กลอนข้อคิด

แม่ผู้ไม่เคยต้องการสิ้งใด

กวี


พนมมือ ก้มลง ตรงตักอุ่น
กลิ่นละมุน ผ้าผวย ช่วยปลูกฝัง
เสื้อตัวเก่า เนานาน กาลรุงรัง
ขาดหน้าหลัง เห็นท้อง มองเมียงเมิน ... ...พูดเสียงแข็ง แรงน้อย ค่อยค่อยบ่น คนจนจน อย่างเรา เฝ้าขัดเขิน มีแค่ไหน ใช้แค่นั้น เดี๋ยวมันเกิน อย่าหลงเพลิน สิ่งใด ไม่เข้าที. .. .. เสื้อเก่าขาด ขนาดไหน แม่ใส่ได้ เงินที่ให้ เก็บไว้ เอาใช้หนี้ ลูกเหนื่อยยาก เข้าใจ ใช้แค่มี สิ่งดีดี ที่ทำ พร่ำภูมิใจ.. ... ..หมู เป็ด ไ่ก่ แพงลิ่ว หยุดหิ้วหาอย่าซื้อมา นักเลย แม่เอ่ยไว้ 
ปลาทูเค็ม ที่มี ขยี้ไป....
ฟูกดำเก่า แค่ไหน สุขใจแล้ว.
....
.....บ้านผุพัง หลังนี้ ที่แม่อยู่
พ่อและปู่ ช่วยสร้าง อย่างผ่องแผ้ว
อนุสรณ์ แห่งใจ ใสพราวแพรว
ฉะนั้นแล้ว ยอมตาย กายมุ่งมั่น.
....
...ขอแค่เจ้า เฝ้าจำ คำสั่งสอน
อย่านิ่งนอน อ่อนเอ แปร..เปลี่ยนผัน
อนาคต    สดใส ใจตื้นตัน
ถึงวันนั้น จริงจริง ยิ่งภูมิใจ.
...
.....มิต้องการ สิ่งใด ในโลก..หล้า
ขอแผ่นฟ้า คุ้มครอง ป้องปกได้
ลูกกินอิ่ม เป็นคนดี ต่อนี้ไป
แม่นอนตาย ตาหลับ มิอับจน. ...
.....สิ่งที่แม่ ตอกย้ำ จำเสมอ
มิเผลอเรอ ทุกสิ่ง อิงเหตุผล
คนเรานี้ เลว ดี มีหรือจน
บาปเวียนวน ติดตัว ชั่วชีวี...
.
....ทุกถ้อยคำ พร่ำเอ่ย มิเคยลบ
ขอเคารพ บุญคุณ กรุ่นศักดิ์ศรี
ดูแลท่าน ตลอดกาล นานเนาปี
เป็นคนดี ของแม่ มิแชเชือน....
.
.....น้ำนมท่าน ทุกหยด สดจาก อก
ไหลรินปรก กายี ดีเสมือน
ดุจน้ำทิพย์ จากฟ้า หาลืมเลือน
ดั่งดาวเดือน เกลื่อนนภา ฟ้าพร่างพร

ศรัทธาคู่ปัญญา

เชษฐภัทร วิสัยจร


จัดธูปเทียนดอกไม้มาไหว้พระ
ศรัทธาจะคู่ปัญญาพาคิดอ่าน
คืออ่อนน้อมถ่อมตนสู้ทนงาน
ผสมการตั้งคำถามตามเหมาะควร

พลาดสิ่งใดให้สู้หน้าถ้าไม่รู้ ยอมโง่ดูแล้วแก้ไขให้ถี่ถ้วน อย่าศรัทธาจนหมดใจขาดใคร่ครวญ คือเรื่องด่วนมาเตือนใจตอนไหว้พระ

