11 มีนาคม 2547 17:40 น.

นี่หรือฟ้าลิขิต

)))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**(((

ผลิใบสู่วัยกล้า

ตื่นแต่เช้าอาทิตย์รอนอ่อนแสงล้า เดินโซซัดโซเซเพราะเพิ่งตื่นนอน หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จ   มานั่งล้อมวงกินข้าวตามประสากับลูกเมียที่รัก ล้อมวงกินกันไปคุยกันไปตามมีตามเกิด ก่อนที่ต้องรีบแต่งตัวไปทำงานแต่เช้า เพราะวันนี้เป็นวันแรกของการทำงาน ได้งานใหม่เป็นกรรมกรก่อสร้างให้กับนายช่างผู้รับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่งอยู่กลางใจตัวเมือง  ถึงแม้ว่าสถานที่ทำงานจะอยู่ไกลออกไปจากบ้านถึงขนาดว่าต้องนั่งรถเมล์ไปกลับเกือบเป็นชั่วโมง  แต่ก็ไม่เลือก ไม่เคยที่จะปฏิเสธเกี่ยงงอน แต่ตรงกันข้ามยินดีรีบไปทำงานด้วยความดีใจที่ตัวเองได้งานทำ ขอให้ได้มาแค่เงินทองที่พอยาไส้ตัวเองและเลี้ยงครอบครัวให้อยู่รอดก็พอใจแล้ว 

       ...เอก...เป็นชายวัยกลางคน เขาต้องทนทุกข์ทำงานทุกอย่างไม่ว่างานจะหนักหนาซักเพียงแค่ใหน เพระต้องรับผิดชอบครอบครัวที่มีฐานะยากจนค่อนข้างมาก ไม่มีจะกิน บางครั้งอยู่เหมือนขอทานเก็บถุงพลาสติกขายเป็นอาชีพ  แต่ยังไม่พอจะกินกันตาย ต้องอดมื้อกินมื้อ ภรรยาของเขาร่างกายก็ไม่ค่อยแข็งแรง เจ็บป่วย...ออดออดแอดแอด...อยู่ทุกวัน ส่วนลูกสาวก็วัย 6 ขวบก็ป่วยเป็นโรคโปลิโอขาลีบทั้งสองข้าง ผูกชะตาชีวิตอยู่ภายใต้ กระท่อมร้างหลังคาที่มุงใบหญ้าคา ผุ ๆ ผัง ๆ ขอได้แค่มีที่ซุกหัวนอนเป็นหลักเป็นแหล่ง ก็ดูว่าเลิศหรูที่สุดในชีวิตที่เคยมี แต่ก่อนเคยอาศัยศาลาข้างริมฟุตบาททางเท้า หรือไม่ก็ตามวัดวาอารามต่างๆ  ขอแค่ซุกหัวนอนไปวัน ๆ ตื่นขึ้นมาแล้วค่อยคิดกันใหม่ว่าจะทำอะไรกันดี ถึงแม้ว่าตอนนี้ย้ายมาอยู่ที่กระท่อมร้างก็ยังไม่วาย วันไหนฝนตกขึ้มาก็ต้องพากันหลบอย่างจ้าละหวั่น หลังคาที่มีอยู่ก็กันอะไรไม่ได้

          พอมาถึงที่ทำงาน เอก..ก็เดินตรงไปหาคนที่เขาคิดว่าต่อไปนี้เขาจะคอยทำตามคำสั่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะให้ทำอะไรก็แล้วแต่หากไม่เหลือบ่าฝ่าแรงของเขา ขอเพียงให้บอกมาอย่างเดียว แม้เหนื่อยก็ยอมทนด้วยความยินดี
 
