4 มีนาคม 2556 19:52 น.

ไฟ...ด้ามขวาน

พรระวี

ความสงบสุขสันติ์ในวันนี้
หาไม่มีในแคว้นแดนด้ามขวาน
เสียงปืนหวีดกรีดร้องก้องกังวาล
ระเบิดราญอาคารแหลกแตกทลาย  
เมืองยะลาตานีนราธิวาส
ต้องพินาศทั้งชีวามาสูญหาย
ไทยพุทธคริสต์อิสลามฝ่าความตาย
น้ำตารายเลือดกองนองแผ่นดิน
เลือดไทยเอยเคยรักกันหนักแน่น
ไม่คลอนแคลนร่วมคิดเป็นนิจสิน
มาวันนี้เป็นไฉนใจทมิฬ
ฤาวันสิ้นชาติไทยใกล้เข้ามา...
 
				
16 สิงหาคม 2548 20:30 น.

อยาก

พรระวี

อยากเรียงร้อยถ้อยวจีกวีหวาน
ก่องตระการวาบไหวเหมือนใยแก้ว
ดังสีทองผ่องจันทร์อันพรายแพรว
เคล้าแต้มแววระยิบพราวแห่งดาวพราย

อยากบรรสานกานท์กวีที่แสนซึ้ง
สักบทหนึ่งเนื้อหาดีมีความหมาย
เพื่อน้องพี่กวีวรรณพรรณราย
เก็บประทับเอาไว้ในวิญญาณ์

โอบร้อยรัดรึงใจให้สุขสม
เร้าอารมย์มุ่งมาตรปราถนา
จากแก่นใจใสสันติ์ทุกวันมา
จุดศรัทธาสว่างไสวให้ชีวี

อยู่ในโลกอันอบอุ่นละมุนทิพย์
ยามเช้าจิบประกายทองส่องแสงสี
ยามกลางวันรื่นระรินกลิ่นมาลี
ยามค่ำมีมนต์สรวงจากดวงดาว

บทกวีที่ฉันอยากสรรเสก
ฝากมุ่นเมฆเกลื่อนคว้างกลางห้วงหาว
ฝากโลกหล้าฝากสวรรค์อันพร่างพราว
บำเรอเร้าวิญญาณบรรพ์กวี.				
25 มิถุนายน 2548 11:22 น.

คิดถึงครู

พรระวี

อยากเสกสรรบทกวีที่แสนเศร้า
บาดใจร้าวลึกลึกจารึกไว้
อยากเขียนกลอนอ่อนหวานสะท้านใจ
อาวรณ์ไหววิญญาณ์ทุกนาฑี
น้อมบำบวงท่านภู่ครูกลอนสด
ระรินรสกานท์จรุงทั่วกรุงศรี
แบบฉบับเชิงชั้นวรรณกวี
รึงฤดีผองเราเหล่าทวยไทย
แม้เนิ่นนานท่านลับล่วงสู่สรวงศรี
วากย์วลีก็มิได้หายไปไหน
เปล่งประกายวรรณกรรมอันอำไพ
ดำรงไว้ในหล้าชั่วฟ้าดิน.				
5 มิถุนายน 2548 10:04 น.

ฟ้าสีเลือด

พรระวี

ฟ้าที่นั่นวันนี้เป็นสีเลือด
เหตุผลเหือดหายไปไร้ความหวัง
จะคลี่คลายอย่างไรก็ไม่ฟัง
กลับประดังห้ำหั่นบั่นทำลาย

อ้างเอาศาสนามาล้างผลาญ
หยิบยกเน้นอุดมการณ์มาขยาย
ต่อเติมความสับสนจนวุ่นวาย
เคืองระคายร้าวรานด้ามขวานทอง

แสนเสียดายเยาวชนคนที่นี่
ขาดผู้ชี้ดี-ชั่วจึงมัวหมอง
พาหลงผิดคิดออกนอกคัลลอง
แผ่นดินทองเร่าร้อนในฟอนไฟ

ชีวิตคนมากมายหลายสิบศพ
ต้องท่าวทบเลือดบ่าน้ำตาไหล
มึงและกูนั่นหรือก็คือไทย
แล้วทำไมต้องมา...ฆ่ากันเอง!!.				
1 มิถุนายน 2548 11:14 น.

ความหลัง...ฝั่งน่าน

พรระวี

แม้ค่ำคืนทมึนมืดฟ้าชืดแสง
ประกายแห่งดวงตาเธออย่าเศร้า
จงเหลียวแลไปหาขอบฟ้าพราว
ให้แววดาวพร่างพร่ามาส่องทาง

ยามราตรีสว่างทิพย์ระยิบระยับ
อัจกลับเป็นดาวรายพรายกระจ่าง
ปล่อยลมเย็นจากทิวเขาโชยเบาบาง
พรมไล้ร่างจอมขวัญกัลยา

จะฝากใจยามตะวันผันส่องถึง
จะฝากส่งความซึ้งผ่านยอดผา
ฝากแรงรักผ่านเมฆลิ่วพลิ้วนภา
ฝากฝั่งฟ้ารู้เห็นเป็นพยาน

แผ่นดินน่าน เคยคุ้มกายหลายหน้าฝน
ทั่วทุกหนไพรภูดูตระหง่าน
ยามจากมาอาลัยใจร้าวราน
แม่น้ำน่านแห่งความหลังยังฝังใจ.				
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟพรระวี
Lovings  พรระวี เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพรระวี
Lovings  พรระวี เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพรระวี
Lovings  พรระวี เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงพรระวี
>