ให้คะแนนกลอน

เบื่อรักลวง

เบรฟฮาร์ท

เบื่อเหลือเกิน กลิ่นไอ ในความรัก
มิรู้จัก จริงแท้ เลยแค่ไหน
เดี๋ยวก็รัก เดี๋ยวก็ชัง ช่างกระไร
โอ้น้ำใจ นารี เช่นนี้เอง
อนิจจา ตัวเรา เศร้าหนักหนา
คงน้อยค่า เกินไป ใจโหวงเหวง
ที่เธอบอก ฉันว่ารัก ชักกริ่งเกรง
กลัวเหมือนเพลง ลอยหาย กับสายลม
เบื่อเหลือเกิน คำว่ารัก ไม่ศักดิ์สิทธิ์
มันมีฤทธิ์ ทำให้ ใจขื่นขม
ขอลาแล้ว ลาลับ กับความตรม
มิชื่นชม เจ้าดอก รักหลอกลวง.

เผาะแผะเผาะ

เปเป้ซังแม่มู๋ผู้เดียวดาย

เผาะ แผะ เผาะ หยาดน้ำ ร่วงรินมา
หยาดน้ำตา ไหลมา ทำไมหนอ
จากหัวใจ ที่เหนื่อยล้า ไม่รู้พอ
หรือไหลรอ ดวงใจ ที่ไกลเกิน
นานมาแล้ว ที่เธอ นั้นลาจาก
ครึ่งชีพพราก ตัดรัก ระหกเหิร
แยกดวงใจ แยกดวงชีพ เคยหยอกเอิน
ทำหมางเมิน คล้ายว่าฉัน ไร้ตัวตน
ครั้นยามรัก แม้วัน ไม่ยินเสียง
ต้องรีบเคียง หาเวลา หาสักหน
ครั้นยามนี้ เธอมีใหม่ หญิงอีกคน
รักระคน เบื่อหน่าย เพราะพ่ายใจ
ทำไกลห่าง บอกว่า งานมันเยอะ
โกหกเปรอะ จับจน แทบไม่ไหว
โกหกฉัน ในวันที่ เธอเปลี่ยนใจ
มีคนใหม่ มาแทนกัน น่าหวั่นเกรง
และสุดท้าย คำโกหก ซึ่งคำโต
ต้องมาโผล่ เพราะผู้หญิง มาแหนหวง
โทรมาบอก ว่าเขา ใช่คู่ควง
และได้ล่วง ลึ้กล้ำ ความสัมพันธ์
เกินจะทน การกระทำ ในครั้งนี้
มีไหมที่ เธอรักฉัน และเชื่อมั่น
สิ่งที่เธอ ทำไว้ อะไรกัน
มันคือฝัน หรือความจริง ไม่รู้เลย
เผาะ แผะ เผาะ มองเหม่อ ถึงฟ้ากว้าง
ใจบางบาง เจ็บระคน ในอกเอ๋ย
รักยังอยู่ แต่เธอไป โอ้อกเอย
ยากจักเผย ถ้อยคำรัก น้ำตาริน

ให้เธอ

Salukphin

      ถ้า ความรักความฝันปันคิดถึง
ร้อยซาบซึ้งสายใจใยห่วงหา
ลบรอยเศร้าเหงาอาลัยในแววตา
เติมศรัทธาจากใจมอบให้เธอ.
    

แด่นักสู้จากแดนไทย

Salukphin

      แด่คนดีที่หัวใจใฝ่ต่อสู้
เป็นนักสู้ภูธรจรพลัดถิ่น
มุมานะมุ่งมั่นหมั่นทำกิน
เดินติดดินด้วยใจสู้ผู้ไม่แพ้   .

