลามันผ่านไปเร็วจังเลยนะ นี่ยุ่งใช้เวลาจัดห้องนานเหมือนกันนะเนี่ย ตอนนี้พี่รินจะตื่นรึยังน๊า.. ลองโทรไปแกล้งดีกว่ามั้ง.. ไม่ดีกว่า เดี๋ยวโดนดุอีก.. ชอบหาว่าเราเป็นเด็กดื้อซะเรื่อยเลย อะไรๆก็เด็กดื้อๆ ..

              ตอนนี้เจ้าตัวยุ่งของผมจะตื่นรึยังก็ไม่รู้ ลองโทรไปหาดีกว่ามั้ง อืม..ไม่ดีกว่า ปล่อยให้นอนพักผ่อนไปก่อนเถอะ เด็กๆต้องพักผ่อนให้เต็มที่ จะได้ไม่งอแง หุ หุ.. ส่วนเราตอนนี้ก็.. จัดห้องต่อดีกว่า ..

              ทำอะไรต่อดีน๊า.. เอาข้าวของที่ไม่ได้ใช้ไปเก็บไว้ในกล่อง เริ่มจากสมุดเล่มเก่าๆ แผ่นดิสต์ โปสการ์ด จดหมาย อืม.. หรือจะทิ้งไปบ้างดีนะ ไม่ดีกว่า เก็บไว้อย่างนี้ล่ะ เอาไว้เผื่อวันไหนอยากจะรื้อค้นความทรงจำเก่าๆ ก็จะได้หยิบขึ้นมาอ่านมาดูได้ ..

              ใช้เวลาแยกแยะขยะอยู่เกือบสองชั่วโมง ในที่สุดผมก็เก็บและกวาดห้องให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้นกว่าเดิมตั้งหลายเท่า .. ร้อนจังเลย เหนื่อยสุดๆ รู้สึกว่าจะเหนียวตัวอีกแล้วล่ะสิ ..

              เฮ้อ.. อาบน้ำอีกรอบนึงดีกว่า เหนียวตัวจังเลย .. ไม่น่าเชื่อว่าจะใช้เวลาจัดห้องนานขนาดนี้ อาบน้ำเสร็จแล้วก็โทรไปหาพี่รินดีกว่า ชวนไปหาอะไรทานซะหน่อย เริ่มจะหิวแล้วล่ะ ..

              ในที่สุดผมก็ตัดสินใจไม่โทรไปหายุ่ง เพราะอยากจะใช้เวลาอยู่กับตัวเองบ้าง บางทีผมอาจจะต้องซักซ้อมให้ชินกับการอยู่คนเดียวไว้บ้าง เนื่องจากช่วงนี้ผมไม่ค่อยคุ้นเคยกับการไปไหนมาไหนคนเดียว นี่ก็เกือบเที่ยงแล้ว ออกไปหาอะไรกินซะหน่อยดีกว่า ไปร้านไหนดีนะ ร้านที่ยุ่งชอบชวนผมมานั่งบ่อยๆดีกว่า นึกถึงเจ้าตัวยุ่งอีกแล้วสิ ป่านนี้จะตื่นรึยังนะ ..

              และแล้วเช้านี้.. (หรือจะให้ถูกก็ต้องบอกว่าสายๆวันนี้) ยุ่งก็ไปนั่งทานข้าวคนเดียวที่ร้านประจำที่รินชอบพามาบ่อยๆ เจ้าของร้านยังอุตส่าห์แซวนะ ว่าวันนี้มาคนเดียวได้ เอ๋า.. ก็เรามันตัวคนเดียวนิ หุ หุ มานั่งคนเดียวแบบนี้ก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกันนะ ปกติจะต้องมีใครบางคนมาด้วย แต่ก็ช่างเถอะ ทดลองอยู่คนเดียวสักวัน เผื่อว่าบางทีอาจจะต้องอยู่คนเดียวแบบนี้อีก เฮ้อ..คิดถึงรินจัง ป่านนี้คงตื่นแล้วมั้ง ..

