กลอนธรรมชาติ

น้ำตก

กวี


สายน้ำเชี่ยวเกรี้ยวกราดราดรดหิน
สู่พื้นดินสิ้นสลายกลายสถาน
ดูกลมกลืนชื่นชิดสนิทนาน ผสมผสานผ่านพ้นล้นคูคลอง ช่วยล่อเลี้ยงสัตว์ป่าอนาเขต ทั่วนิเวศพงพีขจีก้อง ทุกชีวาเกิดตายอยู่ก่ายกอง มีเพียงสองสิ่งนี้คลุกคลีมา สายธาราป่าอุดมบ่มชีวิต สรรพสิ่งมีสิทธิ์ชิดห่วงหา วัฎจักรโลกมนุษย์ฉุดนำพา พร้อมดาราเดือนฉายพระพายเย็น ธรรมชาติเกิดก่อละออกำเนิด สุดประเสริฐเลิศค่าเช่นตาเห็น มิทำร้ายผู้ใดให้ลำเค็ญ ประดับเด่นโลกาสง่างาม ........ ..กวีชาวบ้าน......

น้ำค้าง

บนข.


 
เจ้าหยาดน้ำค้างมาเยี่ยมเช้า                                              
เจ้าหยาดหยดเกล็ดพราวมาจากไหน
เจ้าหยาดมาจากฟากฟ้าใด                                 
กลั่นเป็นหยาดหยดใสอยู่พราวตา

เจ้าผู้มีนามว่าน้ำค้าง                                            มณีพร่างพร่ำพรอดกับยอดหญ้า  หรือเจ้าคือรัตติกาลอันผ่านมา                         แล้วอำลาไปลับกับตาวัน   หรือเจ้าคือน้ำตาของคนโศก                             ผู้วิโยคท้อแท้รักแปรผัน จึงกลั่นหยดน้ำตาความจาบัลย์                          เป็นอุษาโศกศัลย์ทิพย์วารี   หรือฟ้าสั่งจากฟ้าเวหาหน                                 ในคืนค่ำเดือนหม่นดาวริบหรี่  เป็นหยาดหยดน้ำค้างรมณีย์                             ปลอบทุกชีวีใต้เดือนดาว    เจ้าผู้มีนามว่าน้ำค้าง                                          เจ้าคือความอ้างว้างสายลมหนาว แต่งแต้มยอดหญ้าลดาพราว                              ปลอบทุกกรวดเม็ดร้าวคลายร้าวราน   ก่อนเจ้าจะสลายร่าง                                            ทิ้งยอดหญ้าอ้างว้างผันผ่าน ก่อนอาทิตย์ลืมตาทิวาวาร                                  สาดแสงประหารแห่งสุรีย์   บอกข้าได้ไหมเจ้าน้ำค้าง                                   เจ้าเคยอ้างว้างบ้างไหมนี่    หรือเจ้าเพียงผ่านมามิยินดี                                ทุกขณะนาที...ความเปลี่ย

เพื่อนทะเล

ฝน


 ฟังเสียงคลื่นทะเลยามพัดหวนทำให้ชวนน่าฟังน่าหลงใหล
เหมือนกับใจคน ที่อ้างว้างอยากมีใคร
คอยห่วงใย ใกล้ใกล้ดูแลกัน
แต่ทั้งนี้มันก็ได้ แค่เพียงฝัน
นานนับวันยิ่งอยู่ใกล้ เหมือนยิ่งห่าง
เหมือนเส้นทาง ที่ยังอีกยาวไกล
        ถึงอย่างไรก็ยังดี..ที่มีเธอ
คอยส่งเสียงเป็นคลื่นลมยามฉันเหงา
แม้ว่าเราไม่สามารถคู่กันได้
แต่ใจนั้นยังสัมผัสได้ถึงกัน
ยามที่ฉันอ้างว้างและเดียวดาย
เธอก็คือแสงสุดท้าย..เป็นเพื่อนกันยามคิดถึง

รำลึก สืบ นาคะเสถียร

ศรีสมภพ


เช้าวันนี้.. เมื่อ ๒๓ ปีก่อน
ระลึกย้อนตอนนั้น เหตุการณ์หนึ่ง
กลางใจป่าห้วยขาแข้งแห่งคะนึง
ปืนนัดหนึ่งซึ่งหาญหัก.. ร่างนักสู้ !

ร่างนักสู้ ผู้ตรากตรำทำงานหนัก
ถูกกระชากวิญญาณมิทานได้
อัตวินิบากกรรมที่ทำไป
เพื่อตั้งใจปลุกชาวโลก.. ชะโงกมอง !
ชะโงกมอง ผืนป่า.. “ ห้วยขาแข้ง “ ถูกฤทธิ์แรงทุนสามานย์ผลาญผยอง โหมล่าสัตว์ตัดไม้ดั่งใจปอง วางกล้ามผ่องมองข้ามหัว.. ไม่กลัวเกรง ! ไม่กลัวเกรง กฎหมายในบัญญัติ ป่าถูกตัดสัตว์โดนล่า กล้าอวดเบ่ง อำนาจเงินอำนาจรัฐ กัดตัวเอง ไม่กริ่งเกรงดินฟ้า.. กล้าท้าทาย ! กล้าท้าทาย อุดมการณ์อันฉกาจ ความเด็ดขาดจึงป่าวร้องก้องขยาย เจตนารมณ์ที่ล้มร่างให้วางวาย เพื่อกระจายความร้ายกาจ.. ให้รู้กัน ! ให้รู้กัน กับมนุษย์ที่สุดชั่ว ไม่เกรงกลัวบาปกรรมที่ทำนั่น ใช้ความเขื่องเรืองอำนาจ ฉกาจฉกรรจ์ ไล่ฆ่าฟันสัตว์และป่า.. น่าสมเพช ! น่าสมเพช เวทนาป่าและสัตว์ อนุรักษ์ถูกจำกัดปัดเป็นเศษ อำนาจใหญ่เป็นนายป่าน่าทุเรศ สัตว์ป่าเสร็จ สะเด็ดผอง.. ร้องระงม ! ๑ กันยา.. เช้าวันนี้มีรำลึก เพื่อย้อนนึกถึงร่างหนึ่งซึ่งเคยล้ม สืบ นาคะเสถียร ..เจตนารมณ์ เขาได้สมอุดมการณ์ ..นิรันดร !! สืบเอย.. เจ้าจากไปไม่สูญเปล่า สืบเอย.. เจ้าจากไปไม่สูญเปล่า สืบเอย.. เจ้าจากไปไม่สูญเปล่า ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐ ๑ ก.ย.ของทุกปี ... ขอร่วมรำลึกครบรอบ ๒๓ ปี การจากไปของสืบ นาคะเสถียร

ไม่ซื้อ ไม่ล่า ไม่หาสัตว์ป่ามาเป็นอาหาร

ศรีสมภพ


“ ไม่ซื้อ ไม่ล่า ไม่หาสัตว์ป่ามาเป็นอาหาร "
ขอกราบกรานวานไหว้ในวิถี
วิถีกิน วิถีอยู่ ..ให้ดูดี
ควรปรานีสัตว์ป่า..เมตตาธรรม
เขากับเราล้วนรวม.. อยู่ร่วมโลก
ร่วมสุขโศกโลกใบเดียวที่เกี่ยวล้ำ
มีชีวิตลิขิตเห็น เป็นตามกรรม
มิควรทำล่วงกรรมกัน บั่นชีพวาย..!!
" ฝนโปรยไพร ใจกลางป่า "
พรมจากฟ้ามาเป็นสาย
ชุ่มแผ่นผืนชื่นกระจาย
เหล่าสัตว์หลายได้อาบกิน
ดิน-น้ำ-ป่า ..มาแจงจัด
ให้ส่ำสัตว์สมถวิล
สร้างนิเวศน์เบ็ดเสร็จสิ้น
ธารหลั่งริน.. ดินป่างาม !!
" สืบ นาคะเสถียร แสงไฟที่ไม่มีวันดับ "
เปล่งระยับเคลื่อนขับข้าม
ยิ่งนานเนายิ่งวาววาม
สร้างนิยาม..ความรักป่า
คงโชติช่วงชัชวาล..
อีกเนิ่นนานในอาณา
ประกายแสงอันแรงกล้า
ป้องสัตว์ป่า.. สง่างาม !!
 

