24 กุมภาพันธ์ 2548 22:38 น.

............ยืนงงงวย.......

[ไร้ตัวตน]

ยืนงงงวยหลงงวยงงหลงทางฝัน
วันทั้งวันไม่ทำไรหมดความหมาย
ปล่อยชีวิตคล้ายเหมือนคนรอความตาย
หมดชีพวายต้องเสียแรงเกิดเป็นคน				
21 กุมภาพันธ์ 2548 14:29 น.

….Story9 เงินคือพระเจ้าandเด็กแนว(แนวไหน)บายๆกทม.....

[ไร้ตัวตน]

.Story9 เงินคือพระเจ้าเด็กแนว(แนวไหน)บายๆกทม.....
สวัสดีท่านผู้มี(ขี้เกียจ)ทั้งหลาย
ก่อนอื่นกระผมขอขอบคุณทุกท่านที่กรุณาคลิกเม้าท์ในมือของท่านมาทางนี้ มันเป็นเกียติแก่ผมคนนี้มาก ที่ผมได้มีโอกาสเขียนอะไรให้พวกคุณได้อ่านกัน
เรื่องที่คุณกำลังจะอ่านต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงบนโลกนี้ เล่าเลยละกันนะไม่อยากมากความปะเดี๋ยวความมันจะมาก คือเรื่องมันมีอยู่ว่า ผมเป็นเด็กบ้านนอก ก็ไอ้เรื่องที่ผมเป็นเด็กบ้านนอกนี้แหละทำให้ผมไม่ได้เป็นเด็กในเมืองซักที ทำไงได้หละครับก็คนมันไม่ใช่เด็กแนว ผมก็เลยได้เป็นแค่แนวเด็ก เกิดอยากเป็นวัยรุ่นแบบเด็กในเมืองอย่างเขา ก็เลยตัดสินใจล่ำลาท่านพ่อท่านแม่เพื่อไปศึกษาต่อที่กรุงเทพ แม่เราก็เข้าใจในตัวเรา ว่าเราต้องรู้จักเรียนรู้เมืองใหญ่บ้าง ท่านก็เลยให้มาเรียนที่นี่ พอรถมาจอดที่สถานีขนส่งหมอชิด ก้าวแรกที่ย่างลงมาจากประตูรถผมตกใจ มีชายหน้าเหี้ยมหลายคนเลย บ้างชี้หน้าผม บ้างจับมือผม บ้างส่งยิ้ม(อันหลังนี่ไม่มีนะครับ) เขาจะถามผมด้วยคำถามเดียวกันหมดทุกคนว่า ไปไหนครับเป็นภาษาอีสาน ผมรู้สึกหงุดหงิดมากก็เลยตอบส่งเดชไปว่า ไปตายครับ ไม่มีใครมาถามผมอีกเลย ผมมีความสงสัยอยู่ว่า ตอนนี้ผมอยู่ที่กรุงเทพแล้ว ทำไมมีแต่ผู้คนที่จมูกแฟบ โหนกแก้มสูงๆพูดอีสานหละ หรือ ว่าเขาจะสำนึกบ้านเกิด แต่ผมก็หยั่งเชิงไว้ก่อนโดยการพูดภาษากลาง แต่ก็ทำไงได้ครับ ตอนนี้ผมกำลังจะเป็นเด็กแนว(แนวไหน)แล้ว ก่อนจะมานี่ผมได้แผนที่ที่ๆผมกำลังจะไปอยู่ด้วย มันเป็นห้องเช่าของน้าชื่อ บักหำน้อย แต่เขาไม่ให้เรียกเขาให้ผมเรียก เดวิส (หน้าตาเขาคล้ายฝรั่งมากๆ จมูกแบนๆ(แฟนทิ้ง) โหนกใหญ่ๆ หน้าสี่เหลี่ยม) ผมเดินไปเรื่อยๆมือกวักเรียกแท็กซี่ พอขึ้นรถเขาถามผมว่าจะไปไหนดีครับ ผมก็เลยยื่นแผนที่ๆแม่วาดไว้ให้เขาดู จากหมอชิดถึงบางซื่อ ผมใช้เวลา2ชั่วโมงกว่า ผมบอกกับแท็กซี่ว่า คุณครับอีกไกลไหมครับตอนนี้ผมกำลังจะอ๊วกแล้วครับเขาบอกว่า เดี๋ยวครับยังไม่ถึง500เลยครับ ค่าแท็กซี่หมดไป500 แม่ให้มา2พัน รถที่กรุงเทพนี่แปลกนะครับ แตรดังมากและเวลาขับก็ไม่นิ่งเหมือนที่บ้านเดี๋ยวเร่งเดี๋ยวหยุด มันทำให้เด็กแนวอย่างผมแทบอ๊วก เพราะเมารถ พอมาถึงที่ห้องเช่า ผมก็รีบนอนเพราะเหนื่อยมากับการเดินทางและพอตื่นขึ้นผมจะไปเที่ยว ทัวตามประสาเด็กแนวหน้าอย่างผม พอถึงตี5หน้าน้าผมปลุก ผมถามน้าว่าทำไมถึงรีบปลุกจังหละครับยังไม่เช้าเลย น้าบอกว่าที่กรุงเทพเขาเช้าแล้วหละ อ๋อ... อาบน้ำล้างหน้าล้างตาเสร็จ ถึงคราวเด็กแนวต้องทัวซะแล้ว! เดินออกจากห้องเช่ามาที่ถนนหน้าปากซอย โอ้แม่เจ้าอะไรกันนี่ นี่มัน...ไม่ทันได้ติดรถ รถดันมาติดซะแล้ว นั่งรอรถอยู่ประมาร30นาทีรถมา ขาซ้ายก้าวขึ้นขาขวายังตามมาไม่ทันเลยรถวิ่งพวด แหม!เด็กแนวเกือบพาดท่า ดีนะที่ผมปืนต้นไม้เก่งที่บ้าน แต่ไม่ดีเท่าไรที่รองเท้าข้างหนึ่งผมหลุด เดินด้วยท่าทางเขินๆไปหาที่นั่งในรถ ปรากฏว่าที่นั่งไม่มีก็เลยไม่ได้นั่งที่ ก็เลยต้องยืนที่เอา ในใจก็รู้สึกกลัวและผวา กลัวว่าใครจะมาเหยียบเท้าเข้า เด็กแนวต้องมีลอยkittoแน่ๆ แต่ที่เสียดายมันไม่ใช่kitto แต่มันเป็นรองเท้าส้นสูงของหญิงอ้วนๆคนหนึ่งประทับที่ตรงกลางเล็บตีน แอ๊งๆ(โอ้ย)เจ็บมาก คุณครับเดินยังไงครับมาเหยียบเท้าผมได้ไง รู้ไหมเขาตอบว่าไง แล้วคุณหละยืนยังไงให้ฉันเหยียบเท้าได้ อยากจะตบด้วยฝ่ามืออรหันขั้นที่19 ปลอบใจตัวเองว่าเด็กแนวต้องไม่โกรธ รถถึงป้ายผมรีบลงเดินหาร้านขายรองเท้าก่อนเลย บังเอิญๆที่ร้านมีแต่รองเท้าบูซ เด็กแนวก็เลยชื้อใส่ เดินเที่ยวเตร่ไปเรื่อยๆ ปากก็อ้ารับอากาศของกรุงเทพที่มีแต่ควันต่างๆ รูจมูกเต็มไปด้วยฝุ่น ผ่านข้างทางเห็นสาวๆบ้างใส่เสื้อโชวสดือบ้าง บ้างโชว์กางเกงในบ้าง ไม่ได้อยากดูนะครับแต่แม่ผมสอนให้มองคนต้องมองแต่หัวจรดตีน ไม่ใช่สวยหรืออะไรนะครับ ในสายตาผม ผมมองว่าคนพวกนี้ไม่มีค่าเอาเสียเลย เหมือนของเก่าๆที่วางเกลื่อนกลาดทั่วถนน เพราะถ้ามีของดีจริงเขาไม่โชว์กันหรอกครับ พวกคุณผู้หญิงๆฟังเอาไว้ละกัน พวกผู้ชายเขาชอบค้นหา ชอบผู้หยิงที่รักนวนสงวนตัว พอเดินไปเรื่อยๆเวลาก็ใกล้ค่ำ รีบกลับบ้านเอาแผนที่ออกมาดู เหอะๆแผนที่ยับหมดรอยปากกาแม่ผมเต็มไปด้วยเหงื่อ ผมต้องโบกรถแท็กซี่กลับ คราวนี้เบาหน่อยมันเอาผม400 ก่อนลงรถผมก็เลยขอบคุณมัน กลับถึงห้องสามทุ่ม น้าเดวิสไม่อยู่ เพราะเขาทำงานพาสทาม ผมก็เลยจำเป็นต้องเฝ้าห้อง เวลาประมาณตี3ผม เป็นโรคไซนัส เพราะฝุ่นกรุงเทพทำผม ก็เลยต้องช่วยตัวเอง เดินออกไปหารถแท็กซี่(อะไรๆก็แท็กซี่)พาไปที่โรงพยาบาล(ไม่ประสงออกนามว่าโรงพยาบาลอะไรแต่ผมขอสัญญาว่าจะไม่ไปโรงพยาบาลนี้อีกจนตาย) ผมเอาเงินไว้ในห้อง1000เอาติดตัวมาด้วย500 ให้แท็กซี่ไป200 มาถึงที่โรงบาล ผมเป็นหนักมาก จนรู้สึกว่ากำลังจะกลับแล้วหายใจไม่ออก เดินตรงไปที่เค้าร์เตอร์ด้วยอาการที่แย่มาก หมอถามผมว่า คุณมีบัตรประชาชนไหม ในใจผมเองก็เริ่มฉุนเพราะตอนนี้ผมแย่มาก ผมรีบหาบัตรให้หมอไป และเขาถามต่อไปว่ามีเบอร์โทรไหม ก็เลยต้องเอาเบอร์ให้หมออีก พอถามผมเสร็จ ก็พาผมไปที่ห้อง ขอโทษครับหมอให้ผมเดินไปเอง ทั้งๆที่ผมกำลังจะเป็นลม พอไปถึงหมอไม่ได้สนใจผมเลย ประมาน5นาทีหมอมาถามผมว่าอาการเป็นไง ผมก็บอกไปตามที่ผมเป็น ตอนนี้ผมหนาวมากตัวผมสั่นแรง อยากรู้ไหมครับหมอบอกผมว่าไง เขาบอกว่า จะสั่นทำไม อย่าสั่น พอรักษาผมเสร็จ มาที่ห้องจ่ายเงิน (ผมยังไม่ได้กินยา) เขาบอกว่าทั้งหมด500บาท ตอนนั้นผมเหลือเงินแค่300เอง ผมเลยบอกหมอว่าพรุ่งนี้ผมเอามาให้แล้วกันครับ เขาบอกว่าไม่ได้ ผมบอกต่อไปว่างั้นผม ขอกินยาก่อนได้ไหมครับผมจะให้200 เขาก็ไม่ให้  ทั้งๆที่ผมกำลังแย่ยาก็ไม่ได้กิน เงินผมก็มี ผมก็ไม่ใช่คนจน  มันไม่เชื่อผม พอดีถึงเวลาน้าพักงาน30นาที น้าโทรมาแล้วเขาก็มาพาผมออกจากโรงบาล วันนั้นถ้าน้าไม่มาผมคงไม่ได้กินยาแน่ ผมเสียความรู้สึกมาก จนถึงวันนี้เหตุการณ์นั้นยังอยู่ในหัวสมองของผม ผมก็เลยได้คติที่ว่า เงินคือพระเจ้า! ลาก่อนเด็กแนว กรุงเทพ ขอกลับไปหายใจเอาอากาศของ(คน)ในบ้านนอกดีกว่า บายๆๆๆๆ				
9 กุมภาพันธ์ 2548 15:43 น.