ความเหงามีความงามในความเหงา อยู่ที่เราจะมองเห็นมันหรือไม่

คืนแรมสามค่ำหน้าร้อน


  ฝนพรำ.. พรำลงมาผืนฟ้าเปียก
นิ่งสำเหนียกในเพรียกร้องปองคิดถึง
ฟังเสียงฝน เพียงลำพังนั่งรำพึง
ไม่โศกซึ้ง แค่หลงทางระหว่างใจ
  หลงอยู่ในความทรงจำแห่งคำเขียน
หลงวนเวียน อาขยานที่ขานไข
อ่านแล้วเหงาเรายิ่งอ่านไม่ผ่านไป
ยิ่งซึ้งในทุกถ้อยคำที่ขำคม
  อ่านกลอนเก่า.. แกล้มกับกาแฟดำ
ดื่มขม-อ่านคำ ยิ่งย้ำขม
ความเหงางามหลามไหลในอารมณ์
 ..สู่ภวังค์จ่อมจม ในห้วงใจ
  ความเหงามีความงามในความเหงา
อยู่ที่เราจะมองเห็นมันหรือไม่
มองให้เป็น ก็จะเห็นความเป็นไป
ถ้าทนไหวมันจะงามตามเวลา
  ..ดื่มด่ำ ค่ำคืนเหงาให้เข้าถึง
..ลึกซึ้ง ดื่มความเหงาให้เข้าท่า
มองความเหงาให้แจ่มชัดถนัดตา
จะเห็นว่าก็แค่เหงา เราเลือกมัน
  และเราเลือกใช้ใจได้หลายอย่าง
เลือกจะวาง หรือยึดยื้อถือไว้มั่น
กาแฟดำที่รินรอก็เหมือนกัน
รู้เท่าทันความขมพอ ..ก็หวานใจ

เมื่ออิจฉา

บุญพร้อม


เมื่ออิจฉา ก็พา ขอบตาร้อน
จะกินนอน นั่งลุก สุขมันหนี
ให้ร้อนรุม กลุ้มใจ ไปทั้งปี
เห็นเขามี ยิ่งอยากได้ให้เท่าทัน
  
   เขามีรถ ก็อยากมี ให้ดีกว่า
ของเธอต้อง ด้อยค่า กว่าของฉัน
ใครทำเด่น เกินหน้าข้าต้องกัน
จะโรมรัน ทุกทาง ถ้าขวางตู
   อะไรที่  สังคม  นิยมเล่า
เชื่อว่าเรา รู้ดีกัน มันต้องหรู
คนที่ปลง ยากยิ่ง หรือนิ่งดู
มาคิดหลู่ ทับกัน ฉันไม่ยอม
  ความอิจฉา ริษยา จึงมาเกิด
ผิดที่เปิด รับกัน มันจึงพร้อม
บุกทำลาย กายใจ ให้ตรมตรอม
เพราะตัวยอม เป็นทาส เลยพลาดไป

บ้าก็บ้าสิวะ..!!

ศรีสมภพ


บ้าก็บ้าสิวะ..!!

คนดีๆ กับคนบ้า..หากว่ากัน
มันก็อยู่ ใกล้ๆกัน นั่นแท้หนอ..
ชอบแบบไหน ? เขาก็ว่าเราบ้าบอ
ฉะนั้นขอ เล่าความบ้า..อา ลองฟัง ! " บ้างาน " วันๆทำ จนค่ำมืด มีถมถืดหวังสองขั้น งานไม่ยั้ง " บ้ายศ " บ้าเครื่องแบบแถบตราตั้ง เลิกงานยังสวมใส่ไม่ถอดวาง ! " บ้าเงิน " เพลินนับแบ๊งค์ แม่งรวยจัด สารพัดสารพัน ฉันไม่ว่าง หาแต่เงิน เงินเงินเงิน จนเกินกลาง ถึงคราวตายไปแต่ร่าง..ช่างสมเพช ! “ บ้าบอล “ “บ้ามวย “ ..อยากรวยนั่น จ้องแต่จอ แทงไม่อั้นปั่นสะเด็ด “ บ้าหวย “ รวยแน่หนาน้ำตาเล็ด หวยออกเสร็จ ..โดนกินรวบควบกับหนี้ ! “ บ้าเหล้า “ เมาตลอดตอดแต่ก๊ง ตับแข็งคง มาเยือนไม่เบือนหนี “ บ้าสวย “ หมอช่วยเสริมเติมดูดี ปลอมทุกที่ ..แต่หนีวัยไปไม่พ้น ! “ บ้าอำนาจ “ ฉกาจนักหนักปัญหา มุ่งเข้ามา โกยโกงโยงเงินผล คอรัปชั่น กันเบ็ดเสร็จกิเลสล้น ทิ้งคนจนรากหญ้าอ้าปากรอ.!. “ บ้าเฟซ “ “ บ้าโพสต์ “ ..กดแต่ไล้ค์ เปลี่ยนรูปใหม่ใส่ความเห็นเป็นตัวพ่อ ไม่ยอมหลับยอมนอน ค่อนดึกรอ ใครเข้ามาอีกหนอ ? ขอคลิ๊กดู ! “ บ้าละคร “ ตอนหลังข่าวเฝ้าไม่หน่าย ชมนางเอกด่านางร้าย จนแสบหู “ บ้าการเมือง “ ก็ร้ายแรงแบ่งมึงกู ทั้งที่อยู่บ้านเดียวกัน.. สุดงันงง ! “ บ้าตีแบด “ ..ก็บ้าหนักไม่พักยั้ง บอกเจ็บหลังยังตีมั่ว จนตัวโก่ง “ บ้าปั่น “ จักรยาน ปั่นทางโล่ง ช่างปลอดโปร่งใกล้หรือไกล..ไปโลดเลย ! จะคนดีหรือคนบ้า.. อย่าว่ากัน ชอบของใครของมัน นั

