เ ว ล า ที่ เ ข้ า ม า แ ล ะ ผ่ า น พ้ น อ า จ ไ ด้ ค้ น . . . ค้ น ห า ค น ล่ า ฝั น แ ล้ ว เ ว ล า ที่ ผ่ า น . . . ไ ป น า น วั น ทำ ใ ห้ ฝั น ข อ ง ใ ค ร ไ ก ล เ กิ น จ ริ ง โ ท ษ ล ม โ ท ษ ฝ น . . . โ ท ษ ค น ทึ่ ม โท ษ ฟ้ า ค รึ้ ม ปั่ น ป ลุ ก ไ ป ทุ ก สิ่ ง ถ้า ค น ล อ ง ม อ ง ค น ใ ห้ ต น ติ ง ค น จ ะ ยิ่ ง อั บ อ า ย . . . . เ สี ย ด า ย ค น
อดทนทุกทีที่เหงา ใครสักคนที่รักเราจะมีไหม? ได้แต่ถามกับตัวเอง..กับหัวใจ แล้วก็เหงาอยู่ร่ำไป..ทุก-ทุกที ใครสักคนจะมีหรือเปล่า ที่จะมาแบ่งเบาความเหงาจากฉันนี้ เหนื่อยเหลือเกินใจ..ที่เฝ้าหาใครแล้วไม่มี จึงได้แต่อดทนต่อความเหงาทุกที..ทั้งๆที่ไม่อยากทน -มาร่วมกันแบ่งปันความเหงาได้นะ ว่าคุณเชื่อเรื่องพรหมลิขิตบ้างไหม? โดยการทิ้งข้อความไว้ถึงกันบ้าง เท่านี้..คงใจชื้นขึ้นเป็นกองเลยอ่ะ
ตลอดมา กับเวลา ที่ผ่านพ้น ชายหนึ่งคน เป็นที่สุด ของความฝัน เขาแสนดี อบอุ่น ทุกคืนวัน ห่วงใยกัน ไม่เคยทำ ให้ช้ำใจ ตลอดไป จะมีใจ ให้ตลอด รักโอบกอด แน่นแฟ้น กว่าสิ่งไหน ด้วยรักแท้ ที่เราต่าง ก็เข้าใจ ความรักเรา จึงยิ่งใหญ่ หาใดปาน ตลอดกาล จะยาวนาน สักเพียงไหน ใจสองใจ ยังคงมั่น สมัครสมาน คือรักแท้ รักเธอ รักแสนนาน ตลอดกาล คือเธอ เพียงผู้เดียว
กับชีวิต ที่เลยผ่าน มานานเนิ่น บนทางเดิน ได้พบเจอ สิ่งหลากหลาย เคยสัมผัส ทุกรู้สึก ที่มากมาย ร้อยเรียงราย บนสายใย ในคืนวัน มาวันหนึ่ง ได้พบเจอ คนแปลกหน้า เดินเข้ามา ทำให้ใจ นั้นไหวสั่น แอบเอาใ จสองใจ ไว้ด้วยกัน ผูกสัมพันธ์ ที่คงมั่น กว่าสิ่งใด แต่แล้วก็ เกิดเหตุการณ์ ไม่คาดคิด ความใกล้ชิด ที่เคยมี เริ่มสั่นไหว แล้วก็ขาด สะบั้น สิ้นเยื่อใย ไปเลยไป ขายประกัน ฉันไม่เอา
ชอบเพลงนี้เป็นพิเศษค่ะ ความลับ ก็รู้เป็นไปไม่ได้ มันฝืนในความรู้สึก ในส่วนลึก ฉันรู้ฉันมีเธออยู่ ก็รู้ในความเป็นจริง แต่ก็ยังจะแอบเฝ้าดู ทั้ง ๆ ที่รู้เป็นได้แค่เพียงเท่านั้น ............................................................. แค่ชู้ทางใจที่ทำได้ เมื่อหัวใจเธอไม่ให้ เธอเก็บไว้ให้คนที่เธอรักกันนาน นาน ก็รู้เป็นเพียงแค่ทางผ่านไม่มีวันจะเดินร่วมทาง เพราะเธอกับฉันเป็นเหมือนดังเส้นขนาน แค่ฝันเล็ก ๆ ในใจ ไม่ได้มีความหมาย ให้เราผูกพัน ให้รักกันไปอย่างนั้น ............................................................. ผิดที่เราเจอกันช้าไป ไม่มีทางจะมารักกัน เป็นได้แค่ความรักที่เธอและฉันซ่อนไว้ในใจ ผิดที่เราไม่ยอมห้ามใจ ไม่จำเป็นต้องไปโทษใคร และผลสุดท้ายคนที่ต้องเจ็บคือฉันคนเดียว ที่มา : http://music.kapook.com/newmusicstation/play.php?id=4344 ฟังแล้วโดนมากค่ะ
เวลา 14.30 น. แดดยามบ่ายเริ่มบรรเทาลง เราทยอยกันออกจากลานกางเต็นท์ เดินไปตามถนนดินลูกรัง เลาะเลียบเนินเขา ตัดผ่านป่า ข้ามลำห้วยที่ไหลไปยังบ้านพักเจ้าหน้าที่ แล้วเลี้ยวขวาเดินไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เลาะลำห้วยสายนั้นจนมาถึงน้ำโผล่ ต่างแยกย้ายกันจับจองที่นั่งเพื่อดูนกลงเล่นน้ำในลำห้วย เรามองย้อนกลับไปยังลำห้วยตรงหัวโค้งซึ่งมีขอนไม้ล้มขวางไว้ นกทยอยกันลงมาเกาะบนขอนไม้ แล้วลงเล่นน้ำทีละชนิด ทีละตัว สองตัว ริมลำห้วยสวยล้ำฉ่ำสายน้ำ แดดส่องซ้ำสร้างฉากมากพฤกษา ขอนไม้ล้มจมโผล่โด่ขึ้นมา เหล่าปักษาลงสนานสำราญกัน ต่างคลี่แผ่แช่หางกางปีกจุ่ม หยดน้ำชุ่มฉ่ำขนจนน่าขัน แล้วขึ้นไซ้ใกล้ขอนจิกชอนพลัน ขนเปียกนั้นหนาฟูดูงามดี ในยามบ่ายชายน้ำคลาคล่ำนก หมู่วิหคลงห้วยด้วยสุขี แช่ความเย็นเล่นน้ำฉ่ำนที อาบเต็มที่ทุกตัวแม้กลัวภัย ก่อนบินลงตรงขอนเกาะคอนอยู่ คอยมองดูดงป่าพฤกษาไสว หากศัตรูอยู่ใกล้ไม่ลงไป อุปนิสัยสัตว์ระแวงแห่งพงพี นกกลุ่มแรกที่ลงมาเล่นน้ำ ส่วนใหญ่เป็นพวกนกปรอด เช่น นกปรอดดำ (Black Bulbul) นกปรอดภูเขา (Mountain Bulbul) นกปรอดเหลืองหัวจุก (Black-crested Bulbul) และนกปรอดโอ่งหน้าผากเทา (White-throa
**.. ถ้ามองตา คราวใด แล้วใจอ่อน
ตาจะซ่อน ซึ้งเล่ห์ สิเน่หา
ให้คนมอง ตรึงจิต จนติดตา
ทุกลีลา ตรึงจิต จนติดจำ..
**.. แล้วอารมณ์ จมภวังค์ หลังการพบ
แววเนตรสบ ตาเขิน เกินพูดพร่ำ
ดั่งมนต์เสก เคลิ้มหวาน เกินหว่านคำ
เพียงตานำ แสดงบอก ออกจากใจ..
**.. ก็รู้ว่า ลึกลึก ยังอึกอัก
คำเพียงหนึ่ง ว่ารัก อยากชิดใกล้
ดูเหมือนห่าง อีกฝั่งฟ้า วาจาใด
เกินจะไข.. คำกล่าว เล่าวาที..
**.. แว่วรำพัน เพลงดาว พราวระยับ
กล่อมกลอนขับ ใต้แสงจันทร์ อันสุกสี
ขวัญตาเจ้า มาประทับ กับฤดี
คืนเหงานี้ มีคนหนึ่ง คิดถึงนัก..
**.. ถ้ามองตา คราวใด แล้วใจอ่อน
ตาจะย้อน ถามไป ให้แน่นหนัก
ใจร้อนรน ตึกตึก ดูทึกทัก
เธอจะเอ่ย คำว่ารัก หรืออย่างไร..
ด้วยรักและหวังดี
ก.นพดล รักษ์กระแส
ก.ประแสร์ ศิษยาพร
..............จากม่วงเป็นขาวงาม..............
(ปลูกต้นรัก)
ปลูกดอกรักปลูกเรื่อยไปปลูกให้ขึ้น
แม่ขวัญยืนปลูกด้วยใจไร้ปัญหา
ยังไงเสียก็ต้องบานตระการตา
จงรักษาอย่าเบื่อเพื่อรักเรา
เพาะเมล็ดพันธุ์รักปักหทัย
รินน้ำใจรดหลั่งคงไม่เฉา
มีแมลงริ้นไรบ้างยังทนเอา
เพื่อรักเราถนอมไว้ไม่แคระแกร็น
ใส่ปุ๋ยผิดหรืออย่างไรใบจึงหงิก
ผลผลิตเลยตกต่ำลำบากแสน
เปลี่ยนปุ๋ยใหม่ใบไม่เศร้าขาวมาแทน
ยามขาดแคลนปลูกต้นรักอย่าหนักใจ
บำรุงรักด้วยน้ำใจต้องได้ผล
โอ้หน้ามลของพี่อย่าหวั่นไหว
อดทนหน่อยเพื่อรักเราก้าวต่อไป
เปลี่ยนดอกใจจากสีม่วงเป็นขาวงาม
จะร่ำลาไปไหนหนากลับมาก่อน
อย่าตัดรอนทิ้งพี่ไปไม่ไถ่ถาม
มาร่วมปลูกต้นหัวใจให้งอกงาม
ทุกเช้าค่ำมีเราสองครองคู่เคียง....ฯ
เรื่องใหญ่หรือเล็กอยู่ที่เราคิด ปัญหาที่เกิดขึ้นจากเหตุภายนอกนั้นมีมากมายหากจะ คอยตามแก้กันสักสิบชาติคงจะไม่หมด นอกเสียจากจะต้องแก้ไขกันให้ถูกจุด คือต้องแก้กันที่จิต ด้วยการคิดอย่างมีสาระ คิดแล้วไม่ทุกข์ แม้ชีวิตเราจะเกิดเรื่องราวเลวร้ายขึ้น จนถึงขั้นคอขาดบาดตาย หากเราคิดเป็นคิดถูก เรื่องนี้ก็อาจกลับกลายเป็นเรื่อง เล็กน้อยไป หรือเรื่องธุรกิจขาดทุน เล่นหุ้นถูกโกง เรียนไม่จบ ตกงาน หากเราคิดเป็น คิดถูก เรื่องนี้ก็อาจกลับกลายเป็นเรื่องน่าหัวเราะไปทันทีก็ได้เหมือนกัน เพราะทุกๆเรื่องมันขึ้นอยู่กับ ความคิด หากว่าเราคิดดีมันก็ดี แต่หากว่าคิดไม่ดี มันก็ไม่ดีตามที่เราคิด ทุกชีวิตที่เกิดมา ล้วนแต่มีปัญหาหรือความทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น บางคนก็มีปัญหามาก บางคนก็มีความทุกข์น้อย แต่ใครจะมากหรือใครจะน้อย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเป็นเศรษฐีหรือยาจก และไม่ได้ขึ้นกับการต้องจบปริญญา หรือ ป.4 แต่ขึ้นอยู่ด้วย การคิดเป็นคิดถูก คือคิดแล้วไม่ทำให้ตนเองต้องทุกข์ใจ หากเราคิดเป็น 10 เรื่อง ทุกข์ก็หาย 10 เรื่อง ..คิดเป็น 20 เรื่อง ทุกข์ก็หาย 20 เรื่อง . แต่หากเราคิดผิดเพียง 1 เรื่อง ชีวิตอาจจบสิ้น. รักตัว
นานแล้วหนาไม่ได้สีไวโอลิน นับพ่อสิ้นจากไปสู่สวรรค์ ก็เก็บเจ้าเสียงพริ้วใส่ตู้พลัน จากวันนั้นถึงวันนี้เกือบปีแล้ว เจ้าเสียงพริ้วคงเหงาและเศร้าสร้อย เฝ้ารอคอยลูกบรรเลงเพลงเพริดแพร้ว แต่ลูกกลับทอดทิ้งไม่เห็นแวว เพราะใจแน่วอาลัยพ่อ..เคยนั่งฟัง มาวันนี้ฤดีผ่องนั่งมองตู้ ดูดู๋ดูลืมเสียงพริ้วน้ำตาหลั่ง รีบเปิดตู้หยิบเสียงพริ้วมีพลัง แล้วมานั่งตั้งใจ..สีไวโอลิน นั่งสีเพลงหนึ่งมิตรและชิดใกล้ จากก้นบึ้งของหัวใจไม่สูญสิ้น ส่งเพลงฝากสายลมน้ำตาริน หวังได้ยินนะคนรอ..พ้อด้วยเพลง...
