กลอนให้กำลังใจ

เมื่อถึงเวลา

ketana


เราแค่เพียงมองเงาอันเศร้าโศก
ในวันที่อับโชควันโลกหม่น
นาฬิกาหมุนเวียนและเปลี่ยนวน
กว่าจะพ้นผ่านผันวันและคืน
เพราะเราอาจพลาดหวังเพราะพลั้งเผลอ
ทนพบเจอโศกตรมทนขมขื่น
เก็บเศษซากชอกช้ำทนกล้ำกลืน
ทนสะอื้นเก็บงำเก็บน้ำตา
แค่เพราะเพียงผิดหวังหวังยังอยู่
แค่อดสูก็มิอาจหยุดปรารถนา
แค่ปวดร้าวระทมตรมวิญญาณ์
แค่ผ่านมาอีกไม่นานก็ผ่านเลย
เพียงเวลาสับสนกังวนจิต
ทำชีวิตราบเรียบและเงียบเฉย
ทนอีกหน่อยใจว้าวุ่นจักคุ้นเคย
อาจเพียงเผยปริศนาที่คาใจ

มาเขียนฝันอีกครั้งให้ทั้งหมด

ก้าวที่...กล้า


มาเขียนฝันอีกครั้งให้ทั้งหมดโศกสลดเลือนหายมลายสูญ
ให้ท้องฟ้ามืดมนคนอาดูร
ทวีคูณความสดใสละไมมาลย์
ให้แสงทองของอาทิตย์ประสิทธิ์ผล
ก่อกมลก้าวกล้ามหาศาล
ให้เพลินภพจบกรรมกระทำการ
เพื่อสืบสานแสงทองส่องประกาย
มาเขียนฝันอีกครั้งไม่รั้งรอ
ให้แสงทอร้อยรักสมัครหมาย
ให้ผืนฟ้ายามราตรีได้คลี่คลาย
ด้วยจันทร์ฉายฉาบฝันนิรันดร์กาล
เมื่อแสงทองของอาทิตย์นิจนิรันดร์
เมื่อแสงจันทร์ส่องอำไพละไมสาน
เมื่อกล้าแกร่งแห่งหัวใจ-อาลัยลาญ
จึงปราการแห่งทาสประกาศลา

กำลังใจให้ตัวเอง

มารแมงมุม


 
ความเชื่อขั้นสุดจุดศรัทธา
ใช่มนตราอาถรรพณ์ขั้นไหนไหน
ความเชื่อก่อเกิดกำเนิดใน
กลางแก่นใจก่อศรัทธากล้าก้าวเดิน
 
บอกว่าใช่จึงเชื่อเหลือจะฝืน
จึงหยัดยืนครั้งใหม่ไม่เคอะเขิน
ความท้าทายหลายหลากหากเผชิญ
จะเอื้้อนเอิ้นโอบอุ้มคุ้มค่ารอ
 
แม้ฟ้ายังมืดครึ้มคลุมเครืออยู่
แต่ก็รู้ว่าผ่านการไปต่อ
อุปสรรคอาจมีอย่ารีรอ
แค่หยุดท้อก็วิ่งฉิวปลิวตามลม
 
จึงเชิดหน้าขึ้นสูงดุจยูงสวย
ศรัทธาช่วยปกป้องประคองข่ม
วางความทุกข์ความยากหักอารมณ์
ความสุขสมลึกซึ้งจึ่งก่อตัว
 
วันนี้ยิ้มเต็มหน้าแววตาใส
ก้าวต่อไปจะผ่านการทำชั่ว
อาจจะร้ายแต่ไม่เลวเหลวมืดมัว
ไม่หวาดกลัวพร้อมสู้...สู้เหมือนเคย

บ้าก็บ้าสิวะ..!!

ศรีสมภพ


บ้าก็บ้าสิวะ..!!

