กลอนโกรธแค้น

พบกันชาติน้ ชาติเดียวเน้อ สุดที่รัก

กวี


ห้าสิบปี ที่มึงอยู่ กู...สำลัก
ใจกระอัก กระอ่วม ท่วมคอหอย
มิอยากเอ่ย วาจา ว่า..กู..คอย
ให้มึงพล่อย หลับไป ไม่รู้ตัว
ไปดีเหอะ เเกน่า ข้าทำบุญ
ใส่มะลิ หอมกรุ่น พ่อทูลหัว
มันบานนัก พักนี้ ที่..ข้างครัว
หล่นไปทั่ว พื้นดิน กลิ่นจรุง
ส่วนที่หลับ ที่นอน ตอนร่วมห้อง
เอ็งมิต้อง ห่วงใย ข้าใส่ถุง
เผาพร้อมเเก แน่นัก สักกระบุง
ทั้งหมอนมุ้ง เสื้อผ้า ข้าให้เอ็ง
แต่ข้าขอ กรวดน้ำ คว่ำขันนะ
เอ็งชนะ ชาตินี้ ดีชิบเป๋ง
ตายก่อนข้า สบายนัก รักเส็งเคร็ง
หากแก..เจ็ง ชาติหน้า อย่าพบกัน..(อย่าจองเวร กันเลยนะ พบกันชาตินี้ชาติเดียว..เน้อ..สุดที่รัก)
..........
...กวีชาวบ้าน.....

เกมยุติธรรม

ฤกษ์ ชัยพฤกษ์


เห็นท่าจะไม่รอด
ยศถูกถอดเสียเป็นแน่
สั่งฆ่าใกล้จวนแจ
หมดทางแก้ต้องติดคุก
 
ทางเดียวต้องปรองดอง
เขม้นมองทางเป็นสุข
ขายหน้าถ้าปลอดทุกข์
ยอมเจ็บจุกเกมการเมือง
 
เปิดปากเห็นด้วยแล้ว
เสียงเจื่อยแจ้วให้เป็นเรื่อง
ปรองดองของพลเมือง
เลิกแค้นเคืองควรปรองดอง
 
อ้าปากเห็นลิ้นไก่
คนจัญไรไม่อยากมอง
ประโยชน์ตนพวกพ้อง
จึงร่ำร้องเห็นด้วยแล้ว

- = หยุดทำร้ายประเทศไทย = -

วฤก


- = หยุดทำร้ายประเทศไทย = -
 
๐ ประเทศชาติชอกช้ำหยุดซ้ำก่อน
จงพักผ่อนเถิดเพื่อนอย่าเคลื่อนไหว
อย่าทับถม... สมเพช ประเทศไทย
ปล่อยเป็นไปเป็นกรรมกระทำเอง
 
พวกหน้ากากหลากคนล้วนผลผิด
วิปริตแน่แน่... แลโหรงเหรง
เดี๋ยวก็หมดงดกระทำอย่ายำเยง
เหอะ! เราเก่งปากกล้า. ขาสั่นเทา
 
พวกต่อต้าน...คร้านดูอยู่แค่สิบ
ตาขยิบมือขยับจับเขย่า
เป็นนักเลงเก่งแน่แค่โลกเงา
ไม่อาจเร้าเร่งรู้สู่มวลชน
 
ประเทศชาติชอกช้ำหยุดซ้ำก่อน
จงพักผ่อนเถิดเพื่อนเตือนอีกหน
ปล่อยให้หนอนชอนไชจัญไรคน
ทำปี้ป่นเป็นประเทศ.... เปรตโกงกิน ฯ
 
วฤก : ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๖

ต่างฝ่าย

ศานติวาท


ต่างฝ่ายต่างว่าข้าทำถูก
ต่างฝ่ายต่างผูกถูกเงื่อนไข
ต่างฝ่ายต่างจริตผิดถูกใจ
ต่างฝ่ายต่างใส่ใช้อารมณ์

...คนหลอกลวง...

