26 พฤศจิกายน 2550 21:44 น.

หนาว..

นายธนา

หยาดน้ำค้างพร่างพรมห่มผืนหญ้า	
โอ้เหมันต์เคลื่อนมาอีกคราหน
ลมพัดพลิ้วกิ่วกิ่วลิ่วแรงรน			
ไอหมอกปนควันคุ้งฟุ้งกระจาย
 
เดือนลอยเด่นกลางนภาจ้าสว่าง		
ดาวจัดวางสุกปลั่งอย่างสาดฉาย
เมฆบางบางย่างย่ำอยู่กล้ำกราย		
ปิดเดือนหายไล่สว่างจากลงพลัน

อ้าอกเอ๋ยเหน็บหนาวเสียจริงหนอ		
ไร้คู่ข้างเคียงคลอพะนอฝัน
ต้องกอดหมอนนอนหนาวใต้เงาจันทร์		
เพียงลำพังอย่างนั้นทุกวันไป
 
แม้หลับใหลในฝันอาจหวานชื่น		
แต่พอตื่นลืมตาหามีไม่
ต้องนอนหนาวเปล่าเปลี่ยวถึงเมื่อใด		
จะมีไหมใครสักคนที่เฝ้ารอ....


				
23 พฤศจิกายน 2550 16:32 น.

ลอย...ลอยกระทง

นายธนา


พลุตะไลไฟพะเนียงเสียงกึกก้อง	
โคมลอยล่องเป็นสายในเวหา
ประทีปน้อยคล้อยเคลื่อนคลอคงคา	
นบบูชาสายน้ำล้ำเลิศคุณ

เพ็ญสิบสองนองน้ำพริ้มปริ่มตลิ่ง	
สายไหวนิ่งติงไหลใสเคล้าขุ่น
ชโลมไล้แผ่นพื้นดื่นละมุน		
หลายร้อยรุ่นหล่อเลี้ยงเคียงข้างชน

เย็บใบตองกรองมาลีบายศรีจับ	
ดอกบัวพับเป็นกลีบจีบเข็มสน
ปักหมุดน้อยร้อยด้ายมัดจัดเรียงบน	
ประดับกระทงงามยลน่าสนใจ

จุดธูปหอมพร้อมเทียนไขไสวสว่าง	
อธิษฐานว่าพลางยกมือไหว้
ขอขมาพระแม่คงคาชลาลัย		
ที่ลูกได้กินใช้ให้มลทิน

ประเพณีแห่งสายน้ำล้ำเลอค่า		
ร่วมรักษาสืบสานไว้ยังไทยถิ่น
ลอยกระทงคงอยู่คู่แผ่นดิน		
คู่ชีวินเมืองสายน้ำสยามเอย	




				
17 พฤศจิกายน 2550 08:19 น.

ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง

นายธนา

เมื่อลมหนาวเข้าปะทะกับลมฝน	
พรมน้ำมนต์จากฟ้าหลายห่าใหญ่
ในคืนย่ำค่ำเยือนที่เคลื่อนไป		
ทิ้งเหลื่อไว้คือน้ำขังยังรินเล็ด

เสียงเครื่องไฟขยายเสียงจากท้ายบ้าน	
ผู้ใหญ่เปิดรายการฟังพระเทศน์
ปลุกชาวบ้านตื่นนอนโดยสรรพเสร็จ	
แทนเสียงเป็ดไก่ขันเหมือนวันวาน

ไก่บ้านนี้มันตายด้วยไข้หวัด		
เงียบสงัดไร้เสียงร้องก้องขับขาน
ยิ่งยามเช้าเหมือนป่าช้าว่าประมาณ	
ถ้าไม่มีเสียงท้ายบ้านกังวานไป

ยินรถถีบมอเตอร์ไซด์วิ่งหลายคัน	
ต่างพากันไปร้านค้าตลาดใหญ่
จะแกงเช้าซื้อหมูปลาหาเร็วไว	
เอาเห็ดไก่ขายว่าคิดราคา

พอแสงทองส่องหล้าฟ้าสว่าง		
ที่ข้างทางคนรอกันออหน้า
คอยพระสงฆ์บิณฑบาตท่านเดินมา	
รับข้าวปลาจากพี่น้องผองชาวชน

วิถีชีวิตชนบทแบบชาวบ้าน		
เขาสืบสานกันมากว่าปีหน
ปฏิบัติล่วงเลยหลายชั่วคน		
คือมนต์เสน่ห์ย่านพื้นบ้านไทย	
				
10 พฤศจิกายน 2550 19:23 น.

