1 กุมภาพันธ์ 2556 12:02 น.

เรื่องไรดีเอ่ย? ^_^

KIRATI

ผู้หมวดหนุ่ม เป็นบุตรชายของ จ่าแก่ กับ แม่หยด


แม่หยด...      :     เป็นไงบ้างลูก ทำงานวันแรก...   
ผู้กองหนุ่ม.... :      ก็ดีนะแม่...เค้าให้ผมไปประจำที่การสัตว์ 
แม่หยด...      :     อ้าว นี่เอ็งไม่ได้เป็นทหารหรอกรึ ทำไมเค้าให้เอ็งไปเลี้ยงสัตว์ล่ะ  
ผู้กองหนุ่ม.... :     เป็นซิแม่ ทหารเค้าก็มี ทหารการสัตว์ ด้วยไง 
แม่หยด...      :     มันเป็นยังไง ทหารการสัตว์ 
ผู้กองหนุ่ม.... :     ก็ อย่างหมาสงคราม 
จ่าแก่               :   สุนัขสงครามลูก พูดเพราะๆ 
ผู้กองหนุ่ม.... :    คร๊าบบบ ....พ่อ.......สุนัขสงคราม อ่ะแม่ 
แม่หยด...      :   อืมม....(ว่าแล้วก็หันไปทางพ่อ) แกรู้จักด้วยรึ ไอ้ทหารการสัตว์ไรเนี่ยะ  
จ่าแก่               :   อ้าว...แกลืม รึ แกล้งลืม ว่าฉันเป็นทหารเนี่ยะ 
แม่หยด...      :    อ้าว...เหรอ...(แม่ทำท่าคิด...ก่อนพูดต่อ )....นี่ฉันเข้าใจมาตลอดว่าแกเป็นจ่านะ  
จ่าแก่               :    บ๊ะ แล้วกัน 
แม่หยด...      :     แล้วมีแต่หมาเหรอลูก 
ผู้กองหนุ่ม.... :     ไม่ใช่อ่ะแม่...มีหมา 
จ่าแก่               :    สุนัขลูก หมาทหารต้องเรียกสุนัข จำไว้นะลูก 
ผู้กองหนุ่ม.... :     ครับพ่อ...มีสุนัข มีฬ่อ(ล่อ) มีม้า นะแม่ 
แม่หยด...      :     อ้อ ..... หมา...ล่อ...ม้า 
จ่าแก่               :   ก็ ต้องกระโดดๆ เขย่งๆ นะแก 
แม่หยด...      :     5555 ทะลึ่งตาแก่ .........และถ้า ม้า ล่อ หมา ล่ะแก 
จ่าแก่               :    ก็ตายน่ะซิ แก  ยายหยด ถามมาได้....ปั๊ดๆๆ 
ผู้กองหนุ่ม.... :    *&^%$@฿>?O# 				
10 ธันวาคม 2554 14:56 น.

รักในรอยเท้า T_*

KIRATI

NRqSF.jpg
วันนี้วันศุกร์.....
เทียนหมีหมี่...หมี่มี...แต่เทียน มิ มี....ลดคดเคี้ยวพันเกี่ยวคบไม้ใหญ่ เมดเล่ย์เสียงเพลงเรียกเข้า...มือถือเจ๊อ้อยดังขึ้น 
เจ๊อ้อย รีบกดรับสาย
ฮัล....
เจ๊...รถที่ผมเช่าเจ๊มา มันเติมแก๊สไม่เข้าอ่ะ เสียงในสายชิงพูดขึ้นก่อน เป็นเสียงชายหนุ่ม (ท่าทางจะหล่อหมวยๆ อิอิ)
ใครล่ะเนี่ยะ? เจ๊อ้อยถามคนในสาย
เตียต๊อกวา เตียวสะเอวคับเจ๊....
ง่า....ครายอ่ะ พวกโรคจิตรึป่าวเนี๊ยะ? เจ้อ้อยก่นใส่..
โรคจิตไรล่ะเจ้  ผมอาวาไง
เออออ....วาก็วาซี่...ต๊อกสะองสะเอวอะไร เจ๊อ้อย ต่อว่านิดหน่อย ก่อนพูดต่อ...
อาราย ....เป็นไปได้ไง คนเช่าคนก่อน เขาขับ เขาก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรนี่
อ่า จริงๆนะเจ๊...มันเติมไม่เข้าจริงๆ ....มันต้องกดปุ่มอะไรก่อนรึป่าว เจ๊
ปุ่ม เปิ่ม อะไร ไม่มี๊...รถฉัน...เติมแก๊สเหมือนกันทุกคัน
เจ๊...ยังงี้ ผมเช่ามาแล้วรถมีปัญหา ผมต้องจ่ายค่าเช่ามั้ยเนี่ย
เออๆๆ...ถ้ามันมีปัญหา ก็เอากลับมาเปลี่ยน ...แล้วแก๊สพอขับกลับมาได้มั้ยล่ะ
น่าจะพอได้นะเจ๊ เมื่อกี้เติมไปหน่อยนึง...ค้างที่สามร้อย และก็อัดไม่เข้าแล้วอ่ะเจ๊..
สามร้อย...สามร้อยก็เต็มถังแล้วซิ ไอ้บ้า
อ้าวเหรอ เจ๊...แก๊สเติมกันแค่สามร้อยเองเหรอ
เออซิไอ้นี่...แกจะให้เติมเป็นพันเหรอ ไอ้บ้า
แฮ่....ผมเพิ่งขับวันแรกอ่ะเจ๊
แล้วเด็กปั้ม มันไม่บอกแกเหรอ...
มันก็ฝึกงานวันแรกเหมือนกันอ่ะเจ๊..... ถึงว่า...มาบอกเรา พี่ๆ รถพี่อัดก๊าซได้แค่เนี๊ยะ อัดไม่เข้าและ
เออๆๆ .... ไม่มีอะไรแล้วใช่มะ  เจ๊พูดทิ้งท้ายอย่างหัวเสีย...