คนดีๆ กับคนบ้า..หากว่ากัน
มันก็อยู่ ใกล้ๆกัน นั่นแท้หนอ..
ชอบแบบไหน ? เขาก็ว่าเราบ้าบอ
ฉะนั้นขอ เล่าความบ้า..อา ลองฟัง ! " บ้างาน " วันๆทำ จนค่ำมืด มีถมถืดหวังสองขั้น งานไม่ยั้ง " บ้ายศ " บ้าเครื่องแบบแถบตราตั้ง เลิกงานยังสวมใส่ไม่ถอดวาง ! " บ้าเงิน " เพลินนับแบ๊งค์ แม่งรวยจัด สารพัดสารพัน ฉันไม่ว่าง หาแต่เงิน เงินเงินเงิน จนเกินกลาง ถึงคราวตายไปแต่ร่าง..ช่างสมเพช ! “ บ้าบอล “ “บ้ามวย “ ..อยากรวยนั่น จ้องแต่จอ แทงไม่อั้นปั่นสะเด็ด “ บ้าหวย “ รวยแน่หนาน้ำตาเล็ด หวยออกเสร็จ ..โดนกินรวบควบกับหนี้ ! “ บ้าเหล้า “ เมาตลอดตอดแต่ก๊ง ตับแข็งคง มาเยือนไม่เบือนหนี “ บ้าสวย “ หมอช่วยเสริมเติมดูดี ปลอมทุกที่ ..แต่หนีวัยไปไม่พ้น ! “ บ้าอำนาจ “ ฉกาจนักหนักปัญหา มุ่งเข้ามา โกยโกงโยงเงินผล คอรัปชั่น กันเบ็ดเสร็จกิเลสล้น ทิ้งคนจนรากหญ้าอ้าปากรอ.!. “ บ้าเฟซ “ “ บ้าโพสต์ “ ..กดแต่ไล้ค์ เปลี่ยนรูปใหม่ใส่ความเห็นเป็นตัวพ่อ ไม่ยอมหลับยอมนอน ค่อนดึกรอ ใครเข้ามาอีกหนอ ? ขอคลิ๊กดู ! “ บ้าละคร “ ตอนหลังข่าวเฝ้าไม่หน่าย ชมนางเอกด่านางร้าย จนแสบหู “ บ้าการเมือง “ ก็ร้ายแรงแบ่งมึงกู ทั้งที่อยู่บ้านเดียวกัน.. สุดงันงง ! “ บ้าตีแบด “ ..ก็บ้าหนักไม่พักยั้ง บอกเจ็บหลังยังตีมั่ว จนตัวโก่ง “ บ้าปั่น “ จักรยาน ปั่นทางโล่ง ช่างปลอดโปร่งใกล้หรือไกล..ไปโลดเลย ! จะคนดีหรือคนบ้า.. อย่าว่ากัน ชอบของใครของมัน นั

ไม่ยอม

Soidow


  จะกี่..โศก กี่..เศร้า กี่..เหงาผ่านกี่..วันวาน กี่..หวานขม อารมณ์ไหว
กี่..ซานซม ทุกข์ตรม ถาโถมใจ
กี่..ผิดหวัง กี่..คว้าไขว่ มีน้ำตา
  กี่..หยัดยืน ขืนสู้ อุปสรรค
กี่..เจ็บหนัก ขอเพียงพัก ได้รักษา
กี่..หมดแรง แทบม้วยดิน สิ้นชีวา
ขอกัดฟัน สู้ยิบตา ไม่ยอม..ปราชัย

ส่งใจสู่ด้ามขวาน

ทิพย์โนราห์ พันดาว


...ส่งใจสู่ด้ามขวาน...
เสียงกระสุนสาดระห่ำกระหน่ำคลั่ง
หาหยุดยั้งถาโถมเข้าโหมล่า
กลางใจเมืองระอุไอในปัตตา
ท่ามประชาแผ่วเสียงเพียงบางเบา
...มโนภาพเลือนลางร่างคลุกฝุ่น
หวนละมุนไอท้องนาแลป่าเขา
เพลงพิญแคนโหวยแว่วดังแผ่วเบา
รวยรินเล่า..ลมหายใจในกายา
..หลับเถิดหนาทหารข้า..ผู้กล้าแกร่ง
อย่างระแวงสิ่งใดในปราถนา
เจ้าพลีชีพเพื่อชาติกษัตรา
ท่าม..นคราที่รุ่มร้อนด้วยฟ่อนไฟ
อย่าห่วงเลยคนอยู่หลังจะฝังจิต
แม้ชีวิตพลีพร้อมจะยอมให้
เพื่อสยามอาณาเขตประเทศไทย
มิหวังใดกว่าจงรัก..และภักดิ
มโนภาพเลือนลางร่างคลุกฝุ่น
ไอละมุนจากห่วงใยไทยที่นี่
ส่งข้ามโขดหินผาฝ่านที
ถึงชาตรีชายชาญทหารไทย
......เหล่าทหารกรำกล้าฝ่าหาญหัก
......ไทยตระหนักคำนึงซึ้งบ้างไหม
......ทุกวันนี้ไทยผองเป็นสองไทย
......หากร่ำไรเพลงชาติ....ขาดคนฟัง
ถูกใจ ·  · แชร์

จิตชื่นตื่นฝัน แก้ว vs กิ่ง

แก้วประภัสสร


  ๏  ล้าจิตรเหลือจักล้า ... เกินแถลง
แสงพร่าพลบลำแสง ... หรี่ช้า
แคลงใจหน่ายให้แคลง ...ขับเคลื่อน 
อ้าโปรดโปรยฤทธิ์อ้า.... กระตุ้นกระเตง ฯ (+ กิ่งโศก + )...........................................................
  ๏ เพียงฝันเพียงจิตปั้น....ตามมา
ฤาจะสวยโสภา.........ฉ่ำแม้
แลโลกดุจมายา......รายรอบ 
สู้ดุ่มเข้าวัดแก้...กลัดนั้นคลายเหงาฯ ( @ แก้วประภัสสร @ )............................................................
  ๏ โดยบาปอาบทั่วถ้วน.....ทาบจริต
มิอาจหันเหชิด.....พระเจ้า
กลัวย่ำย่างทางผิด....พอกเพิ่ม เติมนา
จึงแอบแนบหลบเข้า...ฟากข้างศาลาเฮือน ฯ ( + กิ่งโศก + ).........................................................
 ๏ หากบินจนเหนื่อยล้า....เพลียกาย
จงพักพาผ่อนคลาย....ก่อนเจ้า
ความสุขบ่สลาย.....ทางเปิด เช้านอ
แสงส่องในยามเช้า....จักไล้เติมพลังฯ ( @ แก้วประภัสสร @ )......................................................
๏ ผ่อนจะคลายไล่ล้า....เพิ่มพลัง
ต้องเพิ่มเติมต่อยัง.....มนแต้ม
ปีติย่อมเกิดหวัง....วาดสว่าง
ปลูกปลุกใจให้แย้ม....หยาดยิ้มสำรวลฯ (+ กิ่งโศก + )

กล่อมนางฟ้าก่อนนอน

เชษฐภัทร วิสัยจร


อยากจะเรียกคนบนฟ้าว่าที่รัก
แล้วชวนพักตรงนี้ที่ใจฉัน
พักที่เหน็ดเหนื่อยล้ามาทั้งวัน
ต้องฝ่าฟันเรื่องยุ่งยากลำบากใจ
กระซิบแว่วแผ่วไหวใกล้ใกล้หู
บอกให้รู้ว่ารักจริงแสนยิ่งใหญ่
เป็นเพลงรักกล่อมที่รัก - รักกว่าใคร
โอบกอดไว้เพราะเป็นห่วงหวงเหลือเกิน
บทกวีของมนุษย์สุดเลือกสรร
มากำนัลนางฟ้าไว้แกล้งให้เขิน
เป็นถ้อยคำจากใจไม่ขาดเกิน
พอเพลิดเพลินพาใกล้ชิดก่อนนิทรา
พักตรงนี้ฉันจะกล่อมในอ้อมอก
จะคอยปกป้องกันทุกปัญหา
นอนหลับนะที่รักพักสายตา
แล้วตื่นมาเพี่อเรียนรู้สู้ความจริง
เพราะสวรรค์สรรค์สร้างเป็นนางฟ้า
ให้เธอกล้าให้เธอสู้รู้ทุกสิ่ง
คนคนนี้จะเป็นหลักให้พักพิง
ให้เธอยิ่งแกร่งกล้ายิ่งกว่าเดิม

hearting กำลังใจ

สองตุลา


ในวันที่เจอปัญหาและทางตัน
มันทำลายความฝันอย่างช้าๆ
ความทุกข์ไม่ได้เกิดจากสิ่งที่ผ่านเข้ามา
แต่ขึ้นอยู่กับว่าเรารู้สึกกับมันยังไง
คงไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง
ไม่มีใครจะผิดหวังทุกครั้งไป
ที่เคยแพ้ในวันนี้ เก็บแรงที่มีลุกขึ้นมาใหม่
กำลังใจสร้างจากข้างใน เก็บความฝันไว้ใช้เป็นพลัง

