22 สิงหาคม 2547 23:01 น.

๏ ปรัชญา เพิ่งสร้าง ๏

เอกมาศ

    ผกาบาน        มิ ร่วมชม	
ผการ่วง 	         มิร่วมโศก
ปรารถนายามใดที่คำนึง   ยามเมื่อผกา บานและร่วง   	  
                                           เซวียเทา ( กวีหญิงสมัยถัง )


             ความงามใดในโลกล้วนอยู่แต่เป็นไปตามตามธรรมชาติ  ดอกไม้จึงงามอยู่แต่ธรรมชาติ  ชื่นชมและเศร้าโศก  จึงอยู่แต่ธรรมชาติเป็นไป  จะถามถึงสิ่งใดเล่าเมื่อมิได้อยู่แต่ธรรมชาติ จะถามทำไมเล่า ???                เอกมาศ


                ชมชื่นอยู่กับความงามของ ผกา  มาลัย 

          ๏     หอมมาลัยห้อยไว้ให้พี่เชย -	
         ชม, ไฉนเลยจะวางเฉยเฉื่อยช้า
         ร้องบรรเลงเพลงสายชื่นชายชายา	
         มะลิซ้อนเป็นมาลา มาลา มาซ้อนวง
         เข็มปักสลักรอยร้อยดอก - 		
         มะลิยอกพอกพูน สุดฤดีสม
         ร้อยเสร็จเด็ดออกมาดอมดม		
         เด็ดชม มะลิ ลม สมฤทัย   ๚ะ





.......เมื่อถามถึงความเป็น ความสัมพันธ์ของ ดอกข้าวและดวงดาว....




                  ๏ ดอกข้าว  ดาวศุกร์  ๏
	
๏   แม่เลี้ยงแม่ฮักลูก	         ๏   ทุกค่ำมืดรุ่งเช้า
แม่ปลูกดอกข้าว		            ลมหนาวพัด ใบโพธิ์
ฝนเทลงพราว		                สุก สกาวดาวผุดโผล่
ดอกข้าวเติบโต		             ดาวศุกร์เบ่งบาน
๏   ดอกข้าวราวรวงทอง	      ๏   ยามสอง มองแมก ฝน
กลายร่างรอง รวงต้น	        ดลเมฆา  หม่นสราญ
เกี่ยวรวงข้าว หนาวลม	       สว่าง แมกบันดล แตกซ่าน
เก็บรวงต้น เราสำราญ	       เก็บแมกม่าน เราเห็นดาว   ๚

...............................


 
                       ๏ ว่าด้วย บริบท  ๚

        ๏     ว่าด้วย บุษบา

                        บุษบากลางแมกไม้		
               ผลิได้ แม้น แดดสา-
               สม, เยี่ยงไร กับ มนุษยา		
               ผลิได้ ฤา ไร้ ธรรม  ๚

         ๏   ว่าด้วย  ความรัก
 
                         ความรักมากับ ลมหนาว		
              จากไปราว สิ้นลม คิมหันต์
              ความรัก จึงเป็น นิรันดร์		
              ความผูกพันธ์ จึงเป็น นิรันดร      ๚

         ๏   ว่าด้วย คนบ้า
 
                         อาณาจักรแห่ง คนบ้า		
              อยู่บนฟ้า สโมสร
              ดื่มแดกบน ความลำพอง		
              แดกดื่มบน ความมั่งมี  ๚

          ๏   ว่าด้วย พระจันทร์

                         ความงามแห่งพระจันทร์		
              เป็นความสัมพันธ์แห่งมนุษย์
              ไร้เมฆา ฤา มิเห็นดาวศุกร์		
              ไร้ดาวศุกร์ ฤา เห็น ดวงจันทร์   ๚


          ๏   ว่าด้วย  ความรู้ ( เชิงตะวันตก ) 

                         เรียนรู้เพื่อสรรสร้าง		
               เจตนาร้างทำลายสรรค์
               เรียนสร้างทำไมกัน			
               เพื่อทำลายร้างแล้ว สร้างมา   ๚



.         ..............ความแปลกๆ ความไม่ลงตัว บางที มันเป็นความจริง ของชีวิต ฉะนั้น ความเป็นตัวผม จึงมีอยู่หลากหลาย.....ใครที่คิดว่ามนุษย์นั้น ซับซ้อนจนยากจะหยั่ง  แต่ผมคิดว่ามนุษย์นี้ ไม่ได้ซับซ้อนแต่อย่างใด หากแต่ไร้ซึ่งเหตุผล  ซึ่งแสร้งหาเหตุผลมารองรับการกระทำเพื่อเป็น การหาความชอบธรรมให้ตน.........
                                      ศิลปินเองนั้นก็ เป็นบุคคลที่ความซับซ้อนนั้นไม่มี      อารมณ์นั้นเปี่ยมล้น  ศิลปะจึงเป็นสิ่งที่เราจะค้นหาตนได้อย่างดีที่สุด ซึ่ง ศิลปะไม่ได้จำกัดอยู่แต่ศิลปินแต่อย่างใด  ชาวบ้านธรรมดาก็เข้าถึงได้  ศิลปะซึ่งไม่ได้มีเพื่ออวดภูมิแต่อย่างใด......สิ่งหนึ่งที่ศิลปะ นำทาง คือ ศาสนา  ในทุกๆศาสนานั่นเอง..................

				
19 สิงหาคม 2547 23:12 น.

๏ ใต้ฟ้าเดียวกัน ๏

เอกมาศ

๏   ใต้ฟ้าเดียวกัน   ๏  


		      ลักษณะเหมือนข้าวคอยฝน		
ลักษณะเหมือนคนคอยฝัน		
		นานมาแล้ว จนลืมเลือนลางกัน	
นานมาแล้ว นั้นห่างจางจาก บ้านไกล

		๏     มีตะวันแสงส่องไออุ่น		
หอมกรุ่นกลิ่นหอมดอกไม้
		ตกตะวันแสงจางจืดวาย		
บ่ มีไผเลยที่ เรื่อยรา
		     เก็บตะวันนั้น มาให้เจ้า 		
คลุกเคล้าเงาจันทร์จากฟ้า
		คึดฮอด เงาน้ำ ที่โรยรา		
มื้อใด เงาฟ้า จะกลับคืน
		     ฟ้าคะนองฝน คนฝันพร่ำ		
ซัดกระหน่ำ ใจ สุดที่ฝืน
		หนาวเหน็บเจ็บร้าวทุกคราวคืน	
มิอยากตื่น มิอยากหลับ ลับตาลง
		     เช้า กระจ่าง แจ่มแสงสู่ฝัน		
ตื่นจากคืนจันทร์ ที่ลุ่มหลง
รุ่งอรุณ ยามเช้าพราวพรง		
น้ำค้างหนาวลมก็จางวาย      ๚ะ

		๏     ค่ำที่ ฟ้า มีจันทร์ 		
ราวกับฝัน ในวันที่ห่างหาย
		ราวกับฝันว่า ฉันเอียงอาย		
ราวกับหมาย ว่าได้เคียงเธอ
		     เครื่องมือเครื่องใช้ไม้สอย		
อยู่กับร่องรอยให้หวนคอยอยู่เสมอ
		คงจะเตือนมิให้เลือนหน้าเธอ		
คงให้เพ้อให้ฝัน จนไกลตา
		     ในที่นี้ ยังมีฝัน			
ที่มีฉันเคียงเธอ ที่โหยหา
		ในที่นี้มีแสง ดาวดารา		
ในที่นี่มีนภา อยู่กลางจันทร์
		     เซ้าแล้ว เด้อ เซ้าแล้ว		
ออกเรือแจวแจ่วไปซอดฝัน  
		ไปตาม หาคนคอย คึดฮอดกัน	
ไปกับ ฉันนะเรือน้อย เจ้ากลอยใจ   ๚ะ

