11 กันยายน 2547 23:43 น.

ร.เอ๋ย ร.รัก

นครา ประไพพงศ์

เจ็บระบม  ระทมท้าน  ระรานรัก
ระเคืองหนัก  ระแคะหน่าย  ระคายหนอ
ระรื่นรัก ละล่องหนี พี่จำรอ
ระทดท้อ ระทวยกาย ระคายเคือง
            
          รักระห่ำ  ระแหงห่าง  ระร้างรัก
ระวังหนัก ระแวงอก ระทกเรื่อง
ละลิ่วหนี ระรินสู้ อยู่เนืองเนือง
ระยาดเยื้อง รักระนาว เศร้าระกำ				
7 กันยายน 2547 00:39 น.

อคติ

นครา ประไพพงศ์

เพียงเพราะมีจุดหนึ่งซึ่งเคยผิด
ก็กลับคิดเป็นทั้งหมด....รันทดยิ่ง
ไม่เชื่อในความสามารถอาจแอบอิง
งานทุกสิ่งย่อมพลาดได้ใช่ไหมครับ

         ขออย่ามีอคติ...ติก่อนเห็น
งานด้อย-เด่นอย่างไรให้รู้ปรับ
ผิดเพียงครั้งอย่าถุยถ่มเหยียบถมทับ
โปรดยอมรับ...อย่าตั้งแง่  แต่เริ่มเลย

......................................................................
เขียนจากความรู้สึกที่เพื่อนได้รับ....หลังจากทำงานมามาก
ดีมาตลอด เพียงผิดพลั้งครั้งเดียว กลับกลายเป็นอคติ
ที่มีต่อตัวบุคคล จนหมดกำลังใจในการทำงาน				
6 กันยายน 2547 17:03 น.

ความทรงจำปีกลาย....และความมุ่งหมายปีนี้

นครา ประไพพงศ์


       งานเดือนสิบ....ปีก่อน...แข่งกลอนสด
เป็นแบบบท..สานค่ากลอน..อักษรศิลป์
มาแข่งขัน.....มั่นดำรง....วงกวิน
ไม่เคยสิ้น...มวลกวี...ศรีเมืองคอน

      มาเพื่อสร้าง......ผลงาน.....สร้างสานฝัน
มาเพื่อปัน......ความคิดเห็น......เฟ้นอักษร
มาเพื่อสาน.....ใยรัก.......แห่งนักกลอน
เป็นอาภรณ์....ประดับถิ่น.......แผ่นดินไทย

        แล้วเมื่อการ....แข่งขัน..วันนั้นจบ
ก็ได้พบ.......ใครคนหนึ่ง.....ซึ่งหวั่นไหว
เธอผิดหวัง......เกินห้าม......ความเสียใจ
เธอร้องไห้......มีน้ำตา.....แต่น่ารัก

          ฉันเห็นเธอ....ทุกครา....มาแข่งขัน
เจอหน้ากัน.....ก็ยิ้มให้......ได้รู้จัก
วันนี้เธอ......หวั่นไหว......ให้เศร้านัก
ฉันจึงเข้า......ทายทัก...ด้วยหวังดี

        เธอบอก......เธอเสียใจที่พ่ายแพ้
เธอแน่วแน่...หวังจัก...สร้างศักดิ์ศรี
อยากเป็นผู้....ชนะ...ด้านกวี
ณ ตอนนี้....เธอหมดใจ...ในเส้นทาง

       ฉันชวนเธอ......นั่งชิงช้า......และม้าหมุน
สารทงานบุญ......คงช่วยให้......ยิ้มได้บ้าง
อยากบอกเธอ......ฉันห่วงใย......ไม่จืดจาง
ไม่อยากให้......เธอหยุดสร้าง......ทางกวี

      วงการกลอน.....นำทางให้....ได้พบหน้า
เราต่างมา......ด้วยใจ......ไม่หน่ายหนี
เราต่างมา......สานฝัน......ปันไมตรี
แล้ววันนี้......กลอนนำให้.....เชื่อมสายใย

       ณ เวที......เราประชัน......ร่วมขันแข่ง
เป็นเกียรติแห่ง............กวี.........ที่ยิ่งใหญ่
มาแข่งขัน.........ใช่หวังจะ............ชนะใคร
มาเพื่อใจ......เปี่ยมรักแห่งนักกลอน..........

       แล้วปีนี้......เธอแข่งไหม?....ฉันไม่รู้
ใจหวังอยู่....เธอยังสาน....งานอักษร
มวลกวี.....สืบสานค่า......สถาพร
ยังเฝ้ารอ...ผู้จากจร.....คืนกลับมา

      ด้วยสายเลือด...แห่งกวี...ที่เข้มข้น
หวังมวลชน...ร่วมสืบสาน...งานภาษา
เวทีกลอน...สร้างสรรค์....มั่นศรัทธา
สืบสานค่า...แห่งนักกลอน...กระฉ่อนนาน				
6 กันยายน 2547 16:01 น.

ขอเป็นคนสำรองของใจเธอ

นครา ประไพพงศ์

รู้เธอมีใครต่อใครในใจอยู่
และทั้งรู้ยังปล่อยใจเก็บไปฝัน
ยังเฝ้ารอหวังเธอรักในสักวัน
ถึงกระนั้น...ก็มากพอจนท้อใจ
        
        ก็รู้ตัวดีว่ามาทีหลัง.........
แต่ก็ยังเผลอรักยากห้ามไหว
ทักหัวใจที่ท้อรอต่อไป
ฝันแม้ไกล...ต้องมุ่งหาอย่าอับจน

       ไม่ได้หวังเป็นหนึ่งในใจดวงนั้น
หวังเพียงเศษเธอแบ่งปันหันมาสน
เถอะหัวใจมันพร้อมยอมและทน
ขอเป็นคนสำรองของใจเธอ				
5 กันยายน 2547 20:54 น.

ได้แค่ความเป็นพี่ก็ดีแล้ว

นครา ประไพพงศ์

เรารู้จักและรู้ใจไปทุกอย่าง
บนเส้นทางเคียงข้างกันไม่หวั่นไหว
ความเป็นพี่เป็นน้องคล้องสายใย
จึ่งห้ามใจ...ไม่ให้รักจักไม่งาม

        แม้นใจจริงหวังเกี่ยวดองเกินน้องพี่
แต่รู้ดี...อย่าเผลอใจให้ใครหยาม
จึงห้ามตัวและบอกใจในทุกยาม
ได้แค่ความเป็นพี่...ก็ดีแล้ว				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟนครา ประไพพงศ์
Lovings  นครา ประไพพงศ์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟนครา ประไพพงศ์
Lovings  นครา ประไพพงศ์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟนครา ประไพพงศ์
Lovings  นครา ประไพพงศ์ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงนครา ประไพพงศ์
>