รำลึกถึง วาณิช จรุงกิจอนันต์

din

1241670558.jpg 
วันนี้เป็นวันครบรอบสองปีของจากไปของ วาณิช จรุงกิจอนันต์ 
ขอเขียนถึงนักเขียนในดวงใจคนนี้อีกสักครั้ง
ติดตามอ่านงานเขียนของเขามาตั้งแต่รวมเรื่องสั้นชุด จดหมายถึงเพื่อน
อันเป็นเรื่องที่เขาเขียนส่งตรงมาจากสหรัฐอเมริกา เมื่อครั้งไปทำปริญญาไท
เพื่อลงในนิตยสารลลนา ในยุคที่มี  สุวรรณี สุคนธา  เป็นบรรณาธิการ
เพียงได้อ่านเรื่องแรก ก็ติดใจในสำนวน ลีลา 
และอารมณ์ขันอันเหลือเฟือของเขาเสียแล้ว
วาณิชเรียนจบจากคณะจิตรกรรม แผนกภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ขณะที่เรียนอยู่ความสามารถในเชิงกลอนของเขา ก็ฉายแววให้เห็นแล้ว
ด้วยและโดยดอกไม้แห่งสายหมอก
รินระลอกกลิ่นตามความเงียบเหงา
นานมาแล้วดอกไม้แห่งวัยเยาว์
ได้โลมเล้าด้วยริ้วหมอกคลี่ดอกบาน
แทบจะได้กลิ่นดอกไม้แห่งสายหมอกเลยทีเดียว
flowerline024.gif
วาณิชเป็นนักเขียนคุณภาพ มีลีลาการใช้ภาษาที่น่าทึ่ง 
มีความเป็นตัวของตัวเองสูง
เป็นผู้ที่มีความสามารถรอบด้าน เขียนได้ทั้งนวนิยาย เรื่องสั้น บทความ  สารคดี
เขียนเรื่องสั้นสำหรับเด็กจนได้รับรางวัล 
แม้แต่บทละครโทรทัศน์ วาณิชก็ทำได้อย่างดีมาแล้ว 
ไม่เว้นแม้แต่บทโทรทัศน์ประเภทจักรๆวงศ์ๆ นั่นก็ด้วย
นอกจากนี้ วาณิชยังเขียนคอลัมน์ลงในหนังสือมติชน 
และหนังสือในเครือต่างๆ ของมติชน จนกลายเป็นคอลัมน์นิสต์ชื่อดัง 
ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
ความสามารถอีกอย่างหนึ่งของวาณิชคือความเป็น กวี
วาณิชเคยพูดถึงตัวเองว่า เขาไม่ใช่คนทางโคลง 
เขาไม่ถนัดในการเขียนโคลง
แต่ชั้นเชิงในการเขียนกลอนแปดของวาณิชนั้น หาตัวจับได้ยาก
ไม่ต้องคิดถึงวันที่ฉันกลับ
ไม่ต้องนับวันเวลารอท่าฉัน
ขอให้คิดถึงบ้างเพียงบางวัน
และสวดมนต์ให้กันเท่านั้นพอ
824595vgem2zpoof.gif
วาณิชเป็นนักเขียนที่มีความจริงใจในงานเขียนทุกชิ้นของเขา
และมักจะเขียนถึงตัวเอง และครอบครัวอย่างตรงไป ตรงมา
เคยเมาจนไม่รู้ตัวว่า กลับมาถึงบ้านได้อย่างไร
มาถึงบ้านแล้ว ก็หาประตูทางเข้าบ้านไม่เจอ
ได้แต่เดินคลำไปรอบๆรั้ว พึมพำแต่ว่า ประตูอยู่ไหน ประตูเข้าบ้านกูอยู่ไหน
แล้วเลยพับหลับมันอยู่หน้าประตูนั่นเอง  
เช้าขึ้นมาก็ถูกคนในครอบครัว เล่นงาน
เขายังนำมาเขียนเล่าในคอลัมน์ของเขา อย่างไม่ปิดบังอำพราง 
ไม่สนใจว่าคนอ่านจะมองภาพลักษณ์ของตัวเองอย่างไร
มีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดริดสีดวง
เขายังนำมาเขียนเล่าในคอลัมน์ของเขา 
เป็นที่สนุกสนานครื้นเครงทั้งคนเขียน คนอ่าน
วาณิชเป็นทั้งที่ปรึกษา และเป็นนักเขียนในสังกัดมติชน 
