21 กุมภาพันธ์ 2548 14:30 น.

….Story9 เงินคือพระเจ้าเด็กแนว(แนวไหน)บายๆกทม.....

[ไร้ตัวตน]

.Story9 เงินคือพระเจ้าเด็กแนว(แนวไหน)บายๆกทม.....
สวัสดีท่านผู้มี(ขี้เกียจ)ทั้งหลาย
ก่อนอื่นกระผมขอขอบคุณทุกท่านที่กรุณาคลิกเม้าท์ในมือของท่านมาทางนี้ มันเป็นเกียติแก่ผมคนนี้มาก ที่ผมได้มีโอกาสเขียนอะไรให้พวกคุณได้อ่านกัน
เรื่องที่คุณกำลังจะอ่านต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงบนโลกนี้ เล่าเลยละกันนะไม่อยากมากความปะเดี๋ยวความมันจะมาก คือเรื่องมันมีอยู่ว่า ผมเป็นเด็กบ้านนอก ก็ไอ้เรื่องที่ผมเป็นเด็กบ้านนอกนี้แหละทำให้ผมไม่ได้เป็นเด็กในเมืองซักที ทำไงได้หละครับก็คนมันไม่ใช่เด็กแนว ผมก็เลยได้เป็นแค่แนวเด็ก เกิดอยากเป็นวัยรุ่นแบบเด็กในเมืองอย่างเขา ก็เลยตัดสินใจล่ำลาท่านพ่อท่านแม่เพื่อไปศึกษาต่อที่กรุงเทพ แม่เราก็เข้าใจในตัวเรา ว่าเราต้องรู้จักเรียนรู้เมืองใหญ่บ้าง ท่านก็เลยให้มาเรียนที่นี่ พอรถมาจอดที่สถานีขนส่งหมอชิด ก้าวแรกที่ย่างลงมาจากประตูรถผมตกใจ มีชายหน้าเหี้ยมหลายคนเลย บ้างชี้หน้าผม บ้างจับมือผม บ้างส่งยิ้ม(อันหลังนี่ไม่มีนะครับ) เขาจะถามผมด้วยคำถามเดียวกันหมดทุกคนว่า ไปไหนครับเป็นภาษาอีสาน ผมรู้สึกหงุดหงิดมากก็เลยตอบส่งเดชไปว่า ไปตายครับ ไม่มีใครมาถามผมอีกเลย ผมมีความสงสัยอยู่ว่า ตอนนี้ผมอยู่ที่กรุงเทพแล้ว ทำไมมีแต่ผู้คนที่จมูกแฟบ โหนกแก้มสูงๆพูดอีสานหละ หรือ ว่าเขาจะสำนึกบ้านเกิด แต่ผมก็หยั่งเชิงไว้ก่อนโดยการพูดภาษากลาง แต่ก็ทำไงได้ครับ ตอนนี้ผมกำลังจะเป็นเด็กแนว(แนวไหน)แล้ว ก่อนจะมานี่ผมได้แผนที่ที่ๆผมกำลังจะไปอยู่ด้วย มันเป็นห้องเช่าของน้าชื่อ บักหำน้อย แต่เขาไม่ให้เรียกเขาให้ผมเรียก เดวิส (หน้าตาเขาคล้ายฝรั่งมากๆ จมูกแบนๆ(แฟนทิ้ง) โหนกใหญ่ๆ หน้าสี่เหลี่ยม) ผมเดินไปเรื่อยๆมือกวักเรียกแท็กซี่ พอขึ้นรถเขาถามผมว่าจะไปไหนดีครับ ผมก็เลยยื่นแผนที่ๆแม่วาดไว้ให้เขาดู จากหมอชิดถึงบางซื่อ ผมใช้เวลา2ชั่วโมงกว่า ผมบอกกับแท็กซี่ว่า