โรคระบาด

บุญพร้อม


        โรคระบาดความคิดเกิดผิดเพี้ยน       ดินฟ้าเปลี่ยนแปลกไปหรือไรนี่
       หรือมีคนไปย้ำทำไม่ดี
    จึงเกิดมีโรคาพาเพี้ยนไป
        
        กิริยาท่าทางดูขวางโลก
      ชื่นชมการสับโขกให้โยกไหว
       ลุกลามทั่วตกออกทั้งนอกใน
       จึงเป็นไปทั่วทิศผิดครรลอง
         สาเหตุโรคนั้นหนอพออ่านออก
       ใจถูกพอกหมดงามเพราะความหลง
        เห็นอำนาจวาสนาว่ายืนยง 
        ไม่คิดปลงคิดปลดเลยหมดงาม                                                                                                                                        

นี่แหละใช่เลย

ฤกษ์ ชัยพฤกษ์


เฝ้าเสาะค้นมานานเป็นร้อยปี
มาวันนี้พบแล้วเส้นทางใหม่
ประการแรกต้องปิดทางรถไฟ
การต่อไปปิดถนนทุกหนทาง
 
ยึดทำเนียบศาลากลางขวางสภา
แต่ละเว้นสนามม้ายังเปิดกว้าง
เพราะเป็นแหล่งรายได้ไม่ยอมวาง
พร้อมขัดขวางรัฐบาลต้านกฏหมาย
 
นี่แหละคือประชาธิปไตยสมัยนี้
อยากให้ใครไม่ดีเอาขี้ป้าย
เรื่องที่ดีพูดสับให้กลับร้าย
ประชาชนเหมือนควายไม้รู้ฟัง
 
ใครเดือดร้อนยังไงไม่ต้องสน
ไม่ได้เล่ห์เอาด้วยกลไม่ต้องยั้ง
เศรษฐกิจชะงักงันช่วยกันพัง
กว่าความหวังสมใจได้เป็นรัฐบาล
 
แต่ตอนนี้คนใต้เขาเดือดร้อน
ใต้ด้วยกันกัดกร่อนให้แตกฉาน
จะขึ้นเหนือลงใต้ไม่สำราญ
เพราะพรรคพาลหมดท่ามาข้างถนน

รำลึก สืบ นาคะเสถียร ตอนที่ 1

ศรีสมภพ


บทกวีนำเสนอเพื่อรำลึก ก้าวสู่ ๒๔ ปี ...สืบ นาคะเสถียร
เรื่องที่ ๑ " คู่รักอมตะ " 
รักแท้..ที่มีให้ 
ในโพรงไม้ซบไออุ่น
คาบเหยื่อมาเจือจุน 
อย่างเนื่องหนุนไม่เหนื่อยหน่าย
เมียลูกผูกรักมั่น 
เหยื่อป้อนปันปากโพรงไม้
เร้นลับบินนับไกล 
รังปลอดภัย ไม่เคยท้อ
หัวเเรงแห่งครอบครัว 
ใจเกินตัวหัวอกพ่อ
รักแน่ จริงแท้หนอ 
แม่ลูกรอ พ่อกลับมา
วันใด.. พ่อไม่กลับ 
ถูกคนจับ หายลับหน้า
บ้านโพรงก็โล่งตา 
ลูกเมียลา ตายตามไป
รักแท้ ..ที่โลกเห็น 
ป่าลับเร้นเป็นไปได้
นกเงือก เทือกพงไพร 
รักยิ่งใหญ่..คนอายจัง !
น่าสลดสุดหดหู่
หัวนกหรู.. อยู่ผนัง
ฆ่าเขาตายใจร้ายจัง
แขวนหัวตั้งช่างทารุณ..
แขวนหัวท่าน..เช่นนั้นบ้าง
คงหมดกร่าง เหมือนดังหุ่น
สังเวชกิเลสหนุน
นกมีคุณ ..การุณเทอญ !!
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
... นกเงือกเป็นนกผัวเดียวเมียเดียว จะมีการเกี้ยวพาราสี เมื่อตัวเมียเข้าไปอยู่ในโพรง จะทำความสะอาดแล้วเริ่มปิดปากโพรง ด้วยวัสดุต่าง ๆ เช่น ดิน เปลือกไม้ ตัวเมียจะผสมวัสดุเหล่านี้กับมูลของมันเอง เมื่อปิดปากโพรงจึงเหลือเพียงช่องแคบ ๆ ตัวเมียจะขัง ตัวอยู่ภายในเพื่อออกไข่เลี้ยงลูก ตัวผู้จะทำหน้าที่ดูแลตัวเมียและลูกโดยส่งอาหารผ่านทางปากโพรง นกเงือกจะมีส่วนหนังเปลือยเป็น สีฉูดฉาดอยู่บ้าง เช่น บริเวณคอ ขอบตา มีขนตายาว ขาสั้น ชอบกระโดด ลิ้นสั้น จึงกินอาหารโดยจัดอาหารให้อยู่ที่ปลายปากแล้วโยน กลับลงคอไป 

อวดชีวิต

เชษฐภัทร วิสัยจร


ชีวิตเพื่ออวดโอ้........ชีวิต
ความสุขอันสุจริต........จับต้อง
ยุคสมัยสมัครสมานมิตร..........มุมใหม่
อินสะตาแกรมร้อง.......เรตติ้งตามกระแส

แท้ใช้ชีวิตแล้ว........หลากหลาย ทางเลือกใหม่มากมาย........เมคด้วย การอวดหนึ่งไลฟ์สไตล์........ทางหนึ่ง ชอบก็ดูก่อนม้วย............หมดสิ้นชีวา

คมมีด

บุญพร้อม


  ไม่มีคมมีดใดที่ไหนคง
ถ้าจำนงค์ใช้มันไปฟันหิน
ถึงเหล็กกลัาแค่ไหนก็ต้องบิ่น
สุดท้ายสิ้นคมไปไร้คนมอง
   เพียงใช้หินลูบหน่อยค่อยขัดถู
อย่าไปหลู่หินนั้นมันจะหมอง
สติมี เอาไว้ ใช้ไตร่ตรอง
อย่าไปมอง หินทราย ไร้ค่าเลย
    มีดจะคมอยู่ได้ใช้หินลับ
ขืนไปสับไม่ยั้งพังเพื่อนเอ๋ย
ถ้อยทีถ้อยอาศัยให้เหมือนเคย
จะลงเอยเหมือนเก่าที่เรามี
   
   จะตัดฟันสิ่งใดครวญใคร่นิด 
เป็นชีวิต  เว้นไว้  ก็ได้นี่
มองเขาเป็นของเล่นเห็นว่าดี
มันบ่งชี้  ว่าวิปริต ผิดผู้คน

คนวัด

ปติ ตันขุนทด


สองสีกาพี่น้อง กวาดวัด
สองร่วมศีลธรรมวัตร ค่ำเช้า
สองศรีสู่สมบัติ บุญยิ่ง
สองมุ่งตัดโศกเศร้า โค่นเค้าตัณหา

นางชีบอกไม่ต้อง ทำหรอก
หลวงพี่เป็นเวรบอก แม่โล้น
ภาชนะนี่ถูออก สิ่งชั่ว
ดังว่าเราตัดต้น สี่ห้าตัณหา

หอมรินรินกลิ่นแก้ว บุปผา
ปลูกอยู่เทพกาญจนา ฝั่งหน้า
สีกาดั่งกฤษณา งามกลิ่น
ตัดบ่ขาดหลงบ้า ห่วงเจ้ามิจฉา

ชมผกาช่อแก้ว สีขาว
เปรียบแม่ชีสวยสาว ห่มผ้า
กายขาวแต่ใจหนาว ฤาหน่าย ใดนา
ไยไม่ผัดผิวหน้า เปล่งไว้หวังสวรรค์
19สค56
ปางฏิโมกข์ที่นี้ ปางหมอ ปวงเอย
สงฆ์หมู่รวมกันหนอ ทั่วห้อง
ภัณเตแ่ก่หลังขอ มาร่วม งามนา
พระทั่วเชียงแสนต้อง พรั่งพร้อมวินัย

อุปัชฌาย์ท่านรู้ บุคคล
แตกต่างปัญญายล แต่เค้า
พระใดใคร่ฝึกตน ผุดผ่อง
อีกอื่นนักเลงเล้า พ่อเฝ้าเมตตา

จงมาบวชเพื่อให้ พุทธงาม
ลาภอย่าคิดโลภความ ตื่นเต้น
ศรัทธาท่านทานตาม มีอยู่
โยมไม่รวยพระเว้น หื่นห้าวเงินคำ

มันระกำไม่น้อย นังหมา
ลูกแม่ถูกลักพา เสี่ยงเสี้ยง
อาตมาว่าดูรา ยายแก่
เขาช่วยเอาไปเลี้ยง ไม่ต้องอดตาย

มหาเพลินหนุ่มนี้ เปรียญหก
สึกช่วยธุระรก ใหญ่น้อย
เสียงดีแห่งโฆษก พูดเก่ง ธรรมนา
แปลแต่บาลีถ้อย กว่าร้อยคำฉันท์

บอกตาเจิมว่าให้ พุทโธ
เป็นห่วงแกพาโล บ่นร้าย
บุญกรรมช่วยอโห บาปเก่า แกนา
แกว่าพุทธโธได้ บ่บ้าโมหา

อุปัชฌาย์ท่านให้ นำมา
กินอยู่ในวัดวา แห่งนี้
ตาเติมใช่ใครหนา มิตรเก่า
เวียนว่ายสามภพกี้ เก่าเกื้อญาติกัน

มดตัวดำหมื่นนี้ มากนัก
มันแห่มาจักพัก ร่วมห้อง
ถึงเตียงไต่ยึกยัก เราแย่
ดึกต

ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์

ว.วโรดม


ที่ใด...ไหนล้วนประะจักษ์
มีรัก...รัดรุมลุ่มหลง
ที่นั่น...น้ำตาบ่าลง
มีทุกข์...ยิ้มส่งทายท้า

ที่ใด...ประสบพบเห็น
มีรัก...ดังเช่นหินผา
ที่นั่น...ชอกช้ำชินชา
มีทุกข์...ทาบทาถักทอ
ที่ใด...เร่งเร้าริเริ่ม มีรัก...ไว้เสริมเติมต่อ ที่นั่น...มีการเฝ้ารอ มีทุกข์...มีท้อปะปน ที่ใด...ที่ใด ที่ใด มีรัก...อยู่ไหน? สับสน! ที่นั่น...อยู่ในใจคน มีทุกข์...มากท้นหลั่งริน ที่ใด...ที่ใฝ่ที่ฝัน มีรัก...ให้ฉันไม่สิ้น ที่นั่น...ยังย้ำยังยิน มีทุกข์...ก็ชินเสียแล้ว!