มาเป็นระยะเวลายาวนานนับสิบๆ ปี
ในขณะเดียวกัน ก็เป็นกรรมการคนหนึ่งของบริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ 
ซึ่งมีอากู๋ (ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม) เป็นเจ้าของ
ดังนั้นเมื่อแกรมมี่ซื้อหุ้นมติชน วาณิชจึงตกเป็นผู้ต้องสงสัย
ประมาณว่า รู้เห็นเป็นใจที่จะให้แกรมมี่ takeover  มติชน
เขาจึงประกาศขอพักงานเขียนในมติชนชั่วคราว แต่.....
สำนักพิมพ์มติชน และบริษัทในเครือได้ ถอด งานเขียนทุกประเภทของวาณิช
รวมทั้งคอลัมน์อาหารที่เขียนโดย คุณนายติ่ง (ทอรุ้ง จรุงกิจอนันต์) ภรรยาของวาณิชด้วย
926586czt859z0ts.gif
ระหว่างนั้นวาณิชพยายามขอเข้าพบขรรค์ชัย บุญปาน (ผู้บริหารมติชน) 
เพื่อปรับความข้าใจ แต่ไม่ได้รับการตอบรับ
ขรรค์ชัย บุญปาน นั้น เป็นผู้ที่วาณิชนับถือว่า เป็นทั้ง "พี่" และ"ผู้มีพระคุณ"
และเป็นผู้ที่ดึงวาณิชเข้ามาสู่ค่ายมติชน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าขรรค์ชัย คิดอย่างไร
และมีความรู้สึกต่อวาณิชอย่างไร
เคยคิดว่าน่าจะมีนักข่าวไปสัมภาษณ์ขรรค์ชัยบ้าง แต่ก็ไม่มี
หรือมี....แต่ขรรค์ชัยไม่ให้สัมภาษณ์ ก็สุดจะเดา
เรื่องราวบานปลาย ใหญ่โตนั้น คงทำให้วาณิชรู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย
เขาให้สัมภาษณ์ในหนังสือฉบับหนึ่งว่า 
ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องเป็นอย่างนี้  ไม่คิดว่าจะตัดญาติขาดมิตรกันอย่างนี้
ทั้งนี้เพราะวาณิช สังกัดอยู่ในค่ายมติชนมาเป็นเวลายาวนานต่อเนื่องนับสิบๆปี 
จนมีวงเหล้าถาวรทุกวันศุกร์ ผู้ร่วมวงส่วนใหญ่ก็เป็นคนในแวดวงมติชนนั่นเอง 
เมื่อเกิดเรื่องขึ้น วาณิชเคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่ได้ไปในวงเหล้านั้นอีกเลย
และเรียกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนั้นว่าเป็น รอยหมองของชีวิต
เคยมีผู้ถามวาณิชว่า เมื่อชีวิตของเขาหายไปจากวงเหล้าวันศุกร์ 
เมื่อถูกถอดออกจากมติชน ก็เหมือนเพื่อนหายไปจากชีวิตครึ่งหนึ่ง
วาณิชรู้สึกอย่างไร 
วาณิชตอบว่าความรู้สึกของเขาเหมือนบทกวีของ" อังคาร กัลยาณพงศ์" ที่ว่า 
 อนิจจาน่าเสียดาย
ฉันทำชีวิตหายไปครึ่งหนึ่ง 
ส่วนที่สูญนั้นลึกซึ้ง 
มีน้ำผึ้งบุหงาลดามาลย์
hh86.gif
บันทึกไว้ตรงนี้อีกนิด เมื่อพิเชียร คุระทอง เขียนคอลัมน์ ทวนน้ำ ขวางโลก
ในมติชนรายวัน ในหัวเรื่องที่ชื่อ  มิตรแท้-มิตรเทียม  กล่าวถึงวาณิชว่า 
เป็นผู้ไม่มีความกตัญญู กินบนเรือน ขี้บนหลังคา
กระทำตัวเองดั่งหนอนบ่อนไส้ ไม่ใช่มิตรแท้ แต่เป็นมิตรเทียม
วาณิชจึงฟ้องผู้เขียนคอลัมน์นี้  และบริษัทมติชน 