คุณครับอีกไกลไหมครับตอนนี้ผมกำลังจะอ๊วกแล้วครับเขาบอกว่า เดี๋ยวครับยังไม่ถึง500เลยครับ ค่าแท็กซี่หมดไป500 แม่ให้มา2พัน รถที่กรุงเทพนี่แปลกนะครับ แตรดังมากและเวลาขับก็ไม่นิ่งเหมือนที่บ้านเดี๋ยวเร่งเดี๋ยวหยุด มันทำให้เด็กแนวอย่างผมแทบอ๊วก เพราะเมารถ พอมาถึงที่ห้องเช่า ผมก็รีบนอนเพราะเหนื่อยมากับการเดินทางและพอตื่นขึ้นผมจะไปเที่ยว ทัวตามประสาเด็กแนวหน้าอย่างผม พอถึงตี5หน้าน้าผมปลุก ผมถามน้าว่าทำไมถึงรีบปลุกจังหละครับยังไม่เช้าเลย น้าบอกว่าที่กรุงเทพเขาเช้าแล้วหละ อ๋อ... อาบน้ำล้างหน้าล้างตาเสร็จ ถึงคราวเด็กแนวต้องทัวซะแล้ว! เดินออกจากห้องเช่ามาที่ถนนหน้าปากซอย โอ้แม่เจ้าอะไรกันนี่ นี่มัน...ไม่ทันได้ติดรถ รถดันมาติดซะแล้ว นั่งรอรถอยู่ประมาร30นาทีรถมา ขาซ้ายก้าวขึ้นขาขวายังตามมาไม่ทันเลยรถวิ่งพวด แหม!เด็กแนวเกือบพาดท่า ดีนะที่ผมปืนต้นไม้เก่งที่บ้าน แต่ไม่ดีเท่าไรที่รองเท้าข้างหนึ่งผมหลุด เดินด้วยท่าทางเขินๆไปหาที่นั่งในรถ ปรากฏว่าที่นั่งไม่มีก็เลยไม่ได้นั่งที่ ก็เลยต้องยืนที่เอา ในใจก็รู้สึกกลัวและผวา กลัวว่าใครจะมาเหยียบเท้าเข้า เด็กแนวต้องมีลอยkittoแน่ๆ แต่ที่เสียดายมันไม่ใช่kitto แต่มันเป็นรองเท้าส้นสูงของหญิงอ้วนๆคนหนึ่งประทับที่ตรงกลางเล็บตีน แอ๊งๆ(โอ้ย)เจ็บมาก คุณครับเดินยังไงครับมาเหยียบเท้าผมได้ไง รู้ไหมเขาตอบว่าไง แล้วคุณหละยืนยังไงให้ฉันเหยียบเท้าได้ อยากจะตบด้วยฝ่ามืออรหันขั้นที่19 ปลอบใจตัวเองว่าเด็กแนวต้องไม่โกรธ รถถึงป้ายผมรีบลงเดินหาร้านขายรองเท้าก่อนเลย บังเอิญๆที่ร้านมีแต่รองเท้าบูซ เด็กแนวก็เลยชื้อใส่ เดินเที่ยวเตร่ไปเรื่อยๆ ปากก็อ้ารับอากาศของกรุงเทพที่มีแต่ควันต่างๆ รูจมูกเต็มไปด้วยฝุ่น ผ่านข้างทางเห็นสาวๆบ้างใส่เสื้อโชวสดือบ้าง บ้างโชว์กางเกงในบ้าง ไม่ได้อยากดูนะครับแต่แม่ผมสอนให้มองคนต้องมองแต่หัวจรดตีน ไม่ใช่สวยหรืออะไรนะครับ ในสายตาผม ผมมองว่าคนพวกนี้ไม่มีค่าเอาเสียเลย เหมือนของเก่าๆที่วางเกลื่อนกลาดทั่วถนน เพราะถ้ามีของดีจริงเขาไม่โชว์กันหรอกครับ พวกคุณผู้หญิงๆฟังเอาไว้ละกัน