ก้าวสู่ 24 ปี สืบ นาคะเสถียร

ศรีสมภพ


บทกวีนำเสนอเพื่อรำลึก ก้าวสู่ ๒๔ ปี ...สืบ นาคะเสถียร
ปืนแผดดัง ! กลางป่าน่าอนาถ
สรรพสัตว์ตื่นแตกวิ่งแหวกข้าม
เพื่อนร่วมป่า ร้องระงมล้มคะมำ
ผู้กระทำ ! หามร่างเพื่อนเลือนหายไป
ก่อนกินอยู่คู่ป่าสง่าสงบ 
ไม่เคยพบมนุษย์ สุดโหดร้าย
บัดนี้ต้อง ย่องระวังระแวงไพร 
กลัวปืนไฟสาดใส่ร่าง ถูกย่างกิน !
มนุษย์หนึ่ง..พร้อมกล้องส่องดูสัตว์ 
หยิบกระดาษวาดจดบนโขดหิน
คอยเยี่ยมเยือนเพื่อนร่วมป่าเป็นอาจินต์ 
ให้อยู่กินสิ้นภัย ไม่พักวาง
ความลึกล้ำธรรมชาติและสัตว์ป่า 
ต่างพึ่งพาพึ่งกันอย่างสรรค์สร้าง
ป่าอุ้มน้ำค้ำชู สัตว์อยู่ยัง 
ดูดฝนหลั่งพรั่งพรู ฟ้าสู่ดิน
ใต้ผืนป่าห้วยขาแข้ง แหล่งต้นน้ำ 
ยังชุ่มฉ่ำ อุดมสมบูรณ์ถิ่น
ธรรมชาติ จัดแจงแบ่งสัตว์กิน 
สร้างสมดุลไม่สูญสิ้น ดินน้ำป่า !
มนุษย์โหดโฉดชั่วไม่กลัวบาป
หน้าฉากฉาบ หลังฉากกลับ ไล่ขับฆ่า
ถืออำนาจบาตรใหญ่ไร้เมตตา
ย่ำยีป่า ลอบล่าสัตว์ลักตัดไม้
เสียงปืนดัง! ครั้งนั้นสะท้านก้อง
ทั่วโลกมองห้วยขาแข้งแหล่งป่าใหญ่
ปลิดชีพตนหนทางสืบ..คืบสุดท้าย 
จุดประกาย..ได้เป็นมรดกโลกต่อมา
ตำนานป่า..สืบ นาคะเสถียร
เป็นบทเรียนให้ตื่นตัวกันทั่วหน้า
เพื่อนร่วมโลกต้องปกปักและรักษา 
ป้องพิบัติ สัตว์และป่า..หน้าที่คน
ถึงบทจาก ฝากไว้ให้ประจักษ์
นักอนุรักษ์..คนดีที่เปี่ยมล้น
ปกป้องภัยให้ผืนป่า..กล้าปลิดตน
ปลุกผองชนคนหวงป่า.. กล้าป้องไพร !
สืบเอย.. เจ้าจากไปไม่สูญเปล่า
 
 
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

รำลึก สืบ นาคะเสถียร ตอนที่ 4

ศรีสมภพ


บทกวีนำเสนอเพื่อรำลึก ก้าวสู่ ๒๔ ปี ...สืบ นาคะเสถียร

เรื่องที่ ๔ สุดสลด ..คชสาร

ไอ้มนุษย์ ! ตัวนิดๆ พิษช่างร้าย
มันทำลายทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้า เพื่อนร่วมโลกเล็กหรือใหญ่ไม่ยอมรา เข้าเข่นฆ่า เฉือนเชือด.. อย่างเลือดเย็น คชสาร.. ตัวใหญ่ๆ ในป่ากว้าง เดินย่องย่างหากินถิ่นลึกเร้น เป็นเจ้าป่าร่างใหญ่ไม่ลำเค็ญ ใครกล้าเข่น ได้เห็นดีทุกทีไป ย้อนช้างศึก คึกคักหักการรบ เข้าสยบไพรีคร้ามสนามใหญ่ สัตว์ราชาสง่างามยามย่างไป ร่วมชิงชัยเหยียบค่ายขุม คุ้มบ้านเมือง ! ช่วยกอบกู้เอกราชอย่างชัดชี้ เห็นสุดๆ ยุทธหัตถีที่ลือเลื่อง ไชยยานุภาพ! ปราบพม่าล่ากลับเมือง ชาติประเทืองเรืองโรจน์ปรากฏชัด ข่าวฆ่าช้างเพื่อเอางา ..ป่าสะท้าน แก่งกระจาน มนุษย์ไหน ? หนอใจสัตว์ เมนูเด็ด สนองใจให้ต่างชาติ เนื้อช้างใหญ่ใบสั่งจัด ..ภัตตาคาร ไอ้มนุษย์ ! ตัวน้อยนิดพิษสุดร้าย ล้มสัตว์ใหญ่ใช้อาวุธสุดจะต้าน เนรคุณผู้กอบกู้ หลู่ตำนาน สัตว์คู่บ้าน ! ผลาญได้ไง ? จัญไรจริงๆ @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ “พระราชินี”เสียพระทัยช้างป่าแก่งกระจานถูกฆ่าเผาเอางา เชิญพระราชเสาวนีย์ถึง “อธิบดีอุทยานฯ” เร่งแก้ปัญหา แฉขบวนการ เหี้ยมเร่งไล่ล่า เปิดเผยความคืบหน้าการตามล่าหาตัวคนร้ายที่ฆ่าช้างป่าในเขตอุทยานแช่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ว่า ขณะนี้รู้ตัวขบวนการที่ร่วมมือกันฆ่าช้างแล้ว โดยทำกันเป็นขบวนการมีทั้งคนมีสี นักการเมืองระดับชาติ นักการเมืองท้องถิ่

รำลึก สืบ นาคะเสถียร ตอนที่ 2

ศรีสมภพ


บทกวีนำเสนอเพื่อรำลึก ก้าวสู่ ๒๔ ปี ...สืบ นาคะเสถียร

เรื่องที่ ๒ " สาบเสือ ..ใช่สาบสาง " 

