ให้คะแนนกลอน

..เป็นอะไร..

เฌอมาลย์


อะพิโธ่อะพิถังกาละมังถังแตก
หนี้สินแบกเต็มบ่าระอาหนอ
ทั้งอิออนเฟิสช้อยส์เข้าคิวรอ
ต่างหน้าเง้าหน้างอพอพอกัน
ทั้งน้ำอาบน้ำนมล้วนขมขื่น
ไม่สดชื่นชีวาพาโศกศัลย์
อีกน้ำเมาน้ำแร่แลน้ำมัน
ต่างห้ำหั่นแก่งแย่งแซงราคา
ข้าวสารข้าวสุกและข้าวต้ม
อีกขนมนมเนยขึ้นถ้วนหน้า
ค่าไฟค่าเทอมค่าประปา
ต่างดาหน้าแพงโลดโหดเหลือใจ
รถที่มีเข้าไฟแนนซ์แสนชีช้ำ
ทองจำนำบ้านจำนองสิ้นผ่องใส
อยากปลดหนี้ปลดสินเพื่อเป็นไท
จะชาติไหนผ่อนหมดรันทดจริง
กี่รัฐบาลรัฐบวมอ่วมเหมือนเก่า
ยิ่งกว่าละครน้ำเน่าผีเข้าสิง
นโยบวม นโยบายร่ายระวิง
แท้กลอกกลิ้ง..ว่ากินดีและอยู่ดี
อะพิโธ่อะพิถังกาละมังถังแตก
ทั้งปลาร้าปลาแดกจงสุขี
เลือกผู้ทนผู้แทนอีกแสนปี
จะเจอไหมคนที่ดีที่ใช่เลย

เป็นเอามาก

แมงกุ๊ดจี่


พอสบตาหวั่นไหวพาใจเผลอ
อยากเสนอตัวให้ซบไออุ่น
เบียดอยู่ในวงแขนแสนละมุน
ขอเป็นคุณ...คนหล่อไม่พ้อเลย...
พาควงแขนเกี่ยวเอวบางเที่ยวห้างหรู
ช่วยพาหนูช้อปแบรนด์แมนเปิดเผย
ซื้อเสื้อผ้ายี่ห้อดังเหมือนดั่งเคย
แล้วลงเอยที่...ร้านข้าวเจ้าประจำ...อิอิ
กราบขอบคุณที่ช่วยนะคะป๋า
ทั้งทุนการศึกษา ม.รามของงามขำ
อีกวิทยานิพนธ์เรื่องใหญ่ยังไม่ทำ
วอนป๋านำเงินฝากมากกว่าเดิม...คริ ๆ

เป็นห่วง

ก้าวที่...กล้า


อย่าเป็นเลยนายก
วันวันงันงกในงานงอก
กำหนดการนี่นั่นวันวันออก
ทำให้พอกพูนล้าชีวาเอย
อย่าเป็นเลยนายก
ต้องตระหนกเสียขวัญวันวันเอ๋ย
เดี๋ยวก็ม๊อบเดี๋ยวก่อม๊อบมามอบเชย
ให้แก้ไขก่ายเกยอยู่ก่ายกอง
อย่าเป็นเลยนายก
ต้องวิตกอกใจพานไหม้หมอง
ปัญหาคนพลพรรคปักหลักปอง
ปัญหาราษฎร์ป่าวร้องปากท้องรัว
อย่าเป็นเลยนายก
วันวันพกปัญหาให้ปวดหัว
กี่นายกแล้วนั่นที่พันพัว
แก่ก่อนวัยกันทั่วไม่กลัวหรือ?

ศิลปิน...

คีตากะ


เธอผู้เป็นดั่งศิลปิน...
ผู้ยลยินถ้อยธรรมลำนำขาน
ฟังเสียงฟ้าและดินด้วยวิญญาณ
ร่วมผสานกายและจิตประสิทธิ์พร
เธอผู้รักในศิลปะ...
อันอิสระเสรีชี้คำสอน
เดินตามรอยอริยะอลงกรณ์
มีอาทรสรรพสิ่งมิ่งไมตรี
เธอผู้ชื่นชมดุริยศิลป์...
เรียงร้อยจินตนาการผ่านวิถี
ด้วยดวงมานเปี่ยมล้นเสียงดนตรี
จากสรวงศรีสู่จิตพิศดาร
เธอผู้นิยมศิลปศาสตร์...
ผจงวาดความงามล้ำสืบสาน
ร้อยอักษรด้วยศิลป์จินตนาการ
ร่วมจดจารถ้อยธรรมล้ำโลกา
เธอผู้เปี่ยมด้วยความรัก...
พลีใจภักดิ์ซื่อตรงมั่นคงหนา
เธอย่อมเป็นที่รักปักวิญญาณ์
เปรียบแก้วตาดวงใจไปชั่วกัลป์

