* * * หนูหิ่ง ฯ ตอน อภิมหา-กาบ-แฟน{ตา}ซี (ที่ยังไม่มีชื่อ) 4 ตอนจบ

หิ่งห้อยน้อยใจ


แบบว่า... กำลังจะวิ่งออกจากบ้านไปขึ้นเครื่องในอีกสองชั่วโมงนี้อะครับ เลยทำเรื่องย่อไม่ทัน เอิ๊ก
 ขอสรุปข้อมูลเกมปิดท้ายนิดนึงนะครับ
เริ่มเล่นวันที่ 2 มิถุนายน 2550
http://nathanon.com/topic.php?topic=1000149
นิทานจบวันที่ 27 กรกฎาคม 2550
http://nathanon.com/topic.php?topic=1000160
รวมระยะเวลา 29 + 27 = 56 วัน
 ผู้ร่วมก่อการ
         >>     พิธันดร
         >>     หิ่งห้อยน้อยใจ
         >>     มณีนาคา
         >>     i_tua_yung
         >>     เซโก้4
         >>     รอมแพง
         >>     เจจุน
         >>     Adel
         >>     oreocream
         >>     เชอร์เบต จี๊ดดด
         >>     ปาร์ลิมา (ละมุนใจ)
         >>     อุณากรรณ
         >>     แค่ก้อนหินที่อยากบินได้
         >>     sugarhut
         >>     Donut_ty
         >>     ชมสิจ๊ะ
นักแสดง
         >>     หมูเตย    :  กระต่าย (ยักษ์) หมูเตย   (กระต่ายอะไร  ชื่อหมู.... ?)
         >>     อะโกโก้   :  พี่หมี (อะ) โกโก้      หมีผู้มีความดันต่ำ  ^o^  ผู้ซึ่งตอนหลังกลายเป็นเจ้าชายรัชทายาทเซโก้โฟร์
         >>     มณีนาคา  :  นางนาคมณีนาคา   ผู้ถูกสาปให้กลายเป็นแหวน
         >>     พิธันดร     :  ปู่พีทซัง  (ซุง, จุง, คุง  อะไรแน่ฟระ ?) พ่อมดเฒ่าเจ้าเล่ห์
         >>     ละมุนใจ (มะลิป่า)  :  หนูลิ  หลานปู่พีทซัง
         >>     หิ่งห้อยน้อยใจ  :  หนูหิ่ง ฯ  (ยัยหิ่ง)  พรานนำทาง
         >>     อีโก้   :  ครุฑน้อยลูกครึ่ง  คราวหลังกลายเป็นครุฑอีจู (เนียร์)  ระหว่างนางนาคา กับพญาครุฑอีโก้
         >>     เชอร์เบต จี๊ด    :  เทพธิดาเชอร์เบต  หรือเฟิร์นซ่า
         >>     หมันมาก 14  :  เจ้าแห่งตุ๊กแกยักษ์  นามว่าหมันมาก รุ่น 14 
         >>     ชมสิจ้ะ     :  เจ้าแม่ชมพู่สิเจ้าคะ   ภรรยาตุ๊กแกยักษ์หมันมาก
         >>     นายสามหน้า (สมจ๊อด)  :  สมจ๊อดไม้สามหน้า  แฝดของไม้หน้าหนึ่ง  กะ ไม้หน้าสอง
         >>     Donut_ty  :  เจ้าแม่โดนัทตี้  ที่กินแต่โดนัท
         >>     ศล    :  โกแลมปู่ศล  ฉากแรกออกมาได้ 3 วิ พอดิบพอดี  อิ  ๆ ๆ ๆ 
         >>     พุทรา  : ไอ้หนูทอมบอยพุทซ้อนพุทรา พุทโธ่พุทถัง  จากต้นพุทราวิเศษ  
แล้วหนูหิ่ง ฯ ก็ ก๊อปเสร็จภายในหนึ่งคืน  อิ ๆ ๆ ๆ 
โปรดติดตามการผจญภัยของพี่น้องผองเพื่อนต่างสปีร์ชี่  ที่แต่งขึ้นมาจากบุคลิกและนิสัยใจจริงของผู้แสดง  อิ ๆ ๆ ๆ 
				
บทที่ 9 ด่านสุดท้าย 






แต่เนื่องจากสองพี่น้องถูกหน้าที่สองของไม้สามหน้าหลอกมาตั้งแต่ต้น  ทางที่ทั้งสองวิ่งมานี้เป็นทางที่ผิด และเป็นทางตัน พอวิ่งผ่านหน้าผาไปได้ 

สองพี่น้องก็พบว่าตัวเองกลับมาจะเอ๋กับเจ้าแม่โดนัทตี้ตรงแท่นหินอีกครั้ง

"อ้าว... มาอีกแล้วเหรอ  ท่าทางจะยังอยากเต้นอีกล่ะสิ  งั้นก็จง..."

"จ๊ากกกกก..." (เสียงพี่หมี)

"เจี๊ยกกกกกก..." (เสียงน้องหมู)

แล้วเจ้าสองตัวก็วิ่งหนีกลับออกไปยังที่ที่ตกลงมาทีแรก และเห็นไม้หน้าสองซึ่งโดนฟาดเคราะห์ เอ๊ย ฟาดหัวไปเมื่อตะกี๊นอนสลบหัวปูดอยู่ 

สองพี่น้องได้ทีก็เข้าซ้ำช่วยกันกลิ้งทับเจ้าไม้หน้าสองโทษฐานทำให้ต้องไปกระทำการอับอายขายหน้าประชาชีเต้นแร้งเต้นกาท่าทางประหลาดต่อหน้าเจ้าแม่โดนัทตี้ 

แล้วยังต้องไปเจอโกแลมปู่ศลอีกตะหาก  เจ้าไม้หน้าสองที่นอนสลบอยู่ถึงกับผวาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะเจ็บระบมไปทั้งตัว

"โอ๊ยๆ พอแล้วจ้า เจ็บแล้วจ้า กลัวแล้วจ้า จะไม่ทำอีกแล้วจ้า ได้โปรดหยุดเถอะนะพี่ๆ ข้าสัญญาจะไม่ทำอีก" 

เจ้าไม้หน้าสองโอดครวญ

"แน่นะ ถ้าเจ้าทำอีกข้าจะจับเจ้าไปเต้นสังเวยแก่เจ้าแม่โดนัทตี้จริงๆ ด้วย" 

น้องกระต่ายหมูยังไม่หายเคือง

"จ๊าก!!! จะ จะ จะ จริงจ้า ข้าสัญญา ข้ากลัวแล้ว สัญญาจริงๆ " 

เจ้าไม้หน้าสองนอกจากจะร้องเสียงหลงยังหน้าซีดเผือดลงทันทีที่ได้ยินว่าจะถูกส่งไปเป็นบรรณาการเต้นสังเวยแก่เจ้าแม่โดนัทตี้

"งั้นกุญแจข้ามภพอยู่ที่ไหนจงบอกมา ไม่งั้นเราจะทำตามที่น้องหมูบอกจริงๆ เตรียมใจไว้แล้วกัน ...555..." 