เธอต้องกล้า

คาปูชิโน่


    ขออย่าเพิ่งเลิกสิ้นหวังหมดพลังการไขว่คว้า
แค่เริ่มต้นก็ถอยลา
เสียดายค่าแรงตั้งใจ
เธอต้องกล้าฝ่าขวากหนาม
แม้ลุกลามต้านทนไหว
ลองลิ้ิมรสว่าเพียงไร
เรียนรู้ไว้ให้แกร่งพอ
และเมื่อเธอสู้อีกหน
จักฝ่าชนอย่างไม่ท้อ
หนักหรือเบายังก้าวต่อ
ถึงสิ่งรอดงต้องการ
ถ้าเธอหนีมัวแต่เศร้า
ปล่อยใจเราถูกเผาผลาญ
ความหวังก็ยากพบพาน
คงอีกนานกว่าเป็นจริง

เริมต้นใหม่ ด้วยใจเดิม

มวลภมร


กลับมายืน ที่เดิม เคยเริ่มต้น
แม้ไร้คน เคียงกาย คล้ายเคยหวัง
ชีวิตคง ต้องอยู่ สู้ลำพัง
สร้างกำลัง กายช่วย ด้วยใจเรา
กลับมายัง ทางเดิม เริ่มเดินซ้ำ
เคยหลงคำ หลงทาง อย่างคนเขลา
ประสบการณ์ สะสม บ่มใจเรา
กลับทางเก่า เดินใหม่ อย่าได้รอ
อุปสรรค ทางเก่า เราเคยเห็น
แม้ยากเย็น แค่ใหน ต้องไม่ท้อ
แม้หนทาง ขวากหนาม มีมารอ
ก็ต้องผ่าน ไปต่อ อย่างมั่นใจ
หนักหน่อยหนา รู้ว่า ยังต้องหนัก
ต้องตั้งหลัก ใจกัน อย่าหวั่นไหว
ไม่ย่อท้อ รอหา กำลังใจ
ไม่หวังมอง หาใคร มาประคอง
กลับมาตาม ทางเดิม ที่เคยคุ้น
ประสบการณ์ เป็นทุน ไม่มัวหมอง
สู้ด้วยใจ เต็มใจ หวังได้ครอง
ตั้งใจมอง จุดหมาย แล้วป่ายปีน
o...มวลภมร..o

ออกทางเข้า

มวลภมร


หากเจอะเจอ ปัญหา ฝ่าไม่ไหว
ในหัวใจ วกวน สุดทนฝืน
มีแต่ทุกข์ โศรกช้ำ ทั้งกล้ำกลืน
แม้แรงยืน ให้ได้ แทบไม่มี
ช่างมืดมน หนทาง มองไม่เห็น
ช่างยากเย็น ชีวิต เป็นอย่างนี้
เดินต่อไป ไม่รู้ ทางใหนดี
ยังไม่มี แสงใด ให้ส่องทาง
เดินต่อไป ไม่เท่าไร ก็คงล้ม
คงระบม เจ็บกาย ไปทุกอย่าง
คงต้องหัน หลังกลับ ทับเส้นทาง
ลองดูบ้าง ออกทางเข้า ที่เราเคย
ชีวิตนี้ ไม่มี คำว่าสาย
ยังไม่ตาย หายใจได้ อย่านิ่งเฉย
ถือทิฐิ ไม่งอนัก มักหักเลย
ถอยหน่อยเอย เชื่อเถอะหนา ไม่น่าอาย
เริ่มนับหนึ่ง อีกครั้ง ต้องยังสู้
ประสบการณ์ รู้อยู่ ยังไม่สาย
กลับทางเก่า เริ่มเดินใหม่ อย่างสบาย
ตั้งเป้าหมาย ทางชีวิต ไม่ผิดทาง
o มวลภมร o 

