ให้คะแนนกลอน

การเดินทางที่เปล่าไร้

พรายดาว

                เหน็ดเหนื่อยกับการเดินทาง
ที่เดินเท่าไหร่ก็ยังเคว้งคว้างว่างเปล่า
มีเพียงถนนและแสงดาว
ริมทางก็ช่างปล่าวเปลียวเหลือเกิน
                 ออกเดินทางมาทั้งชีวิต
พรหมลิขิตก็แกล้งให้ต้องระหกระเหิน
รักใครเค้าก็มักหมางเมิน
ทั้งชีวิตก็เลยต้องเดินอย่างเดียวดาย
                 วันนี้ตัดสินใจหยุดพัก
รู้แล้วว่ารักไม่ได้มาเพราะการขวนขวาย
เดินทางมาแสนไกลกลับไม่ได้อะไรมากมาย
จึงลองหยุดเผื่อว่าข้างกายจะมีใครสักคน

ศรัทธาด้วยใจ...ไม่แปรเปลี่ยน!..

papaanan

อย่ากังวล ถึงมัน อนาคต 
อย่าสลด กับความหลัง ที่ฝังจิต 
แล้วอยู่อย่าง คนกล้า ท้าชีวิต
ฝ่าวิกฤต ปัจจุบัน ให้มันดี
       ทำวันนี้ ให้มัน ดีที่สุด
อย่าได้หยุด ศรัทธา แล้วผละหนี
เดินไปตาม ความเชื่อมั่น ที่ตนมี
เพียงเท่านี้ ก็ถึงฝั่ง ที่หวังไว้
       ทำไปแล้ว ไม่ต้องคิด ว่าผิดถูก 
จะเกิดทุกข์ อย่าย้ำคิด ผิดวิสัย
อย่าย้ำทำ เพราะคิดแล้ว จึงทำไป
สิ่งต้องการ เอาให้ได้ ในทุกทาง
       มีสิ่งใด ยิ่งใหญ่เกิน ใจมนุษย์
ไปให้สุด ไม่ต้องแคร์ แม้ผีสาง
เมื่อชีวิต ยังต้องเดิน ต้องมีทาง
อย่ากลับหลัง ถอดใจ ก่อนไปถึง!..
อนันต์ อนันทชัยวรกุล ๒๕๕๔
ศรัทธาด้วยใจ...ไม่แปรเปลี่ยน!.. 

แด่ ...ดวงใจที่ร้าวราน

แสงเหนือ

พักสักหน่อยดีไหม ใจที่ล้า
ให้กายาเอิบอาบฉาบอ่อนหวาน
ใต้นวลแสงแห่งจันทร์อันเจือจาน
เรไรขานบรรเลงเพลงราตรี
เพียงให้ใจ  ได้พักหากเคว้งคว้าง
ฟ้าที่กว้างทางที่ไกลใช่หลีกหนี
ใช่ยอมแพ้แค่หยุดก่อนผ่อนชีวี
ให้จันทร์ชี้ทางวิมุติดุจทางจันทร์
พักสักหน่อยดีไหม หากใจท้อ
จันทร์ลออทอรักจักห่มขวัญ
แสงละมุนแสนละไมจากใจจันทร์
จักปลอบขวัญให้กล้าเพื่อฝ่าไป
พักสักหน่อยดีไหม ใจที่เจ็บ
เพื่อตามเก็บบทเรียนฝันเริ่มวันใหม่
พักใต้แสงจันทร์กรอทอละไม
ให้เรไรประโคมขับรับขวัญคลาย
พักสักหน่อยดีไหม ใจที่ล้า
ให้กายาเอิบอาบฉาบจันทร์ฉาย
เบื้องสายธารเรืองระยิบทิพย์ประพาย
ให้ใจกายหายหม่นค่อยด้นเดิน...
..