คนสร้างทาง

คีตากะ


บนถนนหลากสายย่างกรายผ่าน
แดนกันดารดงดอยด้อยแสงสี
ค่อยบุกป่าฝ่าดงแดนพงพี
เร่งจรลีสร้างทางถิ่นร้างไกล
ตัดถนนหนทางวางระบบ
เพียงครันครบสิ่งสรรพ์บรรเจิดไสว
มีประปาทุกแห่งมีแสงไฟ
ประชาใช้ถ้วนหน้าหลังคาเรือน
บางเส้นทางอาจร้างด้วยห่างเหิน
ถึงเธอเดินเดียวดายคล้ายถิ่นเถื่อน
โปรดวางใจดวงแขไม่แชเชือน
จะคล้อยเคลื่อนไปถึงพึงรอคอย
หากจริงใจตั้งจิตอธิษฐาน
แทนสื่อสารระหว่างกันวันเหงาหงอย
สักวันถึงตรึงจิตสถิตรอย
เพียงรอคอยเส้นทางวางถึงเธอ...

ในบวช

ปติ ตันขุนทด


บาสิกาหนึงน้อง ทรงศีล
มิใช่ลาวแขกจีน ต่างด้าว
สาวไทยใฝ่ใจปีน สวรรค์ที่ สุขนา
บุญแม่จักพาก้าว อยู่ห้องสุขศานต์
อรุณฉานเธอใส่ข้าว ลงบาตร์
พระพี่สวดพรศาสน์ ส่งให้
จากกันเมื่อลาขาด ศีลห่ม ขาวนา
หากว่าบวชอีกได้ อย่าต้องศึกศีล
อุปัชฌาย์แต่งตั้ง สำนัก เรียนเอย
เป็นที่ศิษย์จิตรัก ใฝ่รู้
บาลีนี่เรียนหนัก จำท่อง ศัพท์นา
เปรียญสี่มีพระผู้ ผ่านได้สองตน
เราศึกษาเพื่อรู้ บาลี
เขียนอ่านจำมากมี มุ่งไว้
สวดแปลที่มนตี พุทธท่าน สอนนา
สืบส่งพุทธศาสน์ให้ กว่าห้าพันวสา
เทียนวสาท่านได้ ทานถวาย
คุณแม่คนึงสุขนาย แต่งแต้ม
จักรวาลแห่งธรรมสาย สกุลเก่ง
จิตแม่งามธรรมแย้ม ดั่งฟ้าอาบอรุณ
*13กค56*
ผีมันหลอกอื่อร้อง กลางดึก
ลุกนิ่งฟังดูนึก หวั่นสู้
เป็นตายไม่ขอสึก หนีแน่
เงียบอยู่ไยจักรู้ ว่านั้นใดฤาผี
อีกวันเห็นที่ข้าง กุฎี
เป็นแม่หมาคือผี อื่อร้อง
นอนยาวบ่ผอมพี พุงเป่ง
นางแม่หมามีท้อง บ่นร้องหนาวฝน
นำนักเรียนเข้าค่าย ธัมมา
คือแม่จันวิทยา แห่งนั้น
อาจารย์ห่วงสิสสา ตกชั่ว
พาสู่ผาเงาปั้น แต่งแต้มใจงาม
15กค56 - 19กค56
เชียงแสนวิทย์หมู่ท้าว ถวายทาน
ครูใหญ่อำนวยการ อยู่หน้า
เกิดตายว่ายสังสาร นานเนิ่น
บุญท่านรอฤาช้า อยู่เบื้องหกสวรรค์
16กค56
บิณฑบาตรแต่เช้า กลับมา
ฉันอิ่มทำกิจจา ใหญ่น้อย
ธรรมบทสี่ภาคหนา แปลอ่าน
ศัพท์กี่คำเกินร้อย ท่องไว้หนักครัน
นางสาวลาวแม่ข้าม มาไทย
ถึงที่ผาเงาไง แห่งนี้
ทำบุญร่วมวันใน สาฬหะ
งามแต่งงา

เพราะเธอชัง

ฤกษ์ ชัยพฤกษ์


เพราะว่าฉันเป็นฉันทุกวันนี้
อีกกี่ปียังหลงงงหัวหมุน
ทำสิ่งใดมีแต่โทษไม่มีคุณ
จะพึ่งบุญไม่ได้ทำจำใจตรม
ฉันเป็นฉันผันยากหากข้องแวะ
จะช่วยแนะเกรงใจจะไม่สม
เพราะตัวเองลอยไปเหมือนสายลม
ใครจะมานิยมสดับฟัง
ไม่มีสิ่งยึดเหนี่ยวทั้งใจกาย
หากจะตายไม่รู้ใครจะฝัง
มองทางไหนเห็นมีแต่คนชัง
อยู่ประทังชีวิตรอดก็ยอดแล้ว
เห็นคนทุกข์ใจก็ทุกข์ตามไปด้วย
อยากจะช่วยประคองหนุนน้องแก้ว
ให้หลุดพ้นกงกรรมเข้าตามแนว
น่าเสียดายใจแป้ว"เพราะเธอชัง"