เพราะบ้านนี้ยังมีรัก

เ ที ย น ห ย ด


เห็นคนอื่นวนเวียนมาเขียนส่ง
อยากจะลงไปเล่นดังเช่นเขา
ดูซิบ้านหลังใหม่เท่ห์ไม่เบา
รีบเลยเราล๊อคอินด้วยยินดี
  
กดครั้งแรกแปลกนักมิยักผ่าน
เครื่องไม่อ่านเหมือนเคย..งงเลยนี่
พยายามต่อไปไม่รอรี
สิบนิ้วคีย์ระวิงลิงยังอาย
ไม่มีเสียงตอบรับครับพี่น้อง
จดจดจ้องยืนยันแต่ดันหาย
ทำได้เพียง..อ่า..เอ่อ..เนวเวอ-มาย
จิบสปายนั่งรอหน้าจอเลย...อิอิ
คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพบ
จึงมิอาจจะจบโดยนิ่งเฉย
ที่ที่แสนอบอุ่นและคุ้นเคย
เพลง "รักเอย" ลอยลมมาห่มจินต์
บ้านหลังนี้มีเราทุกเช้าค่ำ
เปรียบดังน้ำรดใจไม่มีสิ้น
อักษราบรรเลงเพลงชีวิน
ต่างโบยบินเสรีทุกวี่วัน
เพราะในบ้านหลังนี้ยังมีรัก
ต่างฟูมฟักบ่มใจคนไกลฝัน
ก่อนจะจบหากรักและผูกพัน
  
คลิ๊กหัวใจ..ยืนยัน..คนกันเอง...
เตรง เตรง เตรง เตร็งงงง เตรงๆๆๆๆ เตรงๆๆๆๆๆ
                                                          
                                                                    
บ

เส้นทางที่ต้องกล้า

อัลมิตรา


จะหวาดหวั่นไปไยภัยเผชิญ
มัวขัดเขินทำไมไม่เข้าท่า
เป็นมนุษย์สุดแต่กรรมจะนำพา
สู้อุตส่าห์ประเสริฐเกิดเป็นคน
ทุกเรื่องที่ติดขัดจิตขัดข้อง
แม้มิลอง ฤๅ จะประสบผล
เจอะปัญหาคราใดให้อดทน
แล้วคิดค้นหนทางสว่างเดิน
ชั่วชีวิตปรัศนีย่อมมีบ้าง
ทะเลกว้างยังมีที่ตื้นเขิน
ตั้งสติแกร่งกล้าท้าเผชิญ
โลกเชื้อเชิญแล้วหนาอย่าหวั่นใจ
เมื่อแสงแดดแผดจ้าเริ่มปรากฏ
หมอกที่บดบังทางเริ่มจางใส
เมื่อหนทางทอดยาวจงก้าวไกล
ลุกขึ้นใหม่เถิดเพื่อนพ้องลองอีกที

บ้านกลอนของเรา

KIRATI


เหมือนฝูงปลาพากายมาว่ายแหวก
ใต้สาแหรกแหวกว่ายในละหาน
หลบพักคลื่นครืนเครงในเพรงกาล
เปรียบร่มลาน...บ้านเก่ามาเกลากลอน
 
หัดต่อเสียงเรียงคำมานำต่อ
ถูกผิดพอ...อภัยในอักษร
ขอเพียงจิตคิดใฝ่แม้ไร้พร
สวรรค์อ้อน...เอื้อนได้(อย่า,ไม่)อายใคร
 
แค่หาคำนำโยงพยางค์วาง
นึกโครงร่างสร้างบทกำหนดไว้
สัมผัสผูกถูกผังทั้งนอกใน
ที่เหลือ “ใจกับจิต”
พิชิตกลัว
 
สาแหรกนี้มีขึ้นด้วยปีกฟ้า
อัลมิตรา ดุแล แม่ทูนหัว
โลกลับแลแห่งกลอนอักษร พัว-
-พันรักทั่ว โลกศิลป์ ในถิ่นไทย
 
หนึ่งในเวปกลอนดีที่เป็นหนึ่ง
สายใยซึ้ง...ตรึงตราอัชฌาสัย
ใช่เพียงเวป...เสพอ่านสำราญใจ
เพราะอะไร....ไม่รู้ต้องดูเอง
 
