เมืองกรุงเทพของฉันในวันก่อน
ฟ้าอมรผ่องอำไพไม่เคยเฉา
ทั้งงดงามทุกยามดูไม่เบา
ใจคอยเฝ้าฝันใฝ่อยากไปเยือน
มาวันนี้เกิดอะไรไม่เหมือนเก่า
ดั่งมีเงาสุมไฟให้เสมือน
มีเมฆหมอกปกคลุมคอยรุมเตือน
เลยไม่เหมือนเมืองอมรแต่ก่อนมา
คนต้นเหตุตัวการใหญ่ไม่สำนึก
ยังชักศึกมาใกล้ไม่ห่วงหา
อยู่เมืองนอกแสนสบายกายอุรา
ใครถูกฆ่าถูกขู่กูไม่แคร์
รู้บ้างไหมเมืองไทยในตอนนี้
ดั่งอัคคีสุมใจให้ย่ำแย่
พี่น้องไทยฆ่าฟันหมั่นรังแก
เฝ้าแต่แพ้ชนะปะทะกัน
สงสารพ่อจับใจหาใดเหมือน
รอยยิ้มเลือยหายไปเฝ้าใฝ่ฝัน
เห็นคนไทยรบรามาฆ่ากัน
พ่อโศกศัลย์กว่าใครไหนจะปาน
เพื่อความสุขของพ่อขอสักครั้ง
พวกที่ยังหลงผิดไปให้สงสาร
นึกถึงรักที่พ่อให้ได้สำราญ
หยุดล้างผลาญประเทศทุกเขตเอย
ราชพฤกษ์
..ราชพฤกษ์ห้อยระย้าสีเหลืองสด
ดังกนกกรองทองผ่องสวรรค์
ยามจับต้องแสงสีสุริยัน
สวยเฉิดฉันดังสุวรรณกรรณิกา
ยามพระพายสายลมเชยรำเพยพัด
ดอกสะบัดร่วงลิ่วเป็นริ้วสาย
แสงสุรีต้องดอกเป็นเลื่อมพราย
ดุจสุพรรณฉายแสงกลบลบปฐพี
..
..แสงศรัทธา ณ ปลายฟ้า
..
กบิลพรหมเสียหัวสังเวยสัตย์ เจ็ดบุตรีผูกมัดตอบสนอง นิจนิรันดร์เชิญพานกรานประคอง เพื่อปกป้องเกิดไฟประลัยกัลป์ เยาวบุตรีมีคุณค้ำจุนภพ ควรเคารพตัวแทนความกล้าหาญ ทดแทนคุณบิดามาเนิ่นนาน วันสงกรานต์บรรจบพบทางธรรม องค์พุทธะสั่งสอนเวไนยสัตว์ ให้เคร่งครัดเลี้ยงชุบอุปถัมภ์ ทั้งบิดามารดาเป็นประจำ มีข้อธรรมห้าอย่างอย่าร้างลา ข้อหนึ่งให้เลี้ยงดูทั้งพ่อแม่ ยามเฒ่าแก่บำรุงและรักษา สองให้ท่านเบาใจสบายตา ไม่ก่อบาปเวราท่านหนักใจ สามหมั่นเพียรสร้างฐานะจนมั่นคง เพื่อดำรงวงศ์สกุลไว้ให้ได้ สี่เหมาะสมรับมรดกสืบต่อไป เพื่อให้ท่านได้ตายตาหลับลง ข้อที่ห้าสุดท้ายท่านตายจาก ทำตามหลักศาสนาท่านประสงค์ สร้างกุศลบำเพ็ญบุญหนุนเผ่าพงษ์ มาเกี่ยวโยงวันสงกรานต์สำราญใจ.....
