4 มีนาคม 2553 18:40 น.

ชวนชาวบ้านกลอนต่อกลอน "บ้านหลังนี้ยังมีรัก"

ชาวบ้านกลอนไทย

แม้บ้านกลอนก่อตั้งหลังเล็กเล็ก
มีเด็กเด็กพากเพียรฝึกเขียนอ่าน
แต่ความหวังที่มีคือปณิธาน
มุ่งสืบสานวรรณศิลป์มิสิ้นไป
                          ชาวบ้านกลอนไทย

อยู่ร่มเย็นเป็นสุขเหมือนพี่น้อง
มิขุ่นข้องหมองหมางช่างผ่องใส
ทุกคนมอบไมตรีมีน้ำใจ
สุขหทัยเมื่อได้มา ณ บ้านกลอน
                          ครูกระดาษทราย
 
ที่แห่งนี้ยังมีซึ่งความหลัง
มีพลังกายใจส่งอักษร
มีน้ำใจไมตรีเอื้ออาทร
มิคิดจรจากลาไปไหนไกล
                          สบันงา

ก้าวเข้ามาวันแรกที่บ้านนี้
ทุกคนมีไมตรีหยิบยื่นให้
บอกตรงตรงว่าแสนประทับใจ
ไม่ขอไกลลาจากคนบ้านกลอน
                          แกงเขียวหวาน

เราชุมชนคนบ้านกลอนอักษรสื่อ
ต่างยึดถือความรักไม่ถ่ายถอน
รักจินตนาเรียงร้อยเป็นกานท์กลอน
สำนวนอ่อนหวานเศร้าเคล้าน้ำตา
                        เอื้ออารมณ์

สามัคคีบ้านกลอนอักษรศรี
บ้านหลังนี้จริงใจใฝ่หรรษา
เชิญเรียงร้อยถ้อยคำลำนำพา
สุขชีวาเริงรื่นชื่นเย็นทรวง
                        กันนา





กติกา : แต่งต่อท่านที่แต่งหลังสุดครับ				
21 กุมภาพันธ์ 2553 20:06 น.

ชวนชาวบ้านกลอนต่อโคลงชมธรรมชาติ

ชาวบ้านกลอนไทย

แสงตะวันสาดส่องโพ้น     ผืนนภา
หมุนเปลี่ยนบอกเวลา      ค่ำเช้า
ก่อเกิดสิ่งนานา                เนาโลก
หลายหลากโยงกันเข้า      แต่งสร้างสมดุล
                                           ชาวบ้านกลอนไทย

กาลเจือจุน ก่อกล้ำ  สรรพสานติ์ 
กลแก่น ชีวะวาร     ใหญ่น้อย
ดำรงอยู่ กอปรการ  นานเนื่อง เรืองแฮ
ผันผ่าน ตะวันคล้อย รุ่งล้าน นานนม
                                           kirati

ชวนเชิญเดินป่าไม้    สองคน ไม่เคย
คนหนึ่งมือไม้ซน       พี่จ้อง
หลงทางป่าติดกล      กลัวแย่  ตัวพี่
ออกป่าต่อไปน้อง      แน่แล้ว พกปืน
                                           kasin






กติกา แต่งต่อท่านที่ต่อหลังสุด				
19 กุมภาพันธ์ 2553 15:03 น.

ชวนชาวบ้านกลอนต่อกลอน "ปณิธานกวี"

ชาวบ้านกลอนไทย

ร่วมสลักอักษรอันอ่อนหวาน
สืบสายธารศรัทธาภาษาสยาม
ทุกถ้อยคำปรากฏอย่างงดงาม
เทอญสื่อความมธุรสเป็นบทกวี
                          ชาวบ้านกลอนไทย

มีจรรยารู้ค่าภาษาศิลป์
ภาษาถิ่นถ้อยความงามศักดิ์ศรี
สืบอักษรกลอนกานท์หวานวลี
สามัคคีร่วมภักดิ์อักษรา
                         ดอกบัว

ร่วมบรรเลงเพลงอักษรกลอนสยาม
ร่ายความงามอักษรศิลป์กลิ่นภาษา
ร้อยทุกรสบทกวีที่นำพา
ร้อยเป็นพวงบุบผาพาชื่นใจ
                         เอื้องอังกูร

นี่คือ...ปณิธานที่หาญมุ่ง
หมายผดุงยุติธรรมอันสดใส
ขอมาร่วมเรียงร้อยถ้อยความนัย
บทกวีคงไว้คู่กลอนกานต์
                         วิชัย

เพียงหยดหมึกจารึกไว้ในกระดาษ
ไร้อำนาจอันใด...ให้ไหวหวาน
เพียงกวีกล่าวพจน์ไม่จดจาร
ก็ยังหวานผ่านเวลา...แลตราตรึง
                          ปูปีปาโป

ด้วยความรัก  ในวลี  ที่เลิศรส
จึงปรากฏ  ภาษาถ้อย  ร้อยผูกถึง
ความในใจ  เผยออกมา  อย่างตราตรึง
สุดซาบซึ้ง  เมื่ออ่านบท  รสกวี
                          คนบนเกาะ

ยังมือใหม่ใส่กลอนไร้ไพเราะ
คล้องจองเหมาะขาดเกินอภัยพี่
ประสพการณ์งานเขียนยังไม่ดี
อยากจะมีใครอ่านของฉันบ้าง
                         kasin

ปณิธานกวี ใครมีได้
ถ้ามีใจใฝ่งามตามแบบอย่าง
สร้างสรรคำสร้างฝันมั่นในทาง
ใจเป็นกลางวางแผ่แก่มวลชน
                        Daosaddha

