28 กุมภาพันธ์ 2557 14:38 น.

ฮือ ฮือ โฮ

Parinya

   หลายวันก่อนทะเลบ้ามีพายุ
มุทะลุโกรธาเหมือนบ้าคลั่ง
พัดสวนบ้านฐานถิ่นแทบภินท์พัง
สิ้นพลังยังฝากซากทะเล
กลาดเกลื่อนอยู่บนทรายตามชายหาด
เศษอวนขาด เปลือกคม หอยถมเถ
กระดองหมึก มากมาย สาหร่ายปนเป
เก็บหอยแครงมาเทลงอ่างกลม
แม่แกะเนื้อหอยแครงสีแดงเรื่อ
คลุกกับเกลือใส่ขวดดำทำหอยส้ม*
ตัดท่อนไม้ระกำอุดกันลม
ผ่านนานนมทิ้งวางข้างในครัว
วันนี้แม่ให้หนูอยู่เฝ้าบ้าน
ฝนกระหน่ำอยู่นานบ้านสลัว
เสียงจักจัก หนักหนานั้นน่ากลัว
เดินเข้าครัวมืดอึมครึมสะลึมสะลือ
แม่จ๋าแม่ มานี่ ผะ..ผีหอย
พุ่งจากขวดแล้วลอยขึ้นบนขื่อ
มันห้อยหัว..ทั้งที่..ไม่มีมือ
มัน.หะ..ฮือ ฮือ..โฮ..โอหล่นแล้ว
(* ต้องวางไว้นานเป็นเดือนจนกว่าจะมีกลิ่นเปรี้ยว
    เนื้อหอยเปื่อยบางส่วนจึงนำไปทำอาหารได้ 
    ในกระบวนการหมักดองและการกดแน่นมาก
    ทำให้บางส่วนพันติดกัน และทำให้เกิดแก๊ส
    ที่มีแรงดันมาก)
27 กุมภาพันธ์ 2557 22:55 น.

ภาพฝันอันสวยงาม

Parinya

  ภาพที่เธอนั่งเรือมาเหนือเมฆ
แล้วแกล้งเสกงึมงำทำเรือรั่ว
ขึ้นเกยหาดตรงหน้าวันฟ้ามัว
ยังฝังหัวคนทะเลทุกเวลา
พร้อมกับหลายบทกวีหลากสีสัน
ที่ปลุกฝันจนเกิดบรรเจิดจ้า
คอยเคลียคลอต่อกลอนต้อนไปมา
เหมือนวางยามอมปนจนเมากลอน
ด้วยท่าทีชายหนุ่มผู้กรุ้มกริ่ม
ซึ่งปลุกยิ้มในกมลคนหัวอ่อน
มาชวนเล่นลำซิ่งยิ่งกว่าละคร
แล้วอวยพรยืนยันให้ฝันไกล
แถมด้วยสัตยาบันเป็นมั่นเหมาะ
จะเป็นเงาะแลบลิ้นปลิ้นตาใส่
เพื่อจะล่อรจนาภาษาไทย
เป็นเพื่อนในดอนดงวงศ์กาพย์กานท์
เธออยู่ด้วยยามใดเหมือนไกลทุกข์
ทั้งวันคืนชื่นสุขสนุกสนาน
จนอยากให้คืนวันนั้นเนิ่นนาน
มิมีวารเอ่ยคำอำลาใด
เธอจึงเป็นภาพงามในยามฝัน
หายร่างอันกอดรัดสัมผัสได้
ภาพของเธองามสวยด้วยหัวใจ
และคงในยามฝันนิรันดร
 (แด่ เธอผู้สร้างฝันอันสวยงาม)
26 กุมภาพันธ์ 2557 17:24 น.

ขวัญหาย

Parinya

   กลับมาเยือนถิ่นสวรรค์ฉันเคยอยู่
"หาดบางสน" * มองดูเงียบเหงาหงอย
แม้จะมีสายฝนหล่นปรอยปรอย
เป็นฝ้าฝอยต้อนรับคนกลับมา
ยืนมองไปใจสั่นด้วยหวั่นไหว
เจอเพื่อนเก่าตอนวัยไร้เดียงสา
ความรู้สึกเต็มตื้นน้ำชื้นตา
ซบใบหน้าประทับกับอกดิน
อ้าสองแขนสวมสอดกอดพื้นทราย
สวัสดีทักทายเปลือกหอยบิ่น
ตะโกนกู่หมายให้เกาะได้ยิน
โบกมือทักนกที่บินกลับคืนรัง
สบสายตาเป็นครู่กับปูน้อย
เล่นกับคลื่นแตกฝอยแถวชายฝั่ง
เขียนบอกหาดคำหนึ่ง" คิดถึงจัง"
ส่งรอยยิ้มให้ทั้งทั่วฝั่งแนว
นั่งพับเพียบบนทรายใต้ต้นสน
ถามข่าวคน "เคยขึ้นบก" อกใจแป้ว
จักจั่นร้องกรอกหูเหมือนรู้แกว
"เขามาแล้วไปแล้ว" คลาดแคล้วกัน
ยิ้มหมองหมองมองหาดอาจมีเขา
ตรงที่เก่าเคยยืนจ้องมองดูฉัน
บนชายหาดไร้รอยทาบคราบน้ำมัน
สายสัมพันธ์ทุกอย่างจางหมดแล้ว
(* หาดบางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร )
26 กุมภาพันธ์ 2557 01:00 น.

ผู้ควรบูชา

Parinya

  การแต่งกายทุกหนคนเลือกสรร
สวมแพรพรรณที่คิดวินิจฉัย
ว่าสวมแล้วพริ้งเพริศเลิศวิไล
กระจกใดชมคนตนชมเอง
มีความรู้อยู่บ้างเท่าหางอึ่ง
คิดว่าถึงท้นท่วมหัวบวมเป่ง
จึงสรุปโดยไม่ขวยว่าสวยเช้ง
ยืดไม่เกรงกระจกเงาเพราะเรามอง
การแต่งกลอนคล้ายกันคือสรรแล้ว
ว่าแจ่มแจ๋วยอดเยี่ยมและเอี่ยมอ่อง
ใจจึงปลงลงแรงแต่งร้อยกรอง
ในมุมมองของกระจกที่ยกตน
มุมมองตนคนเดียวเหลียวกี่ครั้ง
กลอนก็ยังใสสุกเสียทุกหน
จึงอาจหาญส่งมาอวดตาชน
พอขึ้นบนเวทีริบหรี่นัก
คอที่ยืดค่อยค่อยลดอย่างหดหู่
เมื่อมีคู่อยู่เทียบเปรียบน้ำหนัก
วนฉงนฉงายอยู่หลายพัก
ยืนอึกอักอัดอั้น...นั้นขบคิด
อยากมีใครสักคนช่วยค้นหา
กรุณาบอกด้วยช่วยสะกิด
ในมุมใดมุมหนึ่งซึ่งซุ่มพิศ
ช่วยชี้ถูกชี้ผิดสะกิดติง
มือจึงควรพนมก้มลงกราบ
อย่างซึ้งซาบพระคุณการุณย์ยิ่ง
คนที่มีใจงามบอกความจริง
คือมิตรมิ่งคือครู...ควรบูชา
25 กุมภาพันธ์ 2557 20:54 น.

อันใดในกาพย์กลอน

Parinya

   เอาความคิดนิดน้อยร้อยอักษร
ฝากนักกลอนอ่อนแอยอมแพ้พ่าย
ยังไม่ถึงที่สุดหยุดตะกาย
เหมือนตกน้ำไม่ว่ายตายจริงจริง
เพียงสายตาสังคมไม่ชมชื่น
สะอึกสะอื้นจำนนจนหยุดนิ่ง
คิดน้อยอกน้อยใจมิไหวติง
ตนจะยิ่งดิ่งทะเลทุกเวลา
คำเรียงร้อยถ้อยทองที่กรองถัก มีค่านักต่อผู้ที่รู้ค่า
แต่บางทีมีใครไม่เข้าตา
ธรรมดา ฉะนั้น ทำฉันใด
อันกาพย์กลอนสะท้อนงามที่ความคิด
ที่ไม่ผิด กาล ยุคสมัย
ที่มิปิด บิดเบือน เงื่อนงำภัย
มิต้องใครเข้าตาฮือฮากัน  
และการเขียนบทกวีใช่ตีปี๊บ
ที่เตะถีบทุกครั้งเสียงดังลั่น
มิใช่เครื่องประเทืองตนจนสำคัญ
เป็นเพียงฝันธรรมดาตามอารมณ์
หมั่นสังเกต " เจตคติ" ที่ริเริ่ม
เพียงเพื่อเพิ่มบทกวีที่เหมาะสม
หรือเพื่อตนเด่นดังคับสังคม
ตกชลาอารมณ์...จมเพราะใคร
Calendar
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟParinya
Lovings  Parinya เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟParinya
Lovings  Parinya เลิฟ 0 คน
  Parinya
ไม่มีข้อความส่งถึงParinya
>