              หลังจากอิ่มหนำสำราญกับการทานอาหารมื้อเช้า(หรือเที่ยงก็ไม่แน่ใจ) ผมก็แวะเข้าไปที่ร้านหนังสือ กะว่าจะไปหาหนังสือมาอ่านสักสองสามเล่ม ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาที่ร้านหนังสือเลย ส่วนมากเจ้าตัวยุ่งจะเอามาให้อ่าน อืม.. เล่มนี้น่าสนใจดีแฮะ ..

              ในที่สุดยุ่งก็ต้องตัดใจซื้อหนังสือเล่มใหม่จนได้ หลังจากที่แวะเข้ามาหาหนังสืออ่านที่ร้านหนังสือ เสียตังค์จนได้สิเรา .. 

              ผมใช้เวลาที่เหลือในช่วงบ่าย นั่งอ่านหนังสือที่ซื้อมาใหม่ มันออกจะเป็นงานเขียนที่ค่อนข้างแปลกวะหน่อย แต่สำหรับผมมันเป็นหนังสือน่าสนใจดี กะว่าอ่านจบแล้วจะเอาไปให้ยุ่งอ่านบ้าง ยุ่งคงจะชอบ ..

              หนังสือเล่มใหม่ น่าสนใจดี ถ้าเอาไปให้พี่รินอ่าน เขาคงชอบแน่ๆเลย อ้าว..นี่เผลอแป๊บเดียวจะค่ำแล้วหรอเนี่ย ยังไม่ได้โทรไปหาพี่รินเลย ..
... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... 
* 2 *
              " สวัสดีค่ะพี่ริน กำลังจะโทรไปหาพอดีเลย"
              " จะเชื่อดีมั้ยนะ เด็กดื้อ "
              "อ้าว.. แต่วันนี้เค้าไม่ดื้อนะ พี่ริน วันนี้เค้าตื่นมาตั้งแต่ยังไม่หกโมงเลยนะ"
              "จริงเหรอ พี่ก็ตื่นตั้งแต่ตีห้ากว่าเหมือนกัน ตื่นเช้าเป็นพิเศษ ก็เลยปัดกวาดเช็ดถูห้องซะเลย"
              "ยุ่งก็จัดห้องเหมือนกันนะ เหนื่อยมากๆ อ้อ เค้าไปซื้อหนังสือมาด้วยล่ะ พี่รินต้องชอบแน่ๆ เล่มนี้น่ะ"
              "อืม พี่ก็ไปซื้อมานะ อ่านสนุกดีเหมือนกันนะเล่มนี้ ว่าแต่หนังสือเรื่องอะไรล่ะ"
              "หนึ่งวันเดียวกัน ของ วินทร์ เลียววารินทร์ น่ะ นำเสนอได้แปลกดี แล้วพี่ซื้อเรื่องอะไรมาล่ะคะ" 
              "ถ้าบอกจะเชื่อมั้ยเนี่ย พี่ซื้อเรื่อง 'หนึ่งวันเดียวกัน' ของวินทร์ เหมือนกันน่ะ"
              "ถ้างั้นวันนี้เราสองคนก็มีหนึ่งวันเดียวกันน่ะสิ หุ หุ"
              "นั่นสินะ หุ หุ"
... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... 

* วิธีการอ่าน : ในกรอบ * 1 * คุณจะอ่านทีละสี โดยจะลองอ่านหนึ่งวันของยุ่ง(สีน้ำเงิน)ก่อน หรือจะอ่านหนึ่งวันของริน(สีม่วง)ก่อน หรือจะอ่านรวมกันไปทีเดียวเลยก็ไม่ว่ากันครับผม ..				
10 เมษายน 2548 22:40 น.

that's u (ตอนที่5)

ธารินทร์

"ใครบางคน ในบางความคิดถึง"

                    ความจริงยุ่งเกือบจะลืมใครคนหนึ่งไปแล้ว.. เกือบจะลืมไปแล้วว่าเขายังมีตัวตนอยู่ในใจของยุ่งมาตลอด ก็แน่ล่ะ.. ยุ่งเก็บเขาไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของความทรงจำไปตั้งนานแล้ว.. แต่วันนี้ยุ่งจำเป็นต้องนึกถึงใครคนนั้นขึ้นมาอีกจนได้ มันเป็นเพราะจดหมายเก่าๆฉบับหนึ่งที่สอดอยู่ในหนังสือที่ยุ่งหยิบขึ้นมาอ่าน ...
                    ซองจดหมายสีขาวหม่นเพราะกาลเวลา กระดาษข้างในซองเปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตาของคนอ่าน.. น้ำตาของยุ่งเอง.. ยุ่งแกะมันอ่านอีกครั้ง ทั้งๆที่ก็รู้อยู่แล้วว่ามันจะทำให้ยุ่งพบเจอกับความรู้สึกอะไรบ้าง ..

ยุ่งครับ ..
                    ความจริงเรื่องนี้เราควรจะพูดคุยกันตั้งนานแล้วนะครับ ยุ่งเองก็คงรู้ว่าเป็นเรื่องอะไร มันเป็นเรื่องที่ "เรา" พยายามปฏิเสธมันมาตลอด ทั้งๆที่ "เรา" ก็รู้อยู่ในใจตลอดเวลาว่าวันหนึ่งเราต้องพบเจอกับช่วงเวลานี้ อย่าพยายามปฏิเสธมันอีกต่อไปเลยครับ เราควรจะยอมรับความจริงว่าเราไม่สามารถจะจับมือกันเดินไปในเส้นทางเดียวกันได้จริงๆ ทั้งๆที่เราต่างก็เคยคิดว่าเราจะไปด้วยกันได้ ซึ่งในความเป็นจริงเราต่างก็ผิด.. เราผิดตั้งแต่เริ่มต้นด้วยกันทั้งคู่แล้ว .. ยุ่งครับ เราไม่ได้มีกันและกันเพราะความรัก ที่เรามีกันเป็นเพราะความเหงาเท่านั้น ในช่วงเวลาที่เรามีกันและกัน เราเพียงแค่ลบล้างความเหงาให้กันและกันได้เท่านั้น แต่เราไม่เคยเติมเต็มความรักให้กันและกันได้เลย
                    ผมเองก็เฝ้าถามตัวเองมาตลอด ว่าทำไมผมจึงพยายามยื้อเวลาระหว่างเราให้นานที่สุด คำตอบที่ให้กับตัวเองได้ก็คือ ผมไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตตามลำพังอีกแล้ว .. แต่ถ้าทำแบบนั้นมันคงจะเป็นการเห็นแก่ตัวเกินไป..  ยุ่งครับ สำหรับตอนนี้ ตอนที่ผมเขียนจดหมายมาหายุ่ง มันเป็นเวลาที่ผมตัดสินใจได้แล้ว ตัดสินใจที่จะยอมรับความจริงที่ว่า "เราไม่ใช่กันและกัน" .. มันคงถึงเวลาแล้วล่ะครับ ที่เราจะปล่อยหัวใจและความรู้สึกของเราทั้งสองคนเป็นอิสระจากการผูกมัดของเส้นใยความเหงาของกันและกันเสียที.. 
                    ลำบากใจเหมือนกันนะ ที่จะบอกว่า "เราแยกจากกันเถอะ" แต่ในเมื่อทั้งผมและยุ่งต่างก็ไม่ใช่คนของกันและกัน เราก็ควรจะปลดปล่อยพันธนาการแห่งความรู้สึกของเรา เพื่อให้มันมีโอกาสได้พบเจอกับใครสักคนหนึ่งที่สามารถเข้ามาเติมเต็มความรู้สึก"รัก" ของเราได้ ซึ่งผมคิดว่าวิธีนี้คงเป็นทางเลือกเดียวที่มีอยู่สำหรับเรา.. 
                    ยุ่งครับ ผมขอโทษนะครับที่ผมทำให้ยุ่งน้ำตาหล่นอีกแล้ว.. ผมเองก็รู้สึกไม่แตกต่างจากยุ่งหรอก ต่อไปนี้ทั้งผมและยุ่งคงต้องมีชีวิตอยู่เพียงลำพัง จนกว่าจะพบเจอกับใครคนที่เข้ามาเติมความรักของเราให้เต็ม และลบล้างความเหงาให้หมดไปได้..
                  ต่อจากนี้ไป ผมคงไม่อาจจะตามไปดูแลยุ่งทุกหนแห่งได้อีกแล้ว ดูแลตัวเองให้ดีนะครับ ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆที่ยุ่งทำให้เกิดขึ้นในวันที่มีเรานะครับ.. ขอบคุณจริงๆ

