24 ธันวาคม 2547 19:43 น.

**คิดถึงคุณ..รู้ไหม..ใจคิดถึง**

กอกก


        
           ..คิดถึงคุณ..


เพราะอะไร  ใจฉัน  นั้นซึมหม่น
เบื่อเหลือทน  ท้ออยู่  คุณรู้ไหม
มีชีวิต  ปลิดปล่อย  ลอยล่องไป
น้ำตาไม่  มีหลั่ง  ช่างด้านชา

พรหมลิขิต  สิทธิ์มี  เพียงที่ได้
ดวงฤทัย  ท้อโรย  ยังโหยหา
ข่มใจกลั้น  สั่นผวา  ทุกเวลา
เมื่อยามครา  คิดถึงซึ่งสองเรา

เหงานะเหงา  เศร้าด้วย  ช่วยรับรู้
แสนหดหู่  ห่อนสุข  ใจทุกข์เฉา
อยู่อย่างเงียบ  เรียบนิ่ง  อิงเพียงเงา
มีเจ็บเคล้า  คละปน  แหมหม่นจริง

ฤาตัวฉัน  นั้นเป็น  เช่นคนบาป
ต้องคำสาป  ส่งอยู่ ให้สู่สิง
รักต้องห้าม ลามล้น ทนประวิง
เหลือเพียงหยิ่ง  ผยอง  ของหัวใจ

จะเศร้าบ้าง  โศกบ้าง  ก็ช่างเถิด
มันคงเกิด  จากกรรมก่อ  ท้อแก้ไข
ทุกข์สุมทับ  กับวิโยค  โขกเข้าไป
กระหน่ำใส่  ให้สา ..ข้าขอเชิญ


        
               *************


** ความคิดถึงซึ้งแน่นแก่นใจรัก
    สุดจะหักห้ามจิตให้คิดถึง
    ความคิดถึงพึงพิศคิดคำนึง
    ด้วยลึกซึ้งจึงคิดถึงอยู่เดียวดาย**


				
21 ธันวาคม 2547 21:43 น.

** ..ล้า..เศร้า..และเหงาใจ**

กอกก


           
           เศร้า..และเหงาใจ

เที่ยวตะลอน  นอนกิน  ต่างถิ่นที่
ชีวิตมี  มุ่งหมาย  แค่ปลายฝัน
สุข โศก เศร้า เคล้าคละ  ปะปนกัน
ตามตะวัน  วุ่นว้า  หาใจตน

หนาวยะเยือก  เกลือกช้ำ  กระหน่ำซัด
ชีวิตพลัด  พรากมา  กลางป่าสน
ลมหนาวพลิ้ว  ปลิวเศร้า  คลุกเคล้าปน
ความหมองหม่น  ห่อหุ้ม  เข้าสุมใจ

ประสานมือ  คือประคอง  สองแขนสอด
แล้ววางลอด  รับต้นคอ  รอดาวใส
ลมเย็นพรม  ระทมซัด  สะบัดไกว
เข้าลูบไล้  โลมร่าง  หว่างนอนดู

ดาวกระพริบ  ยิบฟ้า  เวลาเปลี่ยว
ชีวิตเดี่ยว  ดุ่มมา  คราอดสู
แสงระยับ  กับจิตมัว  ทั่วดอยภู
เลียแผลอยู่  อย่างเงียบ  เรียบเหมือนเคย

เขาเอย  เขาสูงหนาว........
คนใจร้าว  รออยู่  ดูดาวเอ๋ย
น้ำตาไหล  ใยเจ้า  จึงเฉยเมย
เห็นคุ้นเคย  หรือไร  ไม่ปรานี

ความหนาวนำ  น้ำค้าง  บ้างเริ่มแข็ง
กลายเป็นแหล่ง  ละไม  ให้สุขี
แม่คะนิ้ง  ยิ่งงาม  อร่ามดี
ต้องแสงที่  ทาทับ  วับวับแวว

