กลอนวาเลนไทน์

มีเพียงเธอ

มวลภมร


มีเพียงเธอ คนนี้ ที่พี่เพ้อ
มีเพียงเธอ คนนี้ ที่ไฝ่หา
มีเพียงเธอ คนเดียว ทุกเวลา
มีเพียงเธอ นั่นหนา พี่รักเธอ
มีเพียงเธอ เท่านั้น ไม่ปันรัก
มีเพียงเธอ แน่นหนัก รักเสมอ
มีเพียงเธอ ทำให้ ใจละเมอ
มีเพียงเธอ ไม่เผลอ เปลี่ยนแปรใจ
มีเพียงเธอ คนนี้ ที่พี่รัก
มีเพียงเธอ พี่ภักดิ์ หัวใจให้
มีเพียงเธอ เสมอ แม้ห่างไกล
มีเพียงเธอ หัวใจ พี่เปรมปรีด์
มีเพียงเธอ แม้วัน คืนผันเปลี่ยน
มีเพียงเธอ วนเวียน ในใจพี่
มีเพียงเธอ หวานรัก รักคนดี
มีเพียงเธอ คนนี้ เต็มห้องใจ
มีเพียงเธอ ตอบใจ ได้ทั้งหมด
มีเพียงเธอ หวานลด ลงที่ใหน
มีเพียงเธอ อยากหวาน หวานหมดใจ
มีเพียงเธอ รู้ไว้ “มีเพียงเธอ”
o..มวลภมร..o

วาเลนไทน์.....

ลานเทวา


วาเลนไทน์.....
............................
เสียอะไรได้อะไร ใครต่างรู้
ยังสติดีอยู่ รู้ใช่ไหม
พรุ่งนี้เราจะได้อะไร เสียอะไร
กับวันวาเลนไทน์ ของปีนี้
ได้ความรักมาดื่มด่ำ
กลับเสียตัวถลำ ใช่หรือนี่
พ่อแม่เลี้ยงดูเรามาตั้งกี่ปี
ทำอะไรดีดี ให้ท่านรึยัง
แม้แต่เงินซื้อดอกกุหลาบ
มาแต่คราบไคลเหงื่อเจือความหวัง
จากแรงแม่แรงพ่อ ก่อพลัง
ให้ลูกยังใช้จ่าย ไม่อายคน
เสียอะไรได้อะไร ต่างใครรู้
ความอดสูจากครู่คราว เหน็บหนาวผล
วันแห่งรักวันแห่งใจ กระไรดล
ยอมเสียตัวเสียตน ให้คนรัก
ค่านิยมต่ำทราม นิยามค่า
เพรียกสาวกบอดตา มิตระหนัก
กุหลาบแดงแฝงกล สับสนนัก
สื่อชวนชัก รักเฟื่องเป็นเรื่องราว
เถอะ ก่อนจะเสียตัว เสียใจ
ถามพ่อแม่สักคำไหม เล่าหนุ่มสาว
ว่าความรักจะสุขชื่น และยืนยาว
ต้องผ่านคาวผ่านใคร่ ที่ไหนกัน
………………….
โดยคำ ลานเทวา

กระซิบรัก

ศรีสมภพ


กระซิบรัก.. จากใจในห้วงลึก
ตกผลึก ในรักประจักษ์แจ้ง
รักเธอยิ่งจริงใจอย่าได้แคลง
ใช่แอบแฝง พร้อมแต่งงาน ..ลั่นระฆัง !!
ดอกบัวบานไสว.. ใคร่สวาท
ใจจะขาดเสน่ห์นวลพี่ครวญคลั่ง
จึงกระซิบกระซาบคำย้ำให้ฟัง
ห้วงภวังค์พะวงหากว่าวันคืน
กระซิบรัก..กระซาบซ้ำแผ่วคำหวาน
จนน้องนั้นระทวยระรวยรื่น
มิอาจห้ามหักใจในจุดยืน
ยากจะฝืนชื่นวาจาแห่งคารม
ดอกบัวบานไสว ช่างไรหนา ?
ขอพี่ยายั้งคำอ้อนก่อนเชยสม
เข้าตามตรอกออกประตู คนดูชม
ดีกว่าคำคมกริบ ..กระซิบรัก !!
วาเลนไทน์มาถึงคะนึงป่วน
กระซิบครวญขอเป็นเขยเอ่ยตระหนัก
มันท่วมท้นล้นนิยามแห่งความรัก
แม่ยายจ๋าอย่าเรียกหนัก.. รักน้องจริงๆ