พวกผู้ชายเขาชอบค้นหา ชอบผู้หยิงที่รักนวนสงวนตัว พอเดินไปเรื่อยๆเวลาก็ใกล้ค่ำ รีบกลับบ้านเอาแผนที่ออกมาดู เหอะๆแผนที่ยับหมดรอยปากกาแม่ผมเต็มไปด้วยเหงื่อ ผมต้องโบกรถแท็กซี่กลับ คราวนี้เบาหน่อยมันเอาผม400 ก่อนลงรถผมก็เลยขอบคุณมัน กลับถึงห้องสามทุ่ม น้าเดวิสไม่อยู่ เพราะเขาทำงานพาสทาม ผมก็เลยจำเป็นต้องเฝ้าห้อง เวลาประมาณตี3ผม เป็นโรคไซนัส เพราะฝุ่นกรุงเทพทำผม ก็เลยต้องช่วยตัวเอง เดินออกไปหารถแท็กซี่(อะไรๆก็แท็กซี่)พาไปที่โรงพยาบาล(ไม่ประสงออกนามว่าโรงพยาบาลอะไรแต่ผมขอสัญญาว่าจะไม่ไปโรงพยาบาลนี้อีกจนตาย) ผมเอาเงินไว้ในห้อง1000เอาติดตัวมาด้วย500 ให้แท็กซี่ไป200 มาถึงที่โรงบาล ผมเป็นหนักมาก จนรู้สึกว่ากำลังจะกลับแล้วหายใจไม่ออก เดินตรงไปที่เค้าร์เตอร์ด้วยอาการที่แย่มาก หมอถามผมว่า คุณมีบัตรประชาชนไหม ในใจผมเองก็เริ่มฉุนเพราะตอนนี้ผมแย่มาก ผมรีบหาบัตรให้หมอไป และเขาถามต่อไปว่ามีเบอร์โทรไหม ก็เลยต้องเอาเบอร์ให้หมออีก พอถามผมเสร็จ ก็พาผมไปที่ห้อง ขอโทษครับหมอให้ผมเดินไปเอง ทั้งๆที่ผมกำลังจะเป็นลม พอไปถึงหมอไม่ได้สนใจผมเลย ประมาน5นาทีหมอมาถามผมว่าอาการเป็นไง ผมก็บอกไปตามที่ผมเป็น ตอนนี้ผมหนาวมากตัวผมสั่นแรง อยากรู้ไหมครับหมอบอกผมว่าไง เขาบอกว่า จะสั่นทำไม อย่าสั่น พอรักษาผมเสร็จ มาที่ห้องจ่ายเงิน (ผมยังไม่ได้กินยา) เขาบอกว่าทั้งหมด500บาท ตอนนั้นผมเหลือเงินแค่300เอง ผมเลยบอกหมอว่าพรุ่งนี้ผมเอามาให้แล้วกันครับ เขาบอกว่าไม่ได้ ผมบอกต่อไปว่างั้นผม ขอกินยาก่อนได้ไหมครับผมจะให้200 เขาก็ไม่ให้  ทั้งๆที่ผมกำลังแย่ยาก็ไม่ได้กิน เงินผมก็มี ผมก็ไม่ใช่คนจน  มันไม่เชื่อผม พอดีถึงเวลาน้าพักงาน30นาที น้าโทรมาแล้วเขาก็มาพาผมออกจากโรงบาล วันนั้นถ้าน้าไม่มาผมคงไม่ได้กินยาแน่ ผมเสียความรู้สึกมาก จนถึงวันนี้เหตุการณ์นั้นยังอยู่ในหัวสมองของผม ผมก็เลยได้คติที่ว่า เงินคือพระเจ้า! ลาก่อนเด็กแนว กรุงเทพ ขอกลับไปหายใจเอาอากาศของ(คน)ในบ้านนอกดีกว่า บายๆๆๆๆ				
8 กุมภาพันธ์ 2548 10:21 น.

...................เพื่อนเก่า..................(ตอนที่1)

[ไร้ตัวตน]

เพื่อนเก่า

          ในคืนหนึ่งของฤดูหนาว ณ บ้านหลังเก่าของเคน 
 เขาเป็นหนุ่มขายประกันหน้าตาดีนิสัยดี เขาจึงเป็นที่รักของเพื่อนฝูงและคนแถวนั้น
 คืนนี้เขาตั้งใจจะโทรศัพท์ไปหาเพื่อนชายของเขาที่ชื่อนพ แต่ดันกดหมายเลขผิด
ไปโดนเบอร์ของนิดที่เป็นหญิงสาวผู้สูงศักดิ์เป็นถึงลูกของนายอำเภอ นิดเป็นคนค่อนข้าง
เก็บกดเมื่ออยู่กับครอบครัวแต่ลึกๆในใจของเขาเป็นคนดี เขามีพ่อเป็นคนที่เจ้าระเบียบ
และหวงลูกสาวถึงขั้นกักบริเวณให้อ่านหนังสืออยู่แต่ในห้องไม่ให้ออกไปเที่ยวที่ไหนเมื่อเลิก
จากการเรียน นิดจึงไม่ได้พบปะพูดคุยกับใครยกเว้นทางโทรศัพท์

เคน
นอนบนเตียง
ฮัลโหลนพเปลี่ยนเบอร์ก็ไม่บอกกูชักคำนะมึง นี่กูพึ่งได้เบอร์มึงจากไอ้เอกมา!

นิด
ฮัลโหลใครค่ะ

เคน
อ่าว! แฟนนพเหรอครับ ไอ้นพอยู่ห้องไหมครับ ขอคุยกับมันหน่อยครับ

นิด
ไม่ใช่นพค่ะ นี่นิด และนิดก็ยังโสดค่ะ
(เน้น)

เคน
โธ่!เป็นแฟนกันก็พูดมาตรงๆสิครับ จะไปอายอะไรครับ นี่ผมเพื่อนนพเองหละ
นิด
ก็บอกแล้วไงคุณ นิดไม่มีแฟน ไม่มีแฟนเข้าใจไหม!
เคน
ก็ได้ ก็ได้ครับ ขอคุยกับนพแป๊บนึง
นิด
โธ่!ค่ะ จะให้บอกกี่ครั้งค่ะว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านนพ
เคน
งั้นคุณกำลังจะบอกผมว่าผมโทรผิดงั้นเหรอ?ครับ
นิด
รู้ตัวแล้วเหรอ
เคน
กระซิบ
นี่ครับคุณผมจะไม่บอกใครหรอกครับว่าคุณเป็นแฟนกับมัน ผมขอคุณกับนพแป๊.บนึงนะครับ
นิด
ขอโทษค่ะ ที่นี่ไม่มีนพ อะไรของคุณหรอกค่ะ บายนะค่ะ
วางสาย