แต่ศาลไม่รับคำฟ้อง เนื่องด้วยเห็นว่าข้อความนั้นไม่ยืนยันข้อเท็จจริง
ให้เห็นว่าวาณิชเป็นคนเนรคุณแต่อย่างใด 
โดยส่วนตัวแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องที่เกิดขึ้นเท่าใดนัก
เพราะเมื่อมติชน นำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์
นั่นย่อมหมายความว่า มติชนพร้อมที่จะเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอก
ซื้อหุ้นของตนมิใช่หรือ และตามกลไกแล้ว หากผู้ใดถือหุ้นเกินกว่ากึ่งหนึ่ง 
ผู้นั้นย่อมมีสิทธิ์ มีเสียงในบริษัทฯ มากกว่ามิใช่หรือ
เมื่อแกรมมี่ ซื้อหุ้นมติชน เหตุใดมติชนต้องโกรธ 
จากการตามข่าวในหนังสือพิมพ์ ก็ยิ่งไม่เข้าใจกันใหญ่
มีการเจรจากันระหว่าง ขรรค์ชัย กับ ไพบูลย์
ผลการเจรจาเป็นอันตกลงกันได้ว่า ไพบูลย์จะคืนหุ้นที่ซื้อนั้นให้แก่มติชน
ทำให้เกิดความฉงนว่า เมื่อซื้อแล้ว ทำไมต้องคืน 
และหากคนที่ซื้อหุ้นมติชน ไม่ใช่แกรมมี่ล่ะ???
หรือมันมีสายสนกลในอะไร  ที่คนอย่างเราๆ ไม่รู้
เมื่อแรกที่เกิดเรื่องนั้น ยังหวังได้ว่าเมื่อเวลาผ่านไป
และความขึ้งเครียดจางลง มติชน กับ วาณิช น่าจะปรับความเข้าใจกันได้
แต่เมื่อวาณิช ฟ้องมติชน ก็รู้เลยว่า
วันข้างหน้าระหว่างวาณิช กับมติชนนั้น เป็นเหมือนเส้นขนาน 
ที่ไม่มีวันจะมาบรรจบกันได้เสียแล้ว
เหตุการณ์ลุกลามใหญ่โต จนยากจะแก้ไขความรู้สึกที่สูญเสียไปเสียแล้ว
และไม่ว่าจะอย่างไร วาณิชจะรู้เห็นเป็นใจกับแกรมมี่หรือไม่
หากตัดประเด็นนี้ออกไปแล้ว 
ในฐานะนักอ่านที่เป็นแฟนพันธ์แท้คนหนึ่งของวาณิช
รู้สึกสลดใจไปกับเหตุการณ์ในครั้งนั้นด้วย
เสียดายความสัมพันธ์อันดี ที่มีมายาวนาน ระหว่างวาณิช กับ มติชน
ต้องมาจบลงด้วยเหตุการณ์ อันไม่น่าจะเป็น
1115023nhxhf2sc0s.gif
ในปลายปี 2552 วาณิชก็เริ่มมีอาการป่วย 
อาการของโรคทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
วาณิชอยากให้ เพกา บุตรสาวคนโต ซึ่งเป็นทันตแพทย์ 
แต่งงานกับแฟนหนุ่ม ซึ่งเป็นทันตแพทย็ เช่นกัน
ทางครอบครัวเองก็รู้ดีว่า เวลาของวาณิชมีเหลืออีกไม่มากนัก
งานมงคลสมรสของ เพกา จึงถูกจัดขึ้น
ฟังมาว่าวาณิชมีความสุขมาก ในงานแต่งงานของลูกสาว
หลังงานแต่งงาน "เพกา" เพียงวันเดียว 
วาณิชก็จากไปด้วยโรคลูคิเมียเฉียบพลัน เมื่อ 16 พฤษภาคม 2553
ปิดตำนานนักเขียนผู้มากความสามารถ อย่างยากที่จะหาผู้ใดเสมอเหมือน
เสียงหัวเราะเคยล้อต่อกระซิก
รินระริกดังน้ำรินก็สิ้นเสียง
เคยสำเหนียกลำนำถ้อยสำเนียง
จะเหลือเพียงลำนำในสำนึก 
175410yhvlipjey9.gif
ด้วยความระลึกถึง
พุธที่ 16 พฤษภาคม 2555				
comments powered by Disqus
  • โคลอน

