29 มีนาคม 2550 17:48 น.

เพียงสายน้ำไหล

นายธนา

เย็นสดใสไหลระเรื่อยค่อยเอื่อยไหล
งามพิไลใสพิสุทธิ์มิหยุดสาย
วับแวววับจับแสงแพร่งประกาย
งามมิหายหนอสายน้ำยามไหวติง

ยลน้ำไหลใสสะอ้านสะท้านจิต
ให้หยุดคิดเรื่องหลากหลายปล่อยใจนิ่ง
มองสายน้ำพร่างพรายสายประวิง
แล้วละทิ้งความเหนื่อยล้าปัญหาใจ

โอ้สายน้ำเปรียบประดุจดั่งชีวิต
ที่ย่อมคิดย่อมทำเหมือนน้ำไหล
ไหลล่องไปในทิศทางวางให้ไป
ไหลรินไหลปรับกระแสแปรตามทาง

งามเอ๋ยงามงามสายน้ำใสพิสุทธิ์
งามก่อผุดจินตนาพาล่องเหิน
ให้ล่องลอยปล่อยใจวางทางดำเนิน
แล้วเพลิดเพลินละปัญหาพาสุขใจ

ชมสายน้ำยามรินไหลใจสดชื่น
เย็นระรื่นชื่นเหลือล้ำนำหลับใหล
ให้พักผ่อนนอนพักรักษาใจ
เพียงน้ำไหลใจได้พบสงบเย็น...				
28 มีนาคม 2550 16:29 น.

ในเปลวแดด

นายธนา

คราบ่ายคล้อยค่อยเคลื่อนเยือนมาแล้ว  	      
อาทิตย์แพรวแววแสงแรงไอร้อน
อ้าวอบอ้าวร้าวไอแดดแผดทุกตอน
ช่างรุ่มร้อนอ่อนล้าน่าอ่อนแรง

ละอองแดดแผดเผาไปทั่วพื้น     	      
ดินดาษดื่นกับความแล้งด้วยแรงแสง
ใบไม้ร่วงจากต้นที่เหี่ยวแห้ง                      
เพราะอ่อนแรงเหลือล้นจะทนไป

ม้านใบไม้ก่อนวัยที่ในสวน                         
ดอกใบล้วนเหี่ยวเฉาไร้เงาใส
หญ้าก็แห้งสีน้ำตาลทุกเรียวใบ                   
ดังถูกไฟเปลวเร้าเผาราวี

แต่ชีวิตหลายชีวิตต้องทนทาน                   
แม้นความร้อนเหลือต้านมิอาจหนี
แดดจะร้อนแดดจะแรงแกล้งชีวี                 
แต่หน้าที่ก็ต้องทำประจำวัน

ภายใต้แสงเปลวแดดที่แผดเผา                   
ชีวิตเขาต้องสู้ต้องขยัน
ถึงจะร้อนหรือจะหนาวต้องผ่าฟัน             
ต้องสู้มั่นต่อสู่อยู่ต่อไป				
27 มีนาคม 2550 19:58 น.

พระพิษณุโลก...สองแคว

นายธนา

แผ่วผินระรินไหลชโลมไล้ฝั่งธาร   
งามกระแสแม่น่านสะอ้านแท้
แม่ผ่าผ่านแยกเมืองสองเป็นฝั่งแคว
แล้วเคลื่อนแปรกระแสใสไหลระเรื่อ

แม่ยมขนาบข้างเคียงคู่แม่น่านมา
เป็นสองสินธุ์ธาราแต่ป่าเหนือ
หล่อเลี้ยงชีพชนประชาอารีเอื่อ
แต่คราวเมื่อบรรพกาลสืบนานมา

สองแม่กระแสสินธุ์ผ่านถิ่นดินงาม
ขนานนามพิษณุโลกเมืองฟ้า
เมืองพระพุทธเมืองพระชินราชา
เมืองพระศาสนาค่าเกริกไกล

คือสองแควสองแม่กระแสสินธุ์
คือแผ่นดินพระราชาผู้ยิ่งใหญ่
คือพิษณุโลกลือโลกลือไทย
คือเมืองงามงามพิไลยิ่งใหญ่มา

งามเอ๋ยงามงามพระพุทธเลิศล้ำ
งามเอ๋ยงามงามธรรมชาติป่า
งามขุนเขาแมกไม้ไพรพนา
งามเอ๋ยงามสายธาราน่าเชยชม