เสียงกดวางสาย จบการสนทนา

สามสิบนาทีต่อมา

เอี๊ยดดดด.....

ผมมาและเจ๊
เฮ้ย...กลับมาทำไมล่ะเนี่ยะ เจ๊กำลังกินกระเพาะปลาอยู่ พลันต้องหยุดถาม
อ้าว...ก็เจ๊บอกให้ผมขับกลับมาไง.... เจ๊ลองปีนกลับขึ้นไปอ่านจิ
ไอ้บ้าาาาาา ....ก็แกรบอกฉัน รถฉันเติมแก๊สไม่เข้า
อันนั้นก็ใช่ไงเจ๊....เรื่องแก๊สอ่ะ ผมเข้าใจแล้ว ยังคิดอยู่เลยว่า เจ๊จะให้ขับกลับมาทำไม
โอ๊ยยย...ก็ในเมื่อมันไม่มีอะไร แกก็ขับต่อไปซิ จะขับกลับมาทำไม(วะ)
เอ่อออ....เอ่ออ...ผม....ผมคิดถึง เจ๊ อ่ะ
กึ๊ย...เอิ๊กๆ อักๆ เจ๊ถึงกะสะอึก เอามือกุมคอ
เขินละซี่...เจ๊...ไม่ต้องเขินหรอกเจ๊...คิดซะว่า แค่ลูกหมาขนปุยๆตัวหนึ่ง คิดถึงเจ๊ง่ะ อาวาพูดกึ่งๆอมยิ้ม....ก้มหน้าบิดไปมา
อักๆๆ.. เจ๊ยังอยู่ในท่ากุมคอ ซ้ำหล่นเก้าอี้ ลงมาดิ้นกระตุกๆ...
เจ๊ๆ เจ๊เป็นอะไรอ่ะ อาวามองกวาดไปทั่ว จนเหลือบไปเห็นชามตั้งอยู่...

กระเพาะปลา...แย่แล้ว.... อาวาอุทานเสียงหลง....

เขารีบหยิบช้อนควานหาบางอย่างในชาม
ไม่มี ๆ...ทำไม ไข่นกกระทาหายไป........รึ.....ว่าาาาาาาา

ชั่วอึดใจ อาวาตัดสินใจ รีบเอานิ้วล้วงคอเจ๊ทันที

นั่นไง ตรูว่าแล้ว...ซวยแระไง
ชายหนุ่มพยายามล้วงคอเจ๊อ้อยอยู่สักพัก แต่ก็ดูเหมือนว่า...เขายิ่งล้วง...ไข่มันก็ยิ่งลึกลงไป และดูเหมือนว่าอาการของเจ๊จะยิ่งแย่ลงไปอีก....

เขาเริ่มคิดในใจ...... 
ถ้าไปตามใครมาช่วย....แล้วเจ๊รอด มันต้องขโมยซีนซึ้งไปเรา.... 
ไม่ได้...เราจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้เด็ดขาด....เราต้องช่วยเจ๊เอง ต้องทำอะไรก่อน คิดซิ คิดๆๆ 