อย่ากังวลไปเลย..คนดี..
ไม่ต้องกลัวว่าฉันคนนี้..จะแอบมีใครคนไหน
อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ..คิดมากทำไม
ฉันจะรัก-รักเธอไง..จนกว่าจะถึงเวลา
จนกว่า...ฉันจะมีคนใหม่
ถ้ามีใคร..มาทำให้หวั่นไหว..ในวันข้างหน้า
จะรักเธอจนกว่าจะมีคนที่ดีกว่าก้าวเข้ามา
เชื่อหรือยังล่ะว่า..ฉันรักเธอมากกว่าใคร?
พอเถอะน่า...อย่าทำหน้าแบบนั้นฉันล้อเล่น
ก็คนดีที่ฉันเลือกเฟ้น...ย่อมเด่นกว่าคนไหนๆ
ไม่เก่งไม่เท่ห์..สำหรับคนอื่น..แต่ฉันว่าเธอดีกว่าใคร
แล้วจะกังวลไปเพื่ออะไร...คนดี
เธอเป็นสิ่งที่ดีที่สุด..สำหรับฉัน
รู้ไว้แล้วกัน...ฉันจะรักเธอคนเดียวคนนี้
ยิ่งนับวันความรู้สึกอุ่นใจ...เพิ่มขึ้นทุกที-ทุกที
แล้วจะให้เปลี่ยนไปหาใครอีกล่ะคนดี...บอกเลยตรงนี้..**ไม่มีวัน**
เอิ๊กๆ ตาบ๊องส์ 55+
*** ^_________________^ ***
ก้อนัสรักตาบ๊องส์คนเดียวนี่นา..
รักเธอจนกว่า..
ใครคือครูคือใครในวันนี้ ใช่อยู่ที่ปริญญามหาศาล ใช่อยู่ที่เรียกว่าครู - อาจารย์ ใช่อยู่นานสอนนานในโรงเรียน ครูคือผู้ชี้นำทางความคิด ให้รู้ถูกรู้ผิดคิดอ่านเขียน ให้รู้ทุกข์รู้ยากรู้พากเพียร ให้รู้เปลี่ยนแปลงสู้รู้สร้างงาน ครูคือผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์ ให้สูงสุดกว่าสัตว์เดรัจฉาน ครูผู้สั่งสมอุดมการณ์ ปณิธานเพื่อปวงชนใช่ตนเอง ครูจึงเป็นนักสร้างผู้ใหญ่ยิ่ง สร้างคนจริง สร้างคนกล้า สร้างคนเก่ง สร้างคนให้เป็นของตัวเอง ขอมอบเพลงนี้มาบูชาครู
....มีหลายผู้หลายคนถือตนเก่ง แล้วชอบเบ่งวาจาท้าสวรรค์ ชีวิตเรากำหนดเองได้โดยพลัน ใช่สวรรค์บันดาลให้เป็นไป. ....ข้าพเจ้าตริตรองลองไฉน เราเดินไปดั่งใจได้จริงหรือ ยึดสิ่งใดดั่งใจในกำมือ จริงจริงหรือยังงง..คงเคลือบแคลง.