สาบเสือ.. เหนือป่าในอาณัติ
เหยื่อข้องขัดเกินหยัดยืนจะฝืนได้ สองหูผึ่งถลึงตา..ผวาภัย กลัวเสือใหญ่ไล่ตะปบหลบไม่ทัน ธรรมชาติสร้างสัตว์อยู่คู่กับป่า ต่างพึ่งพาอาศัยไม่แปรผัน มีผู้ล่า ผู้ถูกล่า ..สารพัน เห็นแจ้งชัด ถูกจัดสรรมานานนม ในระบบนิเวศน์ขอบเขตป่า.. สัตว์มีค่าหลากพันธุ์ผสานผสม วัฏจักรหมุนเวียนไปคล้ายวงกลม มีเกิดล้มไปตามกฎ ไม่หมดตัว สาบเสือ.. ตาใสๆ บริสุทธิ์ สาบมนุษย์ นั้นเหม็นกว่ากล้าทำชั่ว บั่นชีวิตสัตว์เหล่าเอาหนังหัว ไม่หวั่นกลัวบาปกรรมที่ทำมา สาบเสือ.. เชื่อได้ไม่สาบสาง เช่นคนกร่างชอบสนุกทุกการฆ่า สัตว์นรกสุดโหดร้าย ไม่นำพา กิเลสหนากว่าสัตว์ใหญ่ ใจช่างดำ.. สาบเสือ.. เหนือผืนป่าดารดาษ ธรรมชาติแจงจัดฉลาดล้ำ เป็นระบบครบนิเวศน์วิเศษธรรม คงความงามตามโลกสรร.. เช่นนั้นเอง !! ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐ ปี 2555 พบเสือโคร่งในป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งมากกว่า 90 ตัว แต่ผู้เชี่ยวชาญยังหวั่นเสือถูกล่า เนื่องจากมูลค่าทางเศรษฐกิจของเสือยังสูง หลังมีคนต้องการครอบครองมาก... สถานการณ์เสือโคร่งในป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ในช่วงปี 2555 ที่ผ่านมา ถือว่าค่อนข้างดีมาก ภายใต้พื้นที่ประมาณ 1.7 ล้านไร่ ของผืนป่าที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศ พบเสือโคร่งที่เป็นตัวเต็มวัยประมาณ 70 ต

รำลึก สืบ นาคะเสถียร ตอนที่ 1

ศรีสมภพ


บทกวีนำเสนอเพื่อรำลึก ก้าวสู่ ๒๔ ปี ...สืบ นาคะเสถียร
เรื่องที่ ๑ " คู่รักอมตะ " 
รักแท้..ที่มีให้ 
ในโพรงไม้ซบไออุ่น
คาบเหยื่อมาเจือจุน 
อย่างเนื่องหนุนไม่เหนื่อยหน่าย
เมียลูกผูกรักมั่น 
เหยื่อป้อนปันปากโพรงไม้
เร้นลับบินนับไกล 
รังปลอดภัย ไม่เคยท้อ
หัวเเรงแห่งครอบครัว 
ใจเกินตัวหัวอกพ่อ
รักแน่ จริงแท้หนอ 
แม่ลูกรอ พ่อกลับมา
วันใด.. พ่อไม่กลับ 
ถูกคนจับ หายลับหน้า
บ้านโพรงก็โล่งตา 
ลูกเมียลา ตายตามไป
รักแท้ ..ที่โลกเห็น 
ป่าลับเร้นเป็นไปได้
นกเงือก เทือกพงไพร 
รักยิ่งใหญ่..คนอายจัง !
น่าสลดสุดหดหู่
หัวนกหรู.. อยู่ผนัง
ฆ่าเขาตายใจร้ายจัง
แขวนหัวตั้งช่างทารุณ..
แขวนหัวท่าน..เช่นนั้นบ้าง
คงหมดกร่าง เหมือนดังหุ่น
สังเวชกิเลสหนุน
นกมีคุณ ..การุณเทอญ !!
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
... นกเงือกเป็นนกผัวเดียวเมียเดียว จะมีการเกี้ยวพาราสี เมื่อตัวเมียเข้าไปอยู่ในโพรง จะทำความสะอาดแล้วเริ่มปิดปากโพรง ด้วยวัสดุต่าง ๆ เช่น ดิน เปลือกไม้ ตัวเมียจะผสมวัสดุเหล่านี้กับมูลของมันเอง เมื่อปิดปากโพรงจึงเหลือเพียงช่องแคบ ๆ ตัวเมียจะขัง ตัวอยู่ภายในเพื่อออกไข่เลี้ยงลูก ตัวผู้จะทำหน้าที่ดูแลตัวเมียและลูกโดยส่งอาหารผ่านทางปากโพรง นกเงือกจะมีส่วนหนังเปลือยเป็น สีฉูดฉาดอยู่บ้าง เช่น บริเวณคอ ขอบตา มีขนตายาว ขาสั้น ชอบกระโดด ลิ้นสั้น จึงกินอาหารโดยจัดอาหารให้อยู่ที่ปลายปากแล้วโยน กลับลงคอไป 