สุขสันต์วันแห่งรัก

ขุนศรี


วันแห่งรักประจักษ์จิตลิขิตฝัน
มอบแบ่งปันความรักจักสุขศรี
อายกลิ่นรักปักกลางทรวงดวงฤดี
ปลื้มเปรมปรีดิ์วันแห่งยิ้มกระหยิ่มใจ
มองใบหน้าตาโปรยยิ้มภาพพิมพ์สวย
ประดับด้วยความกระจ่างสว่างใส
ดุจโลกนี้สีชมพูดูกว้างไกล
เชื่อมโยงใยสายรักถักทอกัน
รักสองเราเฝ้าคอยค่อยห่วงหา
เฝ้ารักษาใยรักเราเข้าสู่ฝัน
คอยถนอมกล่อมรักชื่นทุกคืนวัน
แสนสุขสันต์อิ่มเอมปะเปรมปรีดิ์
คำว่า " รัก " มีค่าใจในประโยค
อำนวยโชคแก่เราสองต้องสุขศรี
สิ่งประเสริฐเกิดก่อเกื้อเผื่อแผ่ดี
สุขล้นปรี่มอบแก่กันฉันเฝ้ามา
ดอกกุหลาบอาบใจใฝ่ฝันถึง
คิดคำนึงความจริงสิ่งหรรษา
แทนความรักสลักจิตติดอุรา
ยอดบุปผาคือกุหลาบซาบซึ้งใจ
กุหลาบบานวารวันฝันถวิล
หอมรวยรินกลีบกลิ่นชวนหลงใหล
กลิ่นความรักตระหนักหนาอย่าปล่อยไป
อย่าหวั่นไหวจงไตร่ตรองลองคิดกัน
นายทองม้วน  สิงห์ทองห้าว
โรงเรียนปทุมรัตต์พิทยาคม  จังหวัดร้อยเอ็ด

14 กุมภาพันธ์ วาเลนไทน์อนุสรณ์

กระบี่ใบไม้


แอสทีเรียส...ที่รัก
ข้าขอส่งใจภักดิ์จากแดนประหาร
ขอตาเจ้าที่มืดบอดจงเบ่งบาน
ได้แลเห็นความตระการของดอกไม้
พวกเขาทุบตีทำร้ายข้า
แต่ว่าเขาทำลายปรารถนาของข้าไม่ได้
ฝันของข้าคือความเท่าเทียมทั้งหญิงชาย
ไม่มีการมุ่งทำร้ายเหยียดผิวพันธุ์
แอสทีเรียส...ที่รัก
ข้ามองเจ้าจากหลักประหารนั่น
ข้ากับเจ้าคงไม่อาจร่วมแต่งงานกัน
แต่รักของข้านั้นผูกพันถึงหัวใจ
แลถึง โคลดิอุส ผู้อสัตย์
ท่านอาจเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
สายตาท่านอาจจะมองดูกว้างไกล
แต่หัวใจท่านมืดบอดไปทั้งดวง
ผู้คนหิวโหยเพราะสงคราม
ข้าแอบนำน้ำและอาหารให้ด้วยความเป็นห่วง
ท่านเป็นนายเหนือหัวของคนทั้งปวง
แต่คนทั้งปวงไม่เคยถือ...ว่าท่านเป็นคน
ลาก่อน...แอสทีเรียส
เรื่องของท่านและข้าจะเกริกเกียรติทุกแห่งหน
ด้วยความรักของเราจักเป็นสากล
พระผู้เป็นเจ้าอยู่เบื้องบน...มองเห็นเธอ
14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.270
คำรำพึงสุดท้ายของ วาเลนตินัส
“วาเลนไทน์ของเธอ...แด่ แอสทีเรียส”