อาวาสูดหายใจลึกๆสองสามที 
 ตั้งสติๆ ต้องค่อยๆคิดถึงบทเรียนหลักการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เจ๊มองอาวาอย่างมีความหวังขึ้นมาทันที... 
ป.๑ เรียนเรื่องไรวะ อ๋อ เรื่องไฟช๊อต ไม่ใช่ๆ ป.๒ ล่ะ
ชายหนุ่ม ค่อยๆลำดับความคิด อย่างมีสติ
ป.๒ .....ป.๒ คนจมน้ำ...ป.๓ มีดบาด ป.๔
อักส์ๆๆ..อ๊ากกกก เสียงกระอักๆของเจ๊ ฟังคล้ายๆพยายามจะพูดอะไรสักอย่าง
อ่า ม.๕ ...ใช่แว้ววว ม.๕ ของติดคอ  เสียงแห่งการค้นพบของชายหนุ่ม ทำเอาเจ๊อ้อยน้ำตาคลอ แอบยิ้ม และกุมมือไว้ที่คอท่าเดิม 

ก่อนอื่น วางผู้ป่วย ราบไปกับพื้น ว่าพราง ก็ จับมือเจ๊ ง้างออกมาวางข้างกาย ในท่านอนหงายเหยียดตรง
ต้องปลดกระดุม เม็ดที่หนึ่ง เม็ดที่สามและก็ สี่...ห้า...หก อาวาสบตากะเจ๊อ้อย แล้วโน้มตัวไปกระซิบที่ข้างหูเจ๊อ้อยเบาๆ....
สงสัยล่ะซี่ ทำไมต้องข้ามเม็ดที่สองไป ชิมิ เจ๊อ้อยพยักหน้างึกๆ ให้ความร่วมมือเต็มที่

อ่ะแฮ่ม..........เม็ดที่สอง จ้องตา พาหัวจิต  พอเริ่มตอบ เจ๊ก็ทำหน้าเซ็งๆ
กลัวเจ๊คิด ล่วงล้ำ ปล้ำข่มขืน เจ๊รวบรวมกำลังครั้งสุดท้ายส่งเสียง แอ้งงงงเอ๊ยยย
ซ่อนพรางยกทรงสวยด้วยกล้ำกลืน ถึงตอนนี้เจ๊อ้อยเริ่มร้องไห้ ส่งเสียงแต่ อะโอ อัดอ่ะ อะโอ อัดอ่ะ
ก่อนจะยืน ขึ้นตื๊บ กระทืบพุง พอขาดคำ ชายหนุ่มก็ค่อยๆบรรจงตื๊บพุงเจ๊ ไปสองที

โอ๊ะ ๆ ผลุบบบบ เป็นไปตามที่ชายหนุ่มคาดหมาย...ไข่นกกระทา พรวดพุ่งหลาวออกมานอนแน่นิ่งบนพื้นราวกับปาฏิหาริย์

ถึงตอนนี้.....เจ๊อ้อยไม่ได้สลบ......... 

เจ๊อ้อยไม่ได้แสดงอาการอึกอัก อีกต่อไป .... 

เจ๊ยังนอนนิ่งอยู่ในท่าเดิม.....และจ้องตาชายหนุ่มอย่างไม่ล่ะสายตา น้ำตายังคงไหลรินเปื้อนเปรอะแก้มซีดๆของเธอ.....

อาวาก้มตัว ช้อนร่างเจ๊ อุ้มขึ้นมานั่งตรงที่เดิม เขาค่อยๆประคองมือเจ๊ไปจับช้อนอย่างนุ่มนวล

กินต่อนะเจ๊..ค่อยๆกิน...เจ๊ไม่ต้องเอ่ยขอบคุณอะไรผม ...ผมทำให้ด้วยความเต็มใจ..
ใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคำว่า  คิดถึง พูดเสร็จ ชายหนุ่มก็ก้าวกลับออกไปทางเดิม ทิ้งให้เจ๊กำช้อนแน่นราวกับกำค้อน

สักครู่ เจ๊ก็ได้ยินเสียงตะโกนแว่วๆ 

เจ๊ๆ หักค่าเช่าชั่วโมงนี้ให้ด้วยนะ
เสียงสตาร์ท รถ...ดังขึ้น...แล้วก็ค่อยๆเคลื่อนเลือนหายไป 

เจ๊ยังคงนั่งกำช้อนแน่น จ้องมองไข่นกกระทาบนพื้น....อย่างไม่กระพริบตา

ไม่มีใครล่วงรู้........ สิ่งที่อยู่ในใจเจ๊อ้อย.....ในตอนนั้น....มาจนทุกวันนี้

และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา...อาวาก็เติมแก๊สเป็น

เจ๊อ้อย....เลิกกินไข่นกกระทา หันมากินกระเพาะปลาใส่ ไข่นกกระปูดแทน....

เด็กปั้มต้นเรื่องลาออก ...และไปประกอบธุรกิจ น้ำฝนขวดส่งออก ในเวลาต่อมา(อาจเป็นเพราะไม่เหมาะจะเป็นเด็กปั้ม....(แขวนที่เติมไม่ถึง)อิอิ)

จบแระ...เซ็งปูล่ะซี่...ฮ่าๆๆๆ...