หมีพี่โก้ขู่สำทับด้วยความสะใจ จนไม้หน้าสองยอมบอกทิศทางของที่อยู่กุญแจข้ามภพให้กับทั้งสอง แต่ด้วยความไม่ไว้วางใจที่เคยถูกไม้หน้าสองหลอกเอาไว้ 

สองพี่น้องเลยจับไม้หน้าสองเดินลากไปกับพวกเขาด้วยอย่างถูลู่ถูกัง 

ทั้งสามเดินย้อนไปอีกทาง แต่ทางนี้มันแคบลงเรื่อยๆ และสูงขึ้นเรื่อยๆ  แถมยังเพดานต่ำลงเรื่อยๆ ชักจะเหมือนเดินเข้าถ้ำไปทุกที

"พี่หมี... หมูว่ามันท่าจะยังไงยังไงนะ"

"เจ้าไม้สองหน้า หลอกเราอีกรึเปล่าเนี่ย"  

พี่หมีหันไปทำเสียงดุ

"ป๊าว!!! เค้าป่าวหลอกพวกพี่ๆ แล้วจริงๆ นะจ๊ะ ตอนนี้เค้าเป็นเด็กดีแล้ว จริงจริ๊ง เชื่อเหอะ" 

เจ้าไม้หน้าสองรีบร้องปฏิเสธเสียงหลง ไม่รู้เพราะกลัวสายตาเพชรฆาตของพี่หมีกะน้องหมู หรือว่ากลัวต้องไปเต้นสังเวยแด่เจ้าแม่โดนัทตี้กันแน่ 

สองพี่น้องผู้ชักจะไม่ค่อยกล้าแล้วสบตากันแบบไม่ค่อยไว้ใจ แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ มาถึงนี่แล้ว รอดมาได้ตั้งหลายด่าน คงจะไม่โชคร้ายเกินไปหรอกน่ะ 

แถมยังมีเจ้าแม่นาคารัดหัวคุ้มครองอยู่อีกด้วย  แต่ทางมันก็แคบเสียจริงเชียว  พี่หมีทำใจกล้าเดินนำ ส่วนน้องหมูก็เดินรั้งท้าย... ท้าย... ห่างออกไปเรื่อยๆ... 

หันกลับมาอีกที หมูเตย (ตกลงไม่เป็นกระต่ายแล้วใช่มะ) ก็ถูกมือแห่งผู้รักษาประตูซึ่งก็คือ ปู่ศลที่ถอดจิตออกมา ยืดยาวออกมาจับไว้และดึงหายเข้าไปในหลืบหิน

หมีโก้วิ่งตามแต่ไม่ทันชนหินเข้าโครมใหญ่ เสียงของปู่ศลลอยแว่วออกมาว่า

เมื่อกี้ยังไม่ได้จ่ายค่าผ่านทาง ถ้าอยากได้คู่หูคืนจงเอาลูกแก้วในปากมณีนาคาที่อยู่บนหัวเจ้ามาให้ข้าเดี๋ยวนี้

"ฝันไปเถอะ ใครว่าเจ้านั่นเป็นคู่หูข้า ไม่ใช่ซะหน่อย เจ้าไม้หน้าสองนี่ต่างหาก เจ้านั่นน่ะข้าเบื่อเต็มทีแล้ว พูดก็มาก กินก็เก่ง 
ไม่ใช่แค่กินจุอย่างเดียวนะ ยังกินแรงเพื่อนอีกตะหาก อยากได้ก็เอาไป ดีเหมือนกันทีนี้จะได้ไม่มีใครมาแย่งข้ากินอีก 
อาหารส่วนของข้าก็ไม่ต้องแบ่งให้ใคร ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... ขอบใจนะปู่ศลทีนี้ข้าก็จะได้เปลี่ยนคู่หูมาเป็นเจ้าไม้หน้าสองผอมแห้งแทน
เผื่อว่าจะได้ไปแย่งมันกินได้บ้าง ข้าไปล่ะนะ บ๊ายบายนะจ๊ะน้องหมูของพี่หมี ฮี่ฮี่" 

พี่หมีพูดเสร็จก็หันหลังเดินกลับลงไปด้านล่างทันที  โดยไม่ยี่หระต่อสายตาปริ่มน้ำใสๆ ของกระต่ายหมูเตย และท่าทีงงเต็กของปู่ศลที่ยืนเกาหัวแกรกๆ

พี่หมีโก้เดินลากเจ้าไม้หน้าสองลงลึกเข้าไปในถ้ำ โดยไม่มีทีท่าจะสนใจใส่ใจเจ้าตัวที่ตนเพิ่งลั่นวาจาออกไปว่าเป็นคู่หูคนใหม่
 
เจ้าไม้หน้าสองเองก็ยังงงไม่หายยอมถูลู่ถูกังเดินตามเจ้าหมีไปแบบมึนๆ 

อยู่ๆ พี่หมีถึงกับต้องหงายหลังเมื่อมีแรงฉุดกระชากมาจากทางด้านหลังพร้อมๆ กับที่เจ้าไม้หน้าสองเกิดอาการร้องเสียงหลงก่อนจะหลุดออกจากมือพี่หมีไป 

แถมยังไม่ทันที่พี่หมีจะตั้งตัวลุกขึ้นมายืนดูให้รู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็ถูกน้ำหนักของเจ้ากระต่ายหมูเตยที่กลิ้งเป็นลูกโบว์ลิ่งทับผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ก่อนจะได้ยินเสียง 'พลั่ก' เบ้อเร่อที่สุดปลายถ้ำด้านล่าง  พี่หมีที่ปวดระบมไปทั้งตัวแทบไม่อยากจะคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกะน้องหมู 

หรือจะกลายเป็นกระต่ายหมูทุบไปแล้วซะก็ไม่รู้ ครั้นพอค่อยพยุงตัวขึ้นมายืนสะโหลสะเหล เสียงหัวเราะชั่วร้ายก็ดังกึกก้องมาจากด้านหลังทันทีจนต้องรีบหันกลับไปมอง

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เป็นไงล่ะเจ้าหมีทีนี้จะยอมให้ลูกแก้วข้าได้รึยัง ตอนนี้คู่หูของเจ้าอยู่ในกำมือของข้าแล้ว จ่ายค่าผ่านทางมาซะดีๆ" 

"ได้แต่เจ้าต้องบอกข้าก่อนว่าข้างล่างน่ะมีอะไรรึป่าว มีทางออก มีสมบัติ มีทางลับอะไรอีกหรือเปล่า หรือว่ามันเป็นแค่เพียงทางตันตั่นตั้นตั๊นตั๋น 
ถ้าเจ้าบอกข้ามาได้ว่าจะออกจากที่นี่ได้ยังไง พร้อมกับคืนคู่หูให้ข้ามาข้าก็จะให้ลูกแก้วเจ้า" 

พี่หมีเอ่ยถามเพื่อต่อรอง 

"ได้ ข้าจะบอกให้ว่าข้างล่างอะมันเป็นทางตันตั่นตั้นตั๊นตั๋น ถึงจะมีห้องลับก็จริงแต่ก็หามีทางออกไม่และคนที่เข้าไปในห้องลับนั้นก็ไม่เคยมีใครได้กลับออกมาอีกเลยด้วย" 

ปู่ศลว่าอย่างนั้น

"ทำไมล่ะ? ทำไมถึงไม่มีใครได้กลับออกมาอีกล่ะ  แล้วทำไมเจ้าแน่ใจนักว่าไม่มีใครเคยกลับออกมาได้จริงๆ ?"  