    16 พฤษภาคม 2555 17:35 น. - comment id 129280

    ฝนชอบหนังสือชื่อ "รัก คิดถึง กันไหม"
    
    รวมผลงานของท่านมากเลยค่ะ
    
    29.gif29.gif29.gif29.gif
    
    อารมณ์ละเมียดะไมยิ่งนัก
    
    อย่างท่อนนี้
    
    สวัสดี...วิมานแห่งลานฝัน
    ฉันจากมันอย่างผู้รักหยิ่งศักดิ์ศรี
    โลกใหม่อันมืดสนิทเป็นนิจนี้
    ฉันอาจมีแสงสว่างกลางหัวใจ
    
    ..................
    
    31.gif31.gif31.gif31.gif
  • คอนพูทน

    17 พฤษภาคม 2555 11:38 น. - comment id 129289

    ขอบคุณสิ่งดีๆ มาแบ่งปัน..
    หากจำชื่อเรื่องไม่ผิด "บังกะโลคนยาก"
    ประทับใจมากมาย
    
    สุขอย่าได้สร่าง
    36.gif6.gif7.gif8.gif16.gif
  • แทนคุณแทนไท

    17 พฤษภาคม 2555 11:40 น. - comment id 129290

    ขอกวีไปสวรรค์
  • แก้วประภัสสร

    17 พฤษภาคม 2555 12:10 น. - comment id 129291

    ได้อ่านเรื่องสั้นของคุณดินแล้ว
    ทำให้ได้รู้จักวาณิช จรุงกิจอนันต์มากขึ้นค่ะ 
    ขอบคุณที่่นำมาแบ่งปันกันนะคะ
    
    36.gif16.gif36.gif
  • (น้ำตาลหวาน)

    17 พฤษภาคม 2555 14:43 น. - comment id 129295

    หากน้องไม่ได้อ่านบทความนี้
    น้องจะไม่รู้จักคุณวาณิช ในมุมแตกต่างของเขาเลย
     
    เพราะที่ผ่านมาน้องรู้เพียงว่า วาณิช จรุงกิจอนันต์ เป็นนักเขียน 
    
    ขอบคุณค่ะพี่ดิน
    
    11.gif42.gif36.gif
  • din

    17 พฤษภาคม 2555 17:12 น. - comment id 129296

    4.gif...........
    
    คุณฝน
    
    หนังสือ รักและคิดถึงกันไหม
    เป็นหนังสือที่รวบรวมงานเขียนอันกระจัดกระจายของวาณิช
    
    เป็นหนังสือที่จัดพิมพ์ขึ้น เพื่อเป็นที่ระลึกการจากไปครบหนึ่งปีของวาณิช
    
    ...............16.gif16.gif
  • din

    17 พฤษภาคม 2555 17:17 น. - comment id 129297

    8.gif..........
    
