2 กรกฎาคม 2552 14:04 น.

เป็นจันทร์...ของบางดาว

KIRATI


เรานั้นฤา...คือดาว...ประดับฟ้า
เรื่อรมย์ตา...ราตรี...ที่ส่องไข
หยิบเพียงแรง...แสงทอง...ผ่องอำไพ
สะท้อนไว้...ในคืน...ที่ทุกข์ทน

เราคือแสง...แฝงไว้...ในม่านบด
ไม่พริ้งสด...งดงาม...ท่ามเวหน
จริตแสง...แรงน้อย...ด้อยยั่วยล
แอบกมล...ยลฟ้า...ประดับเดือน

เพียงขอเพียร...เขียนกลอน...เพื่อวอนจิต
เปล่งนิมิต...พิศพัน...มั่นเสมือน
เพียงแววดาว...พราวระยับ...ประดับเดือน
ล่องลอยเลื่อน...เคลื่อนไหว...ในราตรี

ไม่หวังเป็น...เช่นเพ็ญ...เด่นนภา
งามเรื่อตา...เย้ายวน...ระนวลสี
ส่องแสงเหลือง...เรืองรอง...ล่องราตรี
แค่ขอมี...ที่ว่าง...วางอารมณ์

เป็นดาวด้อย...คล้อยเคลื่อน...เลื่อนอับโชค
อยู่ไกลโลก...เกินตา...จะหาสม
แต่อาจเป็น...เพ็ญจันทร์...มั่นชิดชม
เพียงรื่นรมย์...พรมใจ...ให้บางดาว

				
19 มิถุนายน 2552 14:51 น.

อุแว้ แปลว่า ??? ^_^

KIRATI


ชีวิตคน เกิดมา ภาษาแรก
ล้วนแต่แหก ปากก้อง ร้องอุแว้
เป็นสำเนียง เสียงใส ไร้คำแปล
มีแต่แม่ แปลไว้ เมื่อได้ยิน

แม่แปลคำ ตามกล่าว เล่าให้ฟัง
เป็นเสียงดัง ฟังว่า เจ้าเฉิดฉิน
ขอเป็นลูก ผูกใจ ในแผ่นดิน
จักรักริน เปี่ยมล้น  จนวายปราณ

แม่จึงตอบ สัญญาณ ผ่านแทนเสียง
ไร้สำเนียง เพียงยิ้ม ปริ่มตาหวาน
ตอบรับมั่น ยืนยัน ขวัญประทาน
มั่นรักนาน ชั่วกาล นิรันดร

ฉันฟังความ แม่กล่าว เล่าจากจิต
ครั้งจำติด เสียงครวญ ชวนถ่ายถอน
ที่ร้องกู่ ว่า "อุแว้" แต่อุทร
แม่ร้าวรอน เพราะฉัน มันร้อนรน

เพียงโผล่พ้น ดลใจ จักใคร่บอก
ว่าฉัน ออกแล้วแม่ แต่ฉงน
ฟังสุ่มเสียง เพี้ยนจิต คิดชอบกล
ยินเรื่อรน ดลเสียง สำเนียงเป็น

ว่าอุแว้ แม่จ้า ลูกอุแว้
ขอให้แม่ แค่รู้ ว่าลูกเห็น
ลูกสงสาร พาลคิด จิตลำเค็ญ
แม่ทุกข์เข็ญ เป็นทุกข์ เพราะลูกยา
				
27 เมษายน 2552 16:11 น.

นิทาน (โคลง) หนุ่มนักติ {^_^}

KIRATI


ณ แนวภู หมู่บ้าน     นาดี
มีหนุ่มนาย ชมมี       ช่างกล้า
ชอบติว่า ทุกที          มีเรื่อง เมินก่อ
มักก่นขอ ติค้า          ข่มเน้น เป็นลำ

เป็นประจำ อย่างนี้     จนชิน
ประชาก่อ มักยิน        หนุ่มน้อย
ติเตียน เกริ่นคำฉิน   คำกล่าว ชินนา
จึงกลั่นจิต คิดเรืองร้อย   หล่อสร้าง พระประธาน

ฝีมืองาน ชำนาญปั้น    พุทธองค์
ทักษะช่าง บรรจง        ก่อได้
จนงามดั่ง สวรรค์ทรง  นำส่ง ชมกราบ
งามสง่า องค์พระไร้     ที่ติไซร้ อันใด

งามดังใจ เชิญหนุ่มให้   มาเลย
จงช่วยชม เปรียบเปรย   ก่นอ้าง
พินิจมอง ทั่วองค์เอย     งาม บ่ เห็นติ
อคติ อิจฉาสร้าง             เกริ่นอ้าง  วจี

งามเสียที ที่ปั้น             ปฏิมา
งามแต่ เพียงพูดจา        บ่ได้
ติจบ เกริ่นเฮฮา             หัวร่อ  ชอบใจ
บ่เหลียวหลัง กลับไปให้ ช่างปั้น ยืนงง (ช่างปั้นบอก ไอ้บร้า)

นักติตรง ช่างกล้า          ติเตียน
เรานี่ เกิดเป็นเซียน      ก่นหล้า
เดินดง  ก่นติเพียร        พรำบ่น เดินกลับ
สรรพสิ่ง บ่ เทียมฟ้า      แค่พื้น ชิวชิว

เดินระลิว หลิ่วต้น        ฝักทอง มองเฮย
บ่สม ตน ผลพอง          เบ่อเร้อ
ลำตน กิ่ง ครรลองผล    ควรแค่ มือจับ
กลับใหญ่ผล จนฟุมเฟ้อ กิ่งก้าน โตงเตง

ติจนเซ็ง จึ่งโน้ม           เอนกาย
พักพึ่งกาย นอนคลาย   น่องคล้อย
และมะม่วง ยังบ่วาย     ติต่อ ความมี
มะม่วงนี่ ผลกลับย้อย   จ่อยน้อย นิดเดียว

กิ่งควรเรียว ดั่งต้น        ฝักทอง
ตามครรลอง ที่มอง       กิ่งก้าน
ปากหาวง่วง นอนกอง   แนบนิ่ง นอนหลับ
ลมสะบัด มะม่วงต้าน    หล่นให้ ลนลาน

ตรงกบาล หนุ่มเข้า       พอดี
กลับเอ่ยว่า ขนาดมี        เหมาะแล้ว
ธรรมชาติ สรรค์ดี          ควรดั่ง ความแล
หากเท่า ฝักทองแคล้ว   บ่พ้น  นอนโรง(โลง)....

นิทานเรื่องนี้....สอนให้รู้ว่า...

ติชม...สมก่อไว้   ความมี
ติก่อ...ก็สุขดี        สุขให้
ติเตียน บ่ เพียรศรี  ดีหมาย
ติหน่าย บ่ ควรไซร้  ข่มไว้ ดีแฮ....   
   


				
7 เมษายน 2552 11:50 น.

ความต่างระหว่างดวงดาว (ถึง"ใจ")***

KIRATI


จักรวาล.... ล้อมรอบกาย   ด้วยดาวฉาย.... กระพริบพราว

ระยิบ....ระยับ....วาว   วับ....ขับแสง....ชิงเด่น

แต่สกุลยัง.....มิดั่งแสง   สุริยะแดง....เฉิดเห็น

จึงคิดรุ่ง....ซ่อนเร้น   หมายจักเด่น...เข่นทิวา

มิหวน....ควรไตร่ติด   คิดแต่เพียง....ชิงเด่นกว่า

ว่า...ติดก็เพียง...ที่แสงจ้า   สุริยา....ทิศจำรูญ


สุริยะ....จำต้องราน   อัยยะกาล.....คราวสิ้นสูญ

บ่ หมายว่า....จะเทิดทูน   โลภเพียง...ใคร่บุญ...เสกสิทธิ์

จะเถลิง...เริง...ขึ้นแทน   ณ แท่นศักดิ์...พระทรงฤทธิ์

หมายกลเหตุ....เภทพิชิต    เร่งนิมิตร...ทิศทุกดาว...ณ คราวครา

เพียงดาวต่ำต้อย...ชะกำแหง   แค่อิ่มแสง...เจิดจ้า
ทำทีหาญ...ว่าแกร่งกล้า............. (เทียบบุญญา)   ชะรอยว่า...แค่ฝัน...ก็จัญไร

แม้อิ่มแรง...ด้วยแสงสม   แค่ดาวพรหม....ที่สุกใส
ควรคิดพอ...บ่ อิ่มใน....   เจียมจิตใย....คิดเด่นพงศ์

จงเบิกเนตร....ที่ล้อมลาน   ดาวนับล้าน....ยังอยู่คง
จักคิดการณ์....หาญเทียบวงศ์   จงปลงจิต...คิดหมาย..บรรลัยเทอญ....
				
7 เมษายน 2552 07:40 น.

วันจักรี (ย้อนหลัง)

KIRATI


ทุกพระองค์....ทรงยิ่งฟ้า           เกรียงไกร 
เศวตฉัตร....สืบสมัย                 ปกแคว้น
รัตนโกสินทร์...เด่นหมาย        พรายสุข    สืบแฮ
จงยิ่งนาน....สืบแม้น                สุขพร้อม   จิตงาม
 
ปกสยาม....นามเพริศล้วน       ธรรมมี
พรมประเสริฐ....ปฐพี                ปกฟ้า
เก้ารัชสมัย....ในจักรี               สุขผ่อง ชนสยาม
ครองสืบสิทธิ์....เกริกหล้า         เกียรติก้อง เกรียงไกร
				
Calendar
Lovings  KIRATI เลิฟ 71 คน

วฤก

โคลอน

เชษฐภัทร วิสัยจร

เพียงพลิ้ว

อัลมิตรา

ฤกษ์ ชัยพฤกษ์

ผู้หญิงไร้เงา

แทนคุณแทนไท

กุ้งหนามแดง

แมงกุ๊ดจี่

ประภัสสุทธ

รการต์

พฤหัส กฤษชยรักษ์

บินเดี่ยวหมื่นลี้

ร้อยฝัน

pigstation

หิ่งห้อยน้อยใจ

ลักษมณ์

มนต์กวี

สองตุลา

ท่องเมฆา

ก้าวที่...กล้า

กวีปกรณ์

ดอกบัว

เฌอมาลย์

ว.มหรรณวา

เปเป้ซังแม่มู๋ผู้เดียวดาย

ครูพิม

คอนพูทน

สายธารน้ำใจ

ก่องกิก

คีตากะ

ขุนศรี

พิมญดา

ยาแก้ปวด

ทิพย์โนราห์ พันดาว

บนข.

กันนาเทวี

กิ่งโศก

ไหมแก้วสีฟ้าคราม

ครูกระดาษทราย

แก้วประภัสสร

KIRATI

จอมปราชญ์แดนอาคเนย์

คืนแรมสามค่ำหน้าร้อน

ห้าเจ้าจอม

**.. เช่นรวีโชติ..**

แกงเขียวหวาน

มวลภมร

ดาวศรัทธา

cicada

เปลวเพลิง

หญิงบ้า

เ ที ย น ห ย ด

din

เบยองจุน

สีเมจิก

นักสืบไร้ชื่อ

ชากร

บุญพร้อม

พาดกลอน

แย้ม ไกลวันเกิน

แม่น้ำในฟ้า

Arm

Jackie

ไผ่ลู่ลมม

ศรีปาด เฟสเก่าโดนระบบลบเฉยเลย

ศุทธิกมล

Prayad

Parinya

จิ๊กจ้า

  KIRATI
ไม่มีข้อความส่งถึงKIRATI