tiki
คืนวันพฤหัสที่ผ่านมา งานตรวจต้นฉบับพิมพ์ เสร็จไปสักครึ่ง
ก็ประมาณ ห้าทุ่ม
กว่าเห็นจะได้
...............น้องที่พิมพ์ต้นฉบับให้..ขอหยุดหนึ่งวัน เพื่อรับงานของคนอื่นบ้าง
นัดกันใหม่ วันเสาร์...
.........ถึง วันเสาร์...
ตื่นแต่เช้า นั่งคิดว่า..การบริจาคนั้น ส่วนหนึ่งที่เร่งด่วน ก็เสร็จไปส่วนหนึ่ง
อีกส่วนหนึ่ง นั้น ขึ้นอยู่กับผู้อื่น คือ คนพิมพ์ ต้นฉบับ ก็ดี
เสร็จแล้วจะต้องไปพึ่งผู้อื่น ทำจัดหน้าสำหรับลงพิมพ์ให้ไปถ่ายอื่นๆ
ได้อีกครั้ง ได้หน้าดังกล่าว ก็จะต้อง ไป รอคิว ทำฟิล์มสำหรับพิมพ์ และ
ต้องรอแปรรูปตัวหนังสือ ลงเพลทโลหะ นั้นอีกครั้ง แล้ว โรงพิมพ์ ถึงจะไป
วางเพลทบนแท่น เทสีลงไปเพื่อจะจัดพิมพ์
ส่วนหนึ่ง เขาก็ต้อง วิ่ง ไปอีก เพื่อ หากระดาษแข็ง ไปทำปก พิมพ์ปก
ทำสีพิเศษอย่างที่สั่ง ต้องเคลือบยูวีด้านอะไรประมาณนั้นอีก ไหนจะต้องทำ
บล็อคไว้ปั๊มนูน พิมพ์ ทองเคอะไรตามจิตรวิจิตรบรรจงเพื่อการบริจาค
คิดไปคิดมา
เราเป็นคนนะ ไม่ใช่เทวดา จะได้เนรมิตปุ๊บปั๊บได้ดั่งใจ
จึงนิ่งเสียทั้งวัน
เดินไปมาดูปลาหางนกยูงมันออกลูกออกเต้า มันวุ่นวายตามกระแสโลก
แห่งสรรพสัตว์ ..จนบ่ายก็แล้ว เย็นก็แล้ว
ดูสิว่า การที่จะหยุดไปกดดันผู้ร่วมช่วยทำบุญนี้
ลองหยุดอีกสักวันต่อจากวันศุกร์ ให้คนที่จะทำ อยากทำด้วยศรัทธาเสียบ้าง
คิดแล้ว ก็หยุดเฉยอยู่
เมื่อได้วางหน้าที่เร่งรีบไปยัง สำนักพิมพืวิญญาณ ไปส่วนหนึ่งแล้ว
ส่วนที่เหลืออยู่นี่..ต้องมีเวลาพอที่จะให้ทุกคนที่เขาทำงานร่วมบุญ
ได้ทำอย่างเรียบร้อยสวยงาม
............จวบเย็นมาก โทรศัพท์จากร้านพิมพ์ ก็ดังมาสองหนสามหน
เพื่อให้ฉันไปดูตรวจงานพิมพ์ของเขาอีก...แล้วก็แจ้งข่าวให้ฟังอีกว่า
กระดาษ 21 แผ่น เอสี่ ที่เขาพิมพ์แล้วคืนก่อน แล้วเราก็ตรวจแล้วคืนก่อน
เขาหาไม่พบ
...........เมื่อปลงมาตลอดได้แล้วว่า รับเร่งไปกับงานนี้ก็ไม่เกิดบุญ
จะทำบุญ ใจต้องมั่นคง อดทน อดกลั้น
ก็บอกตัวเองไม่ให้โกรธ
........ขับรถไปถึง เอาละ อะไรจะเกิด ก็เกิด
......เอ้า เชิญพิมพ์ต่อไป เชิญพริ้นท์ ส่งมา เราจะแก้ไขที่ผิดให้
......หกโมง ทุ่ม สองทุ่ม สามทุ่ม สี่ทุ่ม
ผู้ติดตามดูแลคนรับจ้างพิมพ์ นายหนุ่มผู้นั้น เริ่มอารมณ์เสียวุ่นวาย
อีกแล้ว...
.............ห้าทุ่ม
..............เฉียด หกทุ่ม
..." เอาละ เดี๋ยวพี่สั่งพิซซ่า ให้กินกันดีกว่า"
............ว่าแล้วก็กดโทรฯ มือถือสั่งพิซซ่ามา ซึ่งส่งถึงร้าน ภายใน
ยี่สิบกว่านาที...
.................คนทำก็ดูดีขึ้น....คนติดตามเฝ้าดูแลอารักขาคนทำก็
ดูหายกริ้วโกรธงานลูกค้ายืดยาวอย่างเรา
..........
" น้องจูน..."
ฉันหันไปเรียกคนพิมพ์ เบาๆ
"หากน้องมีปัญหาในการพิมพ์งานด่วนนี้มาก คราวหน้าพี่โยนงานพิมพ์
ต้นฉบับนี้ให้โรงพิมพ์เขาไปเลยดีไหมคะ ?"
" อ้าวพี่...แล้วพี่ก็ต้องลำบากตรวจปรู๊ฟ เหมือนกันแหละค่ะ
แล้วนี่มันอาชีพของน้องนะคะ..."
........สบายใจกับคำตอบไปเปลาะหนึ่ง
แต่หากลูกค้าคนใด ได้จ่ายเงินเพื่อแลกเปลี่ยนค่าทำอะไรก็แล้วแต่
แล้วต้องเกรงใจกับการบ่นว่าระหว่างการผลิต...
................อะไรจะเกิดขึ้นเล่า ?
.......
...เอาใจซื้อใจ...
ฉันบอกตัวเองด้วยความอดทน
อาหารพิซซ่ามื้อดึกนี้ อาจราคาสูงถึงสี่ร้อยบาท
เมื่อคืนก่อน ก็ต้อง "จิ้มก้อง" ไปด้วย บัตรเติมเงิน สามร้อยบาท
ไปให้พ่อหนุ่มผู้วุ่นวายผู้นั้นแล้ว...
ปลงซะว่า จ่ายค่าล่วงเวลานอกเหนือไปจากค่าจ้างพิมพ์ ปกติแล้วกัน
ตีสองเศษๆ ...สองคนนั้น รวมเจ้าของร้านที่อุตส่าห์เดินมาส่งที่รถ
...................ผลงานต้นฉบับพิมพ์ เป็นซีดีสองแผ่น...ก็อุ่นอยู่ในมือแล้ว
งานที่จะต้องพึ่งผู้อื่นต่อไป...ก็เตรียมย้าย กิจการใช้ผู้อื่น..เพื่อย้ายจาก
เจ้านี้
ไปสู่เจ้าใหม่....
..................ทำไม ผู้คนในประเทศนี้ จึงรับทำงานไป แล้วบ่นไป...
...........ทำไม เงินไม่มีค่าพอแก่การรับจ้างของเขาหรือ..
.......การจะใช้คนเหล่านี้ให้ทำงานอิสระให้นี้ ต้องใช้ ความอดทน
ต้องใช้ความยืดหยุ่น ต้องซื้อใจกันตลอดเวลา
...............เอาเถอะ ธรรมะสอนอีกขั้นว่า
ต้องดีกับเขาเสมอ ...ถึงจะได้งานดี
เงินไม่ได้ซื้อใจคนเสมอไป
.........แต่ไม่มีเงินเพื่อแสดงน้ำใจ ..งานก็ไม่สำเร็จ
ทิกิ__tiki
(บันทึกเรื่องเมื่อคืนวันเสาร์ ๑๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๙ ไว้ ณ
บ่ายสามโมงครึ่ง ของ วันอาทิตย์ ๑๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๙)