♥ บ้ารัก...จนชักเลอะ ♥

cicada


คล้ายกับดักหนักอึ้งดึงไม่ออก
ไม่กล้าบอกกับใครให้อึกอัก
มองอะไรก็เห็นเป็นคำรัก
พอใครทักนึกว่าเธอ..เผลอหัวเราะ
จิตใจมันชุ่มฉ่ำเหมือนน้ำแฉะ
ดังถั่วแระคลุกเคล้ามะพร้าวเฉาะ
คงเพราะรักหวานจังกระมังเนาะ
แค่เบาะเบาะทำเอาเราบ้าเนอะ
ใกล้วันวาเลนไทน์ใจเสียวสั่น
รักเธอนั้นล้นมานจนบานเบอะ
แม้เธอไม่รู้ตัวมัวเซ่อเซอะ
ช่างมันเต๊อะขอฝันแล้วกันนะ
ร้อยมาลัยดวงดาวเอามาฝาก
อยู่บนฟากฟ้าเด่นเห็นกระจะ
มอบแด่เธอด้วยใจไร้พันธะ
รักนะคะ..วาเลนไทน์บอกให้รู้

พบกันวันวาเลนไทน์

อิสรชัย รัตน


ฟังเพื่อนคุย วันนี้ ว่ามีนัด
คงได้ปล่อย กำหนัด ออกจากร่าง
ฉลองวัน ความรัก จึงต้องสร้าง
ไม่คิดหรอก หนทาง วิถีไทย
ฉันฉลอง ความรัก หลายคราครั้ง
ไม่เคยคิด หยุดยั้ง วิ่งเข้าใส่
เราปรบมือ ข้างเดียว ดังได้ไง
เรื่องอย่างนี้อยู่ที่ใจ พึงพอกัน
ฉันไม่โทษ ว่าใคร คนไหนหรอก
สังคมร่วม ปลิ้นปลอก ไม่สร้างสรรค์
นำเข้ามา รับเข้าไว้ จึงกลายพันธุ์
สังคมไทย เหหัน พลันรวนเร
แล้วจะโทษ ผู้ใด ว่าใครก่อ
สังคม จึงจมบ่อ เอียงกระเท่
วาเลนไทน์ มุ่งทำลาย มุ่งถ่ายเท
สิ่งเสเพล สั่งสม เกือบจมเมือง
พรุ่งนี้หรือวันไหน จึงได้คิด
วัฒนธรรมนำจิต ที่เหยืดแห้ง
กลับมาสู่ รากเหง้า ที่เคยแรง
เปล่งประกาย จรัสแสง คุณความดี

คนใช่ที่ใจรอ

มนต์กวี


.
เพียงผู้หญิงอีกคนที่หม่นเศร้า
แบกความเหงาร้าวรานมานานเนิ่น
หากมีใครสักคนควงแขนเดิน
สู้เผชิญทางใจไปด้วยกัน
.
ใครคนนั้นเขาคนนี้จะมีไหม
ได้ซบไหล่หนุนตักถักทอฝัน
อยู่เคียงข้างยามสับสนหนทางตัน
เช็ดน้ำตาปลอบขวัญวันปวดใจ
.
จะมอบใจทั้งดวงลงบ่วงรัก
แม้อกหักรักหม่นก็ทนไหว
กอดสัญญาที่ใจเขียนมิเปลี่ยนไป
ลองรักใครฉันพร้อมยอมจำนน
.
หวังฝากผีฝากไข้ไว้กับเขา
คนตัวเปล่าเหงาเกินเดินถนน
คงโดดเดี่ยวหากไร้ใครสักคน
เป็นกันชนความหวั่นไหวในใจเรา
.
เพียงอยากพบคนใช่..ที่ใจรอ
แล้วถักทอความฝันแม้วันเหงา
เกี่ยวก้อยเดินร้องเพลงเรามีเรา
จะบอกเขาทุกวัน.."ฉันรักเธอ"

รักทุกวัน (ใช่แค่วันวาเลนไทน์)

พจนา


๐ รักทุกวัน รักเธอ รักทุกวัน
นี่คือคำ ยืนยัน จากใจฉัน
รักไม่เว้น วันหยุด ราชการ
ไม่ใช่รัก เพียงแค่วัน วาเลนไทน์
๐ รักมากล้น รักเธอ รักมากล้น
ขอเธออย่า สับสน คิดสงสัย
คนรักกัน สำคัญ คือเชื่อใจ
ฉันรักเธอ รักมากมาย รักทุกวัน
ไม่มีดอกกุหลาบให้ทุกวัน.. แต่ฉันรักเธอทุกวัน

แม้สิ้นหวัง..ก็ยังรอ

แกงเขียวหวาน


ไทน์เลนวา...ครั้งหนึ่งซึ่งใจหวัง
ซึ้งคำแผ่วเอ่ยฟังรักคำหนึ่ง
หนึ่งคำรักฟังเอ่ยแผ่วคำซึ้ง
หวังใจซึ่งหนึ่งครั้ง...วาเลนไทน์
รอเฝ้ารอ...ให้เอ่ยเผยบอกย้ำ
ใจชอกช้ำวานวันครั้งหมองไหม้
หมองไหม้ครั้งวันวานช้ำชอกใจ
ย้ำบอกเผยเอ่ยให้...รอเฝ้ารอ
คอยเฝ้าคอย..ขอวอนเอ่ยคำขาน
ทอถักฝันวันวานพลันสานต่อ
ต่อสานพลันวานวันฝันถักทอ
ขานคำเอ่ยวอนขอ...คอยเฝ้าคอย
วันวานรัก...ลอยเลือนเหมือนสิ้นค่า
น้อยวาสนาสูญรักร่นถดถอย
ถดถอยร่นรักสูญวาสนาน้อย
ค่าสิ้นเหมือนเลือนลอย...รักวานวัน
ไทน์เลนวา...ฝันสร้างทางเดินรัก
ปันเยื่อใยทอถักรักคงมั่น
มั่นคงรักถักทอใยเยื่อปัน
รักเดินทางสร้างฝัน...วาเลนไทน์

คำอวยพร Happy Valentine's Day

Hathaikarn


สุขสันต์วันวาเลนไทน์
คือวันอะไรใจแต้มสี
ชมพูดูเปล่งเปรียบแดงมี
คงเป็นวันดีๆอีกหนึ่งวัน
หากนี้คือวันแห่งความรัก
ขอให้ใครทายทักจักสุขสันต์
มีคู่ครองเคียงตนจนนิรันดร์
ตลอดความใฝ่ฝันนั้นเป็นจริง
ขอให้คนโสดโสดนั้นได้คู่
และร่วมกินอยู่รู้ทุกสิ่ง
ขอให้คนมีคู่รู้แอบอิง
และเป็นยอดยิ่งพริ้งดวงใจ
มอบความรักทักทายให้แก่กัน
ทุกสิ่งอย่างนั้นอันสดใส
มีความสุขสมดั่งหวังสิ่งใด
สมเจตนาพาไปสมใจเทอญฯ...(วาเลนไทน์)
หทัยกาญจน์
๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๕