...ในท้องทะลอันไร้ขอบเขต ...ข้าน้อยล่องเรือมาโดยเดียวดาย ...ท่ามกลางคลื่นลมเปลี่ยนผัน ...เรือมักจะถูกซัดพาให้ไกลเส้นทางเสมอ ...หลายครั้งคลื่นลมกระหน่ำ ...นาวาบอบบางเกือบจะคว่ำลง ...กลางคลื่นลมเลวร้าย ...ท่ามกลางความปั่นป่วนของท้องน้ำ ...ข้าน้อยวิดน้ำออกจากเรือ ...และประคองหางเสือเอาไว้ ...พระองค์ทรงเห็นแล้วใช่ไหม ? ...เรือน้อยลำนี้เดินทางมาอย่างทุลักทุเลเพียงใด ...ยามดึกในท้องน้ำเงียบสงัด ...ข้าน้อยตะโกนกู่ ...หาเพื่อนสักคนหนึ่ง ...เพื่อจะได้ช่วยวิดน้ำยามคลื่นลมแรง ...ช่วยคัดหัวเรือมิให้เขว ...ช่วยเตือนยามเผลอง่วง ...ให้ความอบอุ่นแก่กันเมื่อยามเหน็บหนาว ...ประคับประคองเรือของเราไปสู่ฟากฝั่งของพระองค์ ...นานเหลือเกินแล้ว ...เสียงเรียกของข้าน้อยเงียบหายไปในท้องน้ำกว้างไกล ...พระองค์ทรงสร้างสรรพสิ่งเป็นคู่ๆ ...และประทานฮาวามาเป็นเพื่อนอาดัม ...แต่เพื่อนสนิทซึ่งเป็นเหมือนซี่โครงข้างซ้ายของข้าน้อย ...ซุกซ่อนอยู่แห่งไหน.. ...พระองค์ขอได้โปรดเถิด ...อย่าปล่อยให้เรือน้อยอันบอบบาง ...ฝ่ามรสุมไปโดยเดียวดายอีกเลย ... อามีน
เธอคนนี้ มีค่า มากยิ่งนัก
เพราะหลงรัก เธอมา นานแล้วหนา
อยากบอกเธอ เก็บไว้ แน่นอุรา
ตอนเห็นหน้า แต่ไม่กล้า บอกสักที
ยามเธอยิ้ม แก้มยุ้ย ดูน่ารัก
ชื่นใจนัก เมื่อได้รัก เธอรู้ไหม
ความในใจ ที่ฉันมี บอกออกไป
ว่าดวงฤทัย ใครคนหนึ่ง หลงรักเธอ
ถ้าวันใด ไม่เห็นหน้า สุดแสนเศร้า
ในใจเหงา หว้าเหว่ คนึงหา
เวลานอน ก็หลับ เพียงดวงตา
แต่ใจหนา เห็นหน้าเธอ ทุกคืนวัน ฯ
รอยรักฤาเล่นล้อ........รอยลวง รอยลึกนึกทบทวน.....ถ่องแท้ รอยสวาทอาจบ่หวน....คืนกลับ เลยนา รอยพร่ำร่ำไห้แม้.......อ่อนล้าพาถวิลฯ ยินหทัยฝากไว้...........รอนรอน ยินจริตคิดถึงตอน.......รักสร้าง ยินเสียงเรียกเว้าวอน...ว่ารัก สักครา ร้อยอื่นคืนเลิกร้าง........บ่ร้างสิเน่หาฯ รักเอยเปรยออกให้....อาทร รักเอ่ยเผยละคร........ใช่แสร้ง แรงรักปักสลักศร.......แทงทิ่ม อกเอย แรงรักฤาแรงแกล้ง...หยอกเย้าเฝ้าถามฯ รักเจ้าเกินกว่าเอื้อม.....คว้าถึง เพราะรักเจ้าเกินดึง.....ไขว่คว้า รักมากอยากตราตรึง....ถึงรัก ก่อนเฮย ฤารักจักฝืนกล้า...........เล่นล้อลวงไฉนฯ
.......ฝันจะเก็บ เดือน..ดาว ที่พราวใส มาร้อยเรียง เป็นมาลัย ไว้คอยพี่ ฝันจะเก็บ สายรุ้ง สวยสดดี มาคล้องใจ น้องพี่ ไว้รวมกัน .......ฝันจะเก็บ กุหลาบ สีสดใส ที่หอมไกล ลอยใส่ไว้ ในขัน เมื่อพี่ได้ ดื่มน้ำ ฉ่ำชื่นพลัน ความร้อนนั้น ก็หาย มลายไป .......ฝันจะเก็บ ดอกพุด บริสุทธิ์ขาว ทำกระแต ไต่ราว ไว้ข้างหมอน ยามที่พี่ เหนื่อยนัก พักหลับนอน กลิ่นอ่อนอ่อน โชยมา พาชื่นใจ .......ฝันจะเก็บ เกสร นานาพรรณ เอามาปั้น กระแจะจันทร์ ใส่โถใหญ่ กลีบดอกไม้ ทำบุ- หงารำไป เอาไว้อบ สไบ ไหมผ้าแพร .......ฝันจะอบ แพรเพลาะ เหมาะเจาะนัก พี่ที่รัก จะได้ห่ม นอนชมแข เสร็จแล้วอบ เสื้อนอน กางเกงแพร รักแน่แท้ ฝันไว้มาก อยากเป็นจริง .......ฝันจะเก็บ ใจพี่ ไว้นี่ก่อน ตัวพี่ย้อน กลับมา พาไปสิ้น ปล่อยให้เรา ปวดร้าว น้ำตาริน ฝันสูญสิ้น เลือนลับ ไม่กลับมา.......