หลักสาม

แก้วประภัสสร


อันมีดหอกดาบนั้น........มีคม
หาต่างจากคารม...........ผ่านลิ้นกล่าวดีเปรียบยาขม.......หายเจ็บ ใจนา
กล่าวเสียดอาจหมดสิ้น..ก่อเชื้อไฟผลาญฯ
บัณฑิตควรเปี่ยมด้วย......คุณธรรม
รู้คิดรู้หลักจำ.................จิตรู้
ครองสติอย่าถลำ..........ตามถ่อย กันเฮย
เก็บทรัพย์ปัญญาสู้.......เปิดใช้ยามควรฯ
แย้งขัดย่อมขัดแย้ง.........คนพาล
แลชัดทุกสิ่งกาล............มากร้าย
นิ่งเสียอย่ารำคาญ.........ยั่วจิต  ตามนา
ทางออกบทสุดท้าย......สงบแท้โดยธรรมฯ
หอกดาบของมีคม.....จะขื่นขมใช้ผิดทาง
เหมือนเรือที่คนจ้าง..จะอับปรางพายไม่เป็น
คารมที่ผ่านลิ้น........อาจหมดสิ้นพาทุกข์เข็ญ
กล่าวดีวาจาเย็น......ย่อมดับร้อนพาผ่อนคลาย
กล่าวเสียดจะพาเสีย.....ไฟโลมลียย่อมเสียหาย
น้ำท่วมทุ่งกระจาย..... พาย่อยยับเกินดับทัน
บัณฑิตมีความรู้......ย่อมเป็นผู้คิดสร้างสรร
เปิดทรัพย์ปัญญาธรรม์....นำมาใช้ในยามควร
แย้งขัดย่อมขัดแย้ง......ไม่ปัดแกว่งให้ลมหวน
นิ่งเสียอย่าเเปรปรวน.....เดินตามถ่อยจะถ่อยตาม
ทางออกบทสุดท้าย....มิตรสหายตั้งหลักสาม
ปัญญา เมตตางาม....เป็นผู้กล้าพาพ้นภัย
  ๑  แก้วประภัสสร ๑
  ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๖

Because...

แมงกุ๊ดจี่


หากจะนับรอยโศกวิโยคจิต
หว่างชีวิตผลิกผันกับหวั่นไหว
มีพลาดผิดหลายคราวมายาวไกล
อีกเมื่อไหร่? พบสุขความทุกข์จาง...
ทำอย่างไร?  จึงปรากฎเรื่องสดใส
หรือมีใคร?...นำพาพบฟ้าสาง
เถอะสักครั้งบรรเทาทุกข์เบาบาง
ปลีกหนทางหวั่นไหวไกลวังวน...
อยากปลงใจแน่จริงทุกสิ่งนั้น
วิตกพรั่น...ยอมรับว่าสับสน
เหลียวทางใดมันฝืดพามืดมน
หวังผ่านพ้น...วัฏฏะห้วงชะตา...
ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามไตรลักษณ์
ควรตระหนัก...รอยกรรมธรรมดา
ความเกิด-ดับวนเวียนกงเกวียนพา-
เมื่อถึงครา...ให้ผลรับทนไป...
เพราะวันนี้...ที่เห็นและเป็นอยู่
มิอาจรู้...อนาคตปรากฎใด
ทุกรอยก้าวซ่อนเจ็บหนาวเหน็บใน
ทนข่มไว้...ให้ลึกแม้นึกกลัว...
อย่าถามว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร?
เรื่องมันไม่ได้ยืดยาว  แต่เล่าอย่างไรก็ไม่จบ...
เพราะรัก...ทำให้กลัวงั่นรึ? ไม่จริงหรอก...
Would you ever let me down?
I'm worry so worry that you'll let me down.
หน้า / 28  
ทั้งหมด 468 กลอน