"เงื่อนงำ"

แมงกุ๊ดจี่


ทุกถ้อยกล่าวราวกล่อมสู่อ้อมกอด
น้ำคำพรอด...อ่อนหวานผสานเสียง
เชื่อถือมั่น...นัยคำสื่อสำเนียง
พร้อมจักเคียงมอบหวังพลังใจ...
 
ศรัทธาในชาติภพประสพพักตร์
ตรึงจำหลักคล้องขวัญคงมั่นไว้
ยอมมีรัก...ทุกข์ทนแม้หม่นไหม้
แม้นร้างไร้อนาคตกำหนดวาง...
 
เกิดรักซ้อนซ่อนเงื่อนมาเคลื่อนคล้อง
ถูกจำจอง...ไร้สุข-ทุกข์มิสร่าง
หมายคือ "รัก" สุดท้ายที่ปลายทาง
แต่เปล่าว่าง...ทางตันสุดครรลอง
 
เป็นโทษทัณฑ์ทำไว้แต่ใดหนอ ?
หรือร่วมก่อกรรมเก่าเราทั้งสอง
ผูกปมเงื่อนบ่วงกรรมแล้วจำจอง
ผลสนองรักขมทุกข์ตรมทรวง...
 
หลบซ่อนช้ำข่มเศร้าในเงาหม่น
น้ำตาหล่นเกินกลั้นยามขวัญหวง
รักร่วมสร้างร้างลา...สิ้นค่าปวง
เหลือรอยบ่วงพ่วงทัณฑ์สุดบรรเทา...
 
มาให้รักแล้วลิดรอนอาวรณ์นัก
สุดจะหักสุดจะห้ามข่มความเหงา
หรือสิ้นแล้วหนทางระหว่างเรา
เหลือเพียงเงาเคล้าร่างตราบวางวาย...

เล่นสาวลงข่วง

ละไมฝน

...........................
ค่ำคืนเดือนนวลหนาว
มวลหมู่สาวลงเข็นฝ้าย
ประแป้งหอมกรุ่นกาย
ล้อมรอบวงก่อกองไฟ
.......................
คอยหนุ่มมาจำนรรจ์
แต้มเติมฝันอันสดใส
เป่าแคนมาแต่ไกล
แว่วหวานซึ้งตรึงใจนาง
........................
ทำนองลมพัดพร้าว
กระชั้นยาวอยู่มิห่าง
ลายแคนลอบชมปราง
ดอมแก้มใสผ่องผิวนวล
..................
ดื่นดึกโต้ผญา  
คำคมค่าน่าสงวน
ร้อยคำมามอบมวล
วาทะศิลป์ร่วมร้อยเรียง
....................
น้ำค้างลอบพรมจันทร์
แว่วไก่ขันกระชั้นเสียง
ดาวคำต่ำตกเคียง
ขอบฟ้าดายเพลินชมเงา
....................
กองฟืนมอดดับแสง
ไฟราแรงไออุ่นเหงา
คืนวายลมบางเบา
หมู่หนุ่มสาวเนานิทรา...
...............
ละไมฝน

My Love

Forevermore

To hold you in my arms
To promise you my love
To tell you from the heart
You're all I'm thinking of
 
เพื่อ...โอบกอดคุณไว้ในอ้อมแขน
เพื่อ....หวงแหนสัญญารักของฉัน
เพื่อ....เอื้อนเอ่ยจากหัวใจมากำนัล
เพราะ...คิดถึงทุกอย่างนั้นที่......เป็นคุณ 
I'm reaching for a love seem so far
ฉันอาจเอื้อมไขว่คว้าความรักที่ดูเหมือนจะไกลเกินไป.........