             ส่วนช่างผู้รับเหมาเห็นว่า ...เอก เป็นคนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าสกปรกโสโครกมอมแมม ด้วยเสี้อผ้าที่ใส่เก่าขาดเหมือนผ้าขี้ริ้ว บัตรประชาชนก็ไม่มี จึงคิดลำเอียงจ่ายค่าจ้างเพียงแค่วันละ 95 บาท ...เอก..ด้วยความไม่รู้ไม่เคยมีงานที่เป็นหลักเป็นแหล่งทำ เขากลับภูมิใจมากที่ได้ค่าแรงตั้งเยอะแยะมากมาย สิบห้าวันจะมีการจ่ายค่าจ้างหนึ่งครั้ง เขาทนทำงานหนักทุกอย่าง บางครั้งเพื่อนร่วมงานแกล้งบ่นด่าว่าสารพัด เขากลับไม่ใส่ใจทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ไม่สนใจ  เลิกงานก็รีบกลับบ้านไปหาลูกเมียที่นอนรออยู่ ด้วยความเป็นห่วง

             ณ วันที่ใกล้เงินจะออก  พี่ค๊ะ พรุ่งนี้เงินก็ออกแล้วคงจะได้เยอะซินะ  ภรรยาถามเขาด้วยรอยยิ้มแสดงอาการของความดีใจ  ประมาณพันกว่าบาทได้แหละ..ก็ได้วันละตั้ง  95บาทเลย  ทำงาน 15 วันก็..??? โอ้ยช่างมันเถอะคิดไม่ออกปวดหัว เดี๋ยวเขาก็คิดให้เองนั้นแหละ เอก  พูดพร้อมกอดลูกกอดเมียด้วยความดีใจเช่นกัน เพราะเขาไม่เคยได้เงินมากมายก่ายกองอะไรขนาดนี้เลยในชีวิตที่เกิดมา  เออ..พี่ค๊ะพรุ่งนี้แวะตลาดซื้อ น้ำปลา หัวหอม กระเทียม พริกแห้งมาด้วยนะค๊ะบ้านเราจะได้มีเครื่องครัวครบกันซักที ภรรยา ของเอกพูดย้ำกันสามีตนเองลืม ได้ซิจ๊ะเดียวพรุ่งนี้พี่แวะซื้อที่ตลาดมาให้ เอก พูดพร้อมกับเอามือลูบหัวและมองหน้าลูกสาวด้วยความรัก พ่อซื้อตุ๊กตาให้หนูด้วยนะคะ ลูกสาวได้ทีเลยประจบผู้เป็นพ่อตามประสาของความอยากได้แบบเด็กๆ ได้ซิจ๊ะลูก..เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อซื้อมาให้นะ ผู้เป็นพ่อพูดแบบเอาอกเอาใจลูกสาว จริงๆนะ..เย้ๆๆๆๆ  ดีใจจังค๊ะแม่หนูจะได้มีน้องตุ๊กตาแล้ว ลูกสาวเปล่งวาจาด้วยความดีใจสุดชีวิต

               เอก.. เป็นคนที่รักครอบครับมาก เขาจะมักทำอะไรเพื่อลูกและภรรยาตลอด บางครั้งเวลานั่งล้อมวงรับประทานอาหารก็มีแค่ผัดผักอยู่จานเดียว ตัวเขาเองยอมกินข้าวเปล่าเพื่อให้ลูกและภรรยาได้กินกันอย่างอิมเอมเต็มที่ ส่วนตัวเองสู้อดทนทุกอย่าง

             วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ทำงานกันเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันเลิกงานแล้ว พนักงานทุกคนก็รีบแย่งกันเข้าคิวรอรับเงินค่าจ้าง ส่วนเอก..ถูกเพื่อนเบียดเสียดบ้างแกล้งกันบ้างจนไปอยู่คนสุดท้ายเลย เขายืนด้วยอาการที่กระสับกระส่ายดีใจอย่างบอกไม่ถูกว่าเป็นอะไร จนเพื่อนร่วมงานมองเขาด้วยสายตาที่รำคาญเป็นที่สุด