    คุณฝน
    
    ตะกี้โพสไปแล้ว ทำไมข้อความไม่ขึ้น
    
    หนังสือ "รัก คิดถึง กันไหม"
    เป็นหนังสือที่พิมพ์ขึ้น เพื่อเป็นที่ระลึกการจากไปครบหนึ่งปีของวาณิช
    
    ..............8.gif8.gif
  • โอ้ละหนอ

    17 พฤษภาคม 2555 18:01 น. - comment id 129298

    ความเป็นจริงในชีวิตอันเจ็บปวด
    เขาคงรวดร้าวรานเกินขานไข
    คารวะ...คำนึง.....ซึ้งอาลัย..... 
    ความยิ่งใหญ่ในชีวิตวาณิชฯเอย......
          ขอบคุณ คุณ din........
  • เทียนหยด

    17 พฤษภาคม 2555 21:12 น. - comment id 129300

    เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีผลงานน่ายกย่องมากมาย..ขอบคุณที่นำเรื่องราวดีๆมาแบ่งปันค่ะ29.gif11.gif36.gif
  • กรต

    18 พฤษภาคม 2555 07:56 น. - comment id 129302

    สิบ...อิอิ 46.gif
    คิดถึงวานิช ด้วยคนจร้า...คุงพี่ดิน อิอิ 11.gif6.gif11.gif42.gif43.gif11.gif36.gif
  • ฤกษ์(ไม่ได้ล๊อกอิน)

    18 พฤษภาคม 2555 10:09 น. - comment id 129303

    มาร่วมรำลึกด้วยคนป่านนี้เพกามีความสุขไปแล้ว
  • ยาแก้ปวด

    18 พฤษภาคม 2555 12:47 น. - comment id 129304

    นักประพันธ์โปรดปรานเลยคนนี้
    
    29.gif29.gif29.gif
  • เฌอมาลย์

    18 พฤษภาคม 2555 20:24 น. - comment id 129310

    ร่วมรำลึกด้วยคนค่ะ
  • cicada

    19 พฤษภาคม 2555 08:00 น. - comment id 129315

    16.gif16.gif16.gif36.gif
    ขอบคุณค่ะ พี่ดิน..
    ท่านเป็นนักเขียนอีกท่านหนึ่ง ที่แซมชื่นชมค่ะ..
    
    57.gif
    แซมค่ะ
  • สีเมจิก

    21 พฤษภาคม 2555 00:12 น. - comment id 129320

    รู้จักชื่อเสียงของท่านมานานครับ ตั้งแต่ผมยังวัยละอ่อนเลย ... แง่มุมที่คุณดินนำมาเสนอเกี่ยวกับคุณวาณิชนี้ก็แปลกดีนะครับ ไม่เคยอ่านพบที่ไหนมาก่อนเลย 29.gif36.gif
  • ตาคำ

    21 พฤษภาคม 2555 16:36 น. - comment id 129326

    คุณดิน 
    เล่าเรื่องนี้สะกดตาคำได้ ชงัดนัก
    ท่านวาณิช  ตาคำ อ่านผลงานของท่านมามากเหมือนกัน สมัยก่อนชอบมติชนมาก
    
    ขอร่วมรำลึก ด้วยคนนะขอรับ
  • din

    22 พฤษภาคม 2555 13:16 น. - comment id 129339

    16.gif.............
    
    ขอรวบยอดตอบ
    
    ขอบคุณทุกๆ เม้นท์จ้ะ
    
    ...............16.gif16.gif
  • คนในวงการนักเขียนที่ไม่ต่างกับวาณิชซักเท่าไหร่

    12 กุมภาพันธ์ 2556 18:44 น. - comment id 131663

    สุดท้ายมติชนกับแกรมมี่ก็คืนดีกันคนที่เป็นเหยื่อก็คือวาณิชผู้น่าสงสาร

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>