ให้คะแนนกลอน

น้ำตาลูกผู้ชาย

meenkynori

เข้าใจนะ เข้าใจ ว่าเธอเจ็บ
ไม่จำเป็น ต้องเก็บ มันเอาไว้
อยากจะร้อง ก็ร้อง มันออกไป
จะไปแคร์ อะไร ... กับคำว่าลูกผู้ชาย
เมื่อเขาทำ กับเธอ ขนาดนั้น
ไม่มาดู แลกัน ... เหมือนเธอไม่มีความหมาย
ในวันนี้ น้ำตา ลูกผู้ชาย
ก็คงไม่ ต้องอาย ... ถ้าจะไหลออกมา
ฉันจะอยู่ เป็นเพื่อน เธอตรงนี้
ทำให้เธอ รู้สึกดี และมีค่า
แม้เขาไม่ เห็นเธอ ในสายตา
แต่ผู้หญิง ตรงหน้า ... ก็ยังเห็นค่าของเธอ

เพื่อน..กำลังใจที่ดีที่สุด

Knightbaron

เพื่อน...คำนี้มีความหมาย
เพื่อน...คำนี้มีคุณมากมายหลายสถาน
เพื่อน...เป็นได้หลายสิ่งหลายประการ
เพื่อน...เป็นธนาคาร เป็นยารักษาใจ
คือ...มิตรจริง มิตรแท้ เคียงคู่กาย
คือ...สหาย เพื่อนตาย ไม่ว่าที่ไหน
คือ...ที่พึ่ง เคียงข้าง ดั่งร่มไทร
คือ...อะไรอะไร ที่เคียงข้างเราตลอดมา
กำลังใจ...สิ่งสำคัญ มาจากเพื่อน
กำลังใจ...ไม่เคยเลือน เมื่อเรียกหา
กำลังใจ...อยู่ข้างเรา เสมอมา
กำลังใจ...ช่วยฟันฝ่า สู่เส้นชัย

สิ่งที่เดินทางมาพร้อมลมหนาว

moji_kawa

 ความเหว่ว้า...เดินทางมาพร้อมลมหนาว
ฟ้าสกาวมีดาวน้อย และดาวใหญ่
สายฝนพัดน้ำหลั่งทั่งหัวใจ
น้ำตาไหล ลงหลั่งอย่างพรั่งพรู
     ชำระล้างหัวใจ...ใสสะอาด
แล้วนำเอาชายหาดเข้าขัดถู
ขัดให้ออกไปจากใจไร้เธออยู่
ไม่รับรู้ เรื่องราวนั้นของใคร
     น้ำค้างพราว อยู่ส่วนใดของในโลก
คงมิอาจเศร้าโศก เทียบฉันได้
เจ็บปวดร้าวเจียนยิ่งหัวใจไหม้
มองอาทิตย์คราใดใจร้อนรน
     ปวดรวดร้าวที่รักเธอมากกว่า
เธอเพียงเห็นคุณค่าแค่เศษผง
เจ็บพอแล้วหรือยัง ???  ใจวุ่นวน
กลับเถอะนะ...คนสู่คนเห็นค่าเรา

วสันต์สั่งพสุธา

tiki

วสันต์สั่งพสุธา
โคลงสี่สุภาพ
      เริงระบัดทุกยอดไม้.........เริงไสว
เขียวหมากกาบเริงใจ............พร่างพื้น
เมทนีดลฤทัย.......................เมษย่าง...ร้อนฤๅ
เบิกเย็นฉ่ำทั่วฟื้น..................สั่งฟ้าดินหนาว
กลางหมู่ไม้
       ใบเขียวชรอุ่มน้ำ.............ฝนเท
เขียวสะพรั่งเซียวเซ...............หากร้อน
เย็นทั่วนภางค์เม...................ทนิ...ฟื้นแล
เปล่งปลั่งเขียวใบฟ้อน...........ฟ่องฟ้าคราฝน
     ใจเย็นงาม
     กลางไม้เมียงเบี่ยงต้น.......เรียงราย
ฝนหลั่งพรั่งพรูพราย............สั่งฟ้า
เวลาผ่านนานหลาย................โมงอยู่..เย็นแล
ชื่นฉ่ำชลสั่งหล้า....................สั่งแล้วเย็นใจ
   ท่ามกลางบรรยากาศหมู่มะม่วง ..แลพฤกษานานับต้น
ร่มคริ้มที่ร้อนอบอ้าวในเรือนราวเตาอบมาหลายวัน
หลายคืน...บัดนี้ ฟ้าสั่งฝนเทลงมารับร้อน
   ขอบคุณ...
ขอบคุณ..
และขอบคุณ...
     ฟากฟ้าไทย..ชาวนาชาวไร่จะได้มีน้ำฉ่ำชื่นกันเสียที
ยินดี และ ยินดี ขอให้ทุกที่ได้รองรับน้ำฝนเพื่อแบ่งปัน
กันถ้วนทั่ว
ทิกิ_tikiจารบนเรือนกลางหมู่ไม้..สวน..นนท์
๑๐:๑๕ นาฬิกา เช้าพระจันทร์ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๘
วันเย็นชุ่มชื่นใจ