คิ้วของพี่หมีเริ่มขมวดติดกันแทบเป็นเส้นตรงจนเกือบจับมาผูกโบว์ได้

"อ้าวก็ข้าเฝ้าอยู่ที่นี่ ก็ต้องรู้ดิ อีกอย่างถ้ำนี้ก็มีทางเข้าออกอยู่เพียงแค่ทางเดียวเท่านั้นถ้าใครจะเข้าจะออกข้าก็ต้องเห็นผ่านตามั่งล่ะ"

"มีกี่คนที่เคยเข้าไปในนั้นแล้วไม่ได้กลับออกมาอีก เจ้าพอจะจำได้มั้ย?" 

พี่หมีซักต่อ

"เท่าที่ข้าจำได้นะ ก็มีพีทจังจอมคาถาคนนึง มีนางนาคสาวมณีนาคาที่ชื่อเหมือนกับรัดเกล้าของเจ้า เท่านี้แหละในรอบห้าร้อยปีที่ผ่านมา" 

ปู่ศลทบทวนความจำออกมา พี่หมีซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้อย่างมิดชิดจนปู่ศลไม่ทันได้สังเกตเห็น

"ไม่เชื่อหรอก แน่จริงเจ้าก็พาข้าไปดูดิว่าห้องลับที่น่ากลัวนั่นมีจริง ข้าว่าเจ้าโม้ซะมากกว่า" 

"หนอยเจ้าหมีมาหาว่าข้าโม้เหรอ งั้นตามข้ามาเลยมาดูให้รู้กันไปเลยว่าข้าน่ะไม่ได้โม้ ว่าแต่ถ้าข้าพาเจ้าไปดูแล้วเจ้าต้องมอบลูกแก้วให้ข้านะ" 

ปู่ศลบ้าจี้ยอมไม่ได้กับคำปรามาสของเจ้าหมี พร้อมไม่ลืมทวงลูกแก้วข้อแลกเปลี่ยน

"ได้แต่ต้องเป็นตอนที่เจ้าพาข้ากับคู่หูของข้ากลับขึ้นไปส่งจนถึงปากถ้ำนะ ข้าถึงจะให้" 

พี่หมีต่อรอง

"เออ เอางั้นก็ได้" 

ว่าแล้วปู่ศลก็เดินนำลิ่วๆ ลากเจ้าไม้หน้าสองที่สะบักสะบอมให้ถูลู่ถูกังตามลงไป พี่หมีก็เดินตามต้อยๆ อย่างระมัดระวังตัวมากขึ้น

ทันทีที่ลงมาถึงด้านล่างจึงพบว่าเป็นถ้ำตันจริงด้วย ส่วนน้องกระต่ายหมูยังนอนกลิ้งไปกลิ้งมาปวดระบมตามเนื้อตัวอยู่ที่พื้นถ้ำไม่หาย

"แล้วไหนล่ะห้องลับไม่เห็นมีเลย เจ้าโม้รึเปล่าเนี่ยปู่ศล" 

พี่หมีทวงถาม

"ไม่ได้โม้เว้ย ระดับปู่ศลน่ะไม่โม้หรอก นั่นๆ ด้านหลังเจ้ากระต่ายหมูนั่นมันเป็นผนังทางเข้าห้องลับ แต่ข้าจำไม่ได้แล้วว่ามันเปิดยังไงว่ะ" 

ปู่ศลทำท่านึกทบทวน พี่หมีแยกตัวเดินเข้าไปใกล้ๆ ผนังกำแพงนั่น จังหวะนั้นเจ้าน้องหมูที่นอนกลิ้งเกลือกอยู่บนพื้นถ้ำเกิดแถไปชนกลุ่มหินงอกหินย้อยตรงหน้าผนังถ้ำเข้าให้

ผนังถ้ำค่อยเปิดออกเผยให้เห็นห้องลับที่คับแคบพอๆ กับห้องน้ำที่บ้าน พี่หมีตาดีมองเห็นด้านมุมในสุดมีแท่นหินตั้งอยู่ 

เหนือแท่นหินนั้นเป็นกุญแจโบราณดอกเท่าฝ่ามือนอนนิ่งสงบอยู่ เพียงเท่านั้นก็ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงอะไร แรงมีเท่าไหร่เตะอัดน้องหมูที่นอนอยู่เข้าให้สุดแรงเกิด 

เจ้าน้องหมูผู้เคราะห์ร้ายก็กลิ้งหลุนๆ เข้าไปภายในห้องลับนั้นทันทีพร้อมกับผนังห้องลับกำลังจะปิดลง

"เฮ้ย!ทำอะไรน่ะเจ้าหมี" 

ปู่ศลตกใจร้องถามขึ้นในทันใด

"ก็ไม่มีอะไรหรอกแค่อยากจะพิสูจน์ดูน่ะว่าที่เจ้าพูดมานั้นเป็นความจริงเชื่อถือได้ เลยส่งเจ้าอ้วนนี่เข้าไปก่อน" 

พี่หมีหันมาตอบแต่ตายังคงชำเลืองมองดูน้องหมูที่มีอาการหวาดๆ ภายในห้องลับนั้นและก่อนที่ผนังถ้ำจะเคลื่อนตัวปิดทางเข้ามาไปกว่านี้พี่หมีตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปทันเวลา 

ก่อนที่จะเข้าไม่ได้ พร้อมทั้งตะโกนเยาะเย้ยปู่ศลที่ไม่อาจตามเข้ามาได้ทันก่อนผนังถ้ำจะปิดสนิท

"ฮะฮ่า ปู่ศลเอ๋ยหลงกลข้าซะแล้ว ใครว่าที่นี่ไม่มีทางออก แต่ข้าเห็นแล้วทางออกของพวกข้า เอาเป็นว่าข้าจ่ายเจ้าไม้หน้าสองเป็นค่าผ่านทางให้เจ้าก็แล้วกันนะ เหอ เหอ เหอ" 

และแล้วผนังถ้ำก็ปิดลงทิ้งปู่ศลคนเสียรู้ให้ยืนอยู่ภายนอกพร้อมกับเจ้าไม้หน้าสองที่ตอนนี้เป็นลมล้มพับไปอีกรอบแล้ว


ส่วนภายในห้องลับน้องหมูที่ทำท่าจะต่อว่าพี่หมีแต่ยังไม่ทันอ้าปากพูดก็โดนพี่หมีเอามือยัดปากไว้ไม่ให้พูด แถมลากเข้ามาด้านในสุดของถ้ำที่มีแท่นหินตั้งอยู่ 

น้องหมูดิ้นสุดชีวิตคิดว่าพี่หมีจะทำมิดีมิร้ายตนเข้าให้ซะแล้วถึงขนาดลงทุนกัดมือพี่หมีที่อยู่ในปากจนถูกสะบัดหลุดออกไป

"ไม่นะ ไม่นะพี่หมี อย่าทำหมูนะ อย่านะ อย่านะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยน้องหมูด้วย พี่หมีมันจะทำมิดีมิร้ายหมู ไอ้หมีหื่น ปล่อยนะ ปล่อยหมูนะ" 

กระต่ายหมูเริ่มดิ้นเริ่มทุบแต่พี่หมีไม่สนใจยังคงลากน้องหมูไปที่แท่นหินนั่น  ฝั่งคนที่เฝ้าดูเหตุการณ์ผ่านกระจกวารีได้แต่ส่ายหัวไปตามกัน

กับความเข้าใจผิดของเจ้าน้องหมู และแล้วทุกคนก็ต้องลุ้นระทึกกันอีกครั้งเมื่อพี่หมีหยิบกุญแจบนแท่นหินขึ้นมาชูให้น้องหมูดู เพียงแค่นั้นกับคำพูดของพี่หมีที่ว่า

"นี่ไงน้องหมูเราเจอแล้วกุญแจข้ามภพ ว่าแต่ดอกใหญ่ชะมัด แล้วมันใช้ยังไงฟระ อืม...มันต้องมีทางมันต้องออกไปได้ว่าแต่ทำไงดีล่ะ 
ไม่เห็นมีประตูหรือช่องหินอะไรให้ไขกับกุญแจเลยนี่นา แล้วจะไปตามอีจูกับกลับไปหาพวกหนูลิได้ไงเนี่ย" 

เพียงสิ้นคำ พวกที่นั่งหน้ากระจกวารีแทบจะหงายท้องไปตามกันเมื่อมีแสงสว่างวาบออกมาจากกระจกวารีพร้อมกับร่างของพี่หมี น้องหมู อีจูดองในฟองน้ำ 

กระเด็นออกมาจากกระจกเหมือนถูกถีบส่งออกมา   ยังไม่ทันที่คนทั้งหลายจะหายตกใจ พลันลำแสงสีรุ้งก็พุ่งออกมาจากกระจกวารีมุ่งตรงไปที่ฟองน้ำดองอีจู 

แสงนั้นระยิบระยับอยู่ภายนอกฟองน้ำเพียงครู่ เจ้าฟองน้ำที่ดองร่างอีจูไว้ก็แตกออกดัง 'โพละ' จนน้ำกระจุยกระจาย พร้อมการคืนร่างคืนชีวิตของอีจู 

จนทุกชีวิตถึงกับอึ้งทึ่งเสียวและงงไปตามกัน   ...นี่หรือคืออำนาจแห่งกุญแจข้ามภพ???... 

อีจูน้อยฟื้นขึ้นมาแบบมึนๆ แต่ยังไม่ทันจะถามอะไร ก็มีเสียงครืนครั่นดังมาจากเบื้องล่างของหุบผานาคาอัคคี พร้อมกับเสียงปู่ศลตะโกนก้องขึ้นมา

"อย่าหนีนะ ไอ้หมีเจ้าเล่ห์ คิดเหรอว่าลูกไม้แค่นี้จะสลัดข้าได้"

ฉับพลันก็มีหัวงูยักษ์ (ตาเฒ่าหัวงู) โผล่ขึ้นมาจากหุบผาเบื้องล่าง ปากอ้ากว้างเขี้ยวขาวยาวเท่าความสูงของหนูลิ ลิ้นสองแฉกพุ่งฝ่าอากาศมาจนเกือบถึงกลุ่มผู้กล้า

หนูลิได้สติก่อนใครเพื่อน คว้ากุญแจดอกเท่าฝ่ามือจากหมีน้อย(อะ)โกโก้แล้วร้องลั่น

"กุญแจข้ามภพ พาพวกเราทั้งหมดยกเว้นตาเฒ่าหัวงู ไปหาพุทราวิเศษเดี๋ยวนี้..." 

หลังจากจบคำพูดของหนูลิ ...

ทุกอย่างก็นิ่งสนิทไม่เปลี่ยนแปลง ... ไม่มีใครไปไหน ทุกคนยังอยู่ที่เดิม  ยกเว้นปู่ศลเท่านั้น ... ที่ตอนนี้มาอยู่เบื้องหน้าหนูลิ ... พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ 

 แว่บ แว่บ แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น  กุญแจในมือหนูลิ ส่องแสงติดๆ ดับๆ 

"อ๋อ สงสัยจะอยู่ในถ้ำนาน แบตเลยเสื่อม อย่างนี้ต้องเคาะ"

 หนูลิเคาะกุญแจข้ามภพสองสามที   ว้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบ  บังเกิดแสงจ้าส่องทั่วบริเวณนั้น


				
 บทที่ 10 คำสาปหายนะ 






เมื่อแสงจ้าหายไป ทุกคนตกใจ เพราะปู่ศลหายไปแล้ว

หันไปมองรอบๆ จึงทำให้รู้ว่าปู่ศลไมได้หายไป แต่เป็นพวกเขาที่มาโผล่ที่ใหม่  ใกล้ๆ มีต้นไม้ต้นหนึ่งยืนเด่นอยู่  

ต้นไม้ต้นนั้น ไม่มีกิ่ง ก้าน ใบ ดอก ผล ใดๆ ทั้งสิ้น มีแต่ลำต้น - -"

"อ้าววว แล้วไหนล่ะพุทรา"  

หมูเตยร้องลั่นผิดหวัง    หนูลิยิ้มกว้าง

"ก็นี่แหละ พุทรา ทั้งแท่งนี่เลย  เอาล่ะ ถ้าเราเอากลับไปหาท่านปู่พีทจังได้ ทุกอย่างก็เรียบร้อยซะที แล้วอีจูน้อยก็ฟื้นแล้วด้วย 
ท่านปู่จะได้ปลดรัดเกล้ามณีนาคาให้นายพี่หมี(อะ)โกโก้นะ  กุญแจข้ามภพจงพาพวกเราทั้งหมดพร้อมกับต้นพุทราวิเศษนี้กลับไปหาปู่พีทจังที่ปราสาทเดี๋ยวนี้" 

หนูลิไม่รอช้าที่จะนำพาความสำเร็จกลับไปหาปู่เฒ่าจอมคาถา  วาบบบบ! ทันทีที่แสงสว่างจากกุญแจข้ามภพเลือนหายไปทุกคนพบว่าตนเองยังคงยืนอยู่ที่เดิมแบบนิ่งสนิท   

เว้นแต่มีพีทจังเฒ่ามาปรากฏยืนอยู่เบื้องหน้าเพียงเท่านั้น

"เวง ลืมเขย่ากุญแจ" 

หนูลิบ่นงึมงำ 

"พวกท่านทำได้ดีมาก"  

ปู่เคราขาวยาวเหยียดประกาศก้อง  

"รวมทั้งหนูลิหลานปู่ด้วย  แต่ที่จริงข้าแค่ขอให้พวกท่านนำกุญแจกลับมาให้ข้าเท่านั้น เพราะข้าจะเป็นผู้ **ปลิด** พุทราวิเศษด้วยตัวเอง  
แต่ไหนๆ พวกท่านก็อยู่ด้วยกันหมดแล้ว ข้าก็จะ **ปลิด** ให้ดูละกัน"

ว่าแล้วก็ยกไม้เท้าในมือขึ้น ฉับพลัน ก็มีลมหมุนอ่อนโยนพัดล้อมเหล่าผู้กล้าที่เริ่มโทรม แล้วต้นพุทราที่เหมือนเสามากกว่าต้นไม้ 

ก็เริ่มแตกกิ่งก้าน ผลิดอก ออกใบ เขียวครึ้มเต็มไปหมด เพียงครู่เดียว ตรงปลายยอดก็มีผลพุทราขนาดเท่าแตงโมปูดออกมา

"โห พุทราวิเศษเป็นแบบนี้นี่เอง กินอิ่มเป็นชาติแน่อย่างนี้ โอ้วววว" 

เสียงน้องหมูอุทานก่อนเพื่อน คนที่เหลือยังคงยืนตะลึงค้างกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า

"คุณปู่พีทจัง เจอพุทราแล้ว ทีนี้ก็เอารัดเกล้าออกจากหัวให้โก้ด้วย" 

พี่หมีรีบทวงคำมั่น 

"แน่นอน ข้ารักษาสัญญาแน่"  

ปู่พุทซิง เอ๊ย พีทซุงโบกไม้เท้า แล้วพุทราผลเท่าแตงโมนั้นก็ลอยละล่องลงมาสู่อ้อมแขน ดูไปคล้ายนักบาสอุ้มลูก (บาส)  

"แต่เรากลับไปกันก่อนดีกว่า  เอ้าหนูลิ พาพวกเรากลับไปที่ปราสาทสิหลาน"

หนูลิเขย่าๆ กุญแจข้ามภพแบบสุดแรงเกิดอยู่สามรอบ ก่อนออกคำสั่งกับสิ่งที่ถืออยู่ในมือ

"กุญแจข้ามภพจงพาพวกเราทั้งหมดรวมทั้งผลพุทราในมือปู่พีทกลับไปยังปราสาทเดี๋ยวนี้" 

พลันแสงสว่างจ้างที่เปล่งจากกุญแจก็วาบขึ้น ครู่หนึ่งจึงจางลงพร้อมกับที่คนทั้งหมดปรากฏตัวขึ้นในปราสาทพร้อมผลพุทราวิเศษ

"เอาล่ะเจ้าลิไปเตรียมหม้อสองใบสำหรับทำน้ำพุทราหนึ่งใบ และสำหรับกวนเนื้อพุทราอีกหนึ่งใบ เตรียมแก้คำสาป" 

ปู่พีทสั่งการ 

"หนูหิ่ง ขอบใจเจ้ามากเลยนะ ที่ช่วยนำทางมาแต่ต้น แล้วยังโดนดึงเข้าร่วมผจญภัยจนถึงตอนนี้  ส่วนท่านครุฑลูกครึ่ง 
ท่านกระต่ายหมูเตย และท่านหมี(อะ)โกโก้ จงไปอาบน้ำอาบท่าพักผ่อนซะก่อน แล้วจงไปที่ห้องอาหารภายในหนึ่งชั่วโมงนี้ อย่าไปสายเด็ดขาด"

 พอทุกคนแยกย้ายกันไป (แบบโทรมๆ)  ท่านปู่ก็พูดกับพุทราวิเศษ

"ข้าไม่ให้ใครกินเจ้าหรอก พุทโธ่พุทถัง พุดซ้อนพุทราเอ๋ย โอมมมม..."  

ชูแขนขึ้นสูง แล้วเคาะป๊อกลงไป

ทันใดนั้น ผลพุทราลูกเท่าแตงโตก็แตกโพละ เปลือกและเนื้อกระเด็นไปรอบห้องครัว  ตรงกลางซากมีร่างของทอมบอยหน้ากลมผมสั้นยืนเด๋อด๋าอยู่ 

สิ่งมีชีวิตชนิดนั้นขยับตัวยุกยิกนิดหน่อย ก่อนจะยกมือขยี้ตา...แล้วบ่นว่า

"ง่วงนอนจัง ยังนอนไม่พอเลยอ่ะ"

ปู่พีทส่ายหน้า  

"ตื่นขึ้นมาก็ง่วงเลยนะไอ้หนู  เดี๋ยวก่อน ช่วยกันทำงานก่อน"

"คร่อกกกก..."


 หนึ่งชั่วโมงผ่านไปไวเหมือนโกหก ทุกคนอาบน้ำอาบท่าเสร็จก็ไปรวมตัวกันที่ห้องอาหาร หนูลิหอบหม้อมาด้วยสองใบ  

ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์กระดิกนิ้วเรียกพี่หมีมาใกล้ๆ พอพี่หมีก้าวมาถึงปุ๊บ ตาเฒ่าหัวงูก็ก้มลงจูจุ๊บหน้าผากพี่หมีหนึ่งที  

พี่หมีเป็นลมล้มตึง ส่วนรัดเกล้ามณีนาคาก็ปลิวคว้างหลุดออกมา เปล่งแสงสีรุ้งระยิบระยับจนทุกคนมองอะไรไม่เห็น  พอแสงจ้าจางลง เด็กๆ ก็อ้าปากค้างกันเป็นแถว 

เมื่อรัดเกล้าที่ทุกคนเห็นกลายกลับมาเป็นร่างอ้อนแอ้นอรชรของหญิงสาวผมยาว ยืนอยู่เบื้องหน้า

"โอ้แม่จ๋า" 

ครุฑอีจูหายตะลึงก็โผเข้ากอดมารดาที่เพิ่งพ้นจากคำสาป 

"เอาล่ะ ทุกคนนั่งล้อมโต๊ะได้  ใครช่วยปลุกท่านหมีอะโกโก้ กับพุทราพุดซ้อนพุทโธ่พุทถังให้ด้วย"

สายตาหลายคู่มองไปยังร่างที่ฟุบหงุบโงกอยู่ตรงโต๊ะอย่างงุนงง เสียงฮือฮาฟังดูคล้ายๆ 

"ใครวะ น้ำลายยืดเชียว"