ดึกดูดาว  พราวพร่าง  ที่ฟ้ากว้าง
เช้าเวิ้งว้าง  ดูคะนิ้ง  ยิ่งแจ่มแจ๋ว
ทะเลหมอก  หยอกฟ้า  ว่าพริ้มแพรว
แสงขึ้นแล้ว  รุ่งเรือง  เมลืองรอง

เย็นบ่ายหน้า  หาผา  นั่งโดดเดี่ยว
นำใจเหี่ยว  โหยหา  น่าเป็นสอง
ดูตะวัน  พลันทิ้งดวง  บ่วงครรลอง
แสงทาบท่อง   ล้า..เศร้าและเหงาใจ


              ****************


** เป็นช่วงหนึ่งของการเดินทาง
ขาดๆ เกินๆ ไปบ้าง คงต้องขออภัย
     แบบว่ามัน *เศร้า* ค่ะ**

				
15 ธันวาคม 2547 20:29 น.

** ราตรีนี้ ณ ดอยผ้าห่มปก **

กอกก


      
     ราตรีนี้ ณ ดอยผ้าห่มปก


สายลมโชย  โบยโบก  วิโยคพลิ้ว
แรงพัดปลิว  ละลอก  ตอกความหนาว
กอดอกขม  ตรมอยู่  ดูฟ้าพราว
คืนใจร้าว  ร้อนรุ่ม  กลุ้มทรวงใน

ดาวระยิบ  พริบพร่าง  กลางฝันคว้าง
ชีพมาร้าง  รัวหม่น  จนสั่นไหว
คนผิดหวัง  ฝังร่าง  ย่างมาไกล
เป็นร่างไร้  วิญญาณ  รักผลาญทรวง

กระชับร่าง  ช่างหนาว  เหลือกล่าวนี้
ด้วยแขนที่  ระท้อ  จนพ้อสรวง
จากหญิงหนึ่ง  ซึ่งช้ำ  กระหน่ำลวง
กาลโรยร่วง  บ่วงมาร  รานหัวใจ

จากถิ่นฐาน  บ้านช่อง  จรถึงนี่
นำฤดี  ทดท้อ  รอแก้ไข
ดอยผ้าห่มปก  กก กอด  พรอดพิไร
น้ำตาไหล  รินอาบ  มาทาบทา

เจ็บหลายครั้ง  ดังบาป  ที่สาปส่ง
ทำใจปลง  ปล่อยว่าง  ไม่กังขา
แต่ยังทุกข์  จุกแน่น  แก่นอุรา
ทำไงหนา  เหนื่อยล้า  ข้าอยากเบือน

ผ้าห่มปก  ศกนี้  มีความสวย
ความสูงด้วย  ที่สอง  ต้องอินท์เฉือน
แนวเขางาม.ตามดอย  หมายคอยเยือน
หวังลบเลือน  ใจหมาง  ให้ร้างลา

           
                   ****************


**ดอยผ้าห่มปก**   เป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองรองจากดอยอินทนนท์  เนื่องจากเป็นภูเขาสูงที่หนาวเย็นทั้งปีทำให้ต้นไม้ใหญ่จะถูกปกคลุมด้วยพวกมอส ตะไคร่หนาแน่นไปหมด มองไกลๆ คล้ายๆ ต้นไม่ใส่เสื้อ หรือถูกคลุมด้วยผ้า จึงเรียกกันว่า ดอยผ้าห่มปก
แต่ปัจจุบัน ได้เปลี่ยนชื่อเป็นทางการใหม่ว่า *ดอยฟ้าปก* เพราะสูงเทียมฟ้าและไพเราะมากว่าเก่า
อุ๊ยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่นะคะ  อุณหภูมิเมื่อคืน 0.0 องศา c   หนาวหนาวและหนาวค่ะ



				
9 ธันวาคม 2547 20:01 น.