ฉลองวันแห่งความรัก

อิสรชัย รัตน


กลางแสงจันทร์ขาวนวลแสนชวนฝัน
ฉันเคลียคลอ แอบอิงกัน พร้อมเกลียวคลื่น
กายเคียงกายหลับตาฝัน แม้นยามตื่น
โอ้ค่ำคืน นี้นั้น ฉันสุขใจ
ฉันมองดาว ระยิบฟ้า ระยับฝัน
ชี้ชวนนับ นี่นั้น  ชี้ชมใหญ่
ดาวความรัก ดาวความใคร่ คุข้างใน
อยู่ที่ใจ รู้ควร ทบทวนความ
ฉันหักห้าม ดาวใกล้ตัว ที่หมกหมุ่น
คอยฉุดดึง ด่ำลึก น่าเกรงขาม
จิตประหวั่น พรั่นพรึง ทุกชั่วยาม
เมื่อแก้มงาม แนบชิด สนิทกัน
ฉันอยากผลัก ให้ห่าง หนแห่งรัก
บรรยากาศ เป็นใจนัก ไม่เหหัน
จากนั่งอิง นอนโอบกอด พลอดรักกัน
วาเลนไทน์ ใจหวั่น สะท้านทรวง
ฉันเตลิด เปิดทาง ห่างความคิด
ห่างความถูก สู่ผิด ลิขิตล่วง
ความหวงแหน หายไปจากในทรวง
เมื่อกระดุม หลุดร่วง เลื้อปลดปลง
สติคืน ย้อนกลับ รับรู้ชอบ
แต่กายตอบ สนองให้ อย่างไหลหลง
รสกามา รุ้มเร้า มืดมัวลง
เรียกว่าหลง ในกาม ชั่วข้ามคืน
ฉันฉลอง ความรัก ประจักษ์จิต
ฉันได้ทำ สิ่งผิด ด้วยฤทธิ์หื่น
ฉันพลั้งพลาด ไปแล้ว ไม่หวนคืน
ฉันจะครอง รักให้ยืน ได้อย่างไร

เหงาใจ วัน “วาเลนไทน์”

คนบางบอน


อยากมอบดอก กุหลาบให้ ใครคนหนึ่ง
คนที่เรา แอบซึ้ง รำพึงหา
หลายคราวที่ ได้พบ ได้สบตา
ยังมิกล้า จะเอื้อนเอ่ย  เผยความนัย
แอบหวังว่า วาเลนไทน์ ในปีนี้
ดอกไม้แห่ง ไมตรี คงมีให้
คนที่เรา แอบปลื้ม จนลืมใคร
จะปันใจ มาบ้าง อย่างยินดี
ถ้าบอกรัก เธอได้ จะไม่ท้อ
นี่ต้องรอ ยั้งใจ กลัวหน่ายหนี
คนเดียวดาย เหว่ว้า มาหลายปี
คงไม่มี วาสนา ตีตราจอง
ดอกกุหลาบ ในมือ ที่ถืออยู่
จึงไม่รู้ จะให้ใคร ใจหม่นหมอง
วาเลนไทน์ ผ่านผัน ตามครรลอง
คนไร้คน เหลียวมอง หมองหัวใจฯ
สมยศ  เปียสนิท

วาเลนไทน์ยังรอเธอ

คอนพูทน


เวียนรอบครบอีกคราวาเลนไทน์
วันที่ใครต่อใครเขาปล่อยของ
ปีนี้รัฐรณรงค์จงปรองดอง
จักปอสี่มอสอง เอ้า.!.เชิญซน
จึง “ถุงยางอนามัย” ให้จ่ายแจก
แหลกแน่แน่งานนี้ปี้แล้วป่น
หกสิบล้านชิ้นลั่นแทนกันชน
โอ้ช่างคิดหนอคน..ใครคนคิด?
ดีเลวเสริมหรือสร้างเปิดทางแผล
อนาถแท้ผิดถูกลืมถูกผิด
ลืมศีลธรรมจริยธรรมนำชีวิต
กลับหลอนจิตลากจงลงเหวลึก
สำหรับฉันนั้นแสนน่าอดสู
ใช่กร่อนสึกยังสู้แถมรู้สึก
แต่อย่าแจกหลอกใจพาให้คึก
แค่เพียงตรึกพลางตรอง..มองไปใน
แม้นรับของมาครั้นปัญหาแน่
แย่จริงหนอของนี้ปล่อยที่ไหน?
ที่สำคัญฉันนี้ไม่มีใคร
วาเลนไทน์จึงท้อพ้อรำพัน
เสียใจด้วยหวังดีที่รัฐมอบ
ขอบคุณมาอย่างมากจากใจฉัน
“ไม่ได้ตั้งใจโสด” โปรดรักปัน
ช่างหัวมันหากแม้..กำพร้าเมีย ๚ะ๛
คอนพูทน

วาเลนไทน์ไม่มีใคร

กีตาร์เก่า


วาเลนไทน์ ปีนี้ คงเหี่ยวเฉา
เพราะว่าเรา ตอนนี้ ไม่มีแฟน
ทั้งเพื่อนพี่ ญาติเรา เสียใจแทน
ไม่มีแฟน ให้ดอกไม้ กันและกัน

กุหลาบขาว

อิสรชัย รัตน


เขาบอกเราว่าซื่อบริสุทธิ์
เปรียบประดุจดังสีกุหลาบขาว
เรียวปากสวยได้รูป เสน่ห์พราว
มองดวงตา ระยับวาว ดังต้องมนต์
เขาบอกว่าเอวองค์ช่างสมส่วน
ตลอดกาย นั้นล้วน เพิ่มพูนผล
ยามเคลื่อนไหว งดงาม ยามเยือนยล
ดั่งนางฟ้าไม่ใช่คนที่เดินดิน
ฉันลุ่มหลง คำหวานดังตาลเชื่อม
ฉันเต็มอิ่ม ยิ้มกระเพื่อมครวญถวิล
หลงคารม หนุ่มหล่อชม แทบจมดิน
ลืมหมดสิ้น เมื่อชายมอง จ้องสายตา
เธอสวย แสนสวย เธอแสนสวย
ร่างระทวย อ่อนไหว สิเน่หา
ให้ชมชื่น อิ่มเอิบจิต ฤทธิ์กามา
ฉลองวัน เดือนกุมภา วาเลนไทน์
กุหลาบขาว เหยี่ยวช้ำ มาย้ำคิด
หลังหลงลม พลั้งผิด นั่งคิดใหม่
เมื่อชายหนุ่มชื่นชมแล้วจากไป
พร้อมคำกล่าว ทิ่มแทงใจ ไวไฟเธอ
กุหลาบขาวเปลี่ยนสีจนดำคล้ำ
ไร้เงาหนุ่ม คนทำ จนพลั้งเผลอ
ด้วยหลบหน้า หนีหาย หาไม่เจอ
เก็บกายซุก นอนเหม่อ ร้องระงม

กุหลาบวาเลนไทน์

สุนทรวิทย์


กุหลาบงาม  ช่อนี้  พี่เลือกสรร
มอบกำนัล  แด่เธอ  ผู้เลอโฉม
พร้อมคำรัก  รจนา  มาประโลม
เพื่อเหนี่ยวโน้ม  เตือนย้ำ  ผูกน้ำใจ
ดอกสีแดง  เปียกชุ่ม  แทนจุมพิต
แนบสนิท  นิรันดร์  มิหวั่นไหว
ดอกสีเหลือง  เรืองรอง  ผ่องอำไพ
ต่างสายใย  เสน่หา  ทุกนาที
ดอกสีขาว  พราวลออ  บริสุทธิ์
คือมิหยุด  ปรารถนา  มารศรี
ยิ่งนานวัน  ยิ่งรัก  ยิ่งภักดี
ทั้งชาตินี้  ชาติไหน  ใจมั่นคง
ดอกชมพู  แรกแย้ม  แซมอ่อนหวาน
เปรียบดวงมาน  ฉันนี้  ที่ลุ่มหลง
ด้วยรักแท้  จำเพาะ  มุ่งเจาะจง
จักดำรง  ทรงอเนก  เอกภักดิ์
หลอมกายใจ  ไว้ใน  ดอกไม้แล้ว
หวังน้องแก้ว  พธู  รู้ประจักษ์
ว่าชายหนึ่ง  ภาคภูมิ  เฝ้าฟูมฟัก
มามอบรัก  ต่อหน้า  วาเลนไทน์
หน้า / 7  
ทั้งหมด 111 กลอน
>