แทนคุณแทนไท


เอ็งหลอกข้ามาได้ตั้งหลายเรื่อง
มันเปล่าเปลืองจะเอ่ยให้เสียหาย
มันเจ็บปวดยิ่งกว่าคำเสียดาย
กับความ ตลกร้ายที่เอ็งทำ
และยังกล้าสาบานอย่างหาญหัก
ข้าไม่ได้นอนปลักไอ้บักหำ
ปัดสวะ ไอ้บ้า ห่าระยำ
คนพูดชั่ว ไม่ทำเลวไม่มี
คนพูดดี ทำดี เป็นศรีปราชญ์
มาเจอพวกไม่ฉลาดคำพูดนี่
ทำชั่ว ยังกล้ามาอ้างดี
จะทำนู่นทำนี่ก็ไม่ทำ
จะมีทำก็ทำเลวไอ้เหวห่า
รับใช้จนเป็นขี้ข้าช่างน่าขำ
ประชีประชนตาดำดำ
ไยต้องทนรับกรรมกับพวกเอ็ง
เอ็งหลอกข้ามาได้ตั้งหลายเรื่อง
จะยึดเมืองคุยขรมเหมือนข่มเหง
สมุนหยาบ นักบุญบาป และนักเลง
ข้ากริ่งเกรงเอ็งเหลือกลัวจริงจริง
เอ็งหลอกข้ามาได้ตั้งหลายเรื่อง
มาคุยเฟื่องให้ฟังตั้งหลายสิ่ง
ข้าก็เคลิ้มกับคำที่อ้างอิง
งูจังโป้ เข้าสิงตั้งหลายที
พอเขาถามว่าชอบไม่ชอบไหม
สงสัยเผลอตอบไปใช่ไหมนี่
เป็นเท็คติกการตอบแบบยวนยี
ยืมมาใช้หนนี้แค่หนเดียว
เอ็งหลอกข้ามาได้ตั้งหลายเรื่อง
อย่าคัดเคืองคิดแค้นเพียงแล่นเสี้ยว
มึงหลอกกู กูหลอกมึง เข้ามั่งเชียว
เจ็บเดี๋ยวเดียว เดี๋ยวก็หาย อย่าอายเลย
บทส่งใจ...
เอ็งหลอกข้ามาตั้งหลายเรื่อง
ข้าขอหลอกเอ็งเรื่องเดียวเอง
หลอกบอกโพลว่า จะเลือกมึงแต่กูไม่เลือก
สำนักกวีบุศรินทร์ / แทนคุณแทนไท

พม่าเผาเมือง

แทนคุณแทนไท


พม่าเผาเมือง ร.ศ. ๒๒๘
๑.
ศักราชสองพันสามร้อยสิบ
เปลวเพลิงเริงระยิบสูงลิบลิ่ว
ม่านหมอกควันคลุมกรุงท่วมทุ่งทิว
หัวใจชาติปลิดปลิวกลางเปลวไฟ
ทัพพม่ามาห้อมล้อมกรุงศรี
ปล้นสะดมขย่มขยี้จะมีไหน
คนแตกรักร้าวแยกจึงแตกใจ
ถึงเนื้อหนอนบ่อนไส้เป็นสังคัง
อยุธยาล่มแล้วทุกแถวถิ่น
สูญสิ้นเอกราชไม่อาจหวัง
เหลือริ้วรอยโทรมซากปรักหักพัง
ให้คุคั่งแค้นคับนับเนื่องมา...
๒.
ลุศักราชสองร้อยยี่สิบแปด
พระเวหาร้อนแผดด้วยแดดกล้า
ปฐพีก็มืดมัวในมายา
หลงอุบายชั่วช้าทุนสามานย์
ยกพวกรวมพลเข้าปล้นเมือง
กุเรื่องสร้างข่าวจนร้าวฉาน
ซ่องสุมกองกำลังอันธพาล
ป่วนบ้านร้าวรึงถึงวังเวียง
แดง เดือดดาลเลือดท่วมธรณิน
ดั่งแผ่นดินจะแตกแยกเป็นเสี่ยง
น รกร้ายดาหน้ามารายเรียง
ส่งส่ำเสียงแผดร้องก้องป่าช้า
ป ฐพีสยามยิ้มเคยอยู่เย็น
ต้องร้อนเข็ญเป็นไฟลุกทุกหย่อมหญ้า
ช าติเชื้อชั่วกลับชาติพม่ามา
เป็นไส้ศึกเป็นขี้ข้า...มาเผาเมือง!
สำนักกวีน้อยเมืองนคร