โรคเวรโรคกรรม

ฤกษ์ ชัยพฤกษ์

อยากจะสวยช่วยหน่อยคุณหมอจ๋า
ค่าใช้จ่ายคิดมาสู้ไม่อั้น
ขอให้ทำดั้งจมูกให้เป็นสัน
อนาคตจะหันเป็นดารา
ศัลยกรรมทำจมูกมีทุกแห่ง
ต่างขันแข่งขยายหลายสาขา
ล้วนแต่หมอฝีมือที่ลือชา
ต่างเริงร่ารับเงินกันเพลินไป
นักกีฬาทำจมูกถูกเคราะห์ร้าย
อัมพาตใกล้ตายเป็นข่าวใหญ่
สองสามปีไม่มีใครว่าไง
แพทยสภาร้อนใจแถลงการณ์
มันมิใช่ความผิดหมอจมูก
คนไข้ถูกเชื้อเริมเริ่มรุกผลาญ
เข้าสมองมองเห็นเป็นมานาน
ติดจากบ้านก่อนถึงหมอขอชื้แจง
คงเป็นเวรเป็นกรรมแต่ปางก่อน
หมอทำถูกขั้นตอนมิได้แกล้ง
สงสารน้องเสียเงินไปแดงแดง
ต้องมานอนแอ้งแม้งอยู่เดียวดาย..

คำคม 71 มือที่มองไม่เห็น

หนังสือ

มือที่มองไม่เห็น.. ควรเป็นมือที่สร้างสรรค์
----------------------
ใครกันหรือ คือมือ ที่ซ่อนเร้น..?
มือที่มอง ไม่เห็น คือคนไหน..?
ถ้าอยากได้ ความรัก จากคนไทย
โปรดทำตาม เสียงส่วนใหญ่ ประชาชน
----------------------
เลือกเถิดว่าจะให้คนส่วนใหญ่รัก หรือเกลียดชัง
---------------------------------------------
ขอปิดท้ายด้วยสำนวนไทย เพื่อมิให้ถูกลืมเลือน
สำนวนไทย : คลุมถุงชน
หมายถึง : ผู้ใหญ่จัดหาคนที่เราไม่ได้เลือกมาให้
---------------------------------------------

สุขทุกข์ก็สู้ไป

คุณชาย ซาโรโตะ

สุขหรือทุกข์.....อยู่ที่ใจ.....จะไขว่คว้า
เก็บเอามา.....ใส่ตัว.....เป็นสีสัน
วันนี้ทุกข์.......พรุ่งนี้สุข.....ปะปนกัน
สลับวัน......ทุกข์สุข.......สนุกใจ
ร้องไห้บ้าง........หัวเราะได้......ให้คลายเหงา
ลืมเรื่องเศร้า......เคล้าน้ำตา.....หยดน้ำใส
ปาดน้ำตา......ลุกขึ้นมา......ล่าต่อไป
ความฝันใหม่.....จะใกล้ไกล.....ต้องไปลอง

น้อยก็หนึ่ง..........

โอ้ละหนอ

น้อยก็หนึ่ง........ซึ่งหัวใจนี้ได้รับ
เป็นสุขกับสิ่งนี้ที่ได้เห็น
ซึ้งยิ่งนักกับสิ่งนี้ที่ได้เป็น
ไม่วายเว้นเช่นนี้ทุกวี่วัน............
    รู้ไหมเอ่ยสิ่งนี้คือสิ่งไหน
หากเอ่ยเอื้อนออกไปให้ใจหวั่น
เพราะถ้าหากเธอไม่เข้าใจมัน
อันตัวฉันนั้นกระดากลำบากใจ..........
     แต่ก็อยากให้เธอรู้อยู่ดีแหละ
จะได้แวะมาทักทายอยู่ใกล้ใกล้
หญิงชราว้าเหว่เร่หัวใจ
ร่อนเร่ไปในโลกของออนไลน์.........
      ตื่นขึ้นมาก็แวะมาหานิดหนึ่ง
มาถึงครึ่งค่อนวันก็มั่นหมาย
พอตะวันบ่ายคล้อยก็คอยกราย
ดึกดื่นรายนอนไม่หลับก็กลับมา.........
       น้อยก็หนึ่ง.......ซึ่งหัวใจได้ชื่นชุ่ม
นั่งหลบมุมเงียบเงียบเลียบเคียงหา
แอบอ่านกลอนนอนฝันทุกวันมา
อย่างเหว่ว้าเดียวดายในบ้านกลอน........