.....story8วันพรุ่งนี้....

[ไร้ตัวตน]


วันพรุ่งนี้ใครเคยเห็นบ้างครับ บอกผมหน่อยว่าพรุ่งนี้มันเป็นยังไง มันเหมือนกับวันจันทร อังคารไหมหรือมันจะเหมือนวันอาทิตย์
คำตอบคือไม่ใช่ทั้งสองอย่าง คำว่าพรุ่งนี้เป็นเพียงคำพูดที่เราเปล่งออกมาจากปากเท่านั้นเอง
มันไม่มีตัวตน ผมเกิดมาอายุได้19 ย่างเข้า 20แล้วผมยังไม่เคยเห็นวันพรุ่งนี้เลย มีใครจะเถียงผมว่าคุณเคยเห็นวันพรุ่งนี้บ้าง
เพราะฉนั้นผมก็จะไม่ขอรอวันพรุ่งนี้เพื่อที่จะทำอะไรหลายๆอย่างที่ผมอยากทำ แต่ผมจะทำวันนี้
เพราะวันนี้เป็นวันที่เรามีอยู่จริง เป็นสิ่งที่มีตัวตน การที่ใครจะทำอะไรชักอย่างให้สำเร็จนั้น เขามิได้ทำวันพรุ่งนี้เลย
แต่เขาทำวันนี้และเขาก็ทำในสิ่งที่เขาทำให้สำเร็จ ถ้าคุณไม่เชื่อผมงั้นคุณก็ลองเก็บของเสียในท้องของคุณเอาไว้ถ่ายพรุ่งนี้สิ
เชื่อแน่ว่าทอ้งของคุณคงแตกตายเพราะคำว่าพรุ่งนี้แน่ ฉนั้นใครที่ติดอยู่แต่กับคำว่าพรุ่งนี้จงหยุด และจงยึดติดกับวันนี้
เพราะวันนี้คือวันที่คุณสำเร็จ!!! แต่ก็มีครั้งหนึ่งตอนผมเป็นเด็กอาจารย์ให้การบ้านผมในห้อง 
อาจารย์บอกว่างานที่ให้ไปให้นักเรียนส่งพรุ่งนี้ ผ่านไปหนึ่งวันผมลืมทำการบ้านเพื่อนในห้องส่งหมด
อาจารย์ถามมผมว่าทำไมผมไม่ส่งการบ้าน ผมก็เลยบอกอาจารย์ว่าก็อาจารย์บอกให้ส่งพรุ่งนี้ไงครับ!
นั่นเป็นคำตอบที่ทำให้ผม...ดัง(เพราะโดนไม้หวายอาจารย์หวดก้น)				
8 กุมภาพันธ์ 2548 12:27 น.