                    แล้วก็เป็นอย่างที่ยุ่งคิดจริง กระดาษแผ่นนั้นก็เพิ่มรอยเปื้อนของน้ำตาอีกหลายหยด ยุ่งไม่ได้ร้องไห้หรอกนะ อยู่ๆน้ำตามันก็ไหลออกมาเอง น้ำตาที่มีส่วนผสมของความเหงา ความคิดถึง ความสับสน ความเหว่ว้า และอีกหลายๆความรู้สึก มันคงเป็นความรู้สึกคล้ายๆกับครั้งแรกที่ยุ่งได้อ่านข้อความในจดหมายนี้ล่ะมั้ง..
                    แต่ถ้าจะถามว่ายุ่งโกรธเขาหรือเปล่า ยุ่งคงตอบว่าไม่โกรธ เพราะในความเป็นจริง เราก็เป็นอย่างที่เขาบอกนั่นแหละ "เราเพียงแค่ลบล้างความเหงาให้กันและกันได้ แต่เราไม่เคยเติมเต็มความรักให้กันและกันได้เลย" ยุ่งเองก็กล้าที่จะบอกได้ว่า ที่เรารู้จักกัน เราคบกัน เราสนิทกัน เรามีความรู้สึกดีๆให้กัน เกิดความความเหงาเท่านั้น ไม่ใช่"ความรัก" ..
                    ยุ่งคิดว่า ในเวลาที่เรารู้สึกเหงาเรายังนึกถึงกันบ่อยๆ ก็เพราะเราเป็นคนของความเหงาของกันและกันนี่นะ
                    ในระหว่างความคิดที่กำลังสับสน ยุ่งก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาทำลายความเงียบของความรู้สึก
                              "สวัสดีค่ะ พี่รินเหรอ.. " 
                    ที่ปลายสายอีกด้านหนึ่งคงจับน้ำเสียงที่สั่นเครือได้ ..
                              "ขอโทษนะคะ ยุ่งขอโทษจริงๆ ที่วันนี้ยุ่งนึกถึงใครบางคนที่ไม่ใช่พี่ริน" ..
                    ยุ่งพูดปนน้ำตา แต่อีกฝั่งของปลายสายหัวเราะ ..
                              "พี่ริน ยุ่งเจอจดหมายเก่าๆฉบับหนึ่งน่ะ แล้วยุ่งจะเอาไปให้พี่อ่านนะคะ" 

..... ..... ..... ..... ..... ..... ..... ..... ..... ..... ..... ..... .....
				
10 เมษายน 2548 22:38 น.

that's u (ตอนที่4)

ธารินทร์


" ใต้เงาดวงดาว "

คืนนี้ ผมมานั่งนับดาวกับใครคนหนึ่ง ผมเองก็ไม่รู้ว่าผมชอบมานั่งนับดาวอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ บางที.. ผมอาจจะรู้สึกชอบมาตั้งแต่ตอนนั้นก็ได้ ...

........................................................................