		๏     เสียงซอคลอ ซึง คลึงเคล้า	
หมายให้เจ้านะ จันทร์ฉาย
		หมายให้ คิดถึง คนห่างกาย		
เสียงซอ ยังบรรเลงราย รอ นะขวัญตา
		     ผิวคล้ำคล้ำ แก้มแดงก่ำ		
กุมมือ กำแน่นนะอ้าย จ๋า
		หน้า คล้ำคล้ำ เอียงอายนะ เจ้ายา	
ตกน้ำตาหมองหน้า จนวันเลือน
		     หิวข้าวไหมหน้อ หิวไหม		
เอาข้าวมาส่งให้ อย่า ย่างเยื้อง		
		เดี๋ยวข้าวน้อยจะบูด ดัง น้ำ ขอดเขื่อน	
จะอดข้าวหนาวเดือน อดสวาทจะขาดใจ
		     แม่คนงามผิวขาวขาว จาวจ้อง	
บ่ แลมอง เลย ว่าเป็นไผ
		คึดฮอด แต่หน้าคล้ำคล้ำ ที่ห่างไกล	
บ่ ได้หมาย คึดฮอดไผ เท่า ขวัญตา     ๚
............

..........คนเรามีค่าน้อยกว่า ดินก้อนก้อนนึงซะอีก ถ้ามัวมึนกับสมบัติบ้าประดามี				
19 สิงหาคม 2547 23:04 น.

๏ เพียงความ รู้สึก โลกไม่เข้าใจ ๏

เอกมาศ

๏  เพียงความ รู้สึก โลกไม่เข้าใจ   ๏

	๏   หากโลกนี้มีเพียงเราสอง	
คงประคองชีวิตให้สดใส
	หากจะอยู่ร่วมเป็นหนึ่งใจ		
เหตุไฉน ? ไยสังคม ต้องตีตรา
	หากไม่มี เอื้อย ข้าฯ สับสน		
หากขาดไปสักคน ข้าโหยหา
	หากคิดจะมอบ ใจ ไย จากลา		
หากคิดจะไขว่คว้า ไย จากไกล
	ในความเป็นจริงของชีวิต		
เราไม่มีสิทธิ์ ลิขิต ฤา ไฉน
	ไกลจากขอบฟ้า สู่ห่างไกล		
ไกลจากความตั้งใจ จินตนาการ
	เอื้อย จ๋า เอื้อยเจื้อยแจ่วจะรู้ไหม	
ความรู้สึกอุ่นใจ ที่ น่าสงสาร
	ชีวิต ฉันนั้น จะไม่ยืนนาน		
ต้องไร้วิญญาณ  และขาด เธอ     ๚
.................เพียงความจำเป็นเท่านั้น ฤา สังคม....เรื่องจริง จากชีวิต ..ข้าพเจ้า				
14 สิงหาคม 2547 15:41 น.

Lovely Halle

เอกมาศ

Lovely  Halle  ( ฮัลลี่ ที่ น่ารัก )