หรีดรัก

ชีวินมธุรา

 ใบหน้านวล  ซีดขาว  ราวกระดาษ
เคยผุดผาด  ตากลม  งามคมขำ
แฝงรอยยิ้ม  ร่าเริง  เป็นประจำ
กลับดูช้ำ  ว่างเปล่า  เศร้าอาดูร
ภาพอดีต  ปรากฏ  ห้วงความคิด
เสียงร้องหวีด  กรีดร้อง  วิ่งกันวุ่น
ชายหนึ่งนอน  ท่ามกลางคน  ชุลมุน
ทั่วกายขุ่น  ข้นเลือด  ไหลมากมาย
อนงค์นาง  ผวากอด  ร่างนอนนั้น
น้ำตากลั่น  ดั่งน้ำ  หยาดเป็นสาย
แม้จะมี  คนจ้องมอง  หาใส่ใจ
คงหวลไห้  ไขว่าคว้ามา  แนบอกนาง
มิช้านาน  ร่างสั่น  มาดับดิ้น
คำสุดท้าย  ได้ยิน  สุดหมองหมาง
ฉันรักเธอ  เสมอไป  มิคลายจาง
แล้วร่วงพลาง  แน่นิ่ง  สิ้นหายใจ
หยดน้ำตา  ค่อยค่อยหยาด  รดรินร่วง
ในอกกลวง  วังเวง  แห้งเหือดหาย
นับแต่นี้  ต่อกาล  นานเท่าใด
แห่งหทัย  อย่าได้หมาย  มีใครครอง
พวงหรีดดำ  แสนงาม  คำนับศพ
ตั้งจิตพบ  คู่เชย  ร่วมสู่สอง
ถึงชาตินี้  ห่างกัน  ไม่สมปอง
ชาติหน้าคล้อง  ดวงใจ  ทั้งสองรา
ขอวิญญาณ  คนรัก  สู่แดนสรวง
อย่าเป็นห่วง  พุ่มพวง  เลยเชียวหนา
จักซื่อสัตย์  ยึดมั่น  ในสัจจา
กาลเวลา  ผ่านไป  ใจมั่นคง
ถึงจะมี  ชายอื่นใด  ใคร่ปกป้อง
หวังสู่ห้อง  คู่ใจ  ใช่ใหลหลง
เธอผู้เดียว  เท่านั้น  เจตน์จำนง
ตั้งดำรง  เนาว์แนบชิด  สนิทนาน
หฤทัย ขอปิด ม

คืนและวัน

บ้านวรรณกรรมคนตัวเล็ก

นึกถึงวันก่อนเก่าเรื่องราวผ่าน 
เพียงรอบกาลหนึ่งปีมีแตกต่าง 
แต่อย่างหนึ่งซึ้งใจไม่จืดจาง 
ในระหว่างคืนวันฉันห่วงเธอ 
หนึ่งปีผ่านกาลล่วงอีกช่วงแล้ว 
เดินตามแนววิถีดีเสมอ 
สุขหรือทุกข์รุกเร้าเราอย่าเพ้อ 
หลงละเมอรู้ยั้งยังพอทัน 
ยากจะหาใครดีที่ในโลก 
ต่างทุกข์โศกเดือดร้อนยากผ่อนผัน 
ยากจะหาใครพร้อมยอมฝ่าฟัน 
ร่วมมือกันคิดต่อยามท้อใจ 
สู้เถิดนะถ้าท้อก็หยุดพัก 
ประคองหลักมุ่งมั่นแม้หวั่นไหว 
คืนและวันผ่านพ้นอดทนไป 
เช้าวันใหม่ก้าวต่อพอมีแรง 
............................. 
บ้านวรรณกรรมคนตัวเล็ก 
๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๐

บอกลากันหน่อย

วงศ์ตะวัน


อยากได้ยินคำลาออกจากปาก
ไม่ใช่เงียบหายเหมือนตายจากอย่างวันนี้
ฉันทำผิดอะไร...บอกได้ไหม...ให้รู้สักที
การแยกทางของเราครั้งนี้...เพราะอะไร
อยากให้เธอเดินมาบอกกันตรง-ตรง
ว่าตกลงเราจะเลิกรักกันแล้วใช่ไหม
อย่ากลัวว่าฉัน...จะรู้สึกเสียใจ
เพราะการเงียบหายไป...............
..............ก็ไม่ได้ช่วยอะไร...เหมือนกัน

จดหมาย ภาพวาดสีน้ำ

ใสซื่อบริสุทธิ์จ้า

 จดหมายเก่าๆ กับรูปวาดสีน้ำข้างฝา
             ทุกครั้งหยิบขึ้นมา ต้องคิดเสมอว่าเธออยู่ที่ไหน
     นานแล้วนะ ไม่พบกัน เธอยังรักฉัน หรือรักใคร
ยังจำได้ไหม ถึงการใช้หัวใจร่วมกัน
   สีน้ำตรงนี้ที่เธอวาด ข้อความนี้ในจดหมาย
มองดูทุกครั้ง ความทรงจำมากมายอยู่ในนั้น
      ฉันจับกระดาษเปล่า ระบายความเหงาแทนสีทุกวัน
              จับดินสอเขียนอักษรน้ำตาจากฉัน... อย่างไม่เข้าใจ
      จดหมายขาดๆ สีน้ำจางๆ
          กับความจริงบางอย่าง ที่รู้แต่รับไม่ได้
คนขึ้เหงา คนขาดความรักอย่างฉัน  จะอยู่ยังไง
เมื่อการใช้ความทรงจำเก่าๆ ยังเติมไม่ได้
จะใช้ชีวิตที่ขาดยังไง.....ให้เต็ม

1 - 9 ของเรา

นักเขียนพิการ


หนึ่งดวงใจให้เธอเธอที่รัก
มอบประจักษ์จากใจให้แน่แน่ว
ใจดวงนี้ให้เธอไปไม่คลายแคลว
รักแน่แน่วคนนี้ไม่มีลืม
สองสองใจให้กันก็พลันรู้
ประจักษ์อยู่ในใจไม่ได้ฝืน
รักรักเดียวเกี่ยวก้อยร้อยวันคืน
จะยั่งยืนรักหมายได้ดั่งปอง
สามประสานความคิดลิขิตมั่น
กับเธอฉันก้าวไปไม่บกพร่อง
ฉันรักเธอเธอรักฉันมั่นดั่งปอง
ไม่บกพร่องรักเธอที่เฝ้ารอ
สี่เป็นจัตุรักที่ให้ไว้
รักในใจมั่นให้ไม่ได้ขอ
เธอคนเดียวคนนี้ที่เฝ้ารอ
ไม่เคยท้อกลับกลายย้ายรักเธอ
ห้าเหมือนวันที่รักไม่เคยห่าง
แม้อ้างว้างทางไกลใจเสมอ
แม้ห่างหายห้าวันฉันมีเธอ
รักไม่เก้อรักเดียวเกี่ยวในใจ
หกวันจากพรากไปใจยังคิด
หวนพินิจรักนี้ไม่ไปไหน
หกวันห่างห่วงหายังอาลัย
แม้จากไกลใจห่วงทั้งดวงมาร
(ปล. มีต่อครับ.........)

สุพัตรา คลี่ขจาย

โอ๋ ศิษย์นันท์คนเขียนโคลงกลอน

สิ้นสูญสูรย์เสียดฟ้า...................เรืองรอง
พุทธิพจน์ลบอง.........................เด่นชี้
เกิดแก่เจ็บตายครอง................สังขาร
กาลมธุกรรมประกาศนี้..............ก็ด้วยอาลัย
"สุพัตรา คลี่ขจาย"แก้ว.............นารี
ทัวแคว้นแดนคดี.....................ช่วยได้
ทุกข์ยากหากไมตรี....................หยิบยื่น
ร้อนเริงดับเพลิงไซร้.................ด้วยน้ำกมล
กรรมการณ์ใดใคร่กอปรแล้ว....สุจินต์
ประกาศเกียรติเกริกระบิน........นุข้า
เทเวศน์แดนใดยิน...................ขานขับ
จุ่งอนุโมทนากล้า........................แกร่งด้วยกุศล
ขอสถิตย์เสถียรภพ.....................พิมาน
เริงสฤฎษดิ์สำราญ......................แผ่นฟ้า
พันฉนำอนุมาณ..........................กาลกัปป์
อุทกอุทิศของข้า...........................สิทธ์ด้วย สาธุการ
๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๘
ด้วยรักและอาลัย

โต๋เต๋

ฟ้าจางๆ

ชีวิต20ปีที่มีมา
ไม่มีใครดูแลเลยสักที
อยามีคนที่ดีๆ
มาช่วยชี้แนะแนวทาง
ฉันเคยเดิมหลงทางผิด
ไม่มีเพื่อนคู่คิดคอยยับยั้ง
ไม่คนคอยเป็นพลัง
ไม่มีหวังไม่แม้กำลังใจ
แวะซ้ายแวะขวามาเรื่อยเรื่อย
เดินเรื่อยเปื่อยอยู่คนเดียวตามถนน
มีไหมใครว่างและอดทน
สอนคน คนนี้ มีแนวทาง

...ให้กี่เปอร์เซนต์ดีหนอ...

พิมญดา


คำพูดคนเหมือนลมที่พัดผ่าน
คำพูดหวานผ่านหูไม่รู้หาย
คำพูดคนเวียนวนจนตาลาย
คำพูดชายไม่เชื่อหนอขอเปอร์เซนต์
คำที่ฝากบอกรักฉันนั้นเท่าฟ้า
คำที่ว่าคิดถึงฉันเฝ้าฝันเห็น
คำที่บอกออกจากใจใช่ยากเย็น
ถ้าเปรียบเป็นเช่นเปอร์เซนต์เท่าไหร่พอ
ไม่เห็นหน้าก็ขอแค่หลังคาบ้าน
คำพูดหว่านออกมาพาสุขหนอ
หากหญิงเชื่อลมปากชายคอยพนอ
น้ำตาคลอใครช่วยซับรับแก้มนวล
คำพูดคนพูดให้ดีมีสติ
หากตำหนิภายหลังชิงชังหวน
เสียภาพพจน์เพราะวาจาพาเรรวน
คนจะด่วนดูแคลนแสนอับอาย......
                                          

อยู่ตรงนี้เสมอ..

นลิสร


เพราะเราต่างมีภาระและหน้าที่
ความผูกพันที่มีจึงห่างเหิน
อยากจะพบสบหน้าเธอเหลือเกิน
อยากจะเดินอยู่ร่วมทางไม่ห่างไกล
ส่งข้อความสื่อรักเป็นอักษร
คิดถึงและอาทร ใจอ่อนไหว
โทรไปหาพูดคุยด้วยความห่วงใย
และคอยส่งกำลังใจ...ให้แด่เธอ
แม้นจะยืนอยู่ตรงนี้หรือตรงไหน
แต่ก็หมั่นเติมใจให้เสมอ
นานแค่ไหนใจยังอยู่คู่กับเธอ
ยังไม่เผลอไปหนใดให้สัญญา

.. ลมหายใจชาวนา ..

วิจิตร ภู่เงิน

ฤดูฟ้าทะมึนคลึ้มมืดมน
ลมพัดฝนเมฆดำบังจันทรา
โอ้แสงดาวแสงนวลดาริกา
บนฟากฟ้าถามหาแสงสว่าง
นกหลงคอนถลาบินหลงฟ้า
กลางผืนนาแลมองบ่เห็นทาง
เรไรร้องระงมดั่งทุ่งร้าง
ดูกองฟางร่ำไห้หาฝูงควาย
ฝนกระหน่ำเทลงไม่ปราณี
ผืนแผ่นธรณีกลายเป็นห้วย
ข้าวในนาที่เคยเขียวสดสวย
กลับต้องม้วยเน่าไปในดินโคลน
ฝูงปลาร่าเริงได้ตามวิสัย
มดแดงไฟอาศัยจอมดินโพน
ให้ฤดูน้ำหลากเพียงผ่านพ้น
จะลงโพนทำรังตามคันนา
ฝนฟ้าโหมกระหน่ำดั่งกลั่นแกล้ง
ในหน้าฤดูแล้ง  แล้งหนักหนา
จะปลูกอะไรก็แห้งทันตา
มาถึงหน้านี้ยิ่งซ้ำระบม
โปรดแถนเจ้าดูแลน้ำฟ้าช่วย
ให้ฝูงวัวควายอิ่มพอสุขสม
น้ำท่วมนาข้าวจ้าวข้าวเหนียวจม
ชาวนาตรมเกี่ยวเก็บไม่พอกิน
น้ำท่วมฟ้าทะมึนคลึ้มมืดมน
ชาวนาจนหนทางในผืนดิน
บ่มีแสงดาวส่องธรณินทร์
ชีวิตสิ้นล้มลง.......ในบัดดล

๏ จดหมายจากผู้ดูแลระบบ

อัลมิตรา

 
๏ รับอีเมล์มากมายหมายสมัคร
เชิญสหายเลือกรักทึกทักหา
แบบหล่อล่ำแข็งแกร่งตามแจ้งมา
ปราศภรรยาและลูกซึ่งผูกพัน
นิสัยดีอบอุ่นละมุนละไม
อยู่เชียงใหม่บ้านป่าพนาสัณฑ์
นิคเนมเขาคือ “ตู่” รู้จักกัน
อารมณ์ขันชาวเหนือล้นเหลือเฟือ
รายที่สองเล็งผลใช่คนไกล
จอมลีลาขาใหญ่ใคร่ชวนเชื่อ
เขาชื่อ “ฤกษ์” นักบุญชอบจุนเจือ
คิดดองเครือเป็นสนมอาจสมใจ
รายที่สามรูปหล่อแถมพ่อรวย
วางแผนช่วยเพื่อนสนิทหวังชิดใกล้
หนุ่มฉลาดมาดแมน “แทนคุณแทนไท”
เสี่ยงมาลัยเถิดหนอเรารอลุ้น
แต่อยากถามสหายกุ้งจอมยุ่งเหยิง
เหตุใดเพิ่งหวั่นไหวใจว้าวุ่น
อยู่เป็นโสดนมนานจนคานพรุน
น่าจะคุ้นหวงแหนหาแฟนไย  ?
ผลัก “ลุงแก้ว” จอมเพ้อเสนอหน้า
เผื่อคุณกุ้งปรารถนาหวังอาศัย
คงสมหวังสมมาตรปราศพลั้งใด
ลุงตามใจทุกสิ่งมิ่งบังอร
แต่ถ้าหากอยากแปลกคบแตกต่าง
ต้อง “หมอกจาง”แม้เพียงร่วมเคียงหมอน
มากนิทานเรื่องราวเล่าก่อนนอน
หวานบทกลอนกล่อมขวัญเพื่อฝันดี
ฤๅ จะเป็นหนุ่มน้อยนาม  “นัทนิตย์” 
อาจรับสิทธิ์เข้าคลุกพบสุขขี
ประทับจูบ ณ เปลือกตายามราตรี
โรแมนติคชนิดที่ไร้เทียมทาน
หรืออยากจะลือลั่นสนั่นทุ่ง
ดั่งฉลองกรุงเกรียวกราวข่าวสนาน
ดัก “ปีกฟ้า” รวบรัดเร่งจัดการ
เจ้า

อยากเป็น ยาม ^__^

ทะเลรัก


       ตัวฉันนั้น ฝันใฝ่ อยากเป็นยาม
ใครใครถาม ก็ไม่สน เรื่องของฉัน
ฉันเป็นยาม ตามใจฉัน อยู่ทุกวัน
ทั้งยามนั้น ยามไหน อยู่ร่ำไป
แม้ยามเหงา ฉันมีเธอ คอยเคียงข้าง
ยามอ้างว้าง ยังมีเธอ อยู่เคียงใกล้
ยามเดียวดาย ยังมีเธอ ในหัวใจ
ยามสดใส เพราะมีเธอ มารักกัน
ยามคิดถึง มีเธอนั้น เป็นแรงใจ
ยามรักใคร่ มีเธอนั้น ร่วมสร้างฝัน
ยามท้อแท้ มีเธอนั้น ดูแลกัน
ยามเสียใจ มีเธอนั้น คอยปลอบใจ
หากยามนี้ ไม่มีเธอ อยู่เคียงข้าง
ยามอ้างว้าง จะมีใคร อยู่เคียงใกล้
แม้ยามเศร้า ยามดีใจ ยามร้องไห้
จะยามนี้ หรือยามไหน ยามใดใดก็รักเธอ

แก้มตอบ..

คืนแรมสามค่ำหน้าร้อน

เล่นคำ "แก้มตอบ" จึงสร้างเรื่องขึ้น เป็นฉากภาพ ชายหญิงกระหนุงกระหนิงกัน ฝ่ายหญิงติดจะผอมสักหน่อย 
เป็นกลอนที่เขียนจากความคิดของตัวละครฝ่ายหญิงนะครับ
---------
  ..ว่าเขาผอมก็ไม่ต้อง มองคนผอม
จะไม่ยอมให้ล้อเลียน เอียนหนักหนา
มองหน้าแล้วยักคิ้วทำหลิ่วตา
แล้วยังมาแซวอ้อมแอ้ม ..แก้มตอบโซ
  ฉันหน้าผอมไม่เข้าตา ก็หน้าฉัน
มาแซวอยู่ได้นั่น น่าโมโห
เวียนก้อร้อก้อติกใส่ ใจพองโต
แถม โอ้โห.. ขอหอมเรา เอาไงดี..
  ดูจมูกเธอซุกซนนัก ..คนบ้า
ยังมีหน้าถามว่าโกรธ มีโทษไหม
เกรงยิ่งตอบคำถาม ยิ่งย่ามใจ
ที่จะใช้ "แก้มตอบ" ว่าชอบเธอ

แค่เป็นเธอ

saori

วันใดที่หัวใจมันสับสน
ขอแค่มีเธอสักคนจะได้ไหม
อยู่ใกล้ ใกล้ให้ความรัก อบอุ่นใจ
คอยให้คำปรึกษาและแนะนำ
แม้ไม่มีคนอื่นให้อยู่ไกล้
ก็ไม่เห็นเป็นอะไร ใช่จะช้ำ
ขอแค่เธอคนเดียว เสี้ยวความจำ
เมื่อฉันช้ำ คนชักนำขอเป็นเธอ

๏ จดหมายเปิดผนึกถึงปีกฟ้า

อัลมิตรา

๏ ร่างจดหมายฉบับหนึ่งถึงปีกฟ้า
อัลมิตรามีเรื่องแจ้งแถลงไข
ที่เคยสุขสโมสรบ้านกลอนไทย
เดี๋ยวนี้ไม่สุขแล้ววี่แววลาง
ด้วยไร้ความสามารถปราศปัญญา
แถมปัญหามากจนคนเริ่มหมาง
 เชิญปีกฟ้ากำหนด"ปลดระวาง"
หน้าที่ว่างรับคนใหม่ไปดูแล  
ขอเป็นเพียง "อัลมิตรา สมาชิก"
เรื่องจุกจิกกวนใจไม่อยากแส่
วอนปีกฟ้าปลดไปอย่าได้แคร์
อยากเป็นแค่ธรรมดาสิทธิ์สามัญ
สวนแห่งวรรณศิลป์ ณ ถิ่นนี้
เคยเปรมปรีด์กวีกล้าตามหาฝัน
กลับเกลื่อนผรุสวาจาปรามาสกัน
ถ้อยรังสรรค์เสื่อมสลายในพริบตา
อันสวนสมสวนสวยด้วยสิ่งฝัน
หากกระนั้นผู้พิทักษ์และรักษา
ย่อมต้องรับผิดชอบตอบเจตนา
คือที่มาของจดหมายที่ร่ายเรียง ๚ะ๛
>