* * * อาลัย.... นายด่านศุลกากรตราด * * *

หิ่งห้อยน้อยใจ


นรชาติ  วางวาย  ไม่ถึงร้อย
ต่างค่อยค่อย  เดินมุ่ง  สู่จุดหมาย
อดีตเคย  เลว - ดี มีมากมาย
แต่สุดท้าย  อยู่ที่นี่  เชิงตะกอน
ทิ้งไว้เพียง  คุณความงาม  ที่ลือเลื่อง
ชื่อกระเดือง  นามจรัส  ประภัสสร
เหล่าลูกหลาน  หวนให้  ใจอาวรณ์
หลังม้วยมรณ์  ชื่อยังอยู่  คู่ความดี
ต่อแต่นี้  ไม่พาน  ท่านอีกแล้ว
ไร้วี่แวว  หวนกลับ  ลับรังสี
เคยพูดคุย  ปรึกษาเมื่อ  ปัญหามี
นับแต่นี้  จะหาใคร  ให้ปัญญา
กราบวันทา  ศพท่าน  ด้วยอาลัย
น้อมดวงใจ  ส่งถึง  ซึ่งโลกหน้า
ชาตินี้จบ  สิ้นไป  ได้หลับตา
ละกายา  กลับสู่พื้น  ปฐพี
ขอวิญญาณ  ท่านไปสู่  สัมปรายภพ
สุข - ทุกข์จบ  สิ้นลง  ที่ตรงนี้
ขอกุศล  ผลบุญ  หนุนอินทรีย์
ส่งเทพี  นำทางท่าน  พานดาวดึงส์
ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่่งกับครอบครัวของนายด่านศุลกากรตราดผู้อารีย์
ด้วยความรักและอาลัยยิ่ง
จากน้องสาวหิ่งห้อยน้อยใจ

เพื่อชาตินะ

คนกรุงศรี

เกิดในถิ่น ดินแดน  แคว้นสยาม
เมืองงดงาม ประเพณี ดีนักหนา
ขนบธรรมเนียม เยี่ยมยอด ตลอดมา
ล้ำเลอค่า สุดหวงแหน อยากแทนคุณ
ขอช่วยชาติ รับใช้ ตั้งใจหวัง
เอากำลัง แรงกาย หมายเกื้อหนุน
มีสินทรัพย์ เหลือเฟือ อยากเจือจุน
แค่เอาบุญ กุศล ใส่ตนตัว
ถ้าได้เป็น ส.ส. ก็สมคิด
ชวนมวลมิตร กำหราบ ปราบคนชั่ว
ใครจะขวาง อย่างไร ไม่เคยกลัว
จึงรวมหัว ตั้งพรรค มั่นหลักการ
ก็ชาวไทย หลายคน ยังจนยาก
แสนลำบาก ไร้เงินตรา น่าสงสาร
เอาของแจก จ่ายไป แค่ไม่นาน
ผลบุญทาน ความดี มีพอเพียง
เขาเหล่านี้ เชื่อได้ ใจสัตย์ซื่อ
จ่ายเงินซื้อ มิเท่าไร ก็ได้เสียง
กาเลขเรา เอาเงินไป ไม่ลำเอียง
แถมงานเลี้ยง อีกที ตอนมีชัย
กินตำแหน่ง ใหญ่โต โก้หนักหนา
แสวงหา ประโยชน์ ที่สดใส
แม้ปวงชน ก่นด่า มิว่าไร
ที่ทำไป เถอะเชื่อ ...เพื่อชาติเรา

ค่าเพียงดิน

คนกรุงศรี

ก็เพราะไกล เกินกว่า จะคว้าถึง
แค่คะนึง พาให้ จิตไหวหวั่น
สูงสุดสอย ลอยเด่น ดั่งเช่นจันทร์
เป็นกระต่าย หมายมั่น จึงพรั่นใจ
มองเงาหัว ตัวอยู่ รู้ต่ำต้อย
ค่ามีน้อย เพียงดิน สิ้นสดใส
ฤๅจะเทียบ นภา อ่าอำไพ 
ร้าวฤทัย มิกล้า มองฟ้าคราม
เป็นยาจก เหิมหาญ ทะยานสูง
กากับยูง พอเอ่ย ถูกเย้ยหยาม
ว่ามิเจียม เตรียมจิต คิดประนาม
เพราะต่ำทราม หรือชั่ว นะตัวเรา
ใคร่เชยชม ดอกฟ้า จึงพาหมอง
แม้หมายปอง ต่อไป กลัวใจเหงา
เลิกคิดสอย คอยแล มองแต่เงา
แบ่งบรรเทา เศร้าทรวง ห้วงฤดี
วาสนา น้อยนัก หักใจหนอ
ถึงจะรอ ต่อไป ไม่สุขศรี
ฟ้าเคียงดาว พราวใส ในราตรี
ตัวเรานี้ คงอยู่ ขาดคู่ครอง
มีบ้างไหม ใครเล่า เขาสงสาร
เศษเสี้ยวทาน แบ่งให้ พอคลายหมอง
แม้ดอกดิน ก็ไม่ มาใฝ่ปอง
คงจำต้อง เดียวดาย ..จวบวายปราณ