  ๏   ดาวเข้มดาวอัปสรแสง		

ร้อนแรงโลกียะวิสัย
		
	หมดรักแล้ว ซึ่ง จิตใจ		

มุ่งหมายแต่หลงลวง	

	       ลักษณะรูปไหลหลง

	มิติผลของความห่วงหวง
		
	ขาวที่ใจ ใช่ นอกทรวง

	อุปมา คล้าย มวลเมฆา 
		
	        ยามรักสะท้านจิต

	ยังนิ่งคิด ว่าปุจฉา
		
	ตอบมิได้เลย ซึ่ง วิสัชชนา

	หน่วงหนัก นักหนา ระอาใจ

	       เธอรัก รูปหลง

	เธอหลงรูปหลงไหล

	ใช่ว่า รัก จนหมดใจ	

รักมากมายแต่ วายวน

	        ฮัลลี่ ที่น่ารัก 	

	หัวใจ หัก รัก สับสน
	
	อยากมีทายาท สักหนึ่งคน

	ไว้ชื่นชมไว้แทนตัว
	
	        อายุย่าง แล้ว สามสิบเจ็ด	

	เบญจเพส เลยมาทั้งลูกผัว
		
	จมอยู่แต่ความวังเวงที่น่ากลัว	

	โอ้ ..ตัวนะตัว กลัวใจ กลัวเอกา ฯ  
		   

.............น่ารักดีนะครับ สำหรับ สาว คนนี้ บางทีก็ดูเธอ ช่างร้อนแรง บางทีก็ดูเธอ ช่าง น่ารัก อ่อนไหว ...............คนเรา นี่ ถ้าลองได้ เห็น ได้ พยายามทำความเข้าใจ กับ ใครบางคนแล้ว นั้น  มันก็เห็น ความน่ารักของเขาเสมอ ครับ รึไม่ใช่...........				
14 สิงหาคม 2547 15:20 น.

๏ สองนัครา กับ ปัญญาชน ๏

เอกมาศ

          ๏     สองนัครา กับ ปัญญาชน   ๏   

 .........พลวัต แห่ง รากหญ้า ... .Communist......	

          ๏   พลวัตแห่ง อุตสาหะ		  
	
		พลังแห่งแรงเค้น	
	
		ไร้แรงกด รึ จะมีซึ่งแรง เอน
		
		ไร้ทุกข์เข็ญ รึ จะมี คลื่นมวลชนฯ
	
		        เป็นธงแดงแรง แสงโลหิต
		
		คอมมิวนิสต์ ทุกแห่งหน	

		มาร์กซิสต์ เป็นแรงดล
		
		นวพลาชน คนใช้แรง
		        
		        คือ ธง เคียวค้อนค้ำ

		คือ พลังแสงยานุแสน

		คือ พื้นรากแห่งมวลชนทุกถิ่นแดน

		คือ เรี่ยวแรงสร้างจากประชาชน

		        ห้าร้อยแปด ปืนแตก ก็ แตกป่า

		ปัญญาชน มาพึ่งพา โกลาหล
		
		นับแต่ เดือนตุลาฯ เมื่อนานนม

		ไม่มีเลยที่ ปัญญาชนจะหลงลืม     ๏   



....................................................................................
...หลังความศิวิไลซ์ของ โลกาฯ แห่ง ลัทธิ ทุนนิยม....



           ๏   กึ่งกลางระหว่างความคิด
		
		พระเจ้าลิขิตให้เงินเป็น สวรรค์
		
		แบ่งกีดกั้นกรรมาชีพที่ต้อยต่ำ

		แบ่งคาบชนชั้นด้วย เงินตรา

		        มธุรส ที่แสนอมตะ

		พลวัต แห่งอัตตาแน่นหนา
		
		บ้านเมือง ศิวิไลซ์ สะอาดตา

		มีดาวดารา บนฟ้าทุกค่ำคืน

		        มีประชาธิปไตย เป็นที่ตั้ง
	
		มีกิเลศหวังทุกคราที่ หลับตาตื่น
		
		มีความ อิสระ อยู่ทุกฟ้าคืน

		หลังโลกยืน ค้อมหัว ให้ อัสดง

		       หมด ซึ่ง เรี่ยวแรง ฝืน ต้าน 

		เสพสุข สราญ ชื่นบาน ทุกแห่งหน

		บทบาทหมดสิ้น ซึ่ง ปัญญาชน
  
		เพราะลืมหลงหมด แล้ว ซึ่ง อตีตา ฯ     ๏   
		


......................Communist กับ ลัทธิทุนนิยม มีอะไรที่แตกต่างและคล้ายกัน ...........น่าศึกษามากครับ  ..ด้วย ลัทธิมาร์กซิสต์  ตาม ทฤษฎีของ                คาร์ล มาร์ค  นั้น ก็ ตีความ ทุนนิยม ซะปรุโปร่ง....อเมริกา ก็ ใส่เขี้ยวให้ คอมมิวนิสต์ ซะ น่ายักษ์ น่ากลัว เชียว   น่าลองศึกษาดูเหมือนกันนะครับ  มาร์กซิสต์.........				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเอกมาศ
Lovings  เอกมาศ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเอกมาศ
Lovings  เอกมาศ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเอกมาศ
Lovings  เอกมาศ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงเอกมาศ
>