อเวจีเท่านั้นให้มันไป !

ศรีสมภพ


คลองโคกขาม..คดเคี้ยวน้ำเชี่ยวกราก
น้ำไหลหลาก เกินคัดปัดท้ายพ้น
โถมแรงงัดขัดยื้อยุด สุดอับจน
หัวไม่พ้น โขนเรือชนต้นไม้หัก
กระโดดขึ้นฝั่ง นั่งกราบทูลทราบว่า
“ อันตัวข้าฯ ทำผิดพลาดขนาดหนัก
ถือท้ายเรือ ทรงเชื่อใจ ไม่ระวังนัก
ขอโทษหนักขั้นประหาร ! ตามทัณฑ์เมือง ”
“ นรสิงห์ อย่าด่วนไปใช่ใหญ่หลวง
เป็นเพราะช่วงคลองคด ปรากฎเรื่อง
อุบัติเหตุสุดวิสัย ข้าฯ ไม่เคือง
เร็วขึ้นเรือ ! เพื่อกลับเมือง จบเรื่องกัน ”
ท้ายเรือฝืน.. ยืนยันประหารต่อ
แม้ตัดคอหุ่นแทนข้าฯ หาพ้นนั่น
คลองคดเคี้ยว คนไม่คด กฎมณเฑียรบาล
วอนพระองค์ ทรงประหารเพื่อบ้านเมือง
พันท้ายนรสิงห์ คนซื่อจริงไม่ทิ้งสัตย์
คอถูกตัด สัจธรรม นำเห็นเรื่อง
ศาลเพียงตา ค่าควรจำ ตำนานเมือง
นามกระเดื่องเลื่องลือไกล.. คนใจตรง !
ตำนานเก่า..เล่าความซื่อ ถือความสัตย์
น้ำพิพัฒน์สัตยาตราประสงค์
ให้คนดื่มลืมทำชั่วใจตัวตรง
หลายคนคงหลงลาภยศ..ซดน้ำเงิน
จึงตะแบง ตะบันกันถ้วนทั่ว
โกยเข้าตัวเต็มที่ไม่มีเขิน
หิริโอตัปปะ ละแล้วเมิน
ตระบัดสัตย์ มิขัดเขินเกินหยุดยั้ง !
นรสิงห์ นรเสือ .. หาเชื่อนั่น
แค่ตำนานคนโง่ซื่อ ..ทื่อทึ่มงั่ง
จึงฉ้อราษฎร์บังหลวงล้น จนชาติพัง
โทษตัดคอไม่พอฝัง..คนอย่างมัน !
อเวจี นรกนั่น ..ให้มันไป !
...................................................................................................................
พันท้ายนรสิงห์ เป็นนายท้ายเรือในสมั