*** ชีวิตเสเพล ***

กอกก



        
       ไฟสกาว  พราวพริบ  ระยิบระยับ
แสงวาววับ  ข้างเวที  ที่สลัว
แต่งยวนยั่ว  อล่างฉ่าง  ช่างโชว์ตัว
เห็นกันทั่ว  ทู่ซี้  ไม่มีอาย

       เสิร์ฟสุรา  อย่าให้  ได้บกพร่อง
ยามชงต้อง  เติมโซดา   อย่าขาดหาย
เหล้าน้ำแข็ง  แต่งปน  คนประปราย
ดื่มให้คลาย  โหยหา  น้ำตานอง

       หยิบบุหรี่  มีอยู่  ส่งสู่ปาก
จะขอฝาก  ฝันยับ  กับควันหมอง
สิ้นสำนึก  ตรึกคิด  ผิดครรลอง
ทิ้งก้นกรอง  บดขยี้  บี้หัวใจ

       เมาโซเซ  เป๋ไป  นั่งไกวโยก
หทัยโศก  เศร้าหม่น  เกินทนไหว
เหล้ากระดก  ผงกกิน  ผ่านลิ้นไป
อีกแก้วไง   เอ้า...ดื่ม  เพื่อลืมเธอ     ( ยังไม่..มาวว..วว... )

       เที่ยวกลางคืน  กลืนเหล้า  เมาบุหรี่
ชีวิตนี้  น่าหยัน  กับวันเผลอ
ยานอนหลับ   รับว่าเขลา  เมาจนเพ้อ
เจ็บจริงเออ   ซ้ำซาก   หาก...หนำใจ


               *****************


    **   ตัวอย่างที่ไม่ดีนะน้องจ๋า  **
     **   มันเป็นเพียงจินตนาการ  **


				
7 ธันวาคม 2547 20:28 น.

** ทำใจว่าง วันวิวาห์ **

กอกก


       

       ทำใจว่างวางก่อนรอนรู้สึก
ห้วงสำนึกนำพาว่าสับสน
ทุกข์โศกหม่นปนเศร้าเราร้อนรน
หทัยป่นปวดลึกศึกหัวใจ

       ทำใจว่างวางก่อนวอนสติ
เลิกทิฐิเที่ยวตู่คู่คนไหน
ลมหวนพัดซัดตรงส่งมาไกล
สองคนไซร้ สมกัน  วันวิวาห์

       ทำใจว่างวางก่อนสอนใจสั่ง
จึงมาหลั่งน้ำสังข์ไม่กังขา
หน้าเปื้อนยิ้มพิมพ์แย้มแจ่มดวงตา
เป็นนัยว่าวังวนพ้นจากกัน

       ทำใจว่างวางก่อนย้อนขมขื่น
ดูระรื่นเริงร่าหน้าแต้มฝัน
จำกล้ำกลืนฝืนกลบลบเลือนมัน
เพื่อผ่านวันแววหวานที่รานใจ

        
        **จึงอวยพรวอนสรวงปวงเทวะ
ขอคุณพระคุ้มครองให้ผ่องใส
สุขสมหวังดังจิตคิดยาวไกล
คู่ฤทัยเทิดเด่นเช่นทินกร**


       ทำใจว่างวางก่อนตอนเขียนจบ
ก้มหน้าพบพล่ามัวตัวอักษร
อย่าให้หยดรดทับกับบทกลอน
น้ำตาย้อนไหลลับให้กลับใน

       ทำใจว่างวางก่อนก่อนเดินจาก
ต้องกระชากตัวเขยื้อนเพื่อเคลื่อนไหว
ชา เจ็บ ร้าว ก้าวไม่ออกจะบอกใคร
ขอตัดใจ จึงย่าง  เพื่อร้างลืม


          
             
                     ************



**  ไปร่วมแสดงความยินดีกับเขาและเงาที่พัดหวนกลับคืนมา  **
                                      
                                  **ยินดีด้วยใจจริง**



				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกอกก
Lovings  กอกก เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกอกก
Lovings  กอกก เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกอกก
Lovings  กอกก เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงกอกก
>