ให้เธอ..คนแพ้น้ำเงิน

Salukphin

       ส่งกำลังใจให้เธอผู้เซ่อซ่า
เพื่อหยุดบ้ากรีดใจให้มีแผล
ใครหนอช่างชิงชังแล้วรังแก
เธอจึงแพ้น้ำเงินเดินหลงทาง
                                          หยุดเถอะนะพระธรรมนำสงบ
                                          หยุดคือจบไตร่ตรองมองสรรค์สร้าง
                
                                          ใช้สติกำจัดหลงฝ่าดงพราง
                                          หยุดเคว้งคว้างไร้หลักพักพิงใจ
หยุดก่นคำเลวร้ายป้ายเสียดสี
หยุดซะทีการกระทำย้ำเหลวไหล
หยุดเอะอะโวยวายกล่าวร้ายใคร
เป็นคนใหม่เลิกบูชาค่าของเงิน.

พรหมลิขิต

เปเป้ซังแม่มู๋ผู้เดียวดาย

ตกลงว่า นี่คือ พรหมลิขิต
ให้เธอคิด ทรยศ กับฉันได้
คนเป็นล้าน แต่ทำไม ต้องกลับกลาย
ทำให้พ่าย ด้วยรัก แล้วจากไป
พรหมลิขิต ชักพา เราทั้งสอง
ไม่เคยมอง หาผู้ มาชิดใกล้
กลับมารัก ภักดิ์มั่น ไม่เสื่อมคลาย
และเป็นฝ่าย เจ็บช้ำ พร่ำน้ำตา
ทำไมหนอ ทำไมนะ พรหมลิขิต
ฉันทำผิด ตรงไหน ท่านเจ้าขา
ชักจูงให้ ชายผู้นั้น มานำพา
หรือทว่า มิใช่บุญ หรือบาปกรรม
ชาติที่แล้ว ที่ข้าทำ แต่หนไหน
บาปกับใคร กับเขาไหม ใช่ไหมนั่น
ถึงชาตินี้ กลับมารัก และผูกพัน
แม้เขาผัน ใจรัก และเปลี่ยนแปร
พรมมา ข้าวอน จะได้ไหม
อย่าทำให้ หัวใจข้า เต็มด้วยแผล
เหตุเพราะท่าน ชักนำ คนรังแก
เจ็บนี้แค่ กระอักรัก พาลสิ้นลม
พอแล้วพอ คนที่ ท่านลิขิต
ที่พิชิต หัวใจ พาขื่นขม
ไม่อยากทุกข์ เจ็บฤดี ที่อกตรม
ด้วยอารมณ์ ร้วดร้าว จากทรวงใน
หากคู่กรรม ที่ท่านวาด สร้างกำหนด
คือคนคด คนนี้ มีอีกไหม
ฤาจะชัก บุพเพพา ไปพบใคร
ที่ท่านไม่ พรากจาก ด้วนสันดาน

สวรรค์บ้านนา

Salukphin

        กลับบ้านนาวันนี้ฟ้าสีผ่อง
ญาติพี่น้องล้อมกายมิหน่ายหนี
หอมลำดวนอวลอายเคล้าเจ้าราตรี
แก้วจำปีกรุ่นกำจายสายลมพา
                                            กลิ่นฟางข้าวหนาวลมทุ่งยามรุ่งเช้า
                                            พัดเยี่ยมเย้าระรวยรินกลิ่นไม้ป่า
                                            เสียงนกร้องก้องไพรไร้มายา
                                            กล่อมบ้านนาสุขสันต์สวรรค์ใจ.
  

เอือมระอา

Salukphin

         เบื่อน้ำหน้าคนอ่อนแอแพ้ไหวอ่อน
คนกะล่อนเห็นเงินเดินเข้าหา
คนไร้ศักดิ์ศรีใจให้บูชา
คนไร้ค่าคุณธรรมน้อมนำใจ
                                        ช่างน่าขำหัวร่อจนงอหาย
                                        รอบรอบกายหมักหมมคมเล่ห์ร้าย
                                        ก็เชิญเธอเสพสมห่มใจกาย
                                        ฉันละหน่ายเอือมระอาน้ำหน้าเธอ.

ยังมีหวัง

เรไร


เช็ดน้ำตาเถิดน้องอย่าร้องไห้
อย่าเสียใจคิดมากแค่ขวากหนาม
ก็เพียงแค่บทหนึ่งในนิยาม
อาจพบความโชคร้ายในบางวัน
โลกยังคงสวยงามกว่าความคิด
สิ่งพลาดผิดพลั้งเผลอเพราะเพ้อฝัน
อาจต้องรับความช้ำเป็นรางวัล
ทนหวาดหวั่นสักนาทีเดี๋ยวดีเอง
อาจดูเหมือนมืดมนมองไม่เห็น
ยากลำเค็ญมิใช่ใครข่มเหง
ที่หดหู่เงียบเหงาเศร้าวังเวง
ทุกข์ไปเองเลือกยอมให้ตรอมตรม
เพียงเริ่มต้นเริ่มใหม่ยังไม่สาย
จุดประกายวันชื่นคืนสุขสม
ให้น้ำตาแห้งหายกับสายลม
สิ้นขื่นขมสิ้นทุกข์สุขเสียที

แล่เนื้อ..เอาเกลือทา!

/๙/จอมมารขมังเวทย์/๙/

...เมื่ออกหักปลาบแปลบแสนแสบเหลือ
ขอเอาเกลือทาให้จะได้หาย
พร้อมแถเนื้อเกลือทาให้สบาย
ข้ามารร้ายช่างดีแสน...โปรดแทนคุณ!...

ถ้อยรักยามล่ำลา

นัทนิตย์

หนักเกินภูผากว่าเหล็กหลอม
สักถ้อยที่ยอมอย่างเปิดเผย
กล่าวผ่านการพรากจากคนเคย
"ลาก่อน" เอื้อนเอ่ยแม้รักเธอ
โลกนี้มีเหรียญอยู่สองด้าน
อาจสมความต้องการอยู่เสมอ
หรืออาจพลาดข้างทางอยากเจอ
เหมือนเธอกับฉันในวันนี้
วันต้องเอ่ยคำลาแม้ว่ารัก
วันต้องยอมแตกหักรักหลบหนี
เพราะเหตุด้วยผลต่างคนมี
เพราะสิ่งดีดีที่ควรเป็น
ถ้าการพลัดพรากจากรักแท้
มิสายเกินแก้สิ่งพบเห็น
ความจริง-ความฝัน นั่นประเด็น
น้ำตากระเซ็นย่อมต้องยอม

นิยามรัก

หนูนิล

ที่ว่ากว้างกว้างกว่านภาสรวง
ที่ว่าใหญ่ใหญ่กว่าดวงสุรีย์ฉาย
ที่ว่าใกล้ใกล้แค่ใจกับกาย
นี่คือหมายแห่งรักจากดวงใจ
     ที่ว่ากว้างกว้างด้วยมนต์ดลให้รัก
หอมหวลนักทุกแห่งแหล่งไกลใกล้
ถึงห่างหนีลี้หลบจบหมื่นไมล์
ไม่พ้นไปจากรักมักตามเจอ
     ที่ว่าใหญ่ใหญ่เพราะมิอาจคิด
มิอาจปิดปัดรักไว้ได้เสมอ
มิอาจแฝงแกล้งเล่นว่าเป็นเกลอ
มีวันเผลอรักรอดเร้นเด่นสายตา
     ที่ว่าใกล้ใกล้แค่ใจนึกถึง
แค่คนึงพึงจิตคิดห่วงหา
ถึงดูห่างก็ห่างแค่กายา
ห่างเขตฟ้าแต่ห้องหัวใจเดียว

คู่....