เมื่อยามฉันใกล้กับเธอ รู้สึกอบอุ่นเสมอเมื่อมีเธออยู่เคียงข้าง แต่เมื่อยามที่ฉันอ้างว้าง กับไม่มีเธอเคียงข้างกันเหมือนเคย แต่ในใจยังคงคิดถึงเธอ..นะคนดี แม้ว่าตอนนี้เราจะอยู่ห่างกันสักแค่ไหน แต่เราสองก็สามารถสัมผัสได้จากใจถึงใจ เพราะหัวใจสองเราผูกพันกันไว้ ด้วยรักนิรันด์
ดอกไม้บานตามกาลฤดูเปลี่ยน โลกหมุนเวียนเปลี่ยนไปให้คลายเหงา บางครั้งนั้นความทุกข์ในใจเรา ต้องอาศัยการบรรเทาด้วยเวลา ชีวิตเราเขาว่าเป็นก้อนทุกข์ ที่มันสุขเพราะทุกข์ลดลงหนา อย่ามัวเมาเมื่อเราสุขอุรา อีกไม่ช้าอุราอาจระทม โลกหมุนเวียนเปลี่ยนไปไม่ยั้งหยุด ใจมนุษย์หมุนเวียนและแปรผัน รักกันแล้วเราอาจจะลืมกัน เหมือนความฝันชั่วพลันแล้วหายไป นี่ก็คือความจริงของชีวิต มีถูกผิดชั่วดีให้คลุกเคล้า สุดแท้แต่ตัวท่านจะเลือกเอา ทางใดเล่าจะนำเราให้พ้นพาล
ฤา...เพียง
สมมุติให้ หยิบได้ ในทุกสิ่ง เริ่มที่สิ่งอันใด ควรใฝ่หา
ฝนหนึ่งเม็ดมอบหลั่งขว้างลงมา โอ ..พสุธา คงวุ่น ฝุ่นกองเพลิง
หากเป็นแป้งแกล้งจับนับได้ไหม คงเพียงได้ ความกลับ อย่างยุ่งเหยิง
สถานีชีวิตวิ่นว้างเวิ้ง เมื่อควานเจิ่งหาจริงจากคำเทียม
เครื่องหมายผิดติดใหม่ให้ขนาน สร้างซาตานเดินเล่นไม่เขินเหนียม
กระทะนั้นตั้งลมอาหารเอี่ยม ปั้นเล่ห์เหลี่ยมวางขายเหมือนขนมปัง
หยาดน้ำตามาเติมรถวิ่งลิ่ว หัวต้องหิ้วเปลี่ยนครั้งอย่างกับหนัง
เท้าเป็นหน้าปลาบินอยู่รวงรัง เสียงระฆังดัง เฮ๊ เห้ เวลาตี
สัญญาณไฟใช้ เพชรติดทุกแห่ง ตัวแมลงรับจ้างเฝ้าวิถี
และบรรเลงเพลงให้ฟังทั้งปี ยิ้มนั้นมีแทนเงินคงเพลินเทียว
ลองวาดเล่นบ้านกลับรับล่ะหรือ ทุกอย่างคือ ล้อสมอง ให้หวาดเสียว
หากเป็นจริง โอยโลกต้องบิดเบี้ยว แต่ลองเหนี่ยว ไตร่ตรอง มองอย่
แด่ฤดูเก็บข้าวหลงฝัดข้าวลาน อุทิศแด่คุณยายชราแห่งบ้านดอนดอกพะยอม มองฟ้าครามยามบ่ายช่วงปลายฝน ช่อมะม่วงดอกหม่นหล่นเป็นสาย เหนือตำบลข้าวหลวงรวงเรียงราย กระจัดกระจายห่มหล้าท้องนานั้น ลมฤดูบอกข่าวหนาวจะล่วง ดอกจานจวงบานสะพรั่งทั้งบัวผัน ตื่นมารับแสงสรรค์รังสิมันตุ์ เก็บไออุ่นแห่งวันต่อฝันไป ฟ้าเดือนสามครามไกลในลิบลิ่ว เมฆหม่นเอยจะปรอยปลิวสู่แหล่งไหน สู่ปลายยุ้งทุ่งข้าวของสาวไพร ฝากทายทักข้าวใหม่ใครหุงคอย เดี๋ยวแล้งร้อนเดี๋ยวหนาวเคล้าดอกฝน แต่ความจนไม่เปลี่ยนเต็มเกวียนหงอย หากทุ่งฝันบิดเบือนและเลื่อยลอย อาทิตย์เอยอย่าเพิ่งคล้อยซบอกดิน ฝนสั่งฟ้าลาดินใครสิ้นหวัง เมื่อนกนาทิ้งรวงรังหวังไม่สิ้น ไปรวดร้าวข่าวว่าไม่พอกิน ขายนาน้อยให้เหลือบริ้นถิ่นกรุงไกร ให้คนเมืองหว่านไถในไร่สาว ฝนเม็ดร้าวตกพรูสู่เนินไศล สิ้นฝนหมองผ่องนวลจวนสิ้นใจ ปวดระบมตรมในไร่นาทาม ใบกระถินแห้งเหี่ยวร่วงเกรียวกราว ริ้วลมว่าวไล่ลอดยอดมะขาม เห็นเมฆลอยคล้อยเกลียวใจเปลี่ยวตาม คล้ายนิยามบ้านป่านาวิชน ฝนหลงฤดูลาสายปลายเดือนแล้ว ท้องนาแนวเหลืองสุกทุกแห่งหน ลูกข้าวหลงเหลืองไสวในตำบล หญิงชราครองตนเก็บขึ้นลาน ไกลแสนไกลลิบลิ่วทิวฟ้าสูง
คืนนี้จันทร์เสี้ยวเกี่ยวกิ่งฟ้า อีกคราแล้ว สาวนาแหงนเงยดูฟ้า... แล้วหยาดน้ำตาใสใสก็ค่อยๆไหลออกจากตา หยาดมาจากความซึมซึ้ง ด้วยลึกล้ำถึงก้นบึ้งแห่งความรักในดินนา ฟ้าเดือนสาม แม้นแสนจะอ้างว้างว่างใจสักเพียงใด ด้วยวสันต์ลามานานแสนนานแล้ว ให้ใจดวงน้อยน้อยรานร้าว ราวรวงเฝ้าหลงคอยเคียวมาเกี่ยวเก็บ หากไยเล่าใจสาวนา กลับไม่เคยน้อยใจในฤดูกาลฤดีระกำ ที่อ้ายเคยทำและไม่ยอมกลับมาพรำพรม จนคนและนาน้อยคอยจนแห้งผาก..พอกัน โอ้..อินทร์พรหมยมพญา ชะตาชีวิต ไยลิขิตให้สาวนา ดั่งเกิดมาคู่กันกับน้ำตา กับนากว้าง กับรวงเรียวลอมฟาง กับบึงบัวสล้าง กับอ้างว้างฟากฟ้าแสนไกล กับสายธาราใสฉ่ำเย็น กับเดือนเด่นกลางฟ้า กับความเหว่ว้าเงียบงันฝันไกลไม่เหมือนใคร กับหัวใจใสดวงทองดวงผ่องผุดของสาวนา กับวสันต์ลีลา กับเวทีฟ้าเล่นแสงสี ในยามเช้าแสนงามตระการ กับยาม ที่ใบไม้สีน้ำตาลผลัดใบสีทอง ค่อยๆ... ลอยละล่องปลิดปลิว รำฟ้อนอ้อนสายลมในยามเย็นอย่างเงียบงัน ให้ราวป่าเต็มไปด้วยสีสันสลับสล้างสะพร่าง สะท้อนรับกับสายแสงตะวันลา กับฟ้าเจือแสงสีแสนสวยเป็นยิ่งนัก กับดวงดอกลั่นทม งามหอมระทมทับระทวยใจไปทั่วทั้งแนวไพร กับเสียงดุเหว่าไพร เรไรกบเ
ยามดึกดื่น เลยล่วง แสนห่วงเพื่อน อยากจะเตือน เอาไว้ ให้สักหน โดยเฉพาะ สตรี มีหลายคน จะโดนบ่น ก่นด่า นึกว่าพร หากว่ายัง สวยสดใส วัยสะพรั่ง ควรระวัง ไว้เป็น อุทาหรณ์ อยู่ดึกดืน ค่อนราตรี มิหลับนอน จงลงกลอน หน้าต่าง อย่าวางใจ โจรผู้ร้าย มากอยู่ ดูเยอะแยะ จ้องงัดแงะ บ้านเธอ อย่าเผลอไผล ติดเหล็กดัด ป้องกันไว้ ไม่เป็นไร แต่ยังไง ให้มิดชิด ปิดประตู กันงูเงี้ยว เขี้ยวขอ อสรพิษ อาจโดนปลิด ชีวา น่าอดสู ต้องวายปราณ ด้วยฤทธิ์ พิษของงู อย่าลืมดู เข้มงวด คอยตรวจตรา ทั้งประตู หน้าต่าง อย่าวางเฉย ทำละเลย มิคำนึง ถึงปักษา จะฝากรอย เหยียบย่ำ ซ้ำบาทา ที่หางตา เป็นร่องลึก จงตรึกตรอง...(แถวบ้านเรียก ตีนกา)