เพียงดวงฤทัย

คนกรุงศรี

ก่อกำแพง แก้วกว้าง มาขวางกั้น
หลากหลายชั้น ล้อมแดน อย่างแน่นหนา
สร้างตึกใหญ่ โอฬาร ตระการตา
สูงสุดค่า เพื่ออยู่ เคียงคู่กัน
เกรงจากไป ใจหมอง จึงต้องกัก
ด้วยเพราะรัก อยากให้ ได้สุขสันต์
เอาโซ่ทอง คล้องกาย สายสัมพันธ์
ด้วยหมายมั่น มิพราก หรือจากไกล
ต้องต่อสู้ รู้ว่า ภาระมาก
ทั้งหลายหลาก ร่วมด้วย ช่วยแก้ไข
ปฏิบัติ อยู่ท่าม ความเป็นไป
แต่ฤทัย เราหม่น พ่ายตนเอง
ยากจะห้าม มิให้ ใคร่ครวญคิด
แม้ดวงจิต ปันไป ให้คนเก่ง
ทั้งหน้าที่ ศีลธรรม ยังยำเกรง
ใจคว้างเคว้ง สุดหัก แสนหนักทรวง
กักฉันได้ แต่กาย ใจลอยล่อง
พาเศร้าหมอง ลอยไป อยู่ในบ่วง
ด้วยความรัก เกินค่า คำว่าลวง
ทุกข์ทั้งปวง เรารู้ จึงสู้ทน
แม้หทัย ให้เธอ มิเลอเลิศ
แต่รักเกิด จากใจ หลายเหตุผล
ก็มอบเพียง รักแท้ แค่กมล
ถึงตัวตน ถูกกัน ยังปันใจ

เป็นงี้..แล้วไง ?

Idc? Piengngeo

กูเป็นกู อยู่อย่างนี้ ไม่มีเปลี่ยน
ใครจะเอียน คลื่นเหียนคำ ตอกย้ำว่า
พูดไม่เพราะ ไม่เหมาะสม ในสายตา
ไร้คุณค่า ใครคบหา คงน่าอาย
เออ..ก็กู รู้แต่เพียง เสียงจากจิต
จะพูดทำ ตามที่คิด ผิดไฉน
หากชิงชัง ก็ช่างใคร ไม่เป็นไร
คำพูดกู มาจากใจ ที่มันจริง
จะให้กู เจรจา ภาษาสวย
แต่ละคำ ชื่นฉ่ำด้วย มารยาหญิง
ฟังครั้งใด ให้ประทับ จับใจจริง
เคลือบทุกสิ่ง ด้วยสารร้าย ในถ้อยงาม
กูจะไม่ โกหกใคร ให้ มอง..ดี
กูไม่เอา เกียรติ์ศักดิ์ศรี ใครมาหยาม
"โกหกไป ไม่มีใคร ตายก็ตาม"
กูเบื่อคำ ที่งดงาม แต่หลอกลวง
ฅน ไร้..สไตล์ 

รัก.......เพราะ รัก!

โอ้ละหนอ

รัก.......เพราะรัก! เพิ่งตระหนักในคุณค่า
เสียเวลาค้นหามานานเนิ่น
หลงทางเปลี่ยวเดี่ยวดุ่มกลุ้มเหลือเกิน
ยามเธอเมินหมางหมองก็ข้องใจ.........
เพราะรักเธอ.......รักมาก ยากจะบอก
จึงช้ำชอกยอกทรวงหน่วงใจไหว
วะวิบวับกับบ่วงห่วงคล้องใจ
ที่วางลงปลงไม่ได้เลยซักที.........
เธอไม่รัก......ก็เพราะ เธอไม่รัก!
จึงยากนักหักหาญใจไม่ควรที่
ฉันยอมแล้วแก้วตาถึงนาที
ที่เรานี้ควรทำ......เอ่ยคำลา.........
หันหลังให้กันเสียทีนะที่รัก
เธอไม่รัก....ฉันจะรัก..... ก็ไม่ว่า
เมื่อความรักคิดต่าง.....ห่างเวลา
ก็ควรมาบอกลากันในวันนี้...........
รัก......เพราะรัก!.....หากเธอไม่เห็นค่า
ก็ไม่ต้องเสียเวลามาที่นี่
ฉันคนอยู่ยอมเดียวดายทุกนาที
เพราะรักนี้.......มันไม่มีเหตุผลเลย..........
จะรักเธอ.......อยู่อย่างนี้แหละที่รัก
เธอตระหนักหรือไม่.....ไม่เฉลย
ไม่เป็นไร ไม่ไยไพ ไม่ภิเปรย
ใจคุ้นเคยกับความเศร้า.....เหงาเพราะรัก!