บทเพลงถึงดวงดาว

ศิวสิโรมณิ


 
ส่งบทเพลงล่องบรรเลงถึงดวงดาว
ที่พร่างพราววาวระยับปลายลับฟ้า
เปล่งทำนองแว่วหวานดุจวาจา
เอ่ยเอื้อนมาแทนหัวใจไปให้ดาว...
Monday 5.43 p.m., June 10, 2013
ศิวสิโรมณิ

ฝนสาด

ชโลทร


    ''ฝนตก''
 สายฝนหล่นโปรยสู่ธานินธ์
ซู่ซู่เสึยงเพียงพิณจินตนา
หึ่งหึ่งเคล้าเว้าวอนชะอ้อนอา
ขับกล่อมในวิญญาณ์ชโลมจิต

ไม่มีดาว

ชโลทร


        ไม่มีดาว
ดาวหลี้หลบ นภา ฟ้าไร้ดาว
ฟ้าไร้เดือน สุกสกาว พราวเด่นฟ้า
พราวเด่นฟาก เวหน สว่างจ้า
สว่างแจ้ง แหล่งฟ้า ไฟเมืองกรุง

ร่มไม้เก่าที่เราหลบร้อน

pigstation


แดดถูกบังด้วยใบเบียดร่มละเลียดเงาหม่นมิด
แสงจ้าหรี่ทีละนิด
ใต้ร่มพิชิตร้อนผ่อนคลาย
ปูเสื่อทาบทับใบหล่น
นอนหนุนบนนุ่มสบาย
นึกถึงอดีตเรียงราย
สร้างสายธารวารวันร้อยเรียง
ไม้ใหญ่ไทยโพมโมนกิ่ง
ให้ร่มพิงพักคนรักอักษรเงียง
ทั้งฝันตรงๆฝันเอี่ยงๆ
แฉลบเฉียงฉกาจก็จัดเต็ม.

คืนฟ้าคราม

คอนพูทน


คืนฟ้าคราม
๏ สนทะเลปลิวลมพรมยินแผ่ว
คลื่นจัดแถวสาดสถานสร้อยผ่านเสียง
เสนาะพลิ้วชื่นพร้อมรินกล่อมเรียง
กระชุ่มเพียงโปรยพริ้ม..ริมหาดทราย
 
๏ สาดบรรเลงเพลงครวญรำพันขรม
เพลินอุราอารมณ์ฟ้อนเกลียวร่าย
พลางค่อยไหลฟ่องเลื่อนพราวเกลื่อนพราย
อาบแสงฉายจันทร์ชม..อภิรมย์ฟ้า
 
๏ ยิ่งสวาสดิ์ผ่องวัจน์สัมผัสใกล้
ชลาศัยกอดกระซิบทิพย์เวหา
หาดทรายห่มเปลือกหอยเคียงรอยครา
สุดพรรณนาหอมนี้..ราตรีจันทร์
 
๏ พวงดาวลอยงามพิลาสสรรวาดศิลป์
ประดับปิ่นสวยเปล่งกรุ่นเพลงกลั่น
นวลแขหวามอร่ามเพริศบรรเจิดพลัน
หยาดสวรรค์พลิ้วไสว..นัยหมายนึก
 
๏ ลมทะเลเห่สรวงเกลียวคลื่นสาน
กล่อมพิมานเทียมเมฆเสกรู้สึก
สุนทรีรมย์คมทัศน์ฟังอึกทึก
เย็นลมดึกโปรยดอกจูบซอกใจ
 