อาคุงอ้อย  เป็น เจ๊อ้อย
อาคุงวา     เป็น อาวา
อาคุงฝน    เป็น เด็กปั้ม กะ เจ๊าของธุรกิจ น้ำฝนส่งออก รายใหญ่ ของเอเชีย...

				
2 สิงหาคม 2554 16:01 น.

ผี กะ เทพ

KIRATI


ผี .... มีอยู่สามผี....ผีผลัก ผีปอบ ผีสิง....
เทพมีอยู่สามเทพ....เทพผู้ให้ชีวิต เทพผู้ครองชีวิต และเทพผู้ปลิดชีวิต

เราทุกคนมี ผีอยู่กับตัว...และอยู่รอบๆตัว...
ผีผลัก...คือผีที่คอยทำสิ่งต่างให้เราเจ็บ...เราทุกข์...
ผีปอบ...คือผีที่คอยกัดกินสังขาร ร่างกายของเรา...ในทุกขณะ...แม้เราจะตั้งอยู่บนความผาสุก
ผีสิง....คือผีที่คอยรบกวนจิตเรา...ให้หวั่นไหว...สั่นคลอน...เป็นทุกข์ ตลอดเวลา...

ส่วนเทพ....
เทพผู้ให้ชีวิต...คือเทพลิขิต...เทพผู้เป็น บิดา มารดา...ปู่ ย่า ตายาย....
เทพผู้ครองชีวิต...คือเทพอารักษ์...เทพผู้ครองคู่ เทพมิตร...ศิษย์อาจารย์ ตลอดจน เทพผู้รักษา...จิต และ สังขาร...
เทพผู้ปลิดชีวิต...คือเทพพญายม....ตลอดจน องค์เทวทูต...นรก และสวรรค์...

เรา...มิอาจพ้นได้ หลีกได้ จาก เหล่า บรรดาผีๆ...ที่อยู่รายรอบ...
ผีผลักอาจบันดาล ให้เราพลาดพลั้ง เกิดเหตุอันเป็นทุกขเวทนา...เป็นได้ทั้งเหตุการณ์ และเชื้อไข้มากมาย
ผีปอบคอยกัดกินเรา...จากภายใน...เป็นได้ทั้ง...พยาธิ ปรสิต ความผิดปกติที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด...
ผีสิง...คือสิ่งที่เราคิด เราย้ำ เราทำ ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า...เฉาตน หม่นหมอง...เพราะถูกผีสิงใจ...ให้เป็นไป...

ส่วนเทพ....คิดเข้าใจได้โดยง่าย....
มนุษย์ นั้น...เสื่อมจากการรับ...แม้การรับนั้น...จะน้อยนิด เป็นไปตามกาละ แห่งเวลา...
ความเสื่อมก็ยังคง ค่อยๆ กัดกิน...ร่ายกาย...ไปจนถึงกาลเน่าสลาย...
เมื่อมนุษย์...มุ่งใจ...พึงใจ  ต่อเทพผู้ให้ชีวิต และเทพผู้ครองชีวิต...ผลดี...คือการให้....??? 
การให้....เมื่อเราให้มากกว่ารับ...ผลก็คือการชะลอความเสื่อม...โดยปริยาย.....
การให้....ที่เจือจาร ไปถึง ธารแห่งกรรม...ถึงเทพผู้ปลิดชีวิต...ย่อมถือเป็นการสำแดงเมตตา...บารมี...
รู้พร้อม ถึงพร้อม ด้วยกรรมแห่งตน....

เพียงแค่จิตรู้  ใจรู้....เหตุแห่งทุกข์....รู้ที่สลาย...รู้ที่ดับความกังวล...
ผลแห่งการรู้...ย่อมอุ้มชู....ดวงจิต....ให้สงบ....
นั้นแหละคือความสุข....จร้า...อิอิ


				
1 สิงหาคม 2554 14:22 น.