            ชื่อเอกใช่ไหมเรานะ นายจ้างถามเอก พร้อมกับมองหน้าด้วยอาการแบบเสียไม่ได้ วันละเก้าสิบห้าบาทนะ..สิบห้าวันก็เป็น..หนึ่งพันสามร้อยห้าสิบบาทนะ..อ่ะนี่เอาไป เขาส่งเงินให้เอก แล้วบอกให้เอกเขียนชื่อลงในสมุดผมเขียนไม่เป็น..ครับ เอก พูดพร้อมกับทำหน้าตาด้วยความเขลา เพราะตั่งแต่เกิดมาไม่เคยเรียนหนังสือเลย เขาเลยรู้สึกน้อยใจในชะตากรรมของตัวเองเล็กน้อย นายจ้างของเขาจึงเดินส่ายหัวเข้าไปหยิบหมึกพิมพ์ลายนิ้วมือ เอ้า พิมพ์ลายนิ้วมือเอาก็ได้..อะไรกันว๊ะ  ผู้เป็นนายจ้างพูดแสดงอาการงุนงง พร้อมให้เอกพิมพ์ลายนึ้วมือจนเสร็จแล้วค่อยส่งเงินค่าจ้างให้  

             เอก ได้รับเงินแล้วดีใจมากเขาไม่เคยมีเงินเยอะแยะขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต ได้เงินแล้วเขาเอาใส่ถุงถึงสองชั้นเอายางรัด พร้อมกับใส่กระเป๋า คอยคลำดูอยู่บ่อยๆ กลัวว่าจะหล่นหาย เขารีบไปตลาดเพื่อหาซื้อข้าวของเครื่องใช้ตามที่ภรรยาและลูกสาวต้องการก่อนที่จะมืดค่ำ ระหว่างทางเขาเดินไปเจอร้านตุ๊กตาที่วางขายตามแผงลอยอยู่ข้างทาง เห็นป้ายราคาติดไว้ตัวละ สามสิบห้าบาท แต่ก็ถามอีกครั้งเผื่อว่าจะอ่านผิด เขาเลือกเอาตัวที่คิดว่าสวยที่สุด แล้วรีบขึ้นรถเมล์กลับบ้านหวังว่าให้ถึงไวไว คนขับก็เหมือนรู้ใจ ออกรถจนผู้โดยสารที่ยืนแทบงายหลังกันเลยทีเดียว