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เวลาฉันไม่สบายใจแค่โทรหาเธอเท่านั้น ความทุกข์ที่มีมันก็จางหายโดยฉับพลัน แค่ทักทายกันก็ทำให้ฉันได้รู้สึกดี เพราะเหมือนได้รู้ว่ามีเธออยู่ข้างข้าง ปัญหาทุกอย่างคงจบลงได้ฉันเชื่อมั่นแบบนี้ แม้ระยะทางจะไกลแต่ฉันรู้สึกมีเธอใกล้ใกล้ทุกที บางครั้งอยากร้องไห้ก็หยุดลงโดยดีเพียงเธอบอกว่าไม่เป็นไร อุ่นใจแล้วแค่รู้ว่ามีเธอห่วงใยอยู่เสมอ ถึงนานครั้งจะเจอก็ยังทำให้รู้สึกได้ ว่าเธออยู่เคียงข้างเสมอไม่เคยจากไป ซับน้ำตาให้ยามฉันหวั่นไหวใจร้าวรอน กับบางครั้งแค่ได้สบตาเธอใกล้ใกล้ เหมือนมีพลังยิ่งใหญ่ให้ความรู้สึกว่าทุกข์ร้อน กลับเยือกเย็นเหมือนลมหนาวพัดมาอ่อนอ่อน กับบางครั้งที่อ้อนแล้วเธอส่งยิ้มมา
ความรู้สึก: ในความนึกคิดของฉัน
เจ้ากำลังบอกว่านั่นคือความไม่แน่นหนัก
ความรัก: ก็เธอไม่เชื่อใจในความรัก
ทั้งที่ไม่รู้จักว่ารักเป็นอย่างไร
ความรู้สึก: ฉันเข้าใจดี
ว่ารักที่มีคือการให้
ความรัก: แต่เธอก็ไม่เคยรับไว้
กับบางหัวใจที่เขามอบไว้ให้เธอ
ความรัก: นั่นหรือคือความรัก
ที่เธอนึกตระหนักอยู่เสมอ
คือทอดทิ้งความห่วงใยที่บางใครมอบให้เธอ
แล้วเอารักไปปรนเปรอให้กับคนที่เธอต้องการ
ความรู้สึก: ก็ฉันรัก...
ความรัก: แต่ก็ไม่รู้จักที่จะสงสาร
ความรู้สึก: ก็ใจฉันทรมาน...