เล็ดลอดหลบหนี ตอน ๑

KIRATI


เล็ดลอดหลบหนี....คำๆนี้ วันนี้แล้วที่จะได้รู้ว่าเป็นยังไง...
แสงอาทิตย์ร่ำไรๆ ตอนใกล้ค่ำ เสียงนกหวีดดังขึ้น ปรี้ดดดด ปรี้ดๆ ปรี้ด...เฮ้....
สิ้นเสียงเฮ้ของกำลังพลทุกนายที่เข้ารับการฝึก...เสียงพรึบๆก็วิ่งกรูกันไปที่ต้นเสียง
พลันอีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นทันควัน...
หน้ากระดานห้าแถวปิดระยะ ม้าเยี่ยว...(ไอ้ม้าเยี่ยวนี่ มันรวบมาจากคำว่ามาหาข้าพเจ้า)
กำลังพลที่ตัวสูงโยง ก็วิ่งไปหยุดตั้งต้นเป็นคนหัวแถว ตะโกนนับ อึ้ง ส้อง สั้ม สี่ ห้า แล้วคนที่เหลือก็วิ่งกรูกันไปต่อแถวไปทางด้านข้างด้านซ้ายของคนหัวแถว พร้อมกับยกมือขวาเท้าสะเอวปลายมือทิ้งดิ่งลงข้างล่าง หน้าก็สะบัดไปทางขวา...มองอกคนถัดไปจากคนที่ยืนติดกับเรา ครูฝึกก็วิ่งมาที่หัวแถว เดินเลียบแถวมองหน้าเรา ปากก็ตะโกน ใครเห็นหน้าครูหลบไป ๆๆ ตะโกนซ้ำๆ เดินไป....จนสุดแถว...นิ่งงง.... หัวแถว... นับ...  อึ้ง ส้อง สั้ม สี่ ห้า หก เจ็ด ไปจนถึง สี่สิบ
ทุกอย่างพลันสงบลง ....เงียบกริบ..
สองร้อยนายยยย เข้าแถวหน้ากระดานนนน แค่ห้าแถวววว  ใช้เวลาไป สิบเจ็ดวินาที....จะไปทำอะไรแดกกก....ทั้งหมด.....หมอบบบบ.... เสียงพรึบพรับๆล้มตัวลงหมอบแนบไปกับพื้นด้วยความรวดเร็ว    ยึดพื้นท่าเตรียมมมม... ทุกคนเริ่มตะเกียกตะกายหาที่วางมือวางไม้จัดท่าจัดทางเตรียมยึดพื้น พอเงียบเสียงปุ๊บก็เปล่งเสียงพร้อมกัน เตรียม   ยี่สิบครั้ง  แล้วเสียงทวนคำสั่งของสองร้อยเสียง ก็ขานรับพร้อมๆกัน  ยี่สิบครั้ง .......ปฏิบัติ สิ้นเสียงคำสั่ง...ทุกนายก็เริ่มยึดพื้น พร้อมๆกันโดยการนับ อึ้ง ส้อง สั้ม สี่ ห้า หก เจ็ด ไปจนถึง ยี่สิบ   ทั้งหมด ลุก....จั๋ดแถว  เฮ้... นิ่ง..... ฟังเรียกแถว แล้วผู้ช่วยครู ก็วิ่งงงง..ไปไกลๆ....ไปตะโกนอยู่ลิบ....หน้ากระดานแถวเดี่ยว ปิดระยะ ม้าเยี่ยว เราก็วิ่งงงง...ไปทำแบบเดิมๆ...แล้วก็จบที่ ครูฝึกไม่พอใจ สั่งทำโทษอีก...ทำอยู่อย่างนี้เป็นสิบๆเที่ยว...เล่นซะเหงื่อตกเป็นลิตรๆ...
       พอไร้แสงอาทิตย์ ท้องฟ้ามีแต่แสงดาวระยิบระยับ เสียงหริ่งเรไร เริ่มร้องระงม....ตรงหน้าตอนนี้มีเพียงแสงไฟหน้ารถสองตันครึ่ง เอ็ม ๓๕ เอ ๑ เท่านั้น ที่สาดแสงพอให้เห็นอากัปกิริยาของกลุ่มบรรดาครูฝึก ซึ่งตอนนี้...มีหลายคนที่กำลังบรรจุเครื่องกระสุนใส่อาวุธที่มีทั้ง ปืนกลเอ็ม ๖๐ (แบบที่แรมโบ้ชอบถือไล่ยิง) ปืนเล็กยาว เอ็ม ๑๖ เอ ๑  ในแถวยังคงนิ่งเงียบอยู่ในท่าตรง...ทุกคนรอฟังคำสั่ง ว่าจะอะไรต่อไป...
ต่อไปไปๆๆๆๆ....เสียงผ่านเครื่องขยายเสียงเป็นเสียงเอ็คโคดังขึ้น จะเป็นการฝึกฝึกๆๆๆ  การเล็ดลอดหลบหนีหนีๆๆๆ จากสถานการณ์สมมติมุดๆๆ  คือคือๆ พวกคุณทุกคนคนๆๆๆ  ตกเป็นเฉลยศึกศึกๆๆ ของข้าศึกศึกๆ ....ซึ่งๆๆๆๆๆ พวกคุณทุกคนคนๆๆๆ จะต้องหลบหนีหนีๆๆ ออกจากที่คุมขังขังๆ แล้วกลับไปยังที่ฐานที่ตั้งตั้งๆ ให้ทันเที่ยงคืนของคืนนี้นี้ๆๆ....ขอบอกก่อนว่าว่าๆๆ ถ้ากลับเข้าฐานหลังเที่ยงคืนคืนๆๆ หน่วยที่เราใช้พื้นที่เป็นฐานที่ตั้งการฝึกฝึกๆๆ เขาจะปล่อยปล่อยๆๆ สุนัขสงครามครามๆๆๆ เพราะฉะนั้นๆๆๆ...หากใครกลับฐานไม่ทันทันๆๆ...หรือโดนหน่วยข้าศึกสมมติมุดๆๆ จับได้ๆๆๆๆ จะถูกริบเสื้อผ้าผ้าๆๆ ให้เดินกลับฐานในรุ่งเช้าเช้าๆๆๆ เพื่อรับโทษต่อไปไปๆๆๆ 
 