วันสตรี..ผู้มีศักดิ์

ขุนศรี

เนื่องในวันสตรีผู้มีศักดิ์
เห็นประจักษ์สู้อดทนคนขยัน
ขอยกย่องผองสตรีทั่วโลกกัน
สุดสำคัญมากมายหลายคณา
งานจะหนักสักเพียงใดไม่ท้อถอย
มือเรียวน้อย...สู้งาน..การหนักหนา
หนักทนเอาเบาทนสู้อยู่เรื่อยมา
เพื่อเงินตราเลี้ยงครอบครัวเพราะตัวจน
กลางแดดฝนเธอทนสู้ไม่หวั่นไหว
สู้ด้วยใจมิห่างหายคลายขัดสน
งานรับจ้างมิวางไว้ใจสู้ทน
หญิงหลายคนชีวีแลกแบกหามเอา
บางคนนั้นหน้าดำทำงานหนัก
เวลาพักแทบไม่มีเป็นหนี้เขา
เร่งทำงานทั้งงานหนักจักงานเบา
ชีวิตเข้าแลกเพื่อเงินขาดเขินจริง
วันสตรีเวียนบรรจบครบอีกหน
เทพบันดลสุขล้นแด่..คุณผู้หญิง
จงประสบพบสุขเจริญยิ่ง
บันดาลสิ่ง...มงคล...สุขล้นกัน
นายทองม้วน  สิงห์ทองห้าว  โรงเรียนบุแกรงวิทยาคม
ตำบลบุแกรง  อำเภอจอมพระ  จังหวัดสุรินทร์ ๓๒๑๘๐

สัญญาลมปาก

น้ำตาฟ้าอันดามัน

ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน     ไม่มีใครคนใดมาแทนได้
ไม่มีใครคนไหนในหัวใจ    แม้เราไกล...แต่หัวใจเรามั่นคง
เคยยึดมั่นคำสัญญามาตลอด     ไม่เคยดอดผันใจไปที่ไหน
แต่ไม่เคยรู้เลยว่าคนไกล     ได้แบ่งใจของเราสองให้อีกคน
อยากขอถามซักคำทำได้งัย     ที่เอาใจของตนแบ่งให้เขา
ไม่เคยคิดว่าความสัมพันธ์ของ 2 เรา     จะมีเงาใครอีกคนมากั้นกลาง
                                                    สัญญาว่าจะลืมทุกอย่างของ 2 เรา

กฎคือผู้คุ้มครอง.....(ธรรมชาติ)

พิราบสีขาว

ถึงดวงดาวเดือนเรืองลำแสง              ถึงดวงแดงดวงอาทิตย์ที่เจิดจ้า
ถึงท้องฟ้าที่คาคลั่งด้วยเมฆา               ถึงสกุนากริ่นร้อง อย่าเจื่อยแจ้ว
ถึงป่าเขาลำเนา แห่งไพรพฤกษ์            ถึงฝูงมฤกทัยวัน  ดวงตาแป้ว
ถึงสิ้นสุดแห่งกรรมธรรมชาติแล้ว        ถึงเจ้าแผ้วถางป่าน่าเสียดาย
ถึงมนุษย์เจ้าผู้มีปัญญาเลิศยิ่ง             แต่ความจริงแล้วเจ้าเป็นผู้ทำลาย
เจ้าช่างพลัดพรากชีวิตดับสลาย           สิ่งที่นอนตายอยู่บนโลกนี้คืออะไร
ไม่ได้เกิดจากมนุษย์หรืออย่างไร           ถึงจะสืบไซร้ก็คงไร้ความ
แต่ธรรมชาติมีเรื่องที่จะมาถาม            เจ้าไม่เป็นไปตามกฎแห่งกรรมหรืออย่างไร

พอ

ใบไม้

อาจยังมีอะไรมากมาย
เรียงรายรอฉันอยู่เบื้องหน้า
สิ่งฝันงดงามลานตา
รอฉันให้ไขว่คว้ามาภูมิใจ
รู้ตัวยังมีสิทธิ์ฝัน
คิดหวังถึงวันยิ่งใหญ่
ทางเดินให้ก้าวยาวไกล
หากคิดจะเดินไปให้สุดทาง
พอแล้วเพียงเท่านี้
เพียงใจรู้สึกดี-รู้สึกว่าง
สุขใดเกินกว่าได้ปล่อยวาง
พอใจอยู่อย่างที่เคยเป็น.