เคน
เดี๋ยวเดี๋ยวก่อนครับไม่มีก็ไม่มีครับ
เคนไม่ทันได้พูดนิดก็วางสาย เขาลองทวนดูเบอร์โทรใหม่
เคน 
อ่าว..!ตายละสิกดเบอร์ผิด
 เคนสำนึกผิดก็เลยโทรไปขอโทษนิด
เคน
ฮัลโหลคุณคุณชื่ออะไรนะ?
นิด
ชื่อนิดทำไมเหรอ?
เคน
อำอึ้ง
เอ่อผมกดเบอร์ผิดครับ ขอโทษนะครับ ผมก็นึกว่าโทรไปเจอแฟนไอ้นพ
นิด
ไม่เป็นไรค่ะ ของแบบนี้มันพลาดกันได้ ว่าแต่นพเป็นใครเหรอคะ?
เคน
อ๋อนพเป็นเพื่อนรักของผมเองครับ
นิด
อ๋อค่ะ
เคน
งั้นไม่รบกวนแล้วนะครับ
นิด
เดี๋ยวก่อนค่ะ เคนว่างไหม อยู่เป็นเพื่อนคุยหน่อยสิ!
เคน
ที่ว่างหนะว่างครับ แต่เงินในโทรศัพท์ผมมันก็เริ่มว่างลงๆครับ จะหมดแล้วครับ
นิด
ไม่เป็นไร เดี๋ยวนิดโทรกลับเองรอรับสายนะ
นิดโทรกลับ เคนรับสาย
เคน
ยินดีต้อนรับท่านเข้าสู่ บริการดูดเงิน
เคนทำเสียงผู้หญิง นิดอมยิ้ม
นิด
มุขนี้คิดได้ไงค่ะ คุณนี่ท่าทางตลกดีนะ
เคน
ผมไม่ตลกเท่าไรครับ แค่ผมเป็นคนอารมณ์ดี ยินดีทีได้รู้จักนะครับ
นิด
เช่นกันค่ะ
ทั้งสองคุยกันเรื่อยๆอย่างสนุกสนาน จนถึงเช้า
รุ่งเช้า 
นิดเหลือบไปเห็นนาฬิกาที่แขวนไว้ข้างห้องนอน
นิด
เฮ้ย!เช้าแล้วค่ะ ตายละยังไม่ได้อ่านหนังสือเลยวันนี้นิดมีสอบด้วย บายนะค่ะ
เคน
คุณนิดเรียนอะไรเหรอครับ
นิด
นิดเรียนเศรษฐศาสตร์ ปีสองค่ะ แล้วคุณเคนหละค่ะ 
เคน
อ้ำอึ้ง
ผมไม่
นิด 
นิดวางสายละนะค่ะบาย
เคน
บายครับ
เคนลุกจากเตียงไปอาบน้ำแล้วไปทำงานขายประกันเหมือนทุกวัน
วันต่อมา
พอถึงเวลาประมาณ4-5ทุ่มของทุกวันนิดจะโทรมาหาเคนตลอด เขารู้สึกดีเมื่อ
ได้คุยกับเคนทุกๆวัน เคนก็รู้สึกดีด้วย มีอยู่วันหนึ่งที่นิดไม่ได้โทรไปหาเคนซึ่งวันนั้น
เคนนอนรอโทรศัพท์อยู่นานถึงตี3 เขารู้สึกเหมือนขาดอะไรไปซักอย่างจึงกดโทรศัพท์
ไปหานิด แต่ไม่มีการตอบรับ เพราะเป็นช่วงใกล้สอบใหญ่เข้ามาทุกทีพ่อของนิดจึงยึด
โทรศัพท์นิดไว้เพื่อต้องการให้นิดอ่านหนังสือในห้อง นิดก็รู้สึกไม่ดีเช่นกันกับเคน
เย็นของวันที่สามหลังจากนิดสอบเสร็จ
นิดโทรไปหาเคนที่ตู้โทรสาธารณะเมื่อนิดสอบเสร็จ แต่ก็ไม่มีใครรับเพราะแบตเตอรี่
มือถือของเคนดันหมดพอดี นิดก็เลยได้แต่ฝากข้อความเสียง
นิด
ฮัลโหลเคนนี่นิดเองนะ เคนนิดโทรหาเคนไม่ติด เคนปิดเครื่องเหรอ นิดสอบนะพ่อ
ไม่ให้นิดโทรศัพท์ เย็นนี้เคนรอรับโทรศัพท์นะเดี๋ยวนิดโทรหา
ตกเย็น
เคนมาที่บ้านถอดเสื้อผ้าปลี่ยนเสื้อหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาดู
เคน
อ่าว!แบตหมดนี่หว่า ตายแล้ว!
เคนรีบ ชาร๊จ แบตเปิดเครื่องดู ข้อความเสียงของนิดเข้ามา
เคน
เฮ้ย!นี่ข้อความเสียงใครหว่า?
เคนเปิดฟัง หลังจากที่ฟังข้อความเสียงของนิดเสร็จเขาก็ยิ้มและนอนรอโทรศัพท์ของนิด
โทรศัพท์ดัง เคนรีบรับ
เคน
ฮัลโหล นิด!เคนคิดถึงมากเลย
เคนรีบรับจนเขาไม่ทันได้ดูเบอร์ว่าใครโทรมา เบอร์นั้นเป็นของนพ
นพ
เฮ้ย! นี่นพไม่ใช่นิด ว่าแต่นิดใครว่ะกูไม่เห็นคุ้นชื่อเลย
เคน
อ่าว! มึงเองเหรอไอ้นพ
นพ
เอ่อ กูเอง มึงว่างไหม ออกมากินข้าวต้มกันไหมเดี๋ยวกูเอารถไปรับที่บ้าน
เคนขึ้นรถไปกับนพออกไปนอกบ้านไปยังร้านข้าวต้มโต้รุ่งข้างทาง เคนกับนพกำลังพูด
คุยกันอยู่ แล้วโทรศัพท์เคนดังขึ้น
เคน
นพ กูขอตัวแป๊บนะ
นพ
นี่สงสัย คนที่ชื่อนิด นุด อะไรของมึงโทรมาสิ
เคนรับโทรศัพท์ เดินไปหลบหาที่โทร
นิด
ว่าไงเคน นิดไม่ได้โทรหาเลย เคนกินข้าวยัง?
เคน
กินแล้วครับ ตะกี้พึ่งกินข้าวต้มที่ร้านหน้าปากซอยครับ
เคนสีหน้าดีใจ เขายืนยิ้มคนเดียว
เคน
สามวันมานี้ ผมรู้สึกเหมือนกับขาดอะไรบางอย่างไปเลยหละครับ
นิดรู้สึกเขิน เขายิ้มและบิดตัว
นิด
แหม่เคนอย่าปากหวานสิ นิดก็เหมือนกัน นิดไม่มีที่ระบายเลยนิดเครียด 
นิดพึ่งจะสอบเสร็จเอง
 เคน
คุณนิดโทรมาหาผมคงเห็นผมเป็นส้วมนะครับ
เคนน้อยใจ

