tiki

*** ภาพวาดเป็นจิตรกรรมฝาผนัง ภายใน วัดสุวรรณดาราราม จ.อยุธยา 
  http://www.geocities.com/Tokyo/Garden/9425/kns001.html 
กลอนสุภาพ
   ๒๔
   ๏  ความทราบพระนเรศตกค่ายนั้น
พระเจ้าหงสาวดีพลันออกโอษฐ์ว่า
*.ดั่งพิมเสนแลกกับเกลือไม่เหลือราคา
มาคราวหน้าจะจับเป็นให้เห็นดี  *  ๚ 
    ๒๕
    ๏   เมื่อเหตุการณ์เป็นดังว่าพม่าหยุด
มิคิดรุดคืบต้อนระดมปรี่
เสบียงร่อยทัพใหญ่ถอยคนละที
ธ ทรงตีพม่าคราละกอง      ๚ 
     ๒๖
     ๏   ธ ประสงค์อย่างเดียวเชียวที่หมาย
จะฝ่าค่ายฟันพม่าผู้ท้าจ้อง
ถ้าตีได้หงสาวดีบุเรงนอง  
พม่าต้องแพ้ราบตราบระบือ ๚ 
    ๒๗
     ๏   แต่นานไปรบพุ่งยุ่งเดือน  หก
หน้าฝนตกรบไปก็ไร้ชื่อ
พม่าจึงถอยทัพไม่รับมือ
จึงเลื่องลือพระแสงดาบคาบค่ายมา ๚ 
 การปฏิบัติการของสมเด็จพระนเรศวรครั้งนี้  เมื่อพระเจ้าหงสาวดีทรงทราบเรื่อง ถึงกับออกพระโอษฐแก่เสนาบดีว่า  พระนเรศวรออกมาทำการเป็นอย่างพลทหารดังนี้  เหมือนกับเอาพิมเสนมาแลกกับเกลือ.....  พระนเรศวรนี้ทำศึกอาจหาญนัก  ถ้าออกมาอีกถึงจะเสียทหารสักเท่าใดก็ตาม  จะแลกเอาตัวพระนเรศวรให้จงได้  จากนั้นพระเจ้าหงสาวดีจึงให้ลักไวทำมู  ซึ่งเป็นนายทหารมีฝีมือ  คัดเลือกทหาร 10,000 คน  ไปรักษาค่ายกองหน้าและทรงกำชับไปว่า  ถ้าพระนเรศวรออกมาอีกให้คิดอ่านจับเป็นให้จงได้ 
            ครั้นถึงวัน แรม 10 ค่ำ เดือน 4  สมเด็จพระนเรศวรทรงนำทัพไปซุ่มอยู่ที่ทุ่งลุมพลี  หมายจะเข้าปล้นค่ายพระเจ้าหงสาวดีอีก  ลักไวทำมูรู้ดังนั้น จึงให้ทหารทศคุมกำลังหน่วยหนึ่งรุกมารบ  สมเด็จพระนเรศวรทรงนำกำลังเข้ารบด้วยลำพังกระบวนม้า  พวกพม่ารบพลางถอยพลาง ไปจนถึงจุดที่ลักไวทำมูคุมกำลังซุ่มไว้  ข้าศึกก็กรูกันออกมาล้อมไว้  ลักไวทำมูขับม้าเข้ามาต่อสู้กับพระองค์  พระองค์ทรงแทงด้วยพระแสงทวนถูกลักไวทำมูตาย  การต่อสู้ดำเนินไปกว่าชั่วโมง  กองทัพไทยจึงตามไปทันตีฝ่าวงล้อมข้าศึก แก้ไขสถานการณ์ได้แล้วจึงกลับเข้าสู่พระนคร 
            ครั้นถึงวันแรม 4 ค่ำ เดือน 4  สมเด็จพระนเรศวรทรงนำกำลังทางเรือ ยกไปตีทัพพระมหาอุปราชา  ซึ่งอยู่ที่ขนอนบางตะนาวแตกพ่าย  ต้องถอยทัพออกไปตั้งอยู่ที่บางกระดาน 
            กองทัพพม่าล้อมกรุงอยู่ได้ 5 เดือน  ตั้งแต่เดือนยี่ ปีจอ  จนถึงเดือนหก ปีกุน  ก็ไม่สามารถตีกรุงศรีอยุธยาได้  ไพร่พลก็เจ็บป่วยล้มตายร่อยหลอลงทุกที  เห็นว่าเข้าฤดูฝนไพร่พลจะลำบากยิ่งขึ้น  เสบียงอาหารก็ขาดแคลน  จึงยกทัพถอยกลับไปในวันแรม 10 ค่ำ เดือน 6  โดยให้กองทัพพระมหาอุปราชาถอยกลับไปก่อน  ให้กองทัพพระเจ้าตองอูเป็นกองหลัง สมเด็จพระนเรศวรทรงนำกำลังทางเรือ ลงไปที่บางกระดาน  หมายจะตีกองทัพพระมหาอุปราชาอีก  เห็นพระมหาอุปราชากำลังถอยทัพกลับ และทรงทราบว่าพระเจ้าหงสาวดีจะถอยทัพ  จึงเสด็จกลับเข้าพระนคร  แลัวรีบทรงกองทัพยกไปตั้งที่วัดเดช  อยู่ริมน้ำตรงภูเขาทอง  เมื่อวัน ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 7  ทรงให้เอาปืนขนาดใหญ่ลงเรือสำเภาหลายลำ  แล้วนำขึ้นไปยิงค่ายหลวงพระเจ้าหงสาวดี  ถูกผู้คนช้างม้าลมตายเป็นอันมาก พระเจ้าหงสาวดีต้องถอยทัพหลวงไปตั้งอยู่ที่ป่าโมก  สมเด็จพระนเรศวรทรงให้กำลังทางบกยกตามตีข้าศึกจนถึงทะเลมหาราชทางหนึ่ง  ส่วนพระองค์กับสมเด็จพระเอกาทศรถ  เสด็จโดยทางเรือ ตามตีกองทัพหลวงของพระเจ้าหงสาวดีขึ้นไปจนถึงป่าโมกอีกทางหนึ่ง  แต่ข้าศึกมีกำลังมากกว่ามาก  ไม่ทำให้แตกฉานไปได้  พระองค์จึงเสด็จคืนสู่พระนคร  พระเจ้าหงสาวดีก็ให้เลิกทัพกลับไป 
โคลงและกลอน รจนาโดย ทิกิ_tiki
เมื่อเวลา ๓:๓๕ นาฬิกา คืนวันอาทิตย์ที่ ๒๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๘
คำบรรยายร้อยแก้วที่มาจากแหล่งข้อมูลประวัติศาสตร์ไทย thaiheritage
ทางอินเตอร์เน็ต
-- www.heritage.thaigov.net --
-- www.thaiheritage.org -- 
-ขอบพระคุณในข้อมูลจากหน่วยราชการ
*** ภาพวาดเป็นจิตรกรรมฝาผนัง ภายใน วัดสุวรรณดาราราม จ.อยุธยา 
  http://www.geocities.com/Tokyo/Garden/9425/kns001.html				
comments powered by Disqus
  tiki

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน