อาจไม่ต้อง มองไป ที่สุดฟ้า แต่เธอเอง อาจจะพบ เค้าไม่ไกล คนคนนั้น คือฉัน อยู่นี้ไง เพื่อนของเธอ ที่คอยให้ แรงใจกัน ไม่ทิ้งเทอ แม้หวั่น สักเพียงไหน แม้ว่าเธอ จะอยู่ไกล สุดห่วงหา หรือว่าเธอ เจ็บช้ำ จากใดมา ขอเพียงฉัน คนนี้ คอยปลอบใจ
ดนตรีบรรเลง เพลงเก่า เพลงเดิม ซ้ำวน..ซ้ำวน.. คนเล่นดนตรี ซ้ำวน.. ซ้ำวน.. จนแห้งเหือดไป คนฟังดนตรี ปวดปร่าใจ ซ้ำวน.. ซ้ำวน หูแทบร้าว ใจแทบร้าว จนแห้งเหือดไป ดนตรีเดียวกัน ทำนองเดียวกัน แผกเพียงผู้เล่น จังหวะเดียวกัน ตัวโน้ตเดียวกัน อารมณ์กลับต่างกัน ดังเถิดดังไป การสนองรับ เพียงหัวใจที่สั่นกระตุก ในความเฉยชา ซุ่มซ่อน ความเจ็บปวด ........
แม่เต่าใหญ่..ไข่,กลบ..จบหน้าที่ ผ่านราตรีแห่งภาระอย่างระโหย หลังจากนางเหนื่อยหนักกระอักโอย ก็ดุ่มโดยลำพัง........คืนยังทะเล ฝากเม็ดทรายที่หมกช่วยกกไข่ หมดเยื่อใยอาทร...เที่ยวร่อนเร่ ชีวิตกับชะตากรรมอันจำเจ ยากหักเหสำนึกดึกดำบรรพ์ กี่เวลาล่วงเลยไม่เคยนับ พร้อมแล้วกับการดิ้นรนบนทางฝัน เมื่อลูกเต่าตัวน้อยทยอยกัน ก้าวมุ่งมั่นสู่ทะเล....พเนจร เหลือกี่ตัวรอดตายพ้นชายหาด ความสามารถเผชิญภัยไร้ใครสอน แค่อาศัยสัญชาตญาณผ่านขั้นตอน ผ่านหนาวร้อนรับรู้อยู่รอดมา เหลือกี่ตัวรอดตายคืนชายหาด เพื่อสามารถดำรงพันธุ์วันข้างหน้า ความโหดร้ายแห่งโลกโชคชะตา เป็นตำราเลือนลับกับชีพตน กว่าแม่เต่าตัวใหม่วางไข่เสร็จ น้ำตาเล็ดล้นทะลักสักกี่หน สายเลือดที่จะสืบสานการดิ้นรน กลับถูกคนเก็บไข่เอาไปกิน
เธอจ๋า...
ฉันไม่มีอะไรจะให้
มีเพียงหัวใจที่ฟกช้ำ
มองเธอ...
ด้วยดวงตาแดงก่ำ
พิลาปร่ำหาเธอเสมอไป
อยู่เดียว...
แสนเปลี่ยวหนาวและเศร้าใจ
มองไปไม่มีใคร...ให้แอบอิง
ตรงนี้...
หวังดีพลีรักหนักยิ่ง
สรรพสิ่งส่งให้ไม่อิดโอย
คือรัก...
แม้ชีพจักห่อนสุขและแห้งโหย
แต่หัวใจไม่หล่นโรยไปไหนไกล
เพียงใจ...
เทียมใจ เท่าใจ แทนใจ
ขอบคุณที่ยังอยู่ให้คิดถึง
มอบรักจากฉันวันรำพึง
เธอจะเป็นหนึ่งในใจไม่
......ในโลกนี้เห็นจะมี ..หนึ่งในล้าน ซึ่งพ้องพานเป็นคู่ชูชิดชื่น รักต่างต่างผ่านไปมิยั่งยืน แม้นจะรักปานจะกลืนล้มครืนครัน... ......ทุกวันนี้จึงอยู่ดูหน้าที่ เป็นภรรยาของสามีมิแปรผัน สนองคุณชุบเลี้ยงเสี่ยงชีวัน เข้าปิดกั้นครหานินทาใด... .....จึงนอบน้อมพร้อมพรักประจักษ์แจ้ง สำนึกแล้งเมตตา..มาอาศัย ที่วันเก่าผ่านแล้วก็ผ่านไป เหลือแต่รอยหมองไหม้..ไข้น้ำตา.. ชุบชีวัน
ขอบคุณที่หวังดี แต่ที่นี่ไม่มีฉันคนเก่า ขอบคุณที่คิดรื้อฟื้นรักของเรา แต่ที่นี่เหลือแต่เถ้าไม่มีถ่านไม้เก่าๆ ให้คุณติดไป จะไม่กลับไปยืนที่เก่า...ใครพูด จากวันนั้นฉันก็ทรุดก่อนสูดลมหายใจขึ้นมาใหม่ แม้ตอนนี้ที่ตรงนั้นจะไม่สามารถหาใครมาแทนใคร แต่คุณห็ไม่มีสิทธิ์เข้าไป เพราะทางเข้าได้ปิดตาย...ถาวร อยู่ดีดีก็มาง้อ ขอสานต่อรักของฉัน บอกขอโทษอย่าโกรธกัน ที่แล้วมานั้นผมผิดไป อยู่ดีดีก็ขอโทษ ให้หายโกรธยกโทษให้ เกินไปไหมพ่อยอดชาย ไม่ได้ไล่...แต่เห็นไหม๊? นั่นประตู
ฉันยังเป็นคนเก่า ที่ยังเศร้านับจากเงาคุณห่างหาย ยังคงว้าวุ่นแม้โลกจะหมุนผ่านไป ยังคงเสียใจแม้ไม่ได้อะไรคืนมา ส่วนคุณก็ยังเป็นคนเก่า คนที่ลืมภาพเงาวันของเราอย่างไร้ค่า ใจยังแข็งมีเรี่ยวแรงสู้กับความเมตตา และยังมัแววตาให้อย่างเหว่ว้าเงียบงัน เมื่อไหร่คุณจะเป็นคนใหม่ รู้จักใส่ใจคนที่คุณทำร้ายวันนั้น เมื่อไหร่คุณจะหยุดความเฉยชาที่มีให้คนเคยมีค่าในวานวัน เมื่อฉันจะมีค่าแบบนั้นเมื่อไหร่คุณจะรักฉัน...อีกครั้งค่ะคุณ
เธอไม่ต้องดีเลิศกว่าใคร แค่ดีกับฉันมากมายก็เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นที่รักของใครกัน แต่เป็นที่รักของฉันก็พอใจ ไม่ต้องเป็นเจ้าชายของใครคนอื่น แต่เป้นเจ้าชายของฉันทุกวันคืนได้ไหม ไม่ต้องดีที่สุดในสายตาของใครๆ แค่เป็นผู้ชายที่ดีในใจ..ฉันก็พอ
ต้นไม้ต้นหนึ่ง ....คงว่างเปล่าและว้าเหว่ หากใบไม้เจ้าร่อนเร่ ตามแรงลม พัดเหือดหาย กิ่ง ก้านคงเปราะบาง เอนอ่อนล้าอย่างเดียวดาย กว่าวันคืน จะกลับกลาย ผ่านพ้นเปลี่ยนฤดู เปลวแดดที่สาดส่อง... แสงสะท้อนไร้ร่มเงา พื้นหลังคือโลกสีเทา เงียบเหงาไม่น่าอยู่ ยืนต้นโดดเดี่ยว ท่ามกลางแสงจันทร์ไร้คนเฝ้าดู รัตติกาลยาวนาน หยั่งรากทนสู้ ต่อไป รับรู้....ถึงช่วงเวลา...ใบไม้ปลิดปลิว หนึ่งความรู้สึกลอยละลิ่ว ด้วยเพราะ...ใจหาย แต่ขอโปรดรับรู้... รักเราจะไม่มีวันตาย เธอมากความหมายเกินค่าธุลี ใบไม้ ปกคลุมดิน *^**^**^**^**^**^**^**^**^**^**^**^**^**^**^**^ บางความรักของใครคนหนึ่ง อาจมองเหมือนไม่มีความหมาย แต่ใครจะรู้ว่า .... รากลึกลงในดินหยั่งลึกลงในใจ มีความหมายที่มากมายตลอดมา.... เหมือนต้นไม้ต้นนั้นกับใบไม้ ที่เค้ารัก....ชั่วนิรันดร์
เมื่อหยาดฝนหยดลงมาหญ้าเขียวสด
เมื่อฝนหมดหมดค่าหญ้าเหี่ยวเฉา
ทุขภัยวิบากกรรมซ้ำเติมเรา
เหลือแต่เงาในกันดารอาหารแล้ง
"จันทร์เจ้าขา" ที่หนูเคยขอข้าว
บัดนี้เล่าแผ่นดินแห้งแตกระแหง
หนูไม่อยากขอข้าวและขอแกง
แต่ขอแรงช่วยสร้างสุขปลูกธัญญา
หนูอยากได้จิตสำนึกคนเหล่านั้น
ให้เข้าหันรักบ้านเกิดกันเถิดหนา
หนูขอแค่ให้เขาช่วยพัฒนา
ร่วมรักษาแผ่นดินนี้ก็ดีพอ
แอบมองเธอเสมอมาเวลาพบ จะคอยหลบกลบเกลื่อนเหมือนไม่สน เห็นข้างหลังก็ยังดียังมียล ก็สุขล้นปนอิ่มอยู่ริมใจ ยังไม่คิดชิดเคียงแค่เมียงมอง ไม่เรียกร้องต้องการระรานไถ แม้ใจฉันมันชอบต้องปลอบไป พร้อมเมื่อไรไม่รอแน่นะแม่คุณ ได้แต่หวังว่ายังโสดได้โปรดเถิด ฝากเธอเชิดเลิศล้ำทำเฉียวฉุน วานเธอหน่อยคอยฉันด้วยช่วยเอาบุญ เฝ้าแต่ลุ้นวุ่นวายอยู่ดายเดียว หากวันหนึ่งต้องอึ้งนิ่งความจริงแจ้ง เธอแสดงแฝงคู่ให้ดูเหลียว เราก็คงปลงปิดหน้าซีดเซียว ต้องท่องเที่ยวเลี้ยวกลับซับน้ำตา
เมื่อผู้ชาย....อกหัก......
เมื่อหัวใจเจ้ากรรมมันทำเหตุ
คงเหลือเศษพิษหลงน่าสงสาร
เจ็บปวดจิตบาดใจให้ทรมาน
เธอสำราญเริงรื่นอยู่..คู่กับใคร....
แม้ว่า...ใจของน้อง....ถวิลสิ้นรักพี่....
บอกคนดี...ใจของพี่...มิห่างหาย..
ความรักพี่...ยังแนบแน่น...มิเสื่อมคลาย..
มิห่างหาย.....และหึงหวง....ห่วงได้เลย..
แม้หากน้อง....ไปพบใคร....ที่ดีกว่า....
พี่ไม่ว่า.......น้องสักคำ......พร่ำเฉลย...
ขอแค่เพียง...น้องปลอดภัย...น่ะทรามเชย
ไปได้เลย......พี่ไม่ห่วง.....แม้ลวงกัน
แต่วันใดน้องเหงาและเศร้าทุกข์
เมื่อความสุขเลือนหายกลายเป็นฝัน
ข
ทำไมนะ เมื่อเวลาฟ้าหม่นหมอง ใจเราต้องใฝ่ปองคนเคียงข้าง ทำไมหนอเมื่อหัวใจมันอ้างว้าง อยากจับใครมาจัดวางกลางดวงใจ ทำไมนะ เมื่อรักแล้วย่อมทุกข์ จะหาสุขใส่ใจบ้างได้หรือไม่ ทำไมถึง ต้องเลิกราเมื่อคราไกล อยู่ได้ไหม อย่าได้ไปเลยคนดี ทำไมนะ ยามห่วงใยใครคนนั้น จะต้องมี ซึ่งสักวันเขาหน่ายหนี ทำไมเรา ต้องตามใจเขาทุกที แล้วเขานี้ ไยมิเคยตามใจเรา ทำไมนะ เวลารัก ผักถึงหวาน พอนานนาน ผักยิ่งขม จมความเศร้า ทำไมหนอใจดวงนี้เป็นของเรา ยกให้เขา ไปทำไม ใครตอบที ..............
สิ้นเสียแล้วสายใจสายสวาท จำต้องพลาด...หักเหพังเพสิ้น จากไปแล้วหวังเราเฝ้าถวิล เป็นอาจิณ...เรื่องรักต้องหักพัง... ไร้แล้วใครคนนั้นฝันเคียงคู่ จิตหดสู่...จนหัวใจไร้ความหวัง ทุกอย่างเคยร่วมสร้างร้างเอวัง ไม่เป็นดั่ง...คาดหมายวาดไว้.... สายใจสายสวาทพี่ขาดแล้ว ตัวน้องแก้ว...ต้องหม่นทนอาลัย เมื่อพี่คนดีอยากร้างห่างไป หมดเยื่อใย...ในรักของสองเรา... ยังคอยวาดฝันยังคงมั่น มิไหวหวั่น...แม้ท้อต่อให้เหงา ฝันสักวันมีเธอเพื่อเป็นเงา แต่ต้องเศร้า...เมื่อต้องพลากจากลา... .
อยากจะได้เส้นตรงคงตามกฎ ไม่เลี้ยวลดเรียบร้อยน้อยปัญหา มองเครื่องมือที่วางข้างกายา เพื่อนำมาขีดเส้นเป็นแนวทาง ไม้บรรทัดเครื่องวัดสะดวกใช้ วางอยู่ใกล้ไว้ขีดทั้งตรงขวาง พลาสติดโปร่งใสไร้อำพราง แต่บอบบางหักได้ไม่ทานทน เห็นสายวัดจัดวางอยู่ข้างกล่อง สลับมองไปมาอยู่หลายหน จะเลือกใช้สิ่งใดให้ย้อนยล ตรึกตรองผลหลายทางอย่างชั่งใจ ไม้บรรทัดแตกเปรอะถูกเคาะหัก หากกำหนดกฎหลักขืนวิสัย ทั้งคุมเข้มเต็มอำนาจปราศอภัย เส้นตรงที่มีไซร้ไร้คนแล สายวัดนั้นผันกายได้หลายอย่าง หัวถึงหางอ่อนโยนโอนกระแส ขึงตรงได้คราวจำเป็นไม่อ่อนแอ ทำเส้นโค้งเพื่อแก้ขัดแย้งความ การใช้คนต้องรอบคอบอย่ามอบผิด อาจมีพิษย้อนใจให้เข็ดขาม แข็งกระด้างทุกหนคนประนาม ต้องมีความละมุนหนุนไมตรี รักษากฎทุกบทได้ตรงไซร้ เพราะรู้ใช้วาจาพาสุขศรี ชี้แจงด้วยเมตตาเอื้ออารี ผลจักมีสมหมายไร้ต้านทาน
จะมีค่าแค่ไหนใครกำหนด จะเริงรสกำหนดมั่นให้หวั่นไหว ความสำคัญมันอยู่ภายในใจ เป็นความนัยให้คิดพิจารณา เปรียบดอกไม้ในมือโจรผู้ใจโฉด เพลิงพิโรธเผาอารมณ์จมตัณหา มิสนใจสิ่งสวยงามตามธรรมดา สนแต่หาพาความสุขด้วยมัวเมา แม้ดอกไม้งานงดหมดจดบริสุทธิ์ ก็เยื้อยุดเหยียบย่ำให้อับเฉา มิถนอมรักษาไว้ในลำเนา ปล่อยให้เฉาเหงาตายวายชีวัน เมื่อสูญสิ้นถวิลหาค่าดอกไม้ สำนึกได้ในตัวตนทนโศกศัลย์ ยามที่อยู่ดูไม่เห็นเป็นค่านั้น ยามจากกันเมื่อมันสายเสียดายจริง อุทาหรณ์สอนผู้คนก็มากมาย น่าเสียดายทิ้งความหมายทั้งชายหญิง ความสำคัญมั่นรักษาโปรดอย่าทิ้ง ความแน่นิ่งแน่นอนใจไม่ยืนนาน ก่อนจะสายเกินไปใจเศร้าหมอง คิดตริตรองมองใจให้คิดอ่าน ค่าอันใดใจรักปักษ์ดวงมาลย์ อย่าปล่อยกาลให้ผ่านพ้นจนนานไป เพราะทุกสิ่งจริงแท้ถือแก่กฎ คอยกำหนดกฎแห่งโลกวิโยคไหว ก่อนเวลาพากายวายโลกไกล สงวนคำทำไมกันให้มันตรม
สายใยสายสวาท
สายใยพันนุ่มเนื้อเข้าเกื้อหนุน
เอื้อการุนอุ่นใจกระไรเหลือ
ลมหนาวซ่านกายเราที่เฝ้าเจือ
สุดจะเอื้อสิ่งหวังเมื่อครั้งครอง
นึกถึงเจ้าดวงจิตยังติดกรุ่น
ลมละมุนพลิ้วผ่านสุดซ่านสนอง
ตรองความคิดตรึกจำแสนลำพอง
เจ้าประคองรสรักยากหักลง
โอ้สวาทประหลาดนักมิยักแจ้ง
สู้มาแฝงผ่านหนาวที่เคล้าสรง
นี่มืดค่ำสนธยาใฝ่หาอนงค์
แต่ก็คงเหลือไว้ให้คร่ำครวญ
หอมกลิ่นรักการุนที่กรุ่นจิต
ยามหวนคิดยังช้ำเฝ้ากำสรวล
ดอกไม้ป่าระรวยด้วยคำชวน
พลิกทบทวนใยรักที่มักลา
สายใยเอยสายสวาทยังพาดเคล้า
ช่างรุมเร้าเมื่อหนาวยังเฝ้าหา
เยือกเย็นกายแต่ใจมิได้สุดา
สิ่งผ่านมาคงไว้สายใยพัน
บัดนี้หนอลมหนาวเมื่อเข้าแล้ว
ใจช่างแผ่วเพ้อหลงเพียงคงฝัน
มองหน้าหลังเหลือไว้คงให้งัน
ความซึ้งกันซ่านขึงยังตรึงใจ
เธออยู่ฟ้าข้าเป็นดินคงสิ้นแล้ว
ความเพริศแพร้วเหลือไว้คงได้สลาย
หนาวมิเปลี่ยนแต่ใยเหตุไฉนกลาย
สวาทคล้ายลมหนาวเฝ้าเคล้ากมล
หยิบเสว็จเตอร์เสื้อแดงที่แฝงฤทธิ์
โน้มน้าวจิตใฝ่คำนึงรำพึงสน
ดมเสื้อน้อยร้อยใจคล้ายมีตน
ฝากใจจนสู่ห้วงเข้าดวงวิญญาณ.
* แก้วประเสริฐ.*
เพียงใบไม้..คือใบไม้ ไม่มีความหมายอื่นใดซ่อนเร้น "คือสามัญ"เฉกเดียวกันที่ฉันเป็น เช่นที่ใครอาจมองเห็น...ด้วยดวงตา แม้งดงามยามประดับกับก้านกิ่ง ใช่เฉยนิ่งรอวันถมห่มแหล่งหล้า ยังคงฝากบางสิ่งไว้ในกาล-เวลา มอบคุณค่าอันยิ่งใหญ่ให้วารวัน หนึ่งใบไม้ร่วงหล่นลงพรมพื้น หวังหยิบยื่นแรงใจจุดไฟฝัน กระซิบแผ่วแว่วว่าอย่าจาบัลย์ คงสักวันแตกรากหน่อละอองาม อาจพลิกฟื้นคืนใหม่..ในไม่ช้า เร้นกอหญ้าแฝงกายใต้ไหน่หนาม เพียงวันพรุ่งยังคงมีฟ้าสีคราม ยอดอ่อนคงผลิงาม..อร่ามตา ฟังเถิด...ฟังเพลงใบไม้ไหว อย่ามัวทอดอาลัยร่ำไห้หา ฟังเถิดฟังเหล่าวิญญูผู้ผ่านมา หวิวหวิวหวีดแว่วว่า...อย่าท้อเลย ร้อยจำเรียงอักษรามาขับขาน บรรเลงเพลง..จากดวงมานมาเฉลย อาจสูงสุด..สู่สามัญอย่าพรั่นเลย ชีพใหม่เผยบานสะพรั่งทั้งแผ่นดิน
๏ พลิ้วลมหนาวเยือนมาอีกคราแล้ว หยาดน้ำค้างดั่งเก็จแก้ววับแววใส สายหมอกขาวครอบคลุมดั่งกุมใจ หนาวคราวนี้เทียบครั้งไหนก็คล้ายกัน เพียงเสื้อเก่าหม่นบางห่มร่างน้อย ทุกคืนคอยผิงไฟคลายโศกศัลย์ เห็นคนอื่นสวมผ้าใหม่ใส่ทุกวัน ส่วนตัวฉันเพียงผืนนี้เหมือนปีกลาย รอสายธารน้ำใจจากน้องพี่ แบ่งอุ่นไอไมตรีให้หนาวหาย แม้เพียงนิดผืนน้อยมิมากมาย คงอุ่นกายกว่าห่มฟ้าคราหนาวเยือน พลิ้วลมหนาวพัดมาอีกคราแล้ว คงมิแคล้วหนาวกายใครจักเหมือน ท่ามหมอกขาวน้ำค้างกลางดาวเดือน อย่าลืมเลือนน้องน้อยบนดอยเดิม๚ะ๛
ฟ้า บูรพา สวัสดีตัว ผม นี้เพิ่งหัดเขียน หัดเรียบเรียงบทความนี้ครั้งที่ เท่าไหร่ แต่ทุกคำทุกพยางค์ออกจากใจ อยากให้เธออ่านและนึกภาพตามไป...ลองอ่านดู จะเริ่มเรื่องมันต้องเกี่ยวกับความรัก กาลเวลา...ความรู้จัก...และนิสัย ทั้งอดีต...ปัจจุบัน...และก็ใจ ที่จะเล่าลำดับต่อไปให้อ่านกัน... มาเริ่มเรื่องตอนนั้นก็ยังเด็ก เป็นความรักเล็ก ๆ ไม่ยิ่งใหญ่ แต่...ความรู้สึกที่ให้เธอมันจริงใจ ก็คิดดูมันผ่านมาได้ไงตั้ง 7 ปี... เห็นหน้าเธอครั้งแรกก็จับจิต เธอน่ารัก...ตัวนิด ๆ ดูสดใส เธอแต่งหน้าประดับประดาใส่ชุดไทย ออกมาเดินนำเราไป...ทำไมน่ารักจัง พอจำได้เธอนั้นใส่สไบเขียว เธอน่ารักตัวนิดเดียว หน้าใส ๆ แลเรียบร้อยดูดีมีมรรยาทไทย แต่แล้วไงทุกวันนี้เป็นแบบนี้ เอย ฮิ ๆ เหตุเกิดจากวัน ๆ นั้นที่เราพบ มันเป็นวันที่พบของโรงเรียนทั้ง 2 สาขา 1 ไปเยี่ยมเยือนโรงเรียนรอง และแรกของที่ระลึกกันและกัน... ผมบอกได้ตอนนั้นอยู่ ป. 6 ไปเจอรักแรกพบไกลจังหนอ ไม่เป็นไรอีกไม่เท่าไหร่ตั้งตารอ คงได้พบเจอกันหนอรอต่อไป... หลังจากนั้นจากวันที่ผมพบ บ่ ประสบหน้าเธอครั้งที่ 2 ถึงยังไงจำเธอได้ไม่ลืมรอน ภาพเธอนั้นเป็นภาพหลอนอยู่ในใจ... พ