         ผู้ฝึกลงจากแสตน...ปุ๊บ...ไฟหน้ารถก็ดับ...เสียง ปัง!!!  ก็ดังขึ้นเป็นระยะ....ปรากฏเป็นแสงพุ่งเป็นสายขึ้นสูงสู่ท้องฟ้า สามลูก ....แล้วก็กลายเป็นลูกไฟสีส้ม ไปลอยสูงๆ ค่อยๆ ร่วงลงสู่พื้น...แล้วเสียงปืนกลก็ดังขึ้น แบบไม่ยั้ง...ปังๆๆๆๆ ไม่แค่เสียงดังเท่านั้น ...ดันมีแสงพุ่งจากด้านหลังของแถว เป็นร้อยๆสาย ...เสียงตะโกน แข่งกับเสียงปืนกล...ยังไม่ไปอีก...ไปๆๆๆ...วิ่งๆๆๆ...วิ่งให้เงียบ จับได้...กูจับแก้ผ้าให้หมด.... เท่านั้นแหละ ทุกคนก็แตกกันไป ไม่ผิดกับผึ้งแตกรัง ผมก็วิ่งสุดชีวิต... เท่าที่รู้มาก่อนเข้ารับการฝึก คือเราต้องหนีไปพร้อมกับบั๊ดดี้ของเรา แล้วกลับเข้าฐานพร้อมกันให้ได้ แต่ในใจ คิดไปวิ่งไปว่า...ทำไมเขาไม่บอกอะไรให้มันมากกว่านี้หน่อย....ฐานอยู่ไหน???...แล้วนี้คือการฝึก แล้วไอ้แสงที่พุ่งแว๊บๆเป็นร้อยๆสายเมื่อกี้ มันคือลูกกระสุนส่องวิถีของจริงรึเปล่า??? แล้วบั๊ดดี้ผมมันอยู่ไหน...???

ในขณะที่วิ่ง ที่คิดอยู่...แสงจากพลุส่องแสงเริ่มลดแสงลง ดับไปทีละดวง จนเหลือดวงสุดท้ายที่ใกล้แตะพื้นเต็มที...เสียงปืนกลยังดังอยู่ไม่หยุด...ตอนนี้...ผมวิ่งห่างออกมาจากจุดที่เริ่มวิ่ง...มากพอแล้ว....แสงจากพลุส่องแสง...ดับสนิทแล้ว...ไม่มีแสงอะไรเลยที่พื้นดิน...ไม่ว่าจะมองไปทางไหน....มองไม่เห็นแม้แต่มือที่แบอยู่ตรงหน้า....เสียงดังจากปืนกลเริ่มดังใกล้เข้ามาอีก...ผมต้องไปให้ไกลจากตรงนี้...ต้องกลับฐานให้ได้ภายในสี่ชั่วโมงครึ่ง...เพื่อจะได้ไม่ต้องโดนจับแก้ผ้าและรับโทษตอนเช้า...แต่...ตอนนี้...มันมืด ไม่ใช่แค่แปดด้าน ไม่ใช่แค่ความคิด มันมืดตึบไปหมด... 

และแล้ว...พลุบบบบ...อั๊กกกก......ผมจุกพูดไม่ออกกก....อ๊ากส์....ผมร่วงตกลงมาเอาหน้าลงกระแทกกับพื้นดินขรุขระ 
ผมนอนนิ่งๆรอให้หายจุก...เสียงปืนเงียบไปแล้ว...ผมพยายามพลิกตัวนอนหงาย......ท้องฟ้าสวยเหลือเกิน...ดวงดาวสวยมาก...ค่ำคืนในที่ที่มืดมิด...ดวงดาวสวยเหลือเกิน...ผมเริ่มหายจุก...พอได้ๆ...สายตาผมเริ่มปรับเข้าทีเข้าทาง พยายามทั้งมองทั้งคลำหา...อะไรก็ได้ อะไรก็ได้ จริงๆ...ผมคลำไปเจอเหมือนต้นไม้ อ่ะ ไม่ใช่ต้นไม้ มันเหมือนเสา...ท่อนขนาดลำแขน...ผมคลำขึ้นไปเรื่อยๆ ...พระช่วย!!! ตรงปลายเสาถูกตัดบากเป็นปากฉลาม...ผมตกลงมาใกล้ความตายแค่สองศอก...ใจผมเริ่มกลัว...ผมคลำลม ควานคว้าไปอีกทาง ไม่อยากเชื่อ!!! ผมเจอไอ้เสาแบบเดียวกันอยู่ทางซ้ายห่างไปแค่ช่วงตัว...ผมตกลงมาตรงกลางระหว่างความตาย...ใจเริ่มคิดว่า...มันที่ไหน??..ทำไมมีไม้ตัดบาก?? ยังมีอีกกี่ต้น??...รึนี่คือหลุมดักสัตว์ ความอึดอัดเริ่มทวีมากขึ้น เพิ่มขึ้น ผมลุกขึ้น ใช้คอมแบตเตะแกว่งไปมา ดูว่ามีอะไรอยู่ตรงหน้าบ้าง...ผมเดินไปจนแน่ใจว่า...มันไม่ใช่หลุมดักสัตว์ มันจะอะไรก็ช่าง...ผมเดินออกจากที่นั้น ช้าๆ...

เสียงปืนกล ยังดังเป็นระยะ เริ่มนับเป็นนัด นัด ได้...ในใจก็คิดตำหนิวิธีการฝึกของบรรดาครูฝึก...ที่น่าจะให้ข้อมูล รึ แค่บอกหน่อยก็ได้ ก็ยังดีกว่าไม่รู้เลย ว่า...ต้องไปทางไหน...

เสียงลมพัดไหวๆ ปนมากับเสียงเรไร...พอดีเจอกิ่งไม้ เลยได้พอคลำทางต่อไปได้...พอมีแสง...ผมก็หมอบลง...นิ่งเงียบมองดูว่า...มันคืออะไร เพื่อนๆรึพวกข้าศึกสมมติ นี่ถ้าผมปะกับข้าศึกสมมติ ผมมีสิทธิ์ป้องกันตัวรึไม่??? แย่งอาวุธได้รึไม่??? เพราะเขาไม่บอกอะไรเลย ในหัวผมจึงเต็มไปด้วยคำถามเป็นพันๆคำถาม...
				
17 มิถุนายน 2554 14:55 น.

คิด ล่อง ลอย

KIRATI


แปลกใจตัวเอง...อ่ะ
อ่านกลอนของอาคุง อิม จอง อัล ..แล้ว...คิดถึง...เพื่อนๆเหมือนกัน...

เมื่อก่อน...
เพื่อน....เหมือนทุกสิ่งทุกอย่าง...
มากกว่า...พี่น้อง...
มากกว่า...ครูอาจารย์...
รึ มากว่าพ่อแม่...ซะด้วยซ้ำ...
ในความสนิท...ไว้วางใจ...

เมื่อ...ถึงวันที่...ชีวิต...ต้องเดินไปข้างหน้า...
ความเปลี่ยวเหงา...ก็เริ่มเข้ามาแทนที่...
จนบางครั้ง...นึกไม่ออกว่า...ชีวิต...จะเดินต่อไปอย่างไร...

ตอนนั้น...อยากรู้เพียงอย่างเดียวว่า...
เพื่อนมันคิดแบบเดียวกับเราไหม?

จนในที่สุด...ก็เริ่มเรียนรู้ว่า...

"เราคือเรา"...

ปัจจุบัน...ขาดการติดต่อกันไป...
นานๆจะได้คุยกันที...พบเจอกันที...(สอง สาม สี่ห้าหกปี มีคนเดียวที่เกือบยี่สิบปีแล้ว) 
โดยไม่รู้ข่าวเป็นตายร้ายดีอย่างไร...

แต่ก็เพิ่งจะได้คุยโทรศัพท์...ด้วยเมื่อไม่นานนี้...
คำแรก...ที่ได้ยิน...จากเพื่อนคนนี้...

"เป็นไงบ้างวะ เจ้าหมาน้อยเพื่อนใจ"

มันคือเพลง "ดำกับเจ้าหมาน้อย" ของ วง ฟอร์เรฟเวอร์ 
ซึ่งเขา...ชอบขอให้ผมเล่นกีตาร์ให้ร้อง...
มีเขาคนเดียวในโลกที่เรียกผมแบบนี้....

ส่วนเขา...คำแรกที่ได้ยินจากผม...ในรอบเกือบยี่สิบปี...
คือคำว่า "เจ้ย" ซึ่งเป็นคำติดปากของผมมานานมาก...
ความรู้สึก...ของเราทั้งคู่...มันอาจเรียกได้...ว่า ปิติ...
ย้อนนับวันเวลาที่ห่างหายกันไป...ต่างฝ่ายต่างก็เรียกหา...เหตุผล...
ว่ามันเกิดอะไรขึ้น...ระหว่าง...เขากับผม...