๏ ละมุนหยดแพรวระย้าฟ้าประดับ
คลื่นระยับทะเลหยาดสาดน้ำใส
ลมโชยพัดเชยพลอดยอดสนไกว
หลับแทบในทรายนุ่ม..ชุ่มเพียงเชิญ ๚ะ๛
                           คอนพูทน

วนาลี

din


ผีเสื้อกรายปีกทักดอกรักหวาน
ผึ้งรำคาญตัวต่อมาป้อหา
เขียดยังเพลินแหวกว่ายสายธารา
โน่นอีกาบอกรักทักแมงปอ
ชะนีกู่โห่ร้องก้องไพรพฤกษ์
เค้าแมวคึก...ชวนแขกเต้า...เข้าห้องหอ
กิ้งก่าแต่งตัวเริดทำเชิดคอ
ม้าหางงอสอนนกให้ชกลม
มดดำเลียน้ำค้างข้างกอหญ้า
ตั๊กแตนชวนปลาหาผ้าห่ม
เอี้ยงแอบหนีเจ้ทุยไปลุยตม
กวางตาคมหัวยุ่งมุ่งแต่นอน
เสียงนกเขาขันคูจู้กรูฮุก
เจ้าหนูพุกเอ็ดหมาไม่ให้หอน
ดวงดาวบอกลาฟ้าข้าขอจร
อาิทิตย์งอนถูกปลุกลุกทำงาน

ดั่งสายหมอก

คาปูชิโน่


   สายหมอกมาหยอกเย้ายามเช้าตรู่     อยากชักชวนเธอมาดูที่แห่งนี้มาสูดสัึมผัสอากาศดีดี                            ป่าเขาเขียวขจีสดชื่นใจ
เธออาศัยในเมืองมาหลายปี                     พบกับแสงสีศิวิไลซ์
ส่วนฉันอยู่ป่าเขาลำเนาไพร                    อยู่ห่างไกลแต่ใจเหมือนใกล้กัน
ถึงจะจากกันมานานแสนนาน                   เรื่องราวของวันวารยังผูกพัน
ดั่งสายหมอกจางจางและควัน                 ที่พัดพาพบกันแล้วพัดหายไป      

เตรียมพร้อม กับยอมรับ

คนกรุงศรี


เปลวสุรีย์ ที่ส่อง ต้องผืนหล้า
ดูทีท่า ว่าปอง จ้องเผาผลาญ
ทั้งพืชสัตว์ ให้พลัน บรรลัยราญ
อวสาน โลกา คงมายล
ความร้อนแดด แผดจ้า ผืนหล้าแห้ง
ผิวดินแยก แตกระแหง ทุกแห่งหน
ลมสะบัด พัดฝุ่น หมุนเวียนวน
น้ำขุ่นข้น ขอดหนอง ทั้งคลองคู
พอลมโบก โยกไผ่ ให้ไหวพลิ้ว
ใบก็ปลิว ร่วงกราว คราวลมลู่
กิ้งก่าแย้ เขียดกบ หลบลงรู
แต่ปลาปู ติดตม จมก้นคลอง
ใต้สะเดา เงาร่ม แต่ลมร้อน
ผิวอ่อนอ่อน เกรียมดำ ดูคล้ำหมอง
ตะวันรอน ตอนบ่าย ปรายตามอง
เขม็งจ้อง จะเผา ให้เราวาย
เพราะแมกไม้ ไพรพนา ผืนป่ากว้าง
ก่อนเคยรก วันนี้ร้าง ต่างหดหาย
เพียงตอเห็น เป็นฟืน ยืนต้นตาย
ผู้ทำลายนั้นหรือ ก็คือใคร
จงเตรียมพร้อม ยอมรับ กับวิบัติ
เริ่มเห็นชัด ทุกวัน รู้กันไหม
ธรรมชาติ เหี้ยมโหด โทษสิ่งใด
จงเตรียมใจ ให้พร้อม ยอมรับกรรม
หน้า / 6  
ทั้งหมด 96 กลอน