@มนุษย์...โลก...โศก...ตาย@

miss.honney


ถึงคราวโศก โลกจะหลับ ดับสลาย
อีกกี่กาย จะหายพ้น คนรอดหนี
จะเหลือรอด ปลอดภัย ไหมชีวี
ถ้าโลกนี้ พิโรธ โกรธแค้นเรา
เขาจะล้าง สร้างโลกใหม่ ให้แปรเปลี่ยน
จะหมุนเวียน เขียนโลกไป ตามใจเขา
สร้างสิ่งนั้น สรรค์สิ้งนี้ ที่อยากเอา
ยกเว้นเรา เงามนุษย์ สุดเลวทราม
ทำร้ายโลก ให้โศกแทบ จะแสบสัน
ทนมานาน ผ่านกัปกัลป์ มันสุดหยาม
เอาชีวิต จิตวิญญาณ สันดารทราม
ไปสังเวย สวาปาม ตามพอใจ
เมื่อโลกโกรธ จะมาโทษ โกรธเคืองโลก
เขาต้องโศก โลกร้องไห้ ใครรู้ไหม
มนุษย์ทำโลก โศกทุกข์ ลุกเป็นไฟ
แล้วจะมา พิร่ำพิไร ทำไมกัน
ตอนนี้ถึง ซึ่งเวลา โลกฆ่าคน
เหตุและผล คนฆ่าโลก ให้โศกศัลย์
โลกเอาคืน ฝืนชะตา หาได้ทัน
หนีทุกวัน มันไม่พ้น คนต้องตาย
น้ำท่วมโลก โชคร้ายซัด พัดมาหา
รู้ชะตา ว่าโลกพัง กำลังสลาย
ช้าไปแล้ว แคล้วไม่พ้น ชนย์วางวาย
ถึงคิดได้ ก็ต้องตาย กันอยู่ดี

เข้มไม่เต็มร้อย

สุนทรวิทย์


อยากเล่นตัว  เล่นไป  ฉันไม่ว่า
เห็นทีท่า  เย่อหยิ่ง  ยิ่งหมั่นไส้
พูดดีด้วย  กลับผลักไส  เย้ยไยไพ
เอาแต่ใส่  โทสะ  ชวนระอา
เบื่อชี้แจง  ยืดยาว  กล่าวซ้ำซาก
เบื่อลมปาก  ถากถาง  สร้างปัญหา
เบื่ออารมณ์  ฉุนเฉียว  สุดเยียวยา
เบื่อเกินกว่า  งอนง้อ  ขอคืนดี
หญิงงามมี  มากมาย  คล้ายดอกเห็ด
มิได้เด็ด  ยากเย็น  เช่นศศี
วางมาดเข้ม  ประกาศ  ขาดกันที
ตัดไมตรี  สะบั้น  บั่นเยื่อใย
เธอเดินซ้าย  ฉันเดินขวา  อย่าบรรจบ
เลิกพานพบ  แยแส  แม้ชาติไหน
ปราศจาก  ถ้อยคำ  เสียงร่ำไร
หมดเงื่อนไข  ทวงถาม  ความสัมพันธ์
ที่กล่าวมา  ฟังถนัด  ชัดเจนไหม
ต่อนี้ไป  แยกทาง  ต่างผายผัน
ยกเว้นเธอ  เปลี่ยนนิสัย  หายดึงดัน
ขอโทษฉัน  แล้วจะ  ให้อภัย

คงคาพิโรธ

ฤกษ์ ชัยพฤกษ์


แม่โกรธเรื่องใดนี่
เคยเยี่ยวขี้ลงลำน้ำ
ขอโทษจากถ้อยคำ
ได้กล่าวย้ำทุกครั้งครา
ใช้น้ำไปต้มเหล้า
เป็นรากเหง้าแต่นานมา
ไม่น่าจะโกรธา
เรื่องชิวชิวปะติ๋วเอง
ใช้น้ำอาบอบนวด
คลายเมื่อยปวดพองกล้ามเบ่ง
แม่น่าจะแลเล็ง
เขาทำเก่งผ่อนทุกข์คลาย
น้ำพิพัฒน์สัตยา
ทหารกล้าดื่มถวาย
กลับฆ่าชาวบ้านตาย
โทสะร้ายแม่คงคา
ตระบัดสัตย์เคยกล่าว
จะชูชาวปวงประชา
กลายเช่นมาเข่นฆ่า
ล้างพาราด้วยมวลธาร

ลูกผู้หญิงด้วยกัน...................