แล้วเราก็แย่งกันตอบในโทรศัพท์...ซึ่งดันเหมือนกันอีก...
"ถ้าเมิงกะกรู...ไม่ห่างกันนานขนาดนี้...เราจะรู้มะ...
ว่าความรู้สึกในตอนนี้...เป็นอย่างไง...โคตรดีใจเลยว่ะ"...ฮาไป...

นั่นเป็นแค่หนึ่งคนที่เจอ...

และที่ประหลาดใจ...ก็คือ..เมื่อใดที่ได้โคจรมาเจอกันบ้าง บางคน...
ความรู้สึก...มันกลับมีเหมือนเดิมทุกอย่าง....
ทั้งการพูดจา...ความสนิทชิดใกล้...

"ตกลงแล้ว พวกเราเป็นเพื่อนกันยังไงฟร่ะ"
เพื่อนคนหนึ่ง เขาถามขึ้นมา...

ผมประมาณเอาเอง และตอบกับเพื่อนๆ.....ไปว่า...

แม้มันจะดูแปลกๆ...แต่มันก็เรียกว่าเพื่อน...

ความผูกพัน...ที่เคยมี...มันก็ยังรักษา...สถานะ...ของตัวมันเองไว้...อย่างมั่นคง...

เพียงแต่...ใจเรา...เป็นเอกเทศ...
ต่อการพึ่งพาด้านความรู้สึกต่างๆจากคำว่า "เพื่อน" ไปไกลแล้ว...

เพื่อนในความหมายของผม...จึงมีนิยามว่า
"ผู้ที่ได้สัมผัสใจ...จนใจเรายอมรับและให้ความไว้วางใจ..ไว้..."
(มากน้อย ก็แล้วแต่ละคน) 
และมันจะคงสถานภาพ...นั้นไว้...ไม่เปลี่ยนแปลงไปจนวันสุดท้ายของชีวิต...

เพื่อนห้าคน...เมื่อวันนึง...เคยวิ่งลุยคมมีด...
เอาตัวเป็นเกราะ...ป้องคมให้...
มาวันนี้....ผมทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว....
คำพูดนี้...เพื่อนทุกคน...ยอมรับว่า..."ใช่"

แต่พวกเราก็จะเป็นเพื่อนกัน ตลอดไป...

ขอบคุณ...ที่คุงอิม...พาความคิดผม...ล่องลอยกลับไปหาเพื่อน...อีกครั้ง...%6%%11%

วันนี้...ไม่อิอิ แระ...กำลังซึ้ง...อิอิ %20%

%11%%64%%64%%64%%11%%6%%36%
				
Calendar
Lovings  KIRATI เลิฟ 71 คน

วฤก

โคลอน

เชษฐภัทร วิสัยจร

เพียงพลิ้ว

อัลมิตรา

ฤกษ์ ชัยพฤกษ์

ผู้หญิงไร้เงา

แทนคุณแทนไท

กุ้งหนามแดง

แมงกุ๊ดจี่

ประภัสสุทธ

รการต์

พฤหัส กฤษชยรักษ์

บินเดี่ยวหมื่นลี้

ร้อยฝัน

pigstation

หิ่งห้อยน้อยใจ

ลักษมณ์

มนต์กวี

สองตุลา

ท่องเมฆา

ก้าวที่...กล้า

กวีปกรณ์

ดอกบัว

เฌอมาลย์

ว.มหรรณวา

เปเป้ซังแม่มู๋ผู้เดียวดาย

ครูพิม

คอนพูทน

สายธารน้ำใจ

ก่องกิก

คีตากะ

ขุนศรี

พิมญดา

ยาแก้ปวด

ทิพย์โนราห์ พันดาว

บนข.

กันนาเทวี

กิ่งโศก

ไหมแก้วสีฟ้าคราม

ครูกระดาษทราย

แก้วประภัสสร

KIRATI

จอมปราชญ์แดนอาคเนย์

คืนแรมสามค่ำหน้าร้อน

ห้าเจ้าจอม

**.. เช่นรวีโชติ..**

แกงเขียวหวาน

มวลภมร

ดาวศรัทธา

cicada

เปลวเพลิง

หญิงบ้า

เ ที ย น ห ย ด

din

เบยองจุน

สีเมจิก

นักสืบไร้ชื่อ

ชากร

บุญพร้อม

พาดกลอน

แย้ม ไกลวันเกิน

แม่น้ำในฟ้า

Arm

Jackie

ไผ่ลู่ลมม

ศรีปาด เฟสเก่าโดนระบบลบเฉยเลย

ศุทธิกมล

Prayad

Parinya

จิ๊กจ้า

  KIRATI
ฝากข้อความไว้เนี่ยะ ดอกเบี้ยร้อยเท่าไหร่
>