ปู่พีทเดินไปนั่งหัวโต๊ะ สะบัดข้อมือสองที แล้วหม้อสองใบก็ลอยมาวางบนโต๊ะ  คนอื่นที่เหลือก็พากันขยับเข้าประจำที่  ปู่พีทกวาดตาดูรอบๆ จากทางซ้ายมือ

         1. หนูลิหลานรัก

         2. หมูเตยกระต่ายยักษ์

         3. หมีพี่โก้

         4. นาคสาวมณีนาคา อยู่หัวโต๊ะฝั่งตรงข้าม

         5. อีจู ครุฑลูกครึ่ง ตรงข้ามหมีพี่โก้

         6. หิ่งน้อย เกาะอยู่บนโต๊ะ ไม่ได้นั่งเก้าอี

         7. พุทรา ฯลฯ อยู่ทางขวาของตัวเอง

"พวกท่านคงจะได้ยินจากกระจกวารีแล้วว่า ขณะนี้โลกเราต้องคำสาป  ทางเดียวที่จะแก้คำสาปนี้ได้ ก็คือใช้กุญแจข้ามภพ"

ทุกคนส่งเสียงจ๊อกแจ๊ก ฮือฮา เพราะต่างก็ลืมเรื่องคำสาปไปหมดแล้ว -_-"

"คำสาปอะไรเหรอท่านปู่" 

หนูลิถามเป็นคนแรก เพราะอยากจะปฏิบัติภารกิจให้เสร็จซักกะที  ปู่พีทอึกอัก ก้มหน้า ก่อนจะตอบเสียงตะกุกตะกัก

"เอ่อ... คำสาปของปู่เองแหละ เจ้าลิเอ๋ย  ตอนนั้นปู่กำลังเมา เดินชนซากที่ตายแล้วของต้นพุทราวิเศษดึกดำบรรพ์ในภพแห่งฝัน 
แล้วเลยด่ามันว่า นี่ถ้าอีกร้อยปีเจ้ายังยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ล่ะก็ โลกคงแตกแน่ๆ  ไม่รู้ตัวเลยว่ามันจะกลายเป็นคำสาปไปได้  และร้อยปีที่ว่าก็จะครบคืนนี้แล้ว"

ทุกชีวิตมองหน้าท่านปู่พีทซังกันตาโต

"เพราะเมาเนี่ยนะ ทำเอาพวกเราเกือบเอาชีวิตไม่รอด รอดมาได้ก็บักโกรกเลย ดูดิ๊เนี่ย หมูนำหนักลดไปตั้ง 2 ขีด หมูไม่ยอม ไม่ยอม ไม่ยอม จริงๆด้วย" 

หมูเตยโวยวาย ในขณะที่คนอื่น... เซ็ง

"ใจเย็นๆ ก่อน หมูเตย" 

นาคสาวมณีนาคาพยายามปลอบหมูเตยให้สงบ ก่อนจะหันไปถามปู่พีท

"แล้วเราจะทำยังไง เพื่อแก้คำสาปนี้ล่ะคะ"

"ข้าได้ช่วยเจ้าพุดซ้อนพุทรา พุทโธ่พุทถัง ออกมาจากซากต้นพุทราวิเศษแล้ว  เพราะฉะนั้นเราก็สามารถทำลายซากดึกดำบรรพ์นั้นได้ แต่พวกท่านทุกคนจะต้องช่วยข้าด้วย"

ตาเฒ่าขี้เมาโยนกุญแจข้ามภพใส่ลงไปในหม้อที่ว่างเปล่ากลางโต๊ะดังแคร้ง  แล้วโบกมือขึ้นเหนือหัว 

ก็มีดินก้อนโตโผล่มาจากกลางอากาศ ร่วงลงไปในหม้อข้างๆ ที่มีน้ำอยู่ครึ่งนึง 

"ดินกับน้ำ ต่อไปก็คือลมกับไฟ"  

พูดจบก็ชูไม้เท้าไปข้างหน้า ตรงปากหม้อก็มีเปลวไฟลุกท่วมขึ้น  ใต้ไฟนั้นมีระยะห่างระหว่างปากหม้อกับผิวน้ำ ซึ่งมีอากาศอยู่  

"ขอให้พวกท่านทุกคนหลับตา สำรวมจิตให้เป็นสมาธิ เพื่อที่ข้าจะได้หยิบยืมพลังส่งข้ามภพไปทำลายซากโบราณนั่นได้"

"แล้วก็ เอ็ง ไอ้พุทรา ข้าให้หลับตาตั้งสมาธิ ห้ามหลับนะเอ็ง" 

ปู่พีทซังหันมากำชับ ไอ้ตัวดีที่เอาแต่จะหลับ

"แฮะ แฮะ จะพยายามเต็มที่ ที่จะไม่หลับคับปู่" 

พุทรารับคำ  คนทั้งแปดหลับตานิ่ง แม้แต่หมูเตยก็ยังไม่กล้าปริปากบ่นหิว ปู่พึมพำบริกรรมคาถา แล้วทันใดนั้น 

หม้อที่มีกุญแจข้ามภพอันเท่าฝ่ามือก็มีแสงพวยพุ่งออกมา ดูดเอาหม้อที่ใส่ดินน้ำลมไฟให้ตีลังกาคว่ำลงไปประกบโดยไม่มีอะไรหกแม้แต่น้อย

แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีเสียงอะไรอีก    ทุกคนยังคงหลับตานิ่งเป็นสมาธิเพื่อรวมจิตให้เป็นหนึ่ง 

จนปรากฏแสงสว่างดวงเล็กๆ ขึ้นที่กึ่งกลางหน้าผากของแต่ละคนเป็นรูปอักขระที่ต่างกันออกไป จากตัวอักษรตัวเล็กๆ ค่อยขยายใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น

จนเต็มพี้นที่ว่างบนหน้าผากก่อนจะค่อยๆ ลอยออกมาอยู่กลางอากาศ อย่างช้าๆ 

เริ่มจากของตาเฒ่าจอมคาถา นาคสาว ครุฑน้อย หนูลิ หิ่งน้อย พุทรา พี่หมี และน้องหมูเตย ตามลำดับ แต่ดูเหมือนว่าของเจ้ากระต่ายน้องหมูจะอืดกว่าเพื่อน

ตัวอักษรเปล่งแสงสีทองของแต่ละคนค่อยเคลื่อนมาอยู่เหนือหม้อประกบคู่นั้นจนครบ ต่างเรียงล้อมติดกันเป็นแปดเหลี่ยมแปดทิศ 

ค่อยหมุนวนทักษิณาอย่างเชื่องช้า จนค่อยเร็วขึ้น เร็วขึ้น เร็วขึ้นอีก เร็วขึ้นอีกนิด และเร็วขึ้นเรื่อยๆ 

ก่อนจะรวมกัน แล้วปลดปล่อยพลังเจิดจ้า ครอบคลุมทุกคนที่นั่งล้อมหม้ออยู่

สัมผัสจากลมเย็นสดชื่นพัดแผ่วๆ ผ่านผิว ทำให้ทุกคนลืมตาขึ้น หลังจากหลับตากันอยู่นาน

ตรงกลาง... บนโต๊ะ... ภาพของอีกภพ ภพแห่งฝัน ปรากฏขึ้นเป็นเงาเลือนลาง เหมือนกับโฮโลแกรมสามมิติพิมพ์สี่สีสวยงาม (หยึ้ย)  

และในภาพนั้น ต้นพุทราวิเศษที่มีทั้งกิ่ง ก้าน ใบ ดอก ที่ปู่พีทเสกเอาไว้ก่อนที่จะช่วยพุดซ้อนออกมา ตอนนี้ค่อยๆ เลือนสลาย 

กลายเป็นฝุ่นละอองสุกปลั่งเหมือนผงทองคำ และถูกสายลมอ่อนบางพัดวนเป็นวง จนปลิวหายไปหมดในที่สุด

				
 บทส่งท้าย 



"ทันเวลาพอดี"  

ปู่พีทจุงพูดขึ้นเรียบๆ  

"โลกเราพ้นหายนะแล้ว"

"ครอกกกกกกก" 

เสียงที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นของใครก็ดังขึ้นกลางวง

"ไอ้พุทรา!! แหม ข้าอุตส่าห์ย้ำแล้วย้ำอีกว่าไม่ให้หลับ" 

ปู่พรีทเคาะไม้เท้ากะกระโหลกพุทราพุทโถเข้าให้

"ครากกกกกกก"  

เสียงประท้วงดังมาจากหมูเตยเป็นลำดับต่อไป  เจ้าตัวหัวเราะแหะๆ บ่นอุบอิบเบาๆ  

"ก็หมูใช้พลังงานไปเยอะนี่นา"

ปู่พีทซุงหัวเราะออกมา  

"พวกท่านแต่ละคน เอ๊ย แต่ละตัวเนี่ยน้า"  

แล้วก็ส่ายหน้าเบาๆ แบบมีความสุข  ลุกขึ้นโบกไม้เท้า  ทันใดนั้น ภาพสามมิติและหม้อสองใบบนโต๊ะก็หายไป 

กลายเป็นถาดทองคำบรรจุอาหารคาวหวานหลายชนิดไว้เต็ม

"เอาล่ะ เหนื่อยกันมามากแล้ว กินให้อิ่ม แล้วนอนพักให้สบายซะที"

ไม่ทันสิ้นคำพ่อเฒ่า น้องกระต่ายนามหมูก็คว้าอาหารจากถาดทองมาครองก่อนเพื่อน แถมยังนั่งกินตุ้ยๆ เสียงดังจั๊บๆ 

หน้าลายไหลยืดอวดคนในวงให้หัวเราะกันอย่างครื้นเครงและมีความสุข ราวกับมีตลกคาเฟ่มาตั้งวงให้ชมกัน 

โดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้เนื้อรู้ตัวเลยแม้แต่น้อย แหม... ก็ความหิวมันไม่ปรานีนี่นา เหอ เหอ เหอ 

จากนั้นก็ไม่มีใครยอมน้อยหน้าเจ้ากระต่ายน้อยตัวอ้วนพี ด้วยช่วยกันจัดการอาหารในถาดทองคำซะจนเกลี้ยง อย่างกับตายอดตายอยากกันมานานน้านนาน 

ขณะที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินสำราญในรสอาหารอยู่นั้น เสียงหัวเราะก็ระเบิดดังออกมาพร้อมๆ กันอีกครั้ง

"คร่อก ครอกกกกก ครอกกกก ฟี้" 

ที่ดังขึ้น ดังขึ้นเรื่อยๆ จากเจ้าของเสียงกินจั๊บๆ น้ำลายยืดเจ้าเดิมนั่นเอง แหมขนาดหลับแล้วอาหารยังคาอยู่ตรงปากกับอีกที่สองมือ 

หน้านี่คว่ำลงกับสำรับอาหารที่เจ้าตัวคว้าไปกองไว้ตรงหน้าก่อนหน้านี้ หลับไปได้ทั้งที่ยังเหลืออยู่อีกเกือบครึ่ง

ครู่หนึ่งร่างของกระต่ายหมูก็ค่อยเลือนหายไป จนพี่หมีตกใจ

"น้องหมู อ้าวเฮ้ย! หายไปแล้ว หายไปไหน หายไปได้ไง ปู่พีทททททท" 

เจ้าพี่หมี(อะ)โกโก้ ทำเลิกลั่กหันซ้ายแลขวา มุดขึ้นมุดลงอยู่แถวใต้โต๊ะใต้เก้าอี้ก่อนกระโดดขึ้นมาคุ้ยดูในสำรับอาหารทั้งชุดเล็กของน้องกระต่ายและชุดใหญ่จากถาดทองคำ 

ว่าน้องกระต่ายเข้าไปซ่อนตัวอยู่หรือไม่ ก่อนร้องหาตาเฒ่าเสียงหลง

ดูเหมือนทุกคนจะไม่แปลกใจในการหายตัวไปของน้องกระต่ายตัวอ้วน จนกระทั่งปู่พีทที่นั่งอยู่หัวโต๊ะยกมือขึ้นลูบเครางามๆ ก่อนเฉลย

"ไม่ต้องหาหรอกหมีน้อย เจ้ากระต่ายน้องหมูเตยน่ะกลับไปอยู่ที่บ้านแล้วอย่างปลอดภัย นั่นดูที่กระจกวารีสิ เห็นมะ นอนหลับอุตุสบายไปแล้วอยู่บนเตียงนั่น นั่น นั่น"

ทั้งหมดจึงหันไปมองภาพสะท้อนจากกระจกวารีที่ตั้งอยู่ด้านหลังนาคสาวแม่ครุฑลูกครึ่ง ทุกอย่างเป็นไปตามที่ตาเฒ่าจอมเจ้าชู้บอกมา ทั้งหมดยกเว้นหมี(อะ)โกโก้คลี่ยิ้มออกมา 

"อ้าวแล้วข้าล่ะ" 

พี่หมีทวงถาม ปู่พีทจังทำหน้าตากรุ่มกริ่มเจ้าเล่ห์นัยน์ตาเชื่อมเยิ้ม

"ก็เจ้าไม่ได้มีบ้านอาศัยเป็นหลักเป็นแหล่งนี่นา ก็อยู่กับข้าซะที่นี่แระกันนะหมี(อะ)โกโก้ ข้าล่ะถูกใจเจ้าที่สุดเลย 
อยู่กับข้าข้าจะเลี้ยงดูเจ้าอย่างดี มาเป็นสมบัติส่วนตัวของข้ารับรองข้ารับผิดชอบเจ้าทุกอย่าง อีกอย่างอยู่ที่นี่ก็ออกจะสบายๆ 
เจ้าไม่ต้องเดินทางร่อนเร่ไปไหนอีกแล้ว มามะ" 

ปู่พีทลายออกทันที แทบจะเข้าตะครุบตัวพี่หมี ส่วนพี่หมีได้ฟังคำก็ได้แต่อึ้งทึ่งช็อก  เสียงหัวเราะแหลมดังมาจากนาคสาวแม่ครุฑ

"หัวเราะอะไรเจ้าลูกสาว" 

ปู่พีทจังส่งค้อนให้คนหัวเราะวงน้อยๆ ก่อนจะหันไปทำท่าออดอ้อนจนเจ้าหมี(อะ)โกโก้เริ่มเกิดอาการลังเล

"ข้า... เอ่อ... ข้า..."  

หมีพี่โก้ตะกุกตะกัก แล้วก็ยิ้มออกมา  

"เฮ้อ... ท่านพ่อมดเนี่ย แกล้งข้าอยู่เรื่อยเลย"

ทันใดนั้น ร่างป้อมๆ เตี้ยๆ ขนฟูๆ ของหมีน้อยก็ค่อยๆ เลือนหายไป กลายเป็นชายหนุ่มกำยำผิวสีนมสด (รสหวาน) 

นัยน์ตาสุกปลั่งเหมือนเม็ดแตงโม ยืนตระหง่านอยู่แทนที่  หนูลิน้อยกับหนูหิ่งน้อยตะลึงมองอย่างงุนงง มีแต่ปู่พีทซุงกับแม่นาคสาวที่สบตากันยิ้มๆ  

ส่วนพุดซ้อนฯ กับอีจูฯ ไม่ต้องพูดถึง นั่งเอ๋อไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับใครเขาด้วย

"ก็เจ้าชายเล่นปลอมตัวมาแบบนี้ คิดว่าคงจะไม่ไว้ใจตาเฒ่าหงำเหงือกอย่างข้าแล้วล่ะสิครับ  ข้าก็ขอตามน้ำนิดนึง หึหึหึ"

"เจ้าชาย... เจ้าชายอะไรกันจ๊ะปู่"  

หนูลิเพิ่งได้สติ ถามเหมือนละเมอ

"ขอแนะนำให้พวกเจ้าทั้งหลายรู้จักเจ้าชายเซโก้โฟร์ เจ้าของดินแดนแถบนี้ทั้งหมด และเจ้าของปราสาทที่ท่านใจดีให้ข้ากับเจ้าพำนักอยู่ด้วย เจ้าลิน้อย"

"โอ้...ที่แท้พี่หมีก็คือ เจ้าชายรัชทายาทผู้พเนจรไปยังดินแดนข้ามภพต่างๆ 
เพื่อฝึกฝนตนเองให้ผ่านการทดสอบก่อนเข้ารับการสถาปนาขึ้นเป็นพระราชานั่นเอง ว้าวววว!!!"  

หนูหิ่งร้องอย่างตื่นเต้น

"ถูกต้องที่สุด และตอนนี้เจ้าชายได้ผ่านบททดสอบต่างๆ ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ขาดแต่เพียงสิ่งเดียวเท่านั้น" 

นาคสาวเอ่ยยิ้มๆ แล้วหันไปสบตากับพ่อเฒ่า

"ยังจะเหลืออะไรอีกเหรอท่านแม่" 

อีจูเอ่ยถามในขณะที่พุทราฯ ยังคงนั่งเอ๋อ

"ขาดการเข้าพิธีสยุมพร แต่งตั้งราชินีคู่บัลลังก์" 

ปู่พีทว่างั้น  

"แต่มิเป็นไรเรายังพอมีเวลาอีกตั้งสามวัน พรุ่งนี้เราจะจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองต้อนรับเจ้าชายสามวันสามคืน และในงานนี้จะเป็นงานเลือกคู่ของเจ้าชายด้วย" 

พ่อเฒ่าประกาศ 

"เสียใจด้วยนะท่านทั้งหลาย"  

เจ้าชายรูปงามยิ้มกระจ่าง ค้อมตัวคำนับรอบวง  

"การเรียนรู้ช่างมีมากมายไม่จบสิ้น  พวกท่านจะเฉลิมฉลองหรือสยุมพรกับใครก็ขอให้สนุกกันให้เต็มที่ แต่ตอนนี้ข้ายังมีความสุขกับการท่องโลกผจญภัยอยู่ ขอตัวก่อนล่ะ"

แล้วร่างสูงกำยำก็เลือนหายไปเฉยๆ  แม้แต่ปู่พีทกับนาคสาวผู้แกร่งกล้าในเชิงเวทย์ทั้งคู่ก็ยังคว้าไว้ไม่ทัน

"กะแล้ว"  

แม่นางมณีนาคาหัวเราะ

"อะไรเหรอท่านแม่"  (อีจูตอนนี้มีบทบาทในการช่วยชงลูกเป็นหลัก)

"ก็เจ้าชายน่ะสิ กะแล้วว่าพูดเรื่องนี้ขึ้นมาต้องหนีแน่"  

แล้วก็ส่งค้อนวงงามๆ ไปยังตาเฒ่าหัวงู  

"ท่านพ่อมดก็ตั้งใจแกล้งเจ้าชายอีกแล้ว ข้ารู้"

ปู่พีทลูบหนวด ไม่พูดอะไร เอาแต่ทำเสียงขลุกๆ

"งั้นข้าก็ขอตัวด้วยล่ะ  ในเมื่ออะไรๆ ก็ลงเอยด้วยดีแล้ว"  

นาคสาวกระดิกนิ้วเรียกลูกชาย  

"อิ่มแล้วเรากลับไปนอนบ้านดีกว่านะลูก เอ้ากางปีก..."

พอสองแม่ลูกบินจากไป (ออกไปทางไหนล่ะเนี่ย) ปู่พีทก็หันมาทางเด็กๆ ทั้งสาม  

งั้นพวกเราก็แยกย้ายกันเข้านอนเถอะนะ  

หนูลิที่ยังอึ้งๆ อยู่พยักหน้าแบบเหวอๆ เพราะหลงทะเลาะกับเจ้าชายจำแลงมาตลอดทาง หนูหิ่งบินกะพริบวิบวับ 

ส่วนหนูพุดซาก็หลับหูหลับตาเดินละเมอตามสองสาวออกจากห้องอาหาร  ปู่พีทรั้งท้าย โบกไม้เท้าในมือ ไฟในห้องก็ดับสนิท  

และพอทุกคนออกจากห้องไป ประตูบานโตถึงเพดานก็งับปิดลงด้วยตัวเอง  แล้วก็มีเสียงงึมงำเบาๆ เหมือนดังมาจากที่แสนไกล

"ราตรีสวัสดิ์นะทุกคน หมูสนุกมากๆ อิ่มด้วย ขอบคุณมากๆ ฮะ"

แน่นอนว่าคืนนี้กระต่ายน้อยหมูเตยจะหลับฝันดี



 จบแล้วจ้า 				
comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>