........story7ขี้โม้......

[ไร้ตัวตน]

........ขี้โม้.......
เอก :555555เมื่อวานนี้บ้านกูโดนคนปาระเบิด
แร็ค:แล้วมึงเป็นไรไหมวะ
เอก :กูไม่เป็นอะไร แต่เมียกุบาดเจ็บสาหัด
แร็ค :มึงคงโชคดีมากสินะ ที่เมิงไม่เป็นอะไรเลย
เอก :กูจะไปเป็นอะไร ก็กูเป็นคนปาเอง
แร็ค :เมื่อวานกุก็โดนปาเหมือนกัน
เอก :ปลากระป๋องสิกูรู้ทัน
แร็ค :55555มึงนี่แสนรู้จริงๆ
เอก :พูดถึงเรื่องระเบิด กูเคยผ่านสงครามเวียดนามมา โห...กูจะบอกอะไรให้ โครตสนุกเลย
แร็ค :สนุกอะไรของมึง
เอก :วันนึงนะหัวหน้าให้กูเข้าเวรช่วงกลางดึก มีพม่า เฮ้ย! มีทหารเวียดนามเข้ามาล้อมกูไว้นะเป็นร้อยๆ
แร็ค :โห...แล้วไงต่อวะ
เอก :กูก็ยกมือขอมอบตัวสิ
แร็ค:ไอ้ขี้ขลาดตาขาว
เอก :ไม่ใช่...กูไม่ได้ขี้ขลาดตาขาว (กระซิบ)กูมีแผน
แร็ค :แผนอะไรของมึงวะ
เอก :แผนของกู้โลกของกูไง
แร็ค :โห...น่าสนแฮะ เอาๆเล่าต่อ
เอก :พอกูยกมือของมอบตัว มันก็จับกูไปฐานทัพของมันนะก็ถูกจับประมาณสามเดือนไม่มีข้าวไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย
แร็ค :อ่าว แล้วเมิงลอดมาได้ไง
เอก :มันให้กูกินแต่ก๊วยเตี๋ยว
แร็ค :เล่นมุขนะเมิงกูชักไม่อยากเชื่อแล้วสิ...เอาเล่าต่อ
เอก :จริง!มันให้กูกินจริง จากนั้นอีกสามวันฝ่ายสหรัฐก็ส่งเครื่องบินมาทิ้งลูกระเบิดนิวเคียร์เป็น10ๆลูกเลย มีลูกนึงพุ้งเข้ามาหากูนะ กูงี้เลย กูเอามือรับลูกระเบิดแล้วโยนเข้าใส่พวกเวียดนามเลย
แร็ค :เอาแล้วสิ!
เอก :จากแรงระเบิดใกล้ๆที่อยู่แถวนั้นทำให้เชือกที่มัดขากูอยู่ขาดออก
กูรีบวิ่งไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีใบแหลมมาก กูเด็ดมันออกมา แล้วมีเวียดนามคนนึงเห็นกูเข้ามันหันปลายกระบอกปืนมาที่กูนะ
แร็ค :ไงต่อวะ
เอก :ก็คว้างใบไม้นั่นลอยเข้าไปตัดหลอดลมมันเลยหละ ตายคาที่
แร็ค :ไหนแผนของมึงที่มึงพูดไว้ไง
เอก :อ๋อ จากนั้นมีพวกเวียดนามวิ่งสาดกระสุนมาที่กูเลย กูรีบวิ่งเข้าไปหาคนที่กูใช้ใบไม้ฆ่า
แล้วเอาเลือดของมันมาทาทว่มตัวกูแล้วกูแกล้งตาย กูถึงลอดมาได้
แร็ค :แล้วแผนมึงหละ
เอก :กูเล่าแล้ว
แร็ค :ยังมึงยังไม่เล่า
เอก :อ่าว!ก็กูแกล้งตายไง
แร็ค :ไอ้....!				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ[ไร้ตัวตน]
Lovings  [ไร้ตัวตน] เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ[ไร้ตัวตน]
Lovings  [ไร้ตัวตน] เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ[ไร้ตัวตน]
Lovings  [ไร้ตัวตน] เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึง[ไร้ตัวตน]