ทรายกะทะเล


เรามีเพื่อนคนนึง ค่อนข้งสนิท เค้านิสัยดี รู้จักกันมานาน เค้ามีพี่สาวคนนึงทำงานราชการแถวสมุทรปราการ เคยเจอเค้าหนนึง โดยบังเอิญที่เพื่อนพาไปหา เค้านิสัยดีนะ เป็นคนขยัน มีลูกแล้วเท่าที่รู้ เค้ามีลูกสาวยังเล็กอยู่น่ารักและนิสัยดีมาก ตอนที่เจอเค้ายังเห็นเค้าล้างรถอยู่เลยแข็งแรงดี ไม่มีพิษภัย ต่อมาก็ได้ข่าวว่าเค้าเป็นเนื้องอกในสมอง เค้าไปหาหมอที่รพ.สมุทรปราการ แต่หมอนัดเค้าผ่าตัดเมื่อวันที่15มิย.ที่ผ่านมา ไม่ทราบว่าร้ายแรงอะไรขนาดไหน ด้วยความเป็นลูกผู้หญิงด้วยหัน รู้สึกเห็นใจว่า เอ...แล้วสามีเค้าดูแลเค้าดีรึป่าว ทำไมปล่อยให้ลูกต้องอยู่กับแม่ซึ่งเป็นพี่สาวเค้าตลอด เรายอมรับว่าเราชอบและรักเพื่อนคนนี้มาก พอวันผ่าซึ่งเป็นวันเกิดของเรา เราไม่มีแม้นกระทั่งแรงใจไปทำบุญให้กับตัวเอง แต่กลับนึกถึงเค้าวาจะปลอดภัยมั้ย เราห่วง จนกระทั่งเลยฉันเพล แม้นวันเกิดตัวเอง เราก็ไม่ได้ไปทำบุญ ที่สุดแล้วเพื่อนเราก็โทรมาว่า พี่สาวเค้าอาการไม่ดี เราเป็นห่วงและเห็นใจทั้งพี่สาวเค้าและเพื่อนของเราพี่เค้าแท้ๆเค้าต้องเป็นห่วงแล้วยิ่งพี่สาวเค้าคนนี้เป็นอะไรที่ ดูแลแม่เป็นอย่างดีที่อยู่ต่างจว. วันนี้เราไปงานเผาเค้ามา เรา ไม่อยากให้เค้าต้องอายุสั้นแบบนี้เลย เรา ปวดหัว เราเห็นใจเพื่อนเรา เราอยากอยู่เป็นเพื่อนเพื่อนเรา เค้าดูเหมือนจะเป็นคนดีคนนึง เค้าเป็นคนไม่ค่อยพูด..............อยากจะบอกว่า............เราสงสัยทำไมสามีเค้า

คำคนเมือง

Darkness_Hero


โอ้อนิจจาน่าหัวร่อหัวหน้าไพร่
ข่าวนายใหญ่สิ้นลมกลบกระแส
ตัดต่อภาพตกแต่งลวงให้คนแล
คนจึงแห่จับผิดหน้าแหกไป
เอาเหล่าไพร่ปิดโรงบาลไอ้ชาติชั่ว
อ้างว่ากลัวอ้างทหารอ้างสงสัย
เอ๊ะไอ้นี่...ขี้ขึ้นสมองหรืออย่างไร
กลัวไปใยใหนว่าแดงทั้งแผ่นดิน
ปิดถนนเข้าตรวจค้นละเมิดสิทธิ์
ทีตนคิดทำลายเมืองเพื่อทักษิณ
ปิดเมืองหวังช่วยเหลือคนโกงกิน
ปิดหูตาไม่เห็นยินคำคนเมือง
ประกาศปาวป่าวประกาศแดงชนะ
คำไร้ค่าเศษขยะแต่ดังเอาเรื่อง
น่ารำคาญน่าสมเพศน่าโกรธเคือง
ช่างสิ้นเปลือง Oxygen เสียจริงจริง

ผู้ชายพรรค์นั้น...ฉันไม่เอาคืน

น้ำตาพระอินทร์


ไว้ใจเขาแต่ไม่ไว้ใจฉัน
เธอพูดมาได้ยังไงกัน คิดว่าฉันไม่มีศักดิ์ศรีงั้นหรือ
ขอโทษเถอะนะ ฉันจะไม่แย่ง"มัน"กลับมาให้เสียมือ
สิ่งที่ฉันยึดถือ คือ...ไม่ตื้อ...ไม่ยื้อใคร
อย่าคิดว่าเธอทำได้ แล้วคนอื่นจะทำด้วย
ผู้ชายเฮงซวย...ก็ควรคู่กับผู้หญิงจิตป่วย...จริงไหม
เชิญเถอะค่ะ จะผูกจะล่ามกันไว้ที่ไหนก็เชิญเอาไป
ฉันไม่ชอบเป็นมือที่สามของใคร
...เหมือนที่เธอทำไว้เมื่อวานซืน
เก็บคนของเธอไว้ให้ดี ต่อไปนี้อย่าให้มายุ่งกับฉัน
ไม่มีความสำคัญ...หมดความผูกพันให้ฉันต้องรื้อฟื้น
ผู้ชายมักง่าย...ต่อให้ใส่พานมาถวาย ฉันก็ไม่รับคืน
ในเมื่อกล้าไปกับคนอื่น...ฉันก็ไม่ฝืนดึงกลับคืนมา

โมโห

กู้ภัย


สองตายายดีใจจะได้เปิบ
ข้าวและกับพร้อมเสริฟเป็นอาหาร
ช่วยกันลงมือทำแสนสำราญ
ปิ้งปลาดุกใส่จานการคอยรอ
บ่ายแก่แล้วหิวมากอยากจะอิ่ม
จะได้ชิมเมนูเด็ดน้ำลายสอ
ข้าวอุ่นอุ่นที่ยายตักไว้รอ
คราวนี้หนอรีบล้างมือคือได้กิน
เสียงเมี๊ยวเมี๊ยวแมวตัวใหญ่มันไล่จับ
วิ่งไล่งับหนูตัวดีที่บุกถิ่น
หนูหนีได้ทุกคราเป็นอาจิน
แมวจึงอดของกินสิ้นอาวรณ์
เอ๊ะนั่นไงปลาตัวใหญ่ใครวางอยู่
เรียงเป็นคู่เคียงกันนั้นสังหรณ์
ตายายเผลอรีบคาบปลาแล้วลาจร
หลบตัวซ่อนหายลับไปกับตา
ฝ่ายตานั้นพลันเห็นเป็นโมโห
ปลาตัวโตของเราที่เฝ้าหา
ดูสิยายยากแค่ไหนจะได้มา
ความโมโหขึ้นหน้า..ฆ่าให้ตาย
กูอุตส่าห์ไปหาปลามาบริโภค
ถึงคราวโศกโศกาน่าใจหาย
ไอ้แมวโจรขโมยปลาหน้าไม่อาย
ตาไม่วายคลั่งแค้นแสนร้อนรน
มาลองดีกับกูหารู้ไม่
ซ่อนอยู่ไหนหาตัวทั่วทุกหน
ความโกรธแค้นแน่นหนักปักกมล
แมวอับจนเข้ากองฟางพลางตัวพลัน
สิ้นเมตตากรุณาเอยลาลับ
จุดไม้ขีดกับกองฟางกะทันหัน
ไม่ได้กินก็ไม่กินให้เหมือนกัน
คราวนี้แมวตัวสำคัญนั่นต้องตาย
พอไฟลุกท่วมกองฟางตาพลางขำ
แมวตัวดำปวดแสบแทบสลาย
มันร้อนกายร้อนจิตจนปลิดวาย
ต้องมาตายทั้งเป็น...เซ่นอารมณ์
แต่ในปากแมวตัวนั้นมันยังคาบ
เช่นคนหาบข้าวของต้องขื่นขม
หากใครเห็นเป็นต้องกล่าวร้าวระทม
หรือจะสมน้ำหน้าฆ่าแมวตาย
ตาหัวเราะเยาะเย้ยใครเคยทราบ
สิ่งที่คาบออกมาน่าใจหาย
คือลูกน้อยกลอยใจเคยเคียงกาย
ในกองฟางต้องมาชีวาวาย
แม่แมวไซร้ได้ปลามาเล