ฝนสีน้ำเงิน

- - หลังฝนตกยังมีฟ้าใส
ในสายน้ำไหลมีความสงบ
ทุกสิ่งมีทั้งด้านดีและด้านลบ
ทุกอย่างต้องประสบทั้งสุขเศร้าใจ
- - ในความอ่อนแอมีความกล้าหาญ
ในความแข็งกร้านมีความอ่อนไหว
ทั้งมืด - - สว่างอยู่คู่กันไป
ในความสดใสอาจคู่ใจตรม
- - ทุกสิ่งย่อมมีคู่
มิใช่อยู่โดดเดี่ยวแล้วสุขสม
ทุกสิ่งมีอีกสิ่งที่ชื่นชม
แล้วไย...ฉันขื่นขมอยู่เดียวดาย

คลื่นและหาดทราย

ฝนสีน้ำเงิน

นั่งมองเกลียวคลื่น แสดงความรักแก่หาดทราย
พยายามม้วนตัวเอง.....โถมแรงทั้งหมดที่มีอยู่
ซัดกายเข้าสู่หาดทราย
เพื่อจะได้โอบกอด.....
เพื่อจะได้สัมผัส.....
เพื่อจะได้มอบความชุมชื้นแก่หาดทราย
ฉันได้ยิน......
เกลียวคลื่นจะพูดกับหาดทรายทุกครั้งที่ซัดเข้ามา
ฟังสิ..........
มันกระซิบบอกทรายว่า.......ฉันรักเธอ

เคยมีน้ำตาให้ฉันบ้างไหม

ปราณรวี

เมื่อรักร้างห่างลาถึงคราจาก
น้ำตาพรากหลั่งไหลไม่จบสิ้น
ถวิลหวังนั่งเศร้าเหงาดวงจินต์
ยามหมดกลิ่นรักหอมยอมจำนน
กี่คราครั้งยังร่ำไห้ใจหม่นหมอง
ถูกจำจองหัวใจไปกี่หน
น้ำตาแห้งเหือดหายดั่งสายชล
กลับเอ่อท้นล้นทรวงเพราะบ่วงรัก
จึงอยากถามถึงความในใจเธอนั้น
คิดถึงฉันบ้างไหมไม่ประจักษ์
เมื่อโศกตรมขมอุราเหนื่อยล้านัก
เคยหยุดพักร้องไห้บ้างไหมหนอ
เธอเคยเสียน้ำตากี่คราครั้ง
เมื่อรักพังร้างไกลจนใจฝ่อ
ก่อนเคยเรียงเคียงคู่อยู่เคลียคลอ
เดี๋ยวนี้ท้อรันทดหมดแรงใจ
กี่น้ำตาที่รินหยดรดลงแก้ม  
อาจแตะแต้มแค่พอปริ่มริมตาใส
หรือหลั่งมาแล้วลาหายกลับกลายไป
ไม่ใส่ใจเพราะไร้ค่าน่าจดจำ
ขอได้ไหมให้น้ำตามาหน่อยหนึ่ง
ในคราซึ่งต้องจากไกลใจถลำ
ถึงแม้ต้องเสแสร้งแกล้งกระทำ
เพื่อจดจำเป็นคำว่ายังอาลัย...
รูป: http://sound-of-cryy.blogfa.com/ 

ประสานรัก

พ่อทูนหัว

ประสานใจ ด้วยใจไทยทั้งชาติ
ประสานใจ ด้วยราษฎร์ คนรากหญ้า
ประสานใจ ด้วยรัก และศรัทธา
ประสานใจ ด้วยค่า คุณความดี
ประสานมือ โดยนับ จับเป็นวง
ประสานมือ โดยทรนง ในศักดิ์ศรี
ประสานมือ โดยภักดิ์ องค์ภูมี
ประสานมือ โดยมี ท่านผู้นำ
มือน้อยน้อย คอยมือท่าน จับครบรอบ
มือน้อยน้อย คอยกู้กอบ อุปถัมภ์
มือน้อยน้อย คอยเชิดชู คุณธรรม
มือน้อยน้อย คอยมาค้ำ เอื้ออาทร...ฯ