แสลงหลวงสดใสใบหญ้าเขียว
กระแสเชี่ยวชาติตระการธารเย็นสม
ภูร่องกล้าร้องก้องกล้าค่าควรชม
แล้วรับลมภูสอยดาวพราวแสงเดือน

แก่งโสภาพาโสภาน่าหลงใหล
สายน้ำใสไหลมาแต่ฟ้าเหมือน
จักรอคอยผู้ใดมายลเยือน
มาเป็นเพื่อนลงเล่นให้เย็นใจ

พิษณุโลกเมืองงามคู่น้ำนาน
คือถิ่นบ้านเขตขามน้ำสดใส
ทั้งน้ำน่านน้ำธารธารน้ำใจ
จักหลงใหลถ้าได้มาเมืองสองแคว
				
27 มีนาคม 2550 09:08 น.

แพ้ใจ...

นายธนา

ก็ชีวิตคิดแต่ว่าจะชนะ
ไม่ลดละความมุ่งมั่นอันเย่อหยิ่ง
อวดโอหังเชิดหน้าว่าเก่งจริง
ทะนงยิ่งหยิ่งจองหองท่องขึ้นใจ

ชีวิตนี้จะไม่มีคำว่าแพ้
ไม่อ่อนแอร้องไห้น้ำตาไหล
จะเข้มแข็งแกร่งกล้ากว่าใครใคร
จะคว้าชัยจะชนะซะทุกคน

ก็มั่นใจเต็มที่ไม่มีแพ้
ใจแน่วแน่ว่าชนะซะทุกหน
แต่แล้วก็ต้องแพ้พ่ายที่ใจตน
ที่ดินร้นไขว่คว้าหาแต่ชัย

ก็เพราะความมั่นใจเกินไปแท้
ว่าไม่มีคำว่าแฟ้ผ่านมาได้
ผลสุดท้ายก็พ่ายแพ้แพ้ที่ใจ
ใช่แพ้ใครแต่แพ้ในใจตนเอง....				
26 มีนาคม 2550 21:03 น.

ค่ำ...ครวญ

นายธนา

เมื่อคราค่ำย่ำเยือนเคลื่อนครองฟ้า  	
หอบนำพาหัวใจให้เปลี่ยวเหงา
เพราะเจ็บช้ำค่ำนี้มีเรื่องราว		    	
ที่ปวดร้าวเหลือกล่าวเศร้าระทม

กับความรักความหลงความเพ้อฝัน		
ทำไหวหวั่นหวั่นไหวใจขื่นขม
เพราะรักคนหลายใจให้ระทม			
เจ็บเหมือนคมมีดขีดกรีดกลางใจ

ว่าจันทร์เอ๋ยเคยไหมเป็นเช่นนี้			
ด้วยคนที่รักเจ้าเขาเหลวไหล
ดาวเจ้าเอ๋ยเจ้าเคยบ้างหรือไม่			
แล้วควรทำเช่นไรบอกข้าที

ด้วยตอนนี้ใจข้านั้นเจ็บนัก			
เพราะคนรักพาใจไกลห่างหนี
เขาไปมีคู่ใหม่ไม่ใยดี				
ปล่อยข้านี้เจ็บเศร้าเคล้าน้ำตา

ลมเจ้าเอ๋ยข้าขอเอ่ยฝากได้ไหม			
ฝากถามใครที่ทำร้ายใจหนักหนา
ว่าไฉนใจจึงร้ายไกลจากลา			
ไม่เห็นข้าในสายตาเลยหรือไร

ตัวข้านี้ทำผิดอะไรหรือ			
จึงปล่อยมือไม่รักและผลักใส
ทำกับข้าเหมือนว่าไร้หัวใจ			
เจ็บรู้ไหมเจ็บมากมากที่จากลา

สายน้ำค้างพร่างพรูดูเป็นสาย			
เปรียบน้ำตาข้ามิหายคร่ำครวญหา
เพราะรักเจ้าเกินใจจะตัดลา			
จึงร่ำไห้ร้องหาแทบบ้าไป
	
คราค่ำนี้เจ็บช้ำระกำนัก			
ด้วยความรักชักพาข้าเหลวไหล
จึงคร่ำครวญค่ำคืนฝืนหัวใจ			
จักค่ำนี้ค่ำไหนไร้สุขเอย...
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟนายธนา
Lovings  นายธนา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟนายธนา
Lovings  นายธนา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟนายธนา
Lovings  นายธนา เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงนายธนา