ให้คะแนนกลอน

สมการ

หมายเลขสิบสาม

สมการของหัวใจ
เอ็กซ์ วาย แทนให้เป็นเธอและฉัน
บวก ลบ คุณ หาร แทนความสัมพันธ์
เราต่างมีให้กัน ด้วยจริงใจ
แต่เธอแปรเป็นเอ็กซ์กำลังสอง
ปล่อยฉันให้เป็นรองคนใหม่
แก้สมการ แก้วายให้หายไป
เธอก็ตัดฉันออกจากใจเช่นเดียวกัน

จอมยุทธ์3กระบี่

เจ้าขาว


เมื่อเข้าสู่ยุทธจักร
จอมยุทธ์ทุกคนจะพกกระบี่ไว้สามเล่มเสมอ
และใช้กระบี่ทั้งสามเล่มนี้ท่องไปในโลกจนสิ้นลม
เล่มหนึ่งอยู่ในมือ
กระบี่เล่มนี้ใช้ตัดสิ่งที่อยู่ในปัจจุบัน  ให้ขาดในปัจจบัน  แต่อาจจะยังกลับมาต่อกันได้ในอนาคต
เล่มหนึ่งอยู่ในปาก
กระบี่เล่มนี้ใช้ตัดสิ่งที่อยู่ในปัจจุบันและอนาคต ให้ขาดในปัจจุบัน น้อยครั้งที่กลับมาต่อกันได้ในอนาคต
เล่มหนึ่งอยู่ในใจ
กระบี่เล่มนี้ใช้ตัดสิ่งที่อยู่ในอดีต ในปัจจุบัน และในอนาคต  สิ่งที่กระบี่เล่มนี้ตัดจะไม่กลับมาต่อกันได้สนิทเช่นเดิมอีกต่อไป
จอมยุทธ์ส่วนมากใช้กระบี่ในมือ 
แต่บางครั้งแม้จะถือกระบี่ทั้งสองมือ ก็ยังไม่อาจชนะได้
จอมยุทธ์อีกส่วนหนึ่งใช้กระบี่ในปาก
ด้วยกระบี่เล่มนี้บางครั้งศึกที่ยาวนานก็กลับสั้น
แต่ถ้าพลาดพลั้งก็ทำเอาผู้ใช้เกิดอาการธาตุไฟเข้าแทรกจนเสียผู้เสียคน
จอมยุทธ์ที่ช่ำชองศึกใช้กระบี่ในใจ ก็ยุติศึกได้ตั้งแต่ยังไม่มีศึก
เมื่อเข้าสู่ยุทธจักร 
การประลองยุทธ์จะเกิดขึ้นเสมอ
เหล่าจอมยุทธ์ที่มีฝีมือจะหมั่นฝึกฝนกำลังทั้งภายในและภายนอกตลอดเวลา
กำลังภายนอกทำให้กระบี่ทั้งสามสามารถฟาดฟันได้ดั่งใจ
แต่กำลังภายในทำให้มือนั้นจับกระบี่ทั้งสามเล่มเอาไว้

== เหงา ==

-ร้อยแปดพันเก้า-

ชีวิตมีความเหงาเข้าเป็นเพื่อน 
ทุกข์โศกเยือนความเศร้าเคล้าผสม 
ความเจ็บปวดความหลังยิ่งฝังจม 
เหมือนโง่งมโดดหาคว้างมงาย 
ยิ่งความเหงาเป็นเพื่อนเลอะเลือนหนัก 
เหมือนดอกรักโรยราน่าใจหาย 
ทิ้งความเหงาเอาความหวังพรั่งพราวพราย 
จิตมุ่งหมายไม่เขลาเลิกเมามัว 
อย่าโง่เอาความเหงาเข้าเป็นเพื่อน 
ปัญญาเหมือนแสงทองสาดส่องสลัว 
ใจเบิกบานละหม่นข้องหมองพันพัว 
เลิกหวาดกลัวก้าวไปดั่งใจวาง 
จึงทิ้งเหงาอ้างว้างวางแทบเท้า 
ใจเปลี่ยวเปล่าเลื่อนลอยถอยไกลห่าง 
ทิ้งโลกมืดมนต์ดำซ่อนอำพราง 
เดินสายกลางสร้างดีงามบนความจริง

อุปสรรคความรัก

ทรายสีฟ้า

  รักผู้ชายคนหนึ่งซึ้งในดวงจิต
ฟ้าลิขิตขีดทางให้ห่างเหิน
เมื่อไหร่นะเราจะอยู่ร่วมทางเดิน
กว่าจะถึงเธอคงเดินจากฉันไป
แล้ววันไหนเธอจะคิดถึงฉันบ้าง
คงเป็นเพราะความเหินห่างอีกใช่ไหม
ทำไมหนอชีวิตฉันมีแต่อุปสรรคทางหัวใจ
สงกะสัย!! …ชาตินี้คงไม่ได้แต่งงาน…

ไม่อาจทำอะไร(ได้เลย)

ทะเลลม

                                         ฉันรู้ว่าเธอ   กำลัง      จะจากจะไป
                                         แต่ไม่อาจ   ทำอะไร   ได้สักอย่าง
                                         มีแค่เพียง   รอยยิ้ม    ที่เจื่อนจาง
                                         แสดงความ  อ้างว้าง    ทางแววตา
                                              จากนี้ไป  ฉันคง    ต้องโดดเดี่ยว
                                          ต้องทนอยู่  คนเดียว  อย่างเหว่ว้า
                                          แต่จะคิดถึง  เธอทุกที่  ทุกเวลา
                                          แม้รู้ตัวว่า    ไร้ค่าใน  สายตาเธอ

คืออลังการฝันแห่งเยาว์วัย

ละไมฝน

เธอคืออรุณรุ่งของพรุ่งนี้
เธอคือบทกวีที่สร้างสรรค์
เธอคือแสงสว่างแห่งตะวัน
เธอคือความฝันแห่งวัยเยาว์
อิสระดังนกน้อยบินลัดฟ้า
กระพือปีกแกร่งกล้าท้าฝนหนาว
ฝันจุมพิตแก้มจันทร์พันดาว
แม้นเส้นทางทอดยาวบินไป
ดวงตาจำจดบทกวีชีวิต
มาแบ่งปันมวลมิตรน้อยใหญ่
เก็บกำประสบการณ์อำไพ
เก็บเกี่ยวดวงใจแห่งดวงดาว
ปวงดาวนับล้านราวหว่านโปรย
วิบวับโดยตะวันสาดส่องหาว
เปล่งประกายระยิบพริบพราว
เพื่อบอกเล่าเรื่องราวจักรวาล
ยิ่งใหญ่...ไร้ขอบเขตกว่ากว้าง
เวิ้งว้างกว้างไกลแผ่ไพศาล
หมายมุ่งสู่แกนหลักแห่งจักรวาล
ค้นหาฝันอลังการแห่งวัยเยาว์….
ละไมฝน

คู่แผ่นดินและผืนฟ้า

zilver

ตราบใดที่แสงตะวันยังทอแสง
จะร้อนแรงมืดมิดหรือลับฟ้า
หัวใจมิเคยหวั่นวันเวลา
มิกลัวว่าวันเวลาจะผ่านเลย
เพราะดีใจที่ใจได้ค้นพบ
ได้ประสบสิ่งมีค่าไม่เพิกเฉย
จะห่างไกลไกลห่างก็คุ้นเคย
ยากจะเอ่ยหาวาจามาเปรียบปาน
จะอยู่คู่แผ่นดินและผืนฟ้า
เช่นดาราคู่เดือนเกลื่อนนับล้าน
แสงเจิดจ้าเฉิดฉายทั่วรัตติกาล
ตราบแสนนานเท่านานเพราะมีเธอ

ดอกไม้

ศรีสมภพ

ดอกไม้ ..สตรี วลีหนึ่ง
ที่รำพึงรำพัน นั้นไฉน?
อันร้อยรส บุปผาสุมาลัย
ฤๅชื่นใจ เช่นสตรี ฉะนี้หรือ?
ดอกไม้ แห่งสตรี วิถีกล้า
ย่อมทายท้า ชาตรีที่จะหือ
แม้ร้อยแรงแห่งชาย ได้ฝึกปรือ
ก็สิ้นชื่อ สยบซึ้ง หนึ่งสตรี !
 คือวลี  ..ที่อำไพในกาลนี้

ปรัชญา

จิตจวง

ปรัชญ์เอ๋ยปรัชญา
สอนตัวข้าให้สูงดั่งยูงหงส์
แต่ความจริง ชีวิตแทบ ต้องปลดปลง
ด้วยลุ่มหลง เริงโลก กิเลสคน
  อยากจะรับ ปรับแต่ง แปลงชีวิต
รู้สำนึก ชอบผิด เรื่องสับสน
ว่ายออกแอ่ง ที่เวียน เหมือนวังวน
หวังจากผล แห่งปรัชญา คืนค่าคน

เพียงห่างไกล แต่ใจยังถึงกัน

โมโมจัง

      จากกันวันนี้  แม้ห่างไกลกันก็ยังไปถึง
ความรู้สึกข้ามฝากข้ามทะเลส่งถึงเธอ
พร้อมกับคลื่นที่ซัดกระทบลงโขดหิน
มองดูท้องฟ้าดวงดาวยามราตรี
ส่งใจคิดถึงไปให้เธอ  ส่งความรักที่ห่างไกล
ส่งมอบวันเวลาอันใกล้ที่จะได้อยู่ร่วมกัน

ขอบคุณ

ภายใต้แสงดาว

ขอบคุณพระเจ้าที่สร้างโลกนี้
ขอบคุณความรักดีๆที่หลายคนมอบให้
ขอบคุณความรักที่ข่มขื่นที่ทำให้ชีวิตสู้ต่อไป
ขอบคุณใครๆที่เป็นกำลังใจให้กัน
ขอบคุณพี่น้ำที่ทำให้ร้องไห้บ่อยที่สุด
ขอบคุณกับความรู้สึกที่เศร้าหมอง
ขอบคุณกับการฮึดสู้ที่ฉันหวังปอง
ชอบคุณแฟนๆทั้งฝองที่เกิดมาให้พบเจอ
ขอบคุณไทยโพแอมที่มีที่เขียนกลอน
ขอบคุณชาวไทยโพแอมทั้งฝองที่เป็นกำลังใจให้
ขอบคุณลายคนที่ที่มีกลอนให้อ่านเรื่อยไป
ขอบคุณความรักใสๆที่ให้กันเรื่อยมา
ขอบคุณไดอารี่ไทยที่มีที่ระบาย
ขอบคุณผู้เขียนไดอารี่ทั้งหลายที่ให้รู้ในหลายสิ่ง
ขอบคุณผู้มาทักทายที่ไม่เคยทิ้ง
ขอบคุณกับหลายสิ่งที่ไม่ได้เอ่ยเลย
ขอบคุณน้ำที่เป็นเพื่อนกันในทุกเวลา
ขอบคุณเฟิร์นะที่เป็นที่ปรึกษาในหลายเรื่อง
ขอบคุณปริ้นที่เป็นเพื่อนไม่แช่เชื่อน
ขอบคุณเพื่อนที่น่ารักทุกคน
ขอบคุณตัวเองที่สู้จนถึงวันนี้
ขอบคุณอดีตเจ้าหนี้ที่น่ารักทั้งหลาย
ขอบคุณลูกหนี้ที่หายหน้าไป
ขอบคุณชาวไทยทั้งหลายที่น่ารักกัน
วันนี้อยู่ๆก็อยากจะขอบคุณทุกคน

กาลครั้ง...

ผู้สัญจร


กาลครั้งหนึ่ง  
ฉันทึ่ง      ฉันขลาด    วาดหวัง
มองหา     บางสิ่ง        จริงจัง
ลุกนั่ง      ล้มกลิ้ง        วิ่งวน
เสาะหา   สิ่งใด         ไม่รู้
วนอยู่     อย่างนี้       กี่หน
วิ่งตาม    ด้วยความ   อดทน
มืดมน    หนทาง       รางเลือน 
                
กาลครั้งนั้น  
ความฝัน   ยังลอย       คล้อยเคลื่อน
เฝ้าถาม     ดวงใจ       ใยเชือน
ชานเรือน  เงียบเหงา  เศร้าใจ
ถามดาว     พราวฟ้า       ว่าเหงา
ซึมเซา       หนาวเหน็บ  เจ็บไหม         
เหมือนฉัน  ตอนนั้น       นั่นไง
ที่ใคร          ทอดทิ้ง        ยิ่งตรม            
กาลครั้งนี้  
วารี         เวลา         ยาขม 
ดวงดาว  กองไฟ      สายลม
ดุจคม     คมมีด       กรีดมา
ฉันคิด    ติดตาม     ถามไถ่
แต่ไร้     สิ่งใด        ให้หา
หรืออาจ  เกิดจาก    ชะตา
บัญชา     ให้อยู่       ผู้เดียว
กาลครั้งหน้า 
ใจล้า       เลือนราง    ทางเปลี่ยว
ต้นข้าว    ที่รอ          คอยเคียว
ยืนเหี่ยว แห้งตาย   ปลายนา
เมื่อลม    หายใจ      ใกล้ดับ
จะนับ      ถอยหลัง   หวังว่า
หากใคร   บังเอิญ    เดินมา
เมตตา     นำศพ     กลบดิน
              ------------

ดวงเดือน เพื่อนดวงดาว

เพียงแพรว


...โอ้ว่าเจ้า ดวงดาวรัชดา
งามมิสู้จันทราที่ฉายส่อง
มิสงสัยใยกระต่างถึงหมายมอง
เฝ้าจับจองดวงเดือนเป็นเพื่อนใจ
แสงนวลๆชวนจิตคิดใฝ่ฝัน
อยากใกล้จันทร์ดั่งดาวพราวไสว
แม้แสงดาวมิโดดเด่นเช่นคืนใด
ดาวสุกใสก็ยังใกล้ดวงจันทรา
คนข้างล่างตรงนี้ที่มองอยู่
จันทร์ ดาวคู่งดงามชวนถามหา
จันทร์ดวงหนึ่ง ดาวเกลื่อนกลาดที่ดาษดา
ประดับฟ้าคราเห็นเย็นฤดี
โอ้ว่าจันทร์กับดาวที่พราวพร่าง
คนข้างล่างคราเห็นเป็นสุขขี
คืนที่ไร้ จันทรา ดารามี
พอเดือนหรี่ ดาราส่องไม่หมองนาน ... 

สักนาที

สายลมแห่งความฝัน

เข้านอนหรือยังจ๊ะ...คนดี
ถ้ายัง...ก่อนนอนค่ำคืนนี้ขอได้ไหม
ก่อนที่เมฆจะเคลื่อนลับไป
คิดถึงฉันก่อนเธอหลับไหลสักนาที
อยู่ตรงนี้ฝากความห่วงใย
ฝากกับดาวบนฟ้าใสให้เธอถึงที่
จะได้รับหรือยังนะ...คนดี
ถ้าได้รับแล้วก็ส่งกลับ...ส่วนของเธอที่มี
เพราะคนทางนี้ยังรอคอย...

นู๋ขี้หึง

☼CoolplaneT☼

ชัดเจนและต่อเนื่อง....................ฟุ้งเรื่องรักให้บ่อย
ทะยอยโรแมนติก.......................เรื่องกิ๊กอย่าไปคิด
ตั้งจิตฉันคนเดียว.......................อย่าเหลียวมองหญิงอื่น
กลางคืนต้องโทรหา.....................หากช้าจะแง่งอน
ก่อนนอนต้องบอกรัก...................ห้ามพักเรื่องคะนึง
คิดถึงให้เต็มที่............................น้องนี้จะมอบกลับ
ความลับต้องเก็บเงียบ.................อย่าเทียบน้องกับใคร
หัวใจต้องแน่แน่ว.......................อย่าแผ่วเก็บยึดถือ
จับมือตอนไปเที่ยว......................อย่าเลี้ยวไปเกี่ยวผิด
ชีวิตน้องมอบแล้ว........................พี่แก้วฟังวจี
แค่นี้ทำได้ไหม............................ยากไปต้องขอลา
มอบให้พี่หมดแล้ว........................ทั้งใจ ดาวเอย
หากพี่แปรอื่นไป..........................อาจเดี้ยง
จับได้ว่ามีใคร..............................ให้เป็ด เอมเอย
ข้าวสุกเสียทีเลี้ยง.........................อย่าชู้ประตูดิน

กาเหว่า(กลอนราชเกริง)

ม้าก้านกล้วย

โอ้เจ้ากาเหว่าเอย กระไรเลย 
เจ้าไม่เคยกกไข่
จากอุทรมารดา แต่เดิมมา
ไม่รู้ว่า เป็นใคร
เจ้าเป็นสาวสวยงาม ขนดำ
เจ้าจะทำ ฉันใด
เจ้ากรีดกรายยั่วยวน ชักชวน
ล้วนเสน่ห์ หลงไหล
ปฏิพัทธ์จัดจ้าน หยาบกร้าน
รานราคะ ลุกไหม้
ปฏิวาตพัดพา เจ้ามา
วัฏจักรหมุนเปลี่ยน เวียนใหม่
เจ้าเป็นแม่กาเหว่า อุ้มครรภ์
มิรู้จะหัน หาใคร
เอ๋ย เจ้ากาเหว่าเอย มิรู้จะหัน หาใคร
จึงลอบลง รังกา เขี่ยไข่กาทิ้งไป
แล้วลอบลงรังกา ไข่ลูกยาเอาไว้
เอ๋ย เจ้ากาเหว่าเอย มิรู้จะหัน หาใคร
(ม้าก้านกล้วย)
กลอนราชเกริง นี้ มีบันทึกไว้ว่า เล่นมาแต่ อาณาจักร เชี๊ยะโท้ว -  ตั้ม หม่า หลิง (น่าจะเป็น ศรีโพธิ – ตามพรลิงค์ ประมาณ พุทธศักราช 1100 - 1600 ) ซึ่ง บันทึกจีนกล่าวว่า การละเล่น หลัก – กัง หรือ เล่า- เก็ง จะเป็นการร้องเพลงที่มี การซ้ำเสียงท้าย ให้ใช้สระสะกดเดียวกันทั้งเพลง ปัจจุบัน ยังมีเล่นกันอยู่ ประปราย ส่วนมากใช้ในเพลงดอกสร้อย เพลงปรบไก่ และที่ นิยมมาก ก็คือ เพลงลิเก
จะขอยกตัวอย่างกลอนราชเกริง ที่ทุกคนต้องร้อง อ๋อ เพราะ เชื่อว่า ทุกคนต้องเคยเล่น
ก็ เพลงมะลิลา ยังไงล่ะ ที่ร้องว่า “ ลา มะลิ ลา ขึ้นต้น อะไรก็ได้ ขอให้ลงท้ายด้วยสระ อา” 
หาก

ฝนตกที่บ้านเรา เธอคงหนาวที่ตรงนั้น

ฟ้าคู่จันทร์


         สู้เถิดเธอจงสู้     ฉันก็รู้ก็เข้าใจ
ว่าเธอเคยฝันใฝ่         ในสิ่งใดเธอต้องการ

นิราศ.....หญ้าคา

ดาวฟ้า..ปากกาใจ

....เรียบเรียงระเบียงถ้อย
ดังนกน้อยลอยพรี้วตามเมฆา
ร้อยเรียงนิราศ....ป่าหญ้าคา
ใจความว่าข้าอยู่ ณ.....กลางป่าดอย
..เริ่มแรกร่วมรวมความคิด
ชวนหมู่เบญจมิตรขึ้นวิธี
เหนื่อยร้ำจากการเรียนมา ครึ่งปี
ได้ฤกษ์ดีขึ้นป่าใหญ่ดูนกไพร
....เย็นเยือกระเรีอยผิวผ่อง
สัญญาณบอก...ฤดูเมหันต์
ใบไม้ใบหญ้าเปลี่ยนสีพลัน
ตามกาลผัน... กงล้อแห่งเวลา
....สีเขียวเสียงอบ....อบ
มีให้พบตามลำธารใหญ่
ผีเสื้อแสนสวย...บินลู่คู้น้ำใส
ช่อผกาแตกดอกใบเหมือนจะล้อหมู่....ภมร
....ดาวล้อมเดือนละลานตา
เหนือเกศายามดึกดื่น.....
กลมกล่อมพร้อมกาแฟรสกลมกลืน
มองดาวคลื่นกระทบจันทราสาดแสง....นวล
                                                 **ดาวฟ้า...ปากกาใจ

พุชพิชญา

อัลมิตรา


...สักวาหอมหวลมวลดอกไม้
รื่นรมย์ใจคลายทุกข์สุขนักหนา
ดอกขาวล้วนผ่องผุดพุชพิชญา
ช่างงามตาครามองต้องฤทัย
...เอื้อมมือเด็ดเกรงดอกจะชอกช้ำ
ภู่ผึ้งย้ำแอบยลจนหลงใหล
กลีบดอกแยกห้าแฉกแปลกเหลือใจ
พริ้มพิไลหมายปองต้องใจเอย ฯ

รักในวิญญาณ

เรวีนิติ

     ฉันรักเธอชื่นอยู่ในวิญญาณ
แสนสำราญชุ่มจิตชิดเชย
ไม่มีรักอันใดเทียบเลย
เพราะเธอนั้นเอยสุดเลิศล้ำอำไพ
แม้นรักใครรักอื่นก็มิปราณ
ฉันรักเธอนั้นสุดหัวใจ
หากได้รับไว้ในฤทัย
รักไว้ในใจคงสุขสันต์เปรมปรีด์
หากได้ตัวเธอมาครอง
ดั่งใจปองคงยินดี
สุขยิ่งนักทุกชีวี
เมื่อได้มีหัวใจเธอผูกพัน
ขอรักเดียวรักแต่เพียงนฤมล
รักมั่นคงมิห่างล้างไกล
อยากเชยชิดกับเธอนิรันดร์
รักมั่นมิแปรจวบจนแม้ชีพวาย.....