เพียงรอย

แม่มดใจร้าย


เพียงรอยชื่นในคืนที่ช้ำรัก
สุดจะหักหัวใจที่ขื่นขม
เป็นเพียงรอยความหลังที่ตรอมตรม
ให้ระทมหัวใจกับน้ำตา
เพียงรอยหวานที่ผ่านในคืนเศร้า
รอยความร้าวหัวใจช่างหนักหนา
ไยรอยรักที่ฝากในอุรา
จึงต้องพาหัวใจให้ช้ำทรวง

สวรรค์มาร

แดนไกล ไลบีเรีย


สวรรค์มาร
เพลงพิศวาสแว่วเวิ้ง.......................ระเริงสวรรค์
ทวยเทพเสพย์สุขสันต์...................เล่นชู้
เริงศึกรุกโรมรัน............................เสียสติ
ดีชั่วพิเคราะห์บ่รู้...........................เนื่องด้วยกิเลสงำ
แสนสรวงสวรรค์ระส่ำร้อน..........กิเลสเบียน
แหลกล่มทั้งมณเทียร....................เทพไท้
ทวยเทพแหวกว่ายเวียน................ตามวัฏ  จักรกรรม
แผ่นภพสรวงสวรรค์จึ่งไร้............เทพสิ้นมลายสูญ
อสูรจึงเกลือกกลิ้ง.........................เต็มสวรรค์
มารหมู่ประจญประจัญ.................ศึกหล้า
เริงรบขบเคี่ยวพัลวัน.....................ดุเดือด
สวรรค์จึ่งไร้ผู้กล้า.........................ศึกท้าด้วยธรรม
ฟ้าจึ่งดำมืดคล้าย............................นรกานต์
ล้วนเทพสัตว์สันดาน....................ชั่วช้า
อีกล้วนเหล่าอสุรมาร....................เหี้ยมโหด
ชิงช่วงแผ่นสรวงหล้า...................แย่งฟ้าแย่งสวรรค์
ศึกมารระบาดลั่นแล้ว..................โลกา  มนุษย์เอย
แลเหล่ามวลมนุษา.......................พรั่นเร้น
หมู่มารยิ่งกระทำต่ำช้า.................เข้าข่ม  มนุษย์เฮย
ยิ่งหนักยิ่ง

เหนื่อย

เปเป้ซังแม่มู๋ผู้เดียวดาย

ฉันรอนแรม เดินทาง มาไกลเหลือ
ไม่มีเผื่อ ความผิดพลาด และผิดหวัง
เดินมาไกล ด้วยใจ เปี่ยมพลัง
ทิ้งรวงรัง เดินทาง มาแสนไกล
เสียงหวีดหวิว หวีดร้อง ก้องกังวาน
เสียงขับขาน ดั่งหัวใจ อันหวั่นไหว
กรีดร้องเรียก เพรียกหา อุ่นอิงไอ
ต้องแข็งใจ เดินทางสู่ เมืองอมร
ยิ่งก้าวใกล้ ความฝัน กลับยิ่งไกล
เหตุอันใด แปรผัน ฝันหลอกหลอน
ยิ่งกระทำ ยิ่งไกลห่าง อยากจากจร
แต่ยากถอน สิ่งวาดหวัง ที่วาดไป
ลุกขึ้นสู้ กี่ครั้ง แล้วหนอเรา
กลายเป็นเอา ตัวแทรก รองเขาไว้
สิ่งที่ทำ นั้นเพียง เป็นฝันไป
เจ็บหัวใจ ตรมท้อ คลอน้ำตา
ฉันมาไกล ไกลเกิน จะกลับหลัง
เหงาเป็นคลัง บ่มท้อ ให้รอหา
ยิ่งทำไป ยิ่งบั่นทอน แรงกายา
หรือทว่า ความฝัน แค่ฝันไป

หนู...คือ..ไอที

Salukphin

         เป็นไอทีมีชีวิตเพราะปิดเปิด
ใช่กำเนิดจากเลือดเนื้อเยื่อสมอง
ก็แค่สื่อที่มนุษย์ขุดทดลอง
ทั้งมิต้องรู้ร้อนหนาวคาวอารมณ์.