+-+-+ การเรียนที่ดี +-+-+

คุซาโนะคุง

อยู่โรงเรียนเพียรเข้าเอาเกรดสี่
หรือว่าสามยังดีพอดูได้
ลงไปสองลองไปหนึ่งอย่าไว้ใจ
เดี๋ยวกินไข่ได้ไม้เรียวลงมือ
   เราตั้งใจทำดีถึงที่สุด
เข้าไปห้องสมุดอ่านหนังสือ
คว้าหยิบได้ จัน ดารา อ่านตาปรือ
ร้องอื้อหืออ้าหาน่าสนใจ

.....ใจสารภาพ.ว่ารัก.....

พิมญดา


ฉันเหมือนนกหลงทางบนฟ้ากว้าง
ทั้งอ้างว้างเหน็บหนาวแสนร้าวจิต
เจอบ้านหนึ่งจึงร่อนลงฝากชีวิต
รักษาพิษบาดแผลใจให้บรรเทา
บ้านหลังนี้มีเพื่อนดีที่คอยปลอบ
ชอบไม่ชอบแต่เห็นใจในตัวเขา
คอยเอื้อนเอ่ยกำลังใจให้ทุเลา
โลกความเศร้าค่อยค่อยคลายหายบางครา
บ้านหลังนี้มีกวีศิลป์นักเขียน
คอยวนเวียนเขียนอ่านตามภาษา
ทั้งรักหลงทุกข์หรือสุขตามเวลา
แต่ไหนมาอยู่ร่มเย็นเป็นสุขใจ
หากจะแบ่งความคิดเห็นเฉกเช่นเพื่อน
คนหนึ่งเตือนขอจงคิดอย่าผลักใส
เพื่อนเตือนเพื่อนยิ่งลำบากยากเพียงใด
กลัวผิดไปในอักษรก่อนรู้ความ
ฉันก็ร้องไปตามเสียงเรื่องของนก
ใจวิตกเพราะนกน้อยกลัวคำถาม
เธอเป็นใครใหญ่นักหรือหือลามปาม
แบ่งนิยามสมาชิกมิตรบ้านกลอน
ฉันเป็นนกตัวน้อยน้อยด้อยความรู้
ไร้แรงสู้เที่ยวต่อว่ากล่าวสั่งสอน
หลบลมฝนมาอาศัยเกาะบนคอน
จึงหลงรักบ้านกลอนไทยด้วยใจจริง………

อยากรักแม่ ให้มากกว่านี้

สายน้ำสีเงิน


ลูกไม่มี มะลิซ้อน จะให้แม่
มีเพียงแค่ ดอกหญ้า ที่หมองศรี
ก็มีแต่ ใบไม้ เท่าที่มี
และวจี ที่จริงใจ ให้แม่นั้น
ก้มลงกราบ แทบเท้า ของคุณแม่
แม่เป็นแค่ แทบเท้า ที่คนขัน
แม้เป็นแค่ คนธรรมดา สามัญ
แต่แม่เป็น อรหันต์ ของลูกยา
ลูกขอโทษ ที่ทำ แม่ร้องไห้
ไม่พอใจ ในบางครั้ง ทั้งหยาบช้า
ด่าทอแม่ ไม่มีดี ที่เป็นมา
ทำแม่ช้ำ ซ้ำน้ำตา ต้องตกทรวง
กราบแนบอก ของแม่ ด้วยใจมั่น
ขอกอดอัน อบอุ่น อันใหญ่หลวง
กอดเอวองค์ อนงค์รัก ปักในทรวง
ขอแขนควง แขนแม่ ตลอดไป
ถึงทั้งหมด เป็นเพียง แค่ความฝัน
ไม่มีวัน ผันเป็นจริง สิ่งเป็นได้
ด้วยใจรัก รักแม่ หมดดวงใจ
แม้สายไป ไม่อาจเอื้อม เชื่อมวลี
ลูกไม่มี มะลิซ้อน จะให้แม่
มีเพียงแค่ เศษดอกหญ้า ที่หมองศรี
ก้มกราบราบ หลุมศพแม่ เท่าที่มี
ไม่อาจเอ่ย วจี ให้ได้ยิน
ลูกร่ำให้ ร้องเรียก เรียกร้องแม่
แต่ว่าแม่ ไม่อาจ  รับรู้สิ้น
แม่ไม่มี ลมหายใจ ให้ไหลริน
น้ำตาลูก กลับไหลริน สิ้นขาดใจ

....รู้วั้ย หั้ยเธอ....

ปอยหว่าน

   อยากหั้ยรู้นะว่าห่วงใย
อยากหั้ยรู้ว่าใส่ใจเธอเสมอ
อยากหั้ยรู้ว่าคิดถึงเธอ..นะเออ
อยากหั้ยรู้ว่าอยากเจอเธอทุกนาที

มนต์รักน้ำเต้าหู้

ดวงจันทร์

น้ำเต้าหู้ราคาถูกปลูกแคลเซียม
แม้ไม่เทียมเทียบราคารังนกได้
แต่เพราะรู้คุณประโยชน์ขอโทษใจ
เงินพี่มีไม่เท่าไหร่แต่ใจมี
ไม่มีเงินซื้อรังนกมาฝากน้อง
ไม่มีทองมากองไว้ในวันนี้
มีเพียงรักมาฝากไว้ให้ฤดี
ขอน้องนี้รับพี่ไว้พิจารณา
โปรดรับพี่เข้าไปไว้ในใจก่อน
หากจะทอนหรือจะเพิ่มค่อยเริ่มว่า
ทีละเล็กละน้อยค่อยเจรจา
หากว่าไม่ควรค่าค่อยว่ากัน
เพราะไม่มีรักเฉลียวเกี้ยวผู้หญิง
มีแต่จริงใจจริงกับสิ่งฝัน
เพราะชอบจริงจึงบอกใช่หลอกกัน
พี่จะรอวันนั้นฉันมีเธอ
น้ำเต้าหู้ราคาถูกปลูกแคลเซียม
ประโยชน์เยี่ยมยอดเกินเมินเสนอ
จึงถือน้ำเต้าหู้เอาเข้าพบเจอ
รู้ไหมเธอกี่วันพี่นั้นรอ
จากวันศุกร์ลุวันเสาร์เข้าอาทิตย์
วันจันทร์ปิดหยุดงานสงสารหนอ
สงสารใจเจ้ากรรมนับวันรอ
เฝ้าวอนขอพบหน้ายุพาพาน
จึงมาขอพบหน้าในวันนี้
ขอคนดีมีจิตคิดสงสาร
ช่วยตอบถ้อยสักน้อยอย่าคอยกาล
เบอร์โทรขอเมื่อวันวานประการใด
อย่าให้ต้องทรมานการคิดถึง
(น้ำ)เต้าหู้ซึ่งราคาถูกผูกมาให้
เพราะเป็นห่วงสุขภาพซาบจากใจ
มิหวังใดเพราะห่วงใยจากใจจริง

ฝันประหลาด

เรไร


จะมีใครบ้างนะเมตตาจิต
ช่วยฉันนิดให้เลิกงงด้วยสงสาร
ใครสักแม้คนเดียวที่เชี่ยวชาญ
โปรดทำทานฉันด้วยช่วยทำนาย
เพราะเมื่อคืนเหนื่อยนักอยากพักอยากผ่อน
ข่มตานอนกว่าจะหลับกระสับกระส่าย
ก็ผล็อยหลับด้วยสับสนกระวนกระวาย
เริ่มฝันร้ายฝันเฟื่องเป็นเรื่องเป็นราว
ฝันว่าเดินไปถึงเห็นบึงใหญ่
มีน้ำใสแต่ประหลาดอากาศหนาว
มีแสงแดดพริบระยับดูวับวาว
เห็นหนุ่มสาวเด็กน้อยนั่งตกปลา
เดินไปหยุดสะดุดลงตรงเด็กน้อย
นั่งมองทุ่นตาลอยละห้อยหา
แล้วฉับพลันทุ่นจมหายจากสายตา
เธอรีบคว้ารีบงัดตวัดคัน
เห็นปลายคันโค้งงอเป็นขอเบ็ด
เธอร้องเอ็ดอื้ออึงตะลึงลั่น
พี่จ๋าพี่โปรดด้วยมาช่วยกัน
เธอบอกฉันร้องขออย่ารอรี
ฉันจึงรีบเข้าไปไม่รอช้า
ดูเหมือนปลาตกใจจึงว่ายหนี
ดึงกันมาลากไปก็หลายนาที
ก็เริ่มมีแววว่าจะได้ตัว
แต่พอเก็บสายดึงใกล้ถึงฝั่ง
ฉันจังงังคิ้วขมวดจนปวดหัว
เห็นไม่ใช่เป็นปลาช่างน่ากลัว
ทำไมมั่วเป็นสุนัขเอ๊ะ!.. ชักงง
เห็นตัวเบ็ดโค้งเรียวเกี่ยวหน้าผาก
ฉันจึงอยากเข้าช่วยด้วยประสงค์
จะไปปลดตะขอนั้นอย่างบรรจง
สุนัขคงปวดแปลบเจ็บแทบตาย
มันตกใจไล่กัดสะบัดเบ็ด
น้ำตาเล็ดเบ็ดหลุดเปลี่ยนจุดหมาย
โดนตะขอเกี่ยวบ้างที่ร่างกาย
ที่แข้งซ้ายถูกตะขอ

กลางคืนเงียบ

คืนแรมสามค่ำหน้าร้อน


กลางคืนเงียบ
เสียงความคิดถึงที่ดังลั่นอยู่ในฉัน ยิ่งดัง
คิดถึงคืนวันเก่า ที่เวลาของเราหายไปไหนสิบปี
แล้วเวลาทั้งหมดก็ย้อนกลับคืนมาในวันเดียวจากข่าวเธอ
คนเดียว บรรจุเวลาสิบปีได้ง่ายหรือไร
-- ฉันจมตัวลงในเพลงหวานของใครไม่รู้
ร้อยเพลงพันเพลง
เพื่อละลายกลายเป็นความรู้สึกอันนามธรรม
สลายตัวตนคนหนึ่งคน
กลายเป็นแค่ความรู้สึกคิดถึงกลุ่มก้อนหนึ่ง
ที่หายไปแล้วสิบปี
-- ละลายล่องลอยไปในกลางคืน
ในความทรงจำย้อนคืน
-- ละลายล่องเลื่อนไหล
ไปในคืนอันเงียบสงัด

LoneLy II

ทำนอง Rock

ความโดดเดี่ยว เปลี่ยวใจ ใครเป็นบ้าง
ฉันอ้างว้าง เดียวดายจิต เพราะคิดถึง
เมื่อวันวาน ผ่านพ้นไป ให้คำนึง
ดูเหมือนหนึ่ง.. วินาที มีหลายวัน 
  ทุกวันนี้ ไม่มีใคร ให้เคียงข้าง
ดูเคว้งคว้าง อยู่ห่างไกล ใจผกผัน
มองเห็นคน เขาเป็นคู่ รู้ใจกัน
ชีวิตฉัน เงียบแค่ไหน เข้าใจดี
  เมื่อไรหนา จะมีคน มาคอยห่วง
คอยตักตวง คลายความทุกข์ ให้สุขขี
ช่วยให้พ้น ความหนาวเหน็บ เจ็บปวดที
ความ Lonely ! ช่างร้าวรวด เจ็บปวดใจ
  หากได้ไอ มาอุ่นอบ ประกบแนบ
ความปวดแสบ ที่ได้พบ คงลบหาย
ขอเพียงเธอ อยู่ข้างข้าง มิวางวาย
ความเดียวดาย ร้ายแค่ไหน ไม่หวั่นเกรง ..