ชลเนตร...

คีตากะ


ยินสุรเสียงร่ำไห้อาลัยรัก
ซบซ่อนพักตร์สะอื้นฝืนกันแสง
ด้วยเมตตาส่ำสัตว์ทัศน์สำแดง
ชลเนตรแห่งพุทธาข้าหวั่นทรวง
ฤาแหล่งหล้าถึงกาลอวสานสูญ
เหล่าประยูรพรากจากยากใหญ่หลวง
เข้าสู่ยุคศรีอารย์กาลผ่านล่วง
ให้แดดวงวิตกตระหนกครัน
ยิ่งแลเห็นปักษินสิ้นตักษัย
ล่วงตกในปฐวีชีพอาสัญ
หล่นจากยอดไพรพฤกษ์นึกจาบัลย์
ราวจำนรรจ์บอกลางอ้างทำนาย
สวรรค์ฤารองรับกับวิโยค
ทั่วตรีโลกฤาแจ้งแห่งความหมาย
ต่ำต้อยฤาสูงส่งคงมลาย
ไพร่ฤานายเฉกเช่นเสมอกัน
ฝากสิ่งใดให้โลกเพียงโศกสุข
จะปลอบปลุกเยี่ยงไรในความฝัน
คราละครจบลงคงจากกัน
เวทีนั้นปิดฉากการแสดง....

ทิวลิปสยาม

ศรีสมภพ

กระเจียว.. กระจ่างฟ้า
ผุดกลางป่า สง่าช่อ
ชมพูพราวขาวลออ 
 เอนลู่รอ  ล้อลมพัด
หมอกบาง พร่างพรมผ่าน 
 ชื่นเกยก้าน ชันชูชัด
ทิวลิป ที่งามจัด 
 หรือเทียมทัด “ ปทุมมา ”
ดอกดิน ถิ่นอีสาน
  บัวสวรรค์ จากชั้นฟ้า
งามละไม ใจกลางป่า
อวดสายตา สูงค่าล้ำ
หินทราย หลากหลายท่า 
 ตั้งทายท้า น่าเกรงขาม
“ อุทยานป่าหินงาม ”
  เลื่องลือนาม แปลกตำตา
ธรรมชาติ วาดดั่งฝัน 
  ตรึงตระการ บานเต็มป่า
โน้มน้าวชาวพารา
  ถ่อกายา มาชมกัน
“ ทิวลิปแห่งสยาม ”
  กลางป่างาม ทุ่งความฝัน
ซูมกล้อง จ้องถ่ายกัน
  เก็บภาพนั้น กลับบ้านไกล

หรือว่าฉันบ้าไป..??

เพียงแพรว


มาเอนกายคลายลงตรงตักนี้
เถิดคนดีลืมช้ำชอกที่หลอกหลอน
เอาดวงใจที่เหน็บหนาวและร้าวรอน
มาฟังกลอนฉันจะกล่อมไปพร้อมกัน
ช้ำหรือไรใครทำเธอช้ำหนอ
พอเถิดพอสิ่งพลาดผิดคิดว่าฝัน
อยุ่กับรักตรงนี้ที่ครบครัน
พร้อมกล่อมขวัญจนทุกข์นั้นได้คลี่คลาย
ลืมมันเถิดลืมไปสิ่งใดเศร้า
จงบรรเทาสิ้นไปให้เธอหาย
ขอดาวพริบระยิบแย้มแต้มระบาย
ทุกสิงคลายสุขสนิทจนนิทรา
สำเนียงเพรียกเรไรจากไพรกว้าง
กระพริบพร่างแสงดาวพราวเวหา
จันทร์กระจ่างเรืองระยิบทิพยา
จินตนาการสุขทุกราตรี
มาใช้ชีวิตดังฝันเหมือนฉันไหม
วาดภาพไปตามใจอย่างสุขี
หลับตาพริ้มอิ่มใจในสุนทรีย์
ไม่ใยดีคำครหา..บ้าแล้วหรือ?????
............