ความรัก: หรือจะให้อีกคนร้าวรานกับการเสียใจ
ความรัก: คนที่รักเธอยังพอมี
เขาก็ดูดีและพร้อมจะมอบชีวีให้
ความรู้สึก: แล้วถ้าเขาทิ้งเราไป
ความรัก: คงไม่เป็นอะไร ก็แค่กลับไป(ไม่มีใคร)เหมือนเดิม
ยอกรเหนือเกศก้ม กราบยุคล
แทบบาทภูมิพล ผ่านฟ้า
แปดสิบมิ่งวษาดล องค์ปิ่น สยามเฮย
ผองเหล่าประชาข้าฯ ต่างพร้อมภักดี
พระเกื้อชีพพระเกิดชนม์พระก่อชาติ ทุกรอยบาทก้าวย่างสร้างสุขขี
พระสั่งสอนให้โอวาทราษฏ์ทำดี พละพลีเพื่อปวงชนประชาไทย
คิดค้นโครงการหลวง ด้วยทรงห่วงจึ่งแก้ไข
ความทุกข์ราษฏร์ใดใด พระบรรเทาให้เบาลง
หนทางแม้กันดาร พระภูบาลดำเนินดง
เสด็จด้วยพระประสงค์ เพื่อปวงชนของภูมินทร์
เลิศฤกษ์วโรกาส นรชาติก็ยลยิน
นบน้อมมนัสจินต์ บทบงสุ์พระทรงชัย
ขอทรงพระยศยิ่ง พละมิ่งและสดใส
เกริกก้องพระเกียรติไกล นวมินทร์เจริญเทอญฯ
บทประพันท์ข้างต้
เป็นคนที่มาทีหลัง ฉันเข้าใจ เป็นได้แค่คนคั่นเวลาใช่ไหม ฉันคนนี้ เธอรักฉันเพราะว่าเขาจากไปไม่ใยดี เธอเห็นฉันมีค่าแค่นี้ ใช่ไหมเธอ ช่วยพูดให้ฉันเข้าใจ ว่าที่เธอทำไป เป็นแค่ความพลั้งเผลอ ฉันเป็นได้แค่คนแก้เหงา บางเวลาของเธอ อย่ารักใครเพราะเหงาเลยเธอ มันปวดใจ อย่าเอาความเหงา มาเป็นข้ออ้าง เมื่อเธอมีเข้าอยู่ตลงกลาง หัวใจที่หวั่นไหว เป็นหุ่นเชิด ให้กับเธอ ฉันเข้าใจ เป็นคนไร้ค่าที่เคียงข้างกาย ตลอดมา อย่าใช้คำพูดลวง ลวง มาหลอกกัน เพราะฉันไม่อยากจะจำคืนวันที่ห่วงหา เพียงแค่เธอเอ่ยออกมา..... ที่คบกันมีค่า.....แค่เหงา......ฉันเข้าใจ อยากจะจบเรื่องราวระหว่างเรา หากว่าเธอไม่เคยลืมเขา ....เข้าใจไหม ฉันขอพอกันที กับคนรักที่ไร้หัวใจ ขอเดินจากไป.....ไม่หวนคืน
ไม่เคยโทรหากันมาก็หลายปี แต่วันนี้กลับโทรมาขอคืนดีกับฉัน เธอเห็นฉันเป็นอะไหล่สำรองรึไรกัน ถึงคิดจะทิ้งกันวันไหนก็ตามใจเธอ เธอยังจำมันได้ไหม วันที่ทิ้งฉันไปในวันนั้น เธอทำเหมือนฉันไม่เคยมีความสำคัญ ไม่ไหวไม่หวั่นกับน้ำตาที่ให้เธอ เธอย้ำว่าเรื่องระหว่างเราทั้งสอง ยังไงก็มองว่ามันเป็นแค่ความหลง ฉันทั้งต้องทำใจไยต้องปลง ยอมปล่อยเธอไปขอให้เธอจงเจอคนดีๆ แต่พอมาถึงวันนี้ รักฉันที่เคยมีมันจางหาย เพราะเสียดายน้ำตาที่เคยเสียให้เธอไป จึงไม่คิดเริ่มต้นใหม่กับใครโดยเฉพาะ........เธอ
เป็นปีที่สร้างสรรค์ให้ฝันเพิ่ม
คิดต่อเติมเสริมงานประสานฝัน
ไอเดียดีคิดใหม่ใช้เร็ววัน
เจ้าสิ่งนั้นแปลกใจใหม่ออกมา
แต่มีไพ่ทาวเวอร์เจอพลิกผัน
ระวังพลันอุบัติเหตุก่อนเมษา
จะไปไหนมาไหนระวังนา
จะนำพาเจ็บตัวและหัวใจ
ด้านการเงินต้นปีไม่ดีแน่
จะดีแลรอดได้เมื่อภายหลัง
ถึงสะดุดก็รอดได้โดยลำพัง
แต่ก็ยังรดต้นคอขอไปที
การงานล่ะก็ดีมีก้าวหน้า
เครียดหนักหนากว่าค่อนปีจะได้เห็น
เพื่อนร่วมงานช่วยเหลือไม่ยากเย็น
ทำให้เห็นสิ่งแปลกใหม่ไม่ชินตา
ด้านความรักก็ยังดีกว่าปีก่อน
แต่ยังงอนกันมากระวังหนา
คนรักใหม่ที่จะเดินเข้ามา
เตือนไว้ว่าดูให้ดีอาจมีเมีย...
เพลงตาลีกีปัสสะพัดพลิ้ว
เป็นแถวทิวหญิงชายหมายสมาน
พัดขวาซ้ายร่ายลีลาพาสำราญ
สอดประสานเพลงทักษิณถิ่นบ้านเรา
เสียงกรับโหม่งโหน่งเหน่งเพลงสนุก
ที่เคยทุกข์เศร้าสร้อยค่อยคลายเหงา
เสียงระเบิดเปรี้ยงปร้างก็บางเบา
สดับเร้าเริงใจในบรรเลง
ราวฉิ่งฉับกรับกลองจักร้องว่า
หยุดเข่นฆ่ามุ่งร้ายหมายข่มเหง
หากพี่น้องห้ำหั่นฆ่ากันเอง
ใช่ละเลงเลือดใคร?..ไทยทั้งนั้น
ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
จักแบ่งแยกไปใยใช่สร้างสรรค์
สันติสุขเนาว์นานสำราญครัน
รวมใจกันพุทธคริสต์อิสลาม
ช่วยเป็นหูเป็นตาอย่าวางเฉย
อย่าละเลยปล่อยให้ใครหยาบหยาม
ร่วมกันธำรงไทยให้งดงาม
สมญานามทักษิณแผ่นดินทอง
รักในหลวงห่วงชาติศาสน์กษัตริย์
ร่วมร้อยรัดเกลียวใจไทยทั้งผอง
อุดรูรั่วด้วยกาวใจไทยปรองดอง
ตามครรลองรู้รักสามัคคี
เพลงตาลีกีปัสสะพัดพลิ้ว
ลอยละลิ่วยามยินทุกถิ่นที่
ฝากบอกใต้ให้รู้จงอยู่ดี
คนทางนี้..คิดถึงใต้..ไม่เคยลืม..
แมวคราว..
13 มิถุนายน 2551
ฝากความรัก..คิดถึง..และเป็นห่วงมายังพี่น้องทางใต้ทุกคน
คิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนเสมอ...
(ขอขอบคุณภาพประกอบจากเวปไซท์ รร.บ้านยามูครับ)
** วิมานชมพู **
สุรีย์ลับหวนพรากจากสิ่งรัก
หทัยจักมอบไว้มลายสูญ
เหลือแค่หนึ่งซึ้งไว้ในอาดูร
สุดเกื้อกูนหมุนเวียนเปลี่ยนน้ำใจ
ยืนมองน้ำซาดเซาะเลาะแก่งหิน
แว่วได้ยินวิหคร้องก้องเสียงใส
ลมโชยแผ่วพัดผ่านซ่านภายใน
ก่อนเคยได้เคียงครองปองภิรมย์
เบื้องหลังภาพชมพูเข้าสู่หมอง
ช่วยหมายตรองประดิษฐ์คิดสู่สม
เป็นเรือนรักประจักษ์ไว้ในอารมณ์
เพื่อหมายชมทะเลหวานสู่รัญจวน
ด้านข้างเป็นภูผาพนาสณฑ์
ผกาหล่นเรียงรายคล้ายกำสรวล
บ้างชูช่อหอมกลิ่นโรยรินชวน
สร้างอบอวลใฝ่จินต์ถวิลนาง
เสียงวิหคโผผินยินเสียงร้อง
แผ่วทำนองสู่สมภิรมย์ขจ่าง
เสียงล่วงรินน้ำไหลในข้างทาง
แสงสว่างระยิบพรายสลายเงา
ใบหน้าหนึ่งผุดลอยคล้อยความคิด
ผ่านห้วงจิตล่วงลอยคล้อยอับเฉา
หวานระรื่นชื่นยิ้มพริ้มพักตร์เพรา
แนบทรวงเนาหวานซึ้งตรึงดวงจินต์
เหลือแค่เพียงความจำย้ำผ่านซ่าน
มองน้ำผ่านเซาะแก่งแห่งถวิล
คงเหลือไว้แต่เพียงน้ำใจกวิน
ดั่งนรินทร์สิ้นหวังบัลลังก์ทอง
เหลือบแลบ้านหลังน้อยกลอยสวาท
วิมานวาดชมพูเคียงคู่สอง
เธอมาม้วยทิ้งไว้ในเรืองรอง
เหลือเงาน้องฝากไว้ให้คะนึง.
*** แก้วประเสริฐ. *
จิ้งหรีดเรไรร้องหวีดหวิว สายลมพริ้วพัดผ่านดั่งนำไหล ไกลออกไปสุดสายตาและมือขว้า ดวงดาวนับร้อยระยิบยับพราว จันทราทอแสงอยู่เรืองรอง สองดาวเดือนเคียงคู่มิห่างไกล ใจดวงน้อยเลื่อนลอยตามสายลม นั่งชมจันทร์เคียงคู่กับหมู่ดาว ราตรีผันผ่านตามเวลา จันทราหายไปกับเมฆฝนที่ลอยมา สายลมพาเมฆมาเร็วพลัน หันไปดูดวงดาวก็ลับหาย หนาวกายกลางสายฝนที่พลั่งพลู หูแว่วยินเสียงคำรามแห่งท้องฟ้า แสงฟ้าฟาดดั่งเปรี๊ยงสนั่นไหว ใจสั่นระรัวกลัวแสงฟ้าฟาด ค่อยค่อยเดินกลับสู่ใต้บ้านใหญ่ ไม่มีภัยพิษมารังควานให้ทุกข์เข็น ไม่ลำเข็ญเหนื่อยยากลำบากใจ บ้านที่ให้อุ่นกายสุขใจอยู่เรื่อยมา มีแม่พ่อโอบอุ้มคุ้มครองภัย พ่อไม่ให้ลูกกลัวต้องเข้มแข็ง แม่ปลอบโยนยามท้อใจและหมองเศร้า แม้เคล้าน้ำตามก็แห้งเหือดหมดหายไป บ้านหลังนี้ที่เคยอยู่ผ่านลมฝนกี่ร้อนหนาวยังคงอยู่ ชูใจจิตไม่คิดห่างบ้านของตนที่เคยสุข แม้มีทุกข์พ่อแม่ก็ยังอยู่ เป็นคู่เคียงคำจุนลูกคนเดิม หากเรียนจบครบกำหนดที่ตั้งเป้า จะเข้าไปกราบเท้าแม่พ่อที่ยิ่งใหญ่ อยู๋กับบ้านเกิดเมืองนอนที่สงบ แม้ลำเค็ญยังสุจใจไม่เหมือนที่ใด ใครใครบอกกลับบ้านแล้วลำบาก จะขอกราบบอกกล่าวให้เล่าขาน เป็นตำนานเรื่อ
การทำบุญ.. ใช่มี แต่ที่วัด ไม่จำกัด แค่บำรุง ศาสนา บริจาค.. ข้าวของ และเงินตรา ช่วยผู้ทุกข์ เวทนา ก็ได้บุญ ผู้ประสบ เคราะห์กรรม แสนลำบาก ยามทุกข์ยาก ก็อยากมี คนเกื้อหนุน ผู้ให้ความ ช่วยเหลือ และเจือจุน ย่อมได้บุญ ยิ่งใหญ่ หาใดปาน ร่วมกันบริจาค..ช่วยผู้ประสบภัยธรรมชาติ