เคน
ไม่เป็นไร ผมยินดี
นิด
อย่าเข้าใจผิดสิค่ะ นิดอยากมีเพื่อนคุย
ทั้งสองคุยกันอยู่นาน นพเริ่มอยากกลับแล้ว จึงเดินมาหาเคน เขาทำมือชี้ไปที่รถ 
เคนเดินมาหานพ
นพ
โห
เคนยิ้มแล้วเดินขึ้นรถกลับบ้านโดยที่ยังโทรศัพท์อยู่ คืนนั้นผ่านไป ทั้งสองคุยโทรศัพท์จน
รู้จักนิสัยของแต่ละคนเริ่มเกิดความผูกพันและกลายมาเป็นความรัก ทั้งสองรักกันโดยที่ยัง
ไม่เคยเจอกันมาก่อน นิดจึงนัดเจอกันกับเคนในรุ่งเช้าที่หน้าสวนสัตว์แห่งหนึ่ง
รุ่งเช้า
เคนรีบตื่นแต่เช้ารีบแต่งตัวให้หล่อๆ แต่ติดอยู่อย่างเดียวคือชุดที่เขาใส่ยังเป็นชุดของ
คนขายประกัน เขามารอนิดตั้งแต่เช้าที่หน้าสวนสัตว์ มีรถเก๋งคันหนึ่งขับมาจอดที่
หน้าสวนสัตว์ เคนมอง ประตูรถเปิดออก..................				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ[ไร้ตัวตน]
Lovings  [ไร้ตัวตน] เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ[ไร้ตัวตน]
Lovings  [ไร้ตัวตน] เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ[ไร้ตัวตน]
Lovings  [ไร้ตัวตน] เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึง[ไร้ตัวตน]