ที่หาดทราย กับชายหาดเดิม

สบัดปลาย

เสียงคลื่นซัด   หาดทราย   ที่ชายหาด
เสียงคลื่นสาด   ซัดซอน   หมู่ก้อนหิน
เสียงสนสู่   ลู่ลม   ข่มวาริน
เสียงไม่สิ้น   ตามหาดทราย   ชายหาดเดิม
        วันปีเดือน   เคลื่อนคล้อย   อย่างอ้อยอิ่ง
วันคืนทิ้ง   ความรู้สึก   ให้ฮึกเหิม
วันวานเศร้า   ความชอกช้ำ   ยังซ้ำเติม
วันนี้เริ่ม   พบทาง   สว่างตา
 
       ตามพื้นทราย   รอยช้ำ   ยังซ้ำซาก
ตามรอยฝาก   แผลพิษ   ปริศนา
ตามรอยเดิม   รอยนี้   ที่มีมา
ตามรอยหา   สัจจะธรรม   มาคำจุน
       หาดทรายเดิม   ที่เริ่มต้น   กับคนหนึ่ง
ได้เพียงครึ่ง   ของหัวใจ    ในไออุ่น
รักที่มี   อ่อนไหว   เหมือนใยนุ่น
นิ่มละมุน   หมุนไหว   ไปตามลม
         เก็บภาพรัก   และความหลัง   ลงฝังกลบ
ตามรอยลบ   รอยรสหวาน   อันขื่นขม
ขุดหลุมลึก   ฝังรัก   ที่สุดตรม
ฝังให้จม    ผืนทราย   ชาดหาดเดิม

หนาวๆ เหงาๆ..

ก้อนเนื้อที่รักเธอ

ลมหนาวผัดผ่าน..เหงาใจ
กอดผ้าห่มผืนใหญ่.ไม่ลดไปความเหงา
ลมผัดผ่านตัวเราไปเบาๆ
เสียงใบไม้ปลิวไหวแสนเศร้า.คิดถึงกัน
                
           อยู่ไหนหนอคนดีของหัวใจ
ลมหนาวพัดเย็นไป.ถึงเธอไหมนั่น
เพียงลมกระซิบแผ่วๆ.คนทางนี้นับรอวัน
ยิ่งหนาวยิ่งใจสั่น.กลัวเธอนั้นจะลืมไป
                 
             หนาวๆม่นๆ.คิดถึงเธอ
ฝากลมกระซิบแผ่วเพ้อ.ไปใกล้ๆ
ลองเงี่ยหูฟังซิคนดี.เสียงลมนี้ผ่านไป
รักน่ะ.กระซิบใกล้ๆ.หัวใจเราใกล้กัน
      
 หนาวเนาะ.^____^

อยากบอก

ไข่ตุ๋น

อยากมาอยู่ข้างๆ เธอจัง
อยากเจอหน้าทุกๆ วันรู้บ้างไหม
อยากเห็นรอยยิ้มที่ทำให้สุขใจ
อยากมากอดเธอไว้นะคนดี
อยากบอกอีกที...คิดถึงเธอ

...นุ่งผ้าซิ่น..สีไพร..แม่ให้ "ยืม"..