            เย้แม่จ๋าพ่อกลับมาแล้ว เสียงลูกสาวร้องโกนชูไม้ชูมือเรียกแม่ด้วยความดีใจ ที่ผู้เป็นพ่อถือตุ๊กตามา ด้วยความอยากจะวิ่งเข้าไปหา แต่ก็ได้แต่นั่งรออยู่กับที่ เพราะตนเองนั้นเดินไม่ได้ ได้แล้วจ๊ะ..ตุ๊กตาของหนู เอก พูดแล้วนั่งลงเอาตุ๊กตาที่ซื้อมาส่งให้ลูกสาว ด้วยใบหน้าที่ยิ้มอย่างมีความสุข ขอบคุณมากคะพ่อ ลูกสาวพูดแล้วโผลเข้าไปโอบกอดผู้เป็นพ่อด้วยความรักและดีใจ อุ้ย..ใครสอนให้ลูกพูดค๊ะ เอก ถามลูกสาวด้วยอาการที่งงๆ เพราะไม่เคยได้ยินลูกสาวของตนเคยพูดคำหวานออดอ้อนอะไรเช่นนี้เลย อ๋อ..แม่สอนหนูค่ะ ลูกสาวตอบแบบใสซื่อบริสุทธิ์ตรงๆ ไม่มีการอ้อมค้อมตามประสาเด็ก ไหนของที่สั่งให้ซื้อล่ะคะคุณ เสียงภรรยาเขาถาม ด้วยน้ำเสียงที่แปลกๆ เพราะไม่เห็นสามีของตนถือของที่สั่งเอาไว้มาด้วยมา อ้าว..ลืมอ่ะ  เดียวผมออกไปซื้อให้ใหม่แล้วกันนะ เอก พูดด้วยความตกใจตัวเองที่เป็นคนขี้ลืมไปตั้งแต่เมื่อไร ไหนเงินคะพี่ขอฉันดูมั่ง..อู้ฮู..!!..ใบละห้าร้อยตั้งสองใบ ฉันไม่เคยจับเลยเคยจับแต่ใบละร้อย ภรรยาของเขาถามถึงเรื่องเงินสายตาพลางส่ายดูจนทั่วตัวของสามี พอเอกส่งเงินที่ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงให้ดู  ภรรยาแกก็แสดงอาการดีใจแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พี่อยากให้มันอยู่กับเรานานที่สุดเลย..เราใช้มันใบเดียวนะ อีกใบหนึ่งเราเก็บมันไว้ เอกพูดด้วยน้ำเสียงความเสียดาย ที่ไม่เคยได้มันมาเยอะแยะมากมายขนาดนี้มาก่อน เขาอยากจะเก็บมันไว้ส่วนหนึ่งซึ่งภรรยาก็เห็นด้วย
              ทันใดนั้นเอง เสียงเบรครถดังสะท้าน มันเป็นของรถเมล์คันที่เอกขึ้นนั่งมาเพื่อที่จะกลับบ้าน สุดเสียงเบรค ก็มีเสียงดังโครมอย่างสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงฟ้าฝ่า ผู้โดยสารกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง คนที่ไม่เป็นอะไรมากพอจะช่วยเหลือตัวเองได้ ต่างก็ตะเกียกตะกายกันออกจากรถอย่างอลม่าน เอก..ตกใจตื่น แต่รู้สึกว่าตัวก็ไปกระแทกกับรถอย่างแรง ผู้โดยสารคนอื่นๆ กระเด็นมาทับร่างของเขา เขารู้สึกเจ็บท้องมาก จะร้องให้คนช่วย แต่ก็ร้องไม่ออก ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรแต่นอนทนความเจ็บปวด เพราะตนเองถูกทับอยู่ล่างคนล่างสุด จนกระทั่งทางมูลนิธิมาช่วยยกขึ้นทีละคน เอก..รู้สึกหายแน่นท้อง แต่ยังรู้สึกเจ็บปวดเหมือนร่างกายตัวเองจะขาดเป็นสองท่อน แล้วไม่นาน เขาได้ยินแว่วแว่วว่า ฝ่ายมูลนิธิที่มาช่วยก็พูดขึ้นมา  ไอ้คนข้างล่างนี่โดนเหล็กทิ่มทะลุเลยว่ะ..มาช่วยกันดึงหน่อยเร็ว..!  เสียงสมาชิกในหน่วยมูลนิธิที่มาช่วยเหลือ คนหนึ่งพูดขึ้นมา แล้วตะโกนเรียกเพื่อนด้วยความตกใจ  เขาถูกยกใส่เปล เฮ้ย..อย่าหลับนะ ทำใจดีดีเอาไว้เดี๋ยวก็ถึงโรงพยาบาลแล้ว เสียงมีคนตะโกนบอกเขาด้วยความเป็นห่วง  เอก..รู้สึกตัวเองว่าได้ยินเสียงเหล่านั้นแค่แว่วเบา เสมือนว่าอยู่ไกลริบ ด้วยความคิดถึงครอบครัวที่รักของเขาขึ้นมาอย่างสุดหัวใจ เขาหันไปเห็นตุ๊กตาของเขาที่หล่นอยู่บนถนน ตุ๊กตาของผม ..หยิบให้หน่อย   เอก..พยายามร้องให้ตะโกนให้คนอื่นช่วยหยิบให้ แต่ไม่มีเสียง ได้แต่ตะโกนอยู่ในใจแผ่วแผ่ว เขารวบรวมเรี่ยวแรงที่มีอยู่ทั้งหมดที่มีพลิกตัวเองให้ตกจากเปล แล้วค่อยค่อยคลานไปหยิบตุ๊กตา สายเลือดที่ใหลไม่หยุดทำให้เขาอ่อนแรงเต็มที่ พอเอื้อมมือไปหยิบตุ๊กตาได้ เขาก็ไม่อาจทนความง่วงได้อีกต่อไปจนเผลอหลับในที่สุด แล้วมันก็เป็นการหลับครั้งที่ยาวนานที่สุดโดยไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกเลย.				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ)))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**(((
Lovings  )))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**((( เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ)))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**(((
Lovings  )))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**((( เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ)))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**(((
Lovings  )))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**((( เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึง)))**--ผลิใบสู่วัยกล้า--**(((
>