...ฟ้าพิโรธ..

ครูพิม


พายุร้อนพัดแรงกวัดแกว่งไกว
ลู่ลมไหวไกวโยนโอนเอนหา
หวีดลมครวญหวนพัดกระหวัดมา
หวาดผวาคว้าหมอนเมื่อค่อนคืน
เสียงโครมครามลามไล่ใจตระหนก
ฝนฟ้าตกอกสั่นขวัญสะอื้น
ลมคะนองล่องมาฟ้าร้องครืน
ปลุกให้ตื่น..ยืนมอง..ลอดช่องไฟ
เห็นต้นไม้หักโค่นโดนบ้านยับ
รีบขยับกอดตนจนหวั่นไหว
หวีดกรีดร้องก้องมาผวาไกว
ฟ้าทำไมพิโรธโกรธรุนแรง
พอรุ่งสางข้างบ้านลานมะม่วง
ช่างเป็นช่วงเหมาะสมอารมรณ์แฝง
ต่างบอกเล่ากล่าวแลกคอยแจกแจง
ต่างแสดงทรรศนาหาเหตุกัน
ลุงแดงบอกผีฟ้าถึงคราโกรธ
จึงลงโทษด้วยหมายร้ายมหันต์
เพราะลูกหลานไม่รักสมัครกัน
มัวแข่งขันปั้นแต่งแบ่งสีตน
ลุงมั่นบอกฟ้าโกรธพิโรธเพราะ
เราลัดเลาะเปราะป่าต้นฟ้าฝน
เผาป่าไม้วายวอดจอดแล้วคน
ท่านจึงพ่นพิษร้ายใส่กลับคืน
ยายแม้นบอกฟ้าโกรธพิโรธเพราะ
ผู้ใหญ่เจาะนมเด็กกินแผ่นดินสะอื้น
พัฒนาเด็กไทยไม่ยั่งยืน
ท่านเลยยื่นแสงฟ้ามาลงทัณฑ์
ถือกระติบหยิบข้าวก้อนหย่อนลงบาตร
อนุญาตขอพรวอนพระนั่น
โปรดคุ้มครองผองไทยไกลจาบัลย์
ช่วยไทยนั้นพ้นโศกวิโยคเทอญ..
๑๔ มีนาคม ๒๕๕๒

1...2...3...

กวีตัวจิ๋ว__


นับในใจหนึ่งสองสามตามลำดับ
สามารถขับความโกรธโหดลงได้
ความโกรธแค้นขุ่นเคืองเรืองดั่งไฟ
สามารถเผาหทัยให้วอดวาย
ค่อยค่อยคิดตริตรองมองปัญหา
ใช้สติปัญญาช่วยก่อนจะสาย
แก้ปัญหาทีละน้อยค่อยค่อยคลาย
เรื่องมากมายจบสิ้นหากคิดเป็น
หน้า / 1  
ทั้งหมด 16 กลอน