" ริน คืนนี้ไปนั่งนับดาวกันนะ อยากไปนั่งเล่นน่ะ " ใครบางคนมักจะชวนผมด้วยประโยคแบบนี้ แต่ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นประโยคคำสั่งมากกว่า เพราะผมไม่เคยปฏิเสธได้เลยสักครั้ง ..
ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าดาวดวงนี้ชื่ออะไร ดาวดวงนั้นชื่ออะไร เธอก็คอยชี้ให้ดูแล้วก็บอกชื่อดาวแต่ละดวงให้ผมฟังตลอดเวลา ผมชอบนะ .. ชอบที่จะได้อยู่ใกล้ใกล้เธอ ไม่ได้ชอบดูดาวหรอก 
แต่ว่าผมเองก็มักจะหลับไปก่อนทุกครั้ง ทุกครั้งจริงๆ ก็อาศัยตักของเธอนั่นล่ะแทนหมอน เธอเองก็ไม่เคยว่าอะไร ปล่อยให้ผมนอนไปจนถึงรุ่งสาง เธอก็จะสะกิดเบาๆเพื่อปลุกผม
" ริน ริน .. ริน " เสียงนุ่มของเธอมาพร้อมกับการสะกิดปลุก
" หือ .. " 
" เช้าแล้วจ้ะ ดาวมันพากันไปหลับกันหมดแล้ว รินเองก็ตื่นได้แล้วน๊า .. "
ผมมักจะอิดออดทุกครั้ง เพราะยังง่วงอยู่ และส่วนใหญ่เธอก็จะปล่อยให้ผมนอนหนุนตักเธอต่ออีกหน่อยจนผมตื่นเอง
" แล้วคืนนี้มานับดาวต่อนะ ยังนับไม่หมดเลย " ก่อนจะกลับ เธอมักจะบอกผมแบบนี้ทุกครั้ง

........................................................................

เฮ้อ .. คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนจะเช้าแล้วเหรอเนี่ย ก็คงจะได้เวลากลับแล้วสินะ
" ยุ่ง ยุ่ง .. ยุ่ง " ผมเรียกชื่อคนที่นอนหนุนตักของผมตอนนี้
" หือ .. "
" เช้าแล้วนะ ดาวมันพากันไปหลับกันหมดแล้ว ยุ่งเองก็ตื่นได้แล้วน๊า .. " ผมพูดด้วยประโยคเดียวกันกับที่ผมได้ยินบ่อยๆ นั่นล่ะ
แล้วยุ่งก็มักจะอิดออดทุกครั้ง ผมก็ปล่อยให้เธอนอนหนุนตักของผมต่อไป จนเธอตื่นขึ้นมาเองนั่นล่ะ เราถึงได้กลับบ้านกัน
" แล้วคืนนี้มานับดาวต่อนะ ยังนับไม่หมดเลย " .. ให้ตายสิ นี่มันก็ประโยคเดียวกันกับที่คนรักเก่าของผมเคยพูดเลย ..  

........................................................................

( ภาคต่อ .. )

" ฮึ ที่ชอบมานั่งนับดาวนี่ ก็เพราะคิดถึงแฟนเก่าอยู่นี่เองหรอ "
" เปล่านะ โธ่ ยุ่งก็ .. "
" เปล่าอะไร ก็เมื่อกี้ยังบอกอยู่เลยนี่นา "
" อย่างอนเลยน่า นะ ยังไงตอนนี้รินก็มีแค่ยุ่งคนเดียวล่ะน่า "
" ไม่ได้งอน แต่น้อยใจ คนอะไร มีเราอยู่ทั้งคน แต่กลับไปนึกถึงใครอีกคน "
" เอาล่ะน่า ไม่ต้องน้อยใจไปไหรอกนะครับ ตอนนี้พี่รักยุ่งนะ ไม่ได้รักเค้าแล้วนี่ "
" เอะอะก็บอกว่ารักเรา รักเรา นึกหรอว่าจะเชื่อน่ะ "
" ไม่เชื่อแล้วหน้าแดงทำไมล่ะ แน่ะ แอบยิ้มด้วย เห็นนะ "
" คนบ้า ... "
" ฮะ ฮะ ไม่โกรธแล้วใช่มั้ยครับ "
" ไม่รู้ไม่ชี้ หุ .. หุ"

........................................................................