สมัครง่ายย้ายยากไม่อยากจบ
อุ่นอวลอบไมตรี...มิข่มเหง
แอบกระเซ้าเย้าแย่แลบรรเลง
เหมือนบทเพลง...ร้องร่ำเป็นทำนอง
 
ตระเตรียมงานการเหนื่อยแล้วเมื่อยล้า
เพียงพักพา กมลที่หม่นหมอง
หอบอารมณ์จ่มฝันมากลั่นกรอง
เบิกบ้านช่อง ห้องหับสดับจินต์ (จินตนา)
 
ตะนาการแห่งศรี...วลีถ้อย
เพื่อเพียงปล่อย...ลวดลายระบายลิ้น
จะยอกจิก...หยิกกัด...ก็ชัดยิน
ยิ้มถ้วนถิ่น...ทุ่งกานท์ในบ้านกลอน
 
@@@@@@@@@@@@
 
ปีกฟ้าสู้ สู้..... ปีกฟ้าสู้ตาย....
ปีกฟ้ามีกาย.... เป็นลายพาดกลอน
ปีกฟ้าสู้ สู้ ปีกฟ้าอย่านอน....
จงสร้างบ้านกลอน ให้พวกเราเฮย...อิอิ
 
ในนามของสมาชิกบ้านกลอน(สมอ้าง กิกิ)
ขอเป็นกำลังใจ ให้ปีกฟ้า แอนด์ ดิ
อัลมิตรา
ขอ....อย่ายอมแพ้...
อย่าอ่อนแอ
แม้จะ

บนทาง

ลานเทวา


บน ทาง...
........................
ด้วยงดงามความหวัง ที่ยังเหลือ
เป็นหนึ่งเชื้อโชนจิต ลิขิตฝัน
ยามทุกข์ท้อบนทาง ระหว่างวัน
หนึ่งแรงใจจักปัน เป็นแรงใจ…
แม้มิอาจรู้ได้ ในวันนี้
การเดินทางจะจบที่ หนแห่งไหน
จึงมิอาจรู้แจ้ง ทุกแหล่งนัย
สุดเส้นทางยาวไกล ใดจีรัง
ขอผู้อ่อนล้าใจ อย่าได้สิ้น
เรี่ยวแรงอันโบยบิน สู่ความหวัง
ปรารถนาดีจักเร้น เป็นพลัง
ให้เธอยังเพื่อนร่วมก้าว แม้ร้าวราน….
ไปเถิด ไปเพื่อค้นหาบางสิ่ง
ที่โลกลืมและทอดทิ้ง บนทางผ่าน
เพื่อความหมายอันงามงด ในบทกาล
เพื่อคุณค่านั้นเบ่งบาน ในชีวิต…
…………………………..
โดยคำ ลานเทวา

แพ้บ้าง ช่างประไร..

ลานเทวา


แพ้บ้าง ช่างประไร...
...............................
แผ่วล่วงกาลผ่านแปร แต่ละภาพ
ก็เผินซาบใจซึ้ง ถึงไหนไหน
กว่ารู้ตนรู้ตัว โอ้ หัวใจ
เจ็บลึกเนิ่นเกินใคร จะรับรู้…
เมื่อแต่ละภาพตำตา สภาวะ
จ่มแต่ละขณะท่วง อันล่วงสู่
เจ็บ มันถึงเจ็บไปทุกอณู
จบเนิ่นนับสดับดู อย่างผู้แพ้…
เมื่อมิอาจหยัดอยู่ เยี่ยงผู้ชนะ
สิ้นจบฝันพันธะ ใดเผื่อแผ่
เฉยเมยโลกผ่านลา สองตาแล
เศร้างดงามจริงแท้ ผู้ปราชัย….
มีความเหงาเป็นเพื่อนในเรือน อก
ปลอบหัวใจสะทก สะท้านไหว
เริ่มชีวิตอีกหน ทนทนไป
เริ่มแบบไม่มีใคร จะใยดี….
เฉยเมยโลกเย็นชา ใจบ้าบิ่น
ดักดานทนคุ้นชิน ทุกถิ่นที่
เดียวดายโลกอ้างว้าง ในบางที
หลากทุกข์สุขบรรดามี ช่างประไร….
…………………….
โดยคำ ลานเทวา
หน้า / 5  
ทั้งหมด 74 กลอน