ขอเป็นหนึ่งในนักร้อยอักษรศิลป์
ฝากเจตน์จินตนาการและฝึกฝน
วางในบางบทกวีบรรณดล
ร้อยกลอนกลรักษ์กวีวิถีไทย
                       Nig

ต่างคนต่างคว้าต่างหาฝัน
เสียสละสร้างสรรค์เอาใจใส่
เขียนชีวิตเขียนกลอนสะท้อนใจ
มุ่งมั่นเขียนต่อไปร้อยร้อยปี

"บทกวีไม่มีวันตาย"
คือความหมายสูงส่งทรงศักดิ์ศรี
นี่แหละ "ปณิธานวิญญาณกวี"
แม้หลงในวิถีกลียุค
                      อัลมิตรา

บทกวีคือชีวีตที่งดงาม
คือนิยามคือวิถีเพื่อดับทุกข์
ได้ผ่อนคลายในจิตได้เป็นสุข
เริ่มสนุกหากพบพานเพื่อนร่วมทาง

" ปณิธานกวี" แค่ผ่อนคลาย
เศร้ามลายทุกข์จางหายใจปล่อยวาง
เหมือนสายน้ำหว่างวิถีรินใจจาง
ไม่ยึดมั่นกวีพราง...ช่วยกล่อมใจ

เป็นกวีแค่ให้ใจ...ได้เป็นสุข
เป็นทางออกแห่งทุกข์จิตสดใส
เพื่อนกวีในบ้านกลอนเป็นเพื่อนใจ
ทุกข์ครั้งใดมีกำลังใจในบ้านกลอน.
                     หลี่เหม่ยจิน

ขอขอบคุณบรรพบุรุษไทย
ที่มอบมรดกใหญ่ให้อักษร
ไว้สื่อสารสืบตำนานนิรันดร
ขอแต่งกลอนสืบไปให้ยาวนาน
                      สุรศรี



กติกา ต่อท่านที่ต่อท้ายสุดครับ				
17 กุมภาพันธ์ 2553 15:53 น.

ชวนชาวบ้านกลอนต่อกลอน "สามัคคีคือพลัง"

ชาวบ้านกลอนไทย

อุดมการณ์การเมืองเมื่อแตกต่าง
ฤๅกั้นขวางความปรองดองเพื่อนน้องพี่
อาจเพียงหยิบยื่นรักและสามัคคี
ก็คงมีความสุขสมและร่มเย็น








กติกา แต่งรับสัมผัส กับท่านที่ต่อหลังสุด				
13 กุมภาพันธ์ 2553 14:44 น.

ชวนโต้กลอน เกิดเป็นหญิงหรือชาย ใครสบายกว่ากัน

ชาวบ้านกลอนไทย

เปิดประเด็นโต้กลอนตอนสายสาย
ว่าเป็นหญิงหรือชายสบายกว่า
ไม่ต้องวิ่งวุ่นวายในโลกา
มีชีวาง่ายง่ายสบายจัง
                       ชาวบ้านกลอนไทย

หญิงหรือชายสบายคล้ายคล้ายกัน
เพียงยึดมั่นบนสุขทุกสิ่งหวัง
อย่าจมปลักหมักหมมตรมภวังค์
เติมพลังเติมใจให้ก้าวเดิน
                       ภูมะ

ว่าหญิงชายลายเล่ห์ก็เท่เท่า
จักเอาแต่แก่ตนไม่ข้นเขิน
เอาสนุกเอาเล่นแลเพลิดเพลิน
ลืมจำเริญจำรัสตรัสพุทธองค์
                      กฤตศิลป์ ชินบุตร

หากหญิงชายหลายหลากต่างสนุก
เสพแต่สุขทุกข์ทิ้งจนลืมหลง
จะสบายปลายทางต้องวางลง
จิตมั่นคงเสียเถิดเปิดปัญญา
                    ภูมะ

เกิดเป็นชายนั้นสบายก็หลายอย่าง
ซึ่งก็ต่างจากญิงจริงหนักหนา
ไม่ต้องอุ้มท้องเดินเพลินอุรา
ถึงเวลาคลอดบุตรสุดสบาย
                    สุรศรี

ชายลำบากเจ้าบ่าวคนขยัน
ใช้ทั้งวันบังคับห้ามหลับหาย
เหนื่อยแต่เช้าจดเย็นมิเว้นวาย
อายแสนอายเกียมัวคนกลัวเมีย
                    kasin

เกิดเป็นหญิงยิ่งสบายที่ได้แน่
ได้เป็นแม่แน่แท้ไม่มีเสีย
ได้ชี้นิ้วสั่งการนานจนเพลีย
เป็นกองเชียร์อยู้ข้างหลังนั่งเก็บเงิน
                    คะน้า

เกิดเป็นหญิงยุ่งยากลำบากหลาย
เกิดเป็นชายยุ่งยากลำบากยิ่ง
สาวสาวหว่านเสน่ห์หลากเล่ห์อิง
ชายต้องวิ่งออดอ้อนให้หล่อนรัก
                    ไอยรา

เกิดเป็นหญิงสบายกว่า
ยิ่งหน้าตาสวยทำให้ท้อใจนัก
วันวันมีแต่ชายมาต่อยตีแย่งกันรัก
ปวดหัวหนักเพราะไม่รู้จะเลือกใคร.....
                    แกงเขียวหวาน






กติกา ต่อรับสัมผัสกับท่านที่มาต่อหลังสุด				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟชาวบ้านกลอนไทย
Lovings  ชาวบ้านกลอนไทย เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟชาวบ้านกลอนไทย
Lovings  ชาวบ้านกลอนไทย เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟชาวบ้านกลอนไทย
Lovings  ชาวบ้านกลอนไทย เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงชาวบ้านกลอนไทย