				
10 เมษายน 2548 22:30 น.

that's u (ตอนพิเศษ 2)

ธารินทร์

"เอาล่ะ .. เอาเป็นว่าอย่างนี้ก็แล้วกัน"

ครั้งหนึ่ง .. 
คุณเคยถามฉันว่า ฉันรักคุณมากแค่ไหน ..
ฉันบอกว่าตอบไม่ได้ ..
เพราะความรักไม่ใช่สิ่งของ
ที่จะนำมาชั่งหรือวัดได้
ความรักมันเป็นแค่ความรู้สึกหนึ่ง
ที่เกิดขึ้นในบางเสี้ยวของหัวใจเท่านั้น

อีกครั้งหนึ่ง ..
คุณเคยถามฉันว่า ฉันรักคุณมากแค่ไหน
ฉันก็ยังคงบอกว่าตอบไม่ได้ ..
เพราะความรักไม่มีหน่วยวัดที่แน่นอน
จะมากหรือจะน้อย 
ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของแต่ละคน

ครั้งนี้ ..
คุณก็ยังคงถามฉันว่า ฉันรักคุณแค่ไหน
ครั้งนี้ฉันมีคำตอบให้คุณ
ถึงแม้ว่าฉันจะไม่สามารถนำความรักมาชั่งตวง
ตามมาตราวัดแบบไหนไหนก็ตามเถอะ
แต่ฉันก็พอจะรู้แล้วล่ะ ว่าฉันรักคุณมากแค่ไหน
เอาล่ะ เอาเป็นว่า .. ฉันรักคุณที่สุด .. ก็แล้วกัน ..
				
10 เมษายน 2548 22:29 น.

that's u (ตอนพิเศษ)

ธารินทร์

"ขอบคุณ .. สายลม"

ขอบคุณ .. สายลม
ที่พัดพาความรักมาให้ฉัน
ในช่วงเวลาที่เหมาะสมพอดี
ไม่เร็วเกินไป และไม่ช้าเกินไป
ทำให้ฉันได้พบเจอ ..
กับความรักที่สวยงาม

ขอบคุณ .. สายลม 
ที่พัดพาเธอจากปลายฟ้าแสนไกล
เข้ามาเติมบางสิ่งที่ขาดหาย
และทำให้ฉันมีวันที่สดใส
ทำให้ฉันได้มี ..
ช่วงหนึ่งของชีวิต ที่งดงาม
ขอบคุณ .. สายลม ..

ถ้อยคำในความรู้สึก : ริน 14 ก.พ. 

...................................................

ขอบคุณ .. สายลม
ที่พัดพาความรู้สึกดีดีมาให้
เป็นความรู้สึกที่ทำให้หัวใจอบอุ่น
แม้ในค่ำคืนที่ร้าวใจ

ขอบคุณ .. สายลม 
ที่พัดพาฉันมาพบเจอกับใครบางคน
ที่ทำให้หัวใจฉันมีความสุข
และพบเจอเจอแต่สิ่งที่สวยงาม

ขอบคุณ .. สายลม
ที่ยังคงพัดพาเสมอเสมอ
ทำให้ฉันรับรู้ถึงความรัก
ที่ใครบางคนส่งมา .. ตามสายลม
ขอบคุณนะ .. สายลม ..

ถ้อยความในห้วงคำนึง : ยุ่ง 14 ก.พ.				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟธารินทร์
Lovings  ธารินทร์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟธารินทร์
Lovings  ธารินทร์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟธารินทร์
Lovings  ธารินทร์ เลิฟ 1 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงธารินทร์
>