cicada


นุ่งผ้าซิ่น..สีไพร..แม่ให้ "ยื้ม"
กลอนบทนี้ แซมได้แรงบันดาลใจ จากกลอนของคุณสมุทร ที่ชื่อว่า "ลืม"
แซมขอกราบขอบคุณ..คุณสมุทร มา ณ ที่นี้ ที่จุดประกายกลอนให้แซมนะคะ...
แซมมาแบ่งปันค่ะ...(เขียนตอนปวดสะบัก)
คำว่า ..ยื้ม.. เนี่ยะ  เป็นสำเนียงที่เราพูดกัน หมายถึง ยืม ค่ะ...
นุ่งผ้าซิ่นสีไพรแม่ให้ยืม
นั่งด่ำดื่มสายหมอกที่หยอกไหว
ตรงหัวคุ้งเรือบดลดเลี้ยวไป
สีผ้าใหม่ของจีวรสะท้อนเงา
หลวงตาวาดพาดพายไว้บนขั้น
กระไดชันจอดลงตรงข้างเสา
ยกมือ..จบ..นบสนอง ท่องเบาเบา
พระคุณเจ้าเมตตามาแผ่บุญ
แต่เช้าตรู่แม่ปลุกลุกมาช่วย
เตรียมข้าวสวยจัดผัก..ฟัก..แฟง..ขนุน
กลิ่นเทียน..ธูป..มะลิซ้อนอ่อนละมุน
หวังเก็บทุนทานทบยามจบทาง
ห่างไกลบ้านนานเหลือเมื่อคิดถึง
ครุ่นคำนึงความพอดีที่ไกลห่าง
หอมกลิ่นรักอุ่นอ้อนตอนฟ้าจาง
หยาดน้ำค้างที่หล่นบนดอกบัว
สุขสงบในทางอย่างเต็มตื้น
สุขพื้นพื้นฉ่ำใจไร้เวียนหัว
ความพอดีที่พอเพียงได้เลี้ยงตัว
และปลอบหัวใจเหงาจนเศร้าเลือน...
ขอขอบคุณ  Internet  สำหรับภาพท่าน้ำในความฝันของแซมนะคะ (Maldives  ค่ะ ) 
อ้อ.. P.S. คุณครูของแซมบอกว่า ไม่ควรใช้ภาษาพูด มาเป็นภาษาเขียน..งั้น แซมขอพูด ตรงนี้นะคะ..ย

คนไม่เจียม

เบนนี่

     ไม่อยากทำร้ายเธอ...ไปมากกว่านี้
เพราะฉันเองมันไม่ดี..ไม่ควรค่า
จะคู่ควรเธอได้ยังไง...นะแก้วตา
เพราะเธออยู่สูงเสียดฟ้า...มันต่างกัน
    ฉันเองก็ไม่ต่างอะไรกับก้อนดิน
เป็นได้เพียงเศษหิน ไม่ควรคิดฝัน
เอื้อมมีไปไขว้คว้า ดอกฟ้า อย่างเธอคนนั้น
ควรจะเจียมตัวเมื่อฉัน มันแค่คนที่ห่างไกลเธอ
     ทำได้แค่มอง อยู่อย่างเดิม มันก็ดีอยู่แล้ว
ไยไขว้คว้าดวงแก้ว อย่างเธอ....
เพิ่งรู้ว่ามัน ก็ทำร้ายเธอ...
คนที่ฉันรักมาเสมอ เช่นกัน
     เพราะเธอเองก็รักกัน ฉันเข้าใจ
แต่คงเป็นไปไม่ได้ คนอย่างฉัน
ต้อยต่ำ..เพียงดิน..จะควรคู่อะไรกับดวงจันทร์
ทำได้แค่คนที่คิดฝัน...อย่างคนไม่เจียมตัว
     ไม่เคยมองดูเงาหัวตัวเอง ว่าเป็นใคร
ทำได้ไง...ดึงเธอ มาพันพัว
รู้ทั้งรู้ไม่มีทางเป็นไปได้ คนไม่เจียมตัว
หนทางที่เดิน ช่างมืดมัน ถ้าให้เธอมารักกัน
     ต้องยอมเจ็บ ตอนนี้ ยังดีกว่า...
ไม่อยากทำร้ายแก้วตา อะไรแบบนั้น
เธอเจ็บ ฉันเจ็บ .... ไม่แตกต่างกัน
แต่เราเหมือนเส้นขนาน มองเห็นกัน แค่เพียงสายตา...
     ขอเงียบหาย ห่างไป ทนเสียใจอยู่กับตัวเอง
ไม่อยากเป็นคนอวดเก่ง....เก็บเธอ คนที่ควรค่า
ฉันมันแค่ก้อนดิน ก้อนหิน มันไร้ราคา
ขอ
>