เรื่องน้ำเน่า...

นายธนา


กลองยาวเขาโห่ร้องชิงชัย		
เลือกตั้งประเทศไทยคึกครื้น
นายกคนใหม่ใครจะยืน		
ใครหนอจะมาฟื้นความนิ่งลง

นักการเมืองเรียงหน้ามาให้เลือก	
สวมเปลือกคนดีชี้ให้หลง
คนเก่าย้อมแมวมาแต่งองค์		
มาดหงส์ใจเสือเหลือกระไร
	
หน้าเก่าเหมือนก่อนเหมือนเคยเห็น	
กลับมาโดดเด่นขึ้นเป็นใหญ่
เวียนว่ายตายเกิดอยู่ร่ำไป		
เมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็หน้าเดิม

เหมือนน้ำขังวังวนอยู่ในสระ		
ไม่มีวันที่จะไหลถ่ายเทเพิ่ม
เศษใบไม้หญ้าเน่าเฝ้าเพิ่มเติม		
น้ำจึงเริ่มหมักเหม็นเป็นขุ่นดำ

พรรคใหม่มาดใหม่ทางเลือกใหม่	
แต่ทำไมคนเก่าเล่าน่าขำ
มันกอบโกยเท่าไหร่เรารู้จำ		
ยังมีหน้ามาทำพร่ำสำแดง

ประเทศชาติซบเซาเศร้าสร้อย	
ไทยด้อยถอยหลังดังสิ้นแสง
ย่ำแย่แน่แล้วจวนหมดแรง		
เพราะคนมัวแก่งแย่งกันโกงกิน

สูทสีเขียวกากีมีถ้วนทั่ว		
คนชั่วแฝงไปในทุกถิ่น
คนดีอยู่ไหนในแผ่นดิน		
หมดสิ้นหรือไรหรือไม่มี?

การเมืองเรื่องเก่ามาเล่าใหม่		
เลือกตั้งประเทศไทยใกล้แล้วนี่
อยู่ไหนอยู่ไหนใครบอกที		
คนดี...มีไหมในการเมือง


				
4 พฤศจิกายน 2550 19:55 น.

ลูกชายของแม่

นายธนา

สายลมโชยโปรยพลิ้วสยิวหนาว		
ฟ้าดาษดื่นเดือนดาววับวาวแสง
เมฆหมองคล้ำลอยต่ำทำสำแดง		
น้ำค้างแรงแพร่งโรยลงโปรยปราย

บนเส้นทางแห่งความฝันเฝ้าฟันฝ่า		
จำจากบ้านมุ่งมาหาจุดหมาย
เพื่อเดินด้นค้นชีวิตเพียงเดียวดาย		
ไต่ตะกายเผชิญกล้าหวังคว้าชัย

ณ ตึกรามท่ามฟ้าป่าเมืองหลวง		
ล้วนเล่ห์ลวงรวนเรให้เฉไฉ
สิ่งแสงสีรายล้อมพร้อมให้ไป			
ถ้าหัวใจไม่แน่วแน่คงแพ้พลัน

ด้วยรักษ์มั่นปฏิญญาที่กล้ากล่าว		
ลูกจะเด็ดดวงดาวแห่งความฝัน			
ไปฝากแม่ให้ชื่นใจในสักวัน			
จึงมุ่งมั่นหมายไว้ไม่ผันแปร

แม้นต้องสู้อยู่ลำพังยังสู้ไหว			
เผชิญหน้าต่อไปใจแน่วแน่
จะเหน็ดเหนื่อยอย่างไรไม่ยอมแพ้		
จะขอทำให้แม่ได้ภูมิใจ



เด็กบ้านนอก : ฟลุ้ค ไอน้ำ

				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟนายธนา
Lovings  นายธนา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟนายธนา
Lovings  นายธนา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟนายธนา
Lovings  นายธนา เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงนายธนา