กลอนชมธรรมชาติ

ไพรพณา

rainbow butterfly


พฤกษชาติป่าไม้                       เขียวขจี  งามตา
เหมือนร่ายรำฟ้อนวี                  กิ่งก้าน
ดอกผลดกเป็นทวี                     สวยดั่ง  แดนสวรรค์
คือถิ่นเหนือคือบ้าน                   ป่าไม้แห่งสุเทพ

คอยอยู่บ้านนา

บุญเพิ่ม


คอยอยู่บ้านนา
ย่ำค่ำเย็นลมพราวกอข้าวไหว
ห้วงดวงใจสุขสมไม่ตรมเศร้า
ลานบ้านนาหญ้างามทั่วลำเนา
ฝันวันเก่ายังซึ้งติดตราใจ
หม่นบนฟ้าครึ้มเมฆเทพเสกสรร
ฝนหล่นพลันเติมหวังธารหลั่งไหล
เอื้อเฟื้อถิ่นพื้นหล้าจากฟ้าไกล
ยิ้มพริ้มในดวงหน้าตั้งตารอ
สุขทุกคราวลมโชยฝนโปรยสาย
ข้าวพราวพรายสดใสคลี่ใบช่อ
หลังหลั่งฝนกบพลันร้องกันออ
รักถักทอนกร้องทำนองครวญ
หวานซ่านเพลงไพรวันชวนหรรษา
ฤกษ์เบิกฟ้าสะกิดให้คิดหวน
ทุ่งคุ้งน้ำลาวัณย์แสนรัญจวน
ตื่นคืนด่วนพ่อแม่เฒ่ายังเฝ้ารอ!ฯ
อริญชย์
๒๕/๘/๒๕๕๕

ดั่งสายหมอก

คาปูชิโน่


   สายหมอกมาหยอกเย้ายามเช้าตรู่     อยากชักชวนเธอมาดูที่แห่งนี้มาสูดสัึมผัสอากาศดีดี                            ป่าเขาเขียวขจีสดชื่นใจ
เธออาศัยในเมืองมาหลายปี                     พบกับแสงสีศิวิไลซ์
ส่วนฉันอยู่ป่าเขาลำเนาไพร                    อยู่ห่างไกลแต่ใจเหมือนใกล้กัน
ถึงจะจากกันมานานแสนนาน                   เรื่องราวของวันวารยังผูกพัน
ดั่งสายหมอกจางจางและควัน                 ที่พัดพาพบกันแล้วพัดหายไป      

ธรรมชาติกับความรัก มะลิร้อยสาย.....

ทิพย์โนราห์ พันดาว


มลิสายเรียงร้อย..ห้อยระย้า
ริมโค้งฟ้าสุรีย์อ่อน..จวนค่อนสาง...
ลมรำเพย..เอื่อยกลินกรุ่น..ละมุนบาง
เดือนดาวจาง..วิหคแว่ว...จากแนวไพร
มองมะลิเรียงร้อย ....เป็นสร้อยสาย...
ฝันที่หมาย..ยังหายห่าง..อยู่ทางไหน
ในยามนี้ฉันคนเก่า...ยังเหงาใจ
เธอคนไกล..เหงาหรือเปล่า..บอกกล่าวที
งามอรุณ..เบิกฟ้านภาผ่อง..
ลำแสงทองโอบสาด..คีรีศรี..
วอนลมพัดความห่วงใย...ในฤดี
แด่คนดี แห่งดวงใจ..ที่ไกลกัน
แม้พ้นผ่านม่านเวลา..นาทีซึ้ง
ยังตราตรึง...แว่วคำหวาน..วันวานฝัน
กี่โคนรุ้ง..กี่คุ้งฟ้า...กี่ป่าพรรณ
ร้อยจำนรร ..มิเคยจาง..ห่างหัวใจ
มะลิสายเรียงร้อย...ห้อยระย้า
ยามอ่อนล้าฉันแอบเพ้อ..เธออยู่ไหน
หอมมะลิ..หวลวันวาน..ถึงหวานใจ
หวลอาลัย ไอรักเก่า...ยังเฝ้ารอ
ทิพย์โนราห์ พันดาว
ทิพย์โนราห์ พันดาว

เพลงในฝัน

เปลวเพลิง


ลมรำเพยคีตกานท์ผ่านขุนเขา
แว่วสำเนียงแผ่วเบามาเข้าฝัน
ฝ่าต้นตึกตระหง่านกลางม่านควัน
เพียงรำพันฝากเมืองที่เฟื่องฟู“เหนื่อยบ้างไหมคนกรุงผู้มุ่งหวัง
ตั้งหน้าตั้งตาทำงานสราญหรู
กลางความเสี่ยงครอบรุกทุกอณู
คิดหาดูน้ำใจแทบไม่มีควันพิษมาคลี่ม่านปิดน่านฟ้า
ชีพร้าวรอนอ่อนล้าแรงราศี
ตึกคอนกรีตสูงระหงกว่าพงพี
ความเครียดรี่สุมหัวถ้วนทั่วไปเชิญลองมาชื่นฉมอารมณ์ฉ่ำ
ขับลำนำดีดสีดีหรือไม่
ป่าพร้อมเสกเวทย์มนตร์ดลหัวใจ
เมื่ออยู่ในธรรมชาติพิลาสพรรณเพลงดอกไม้  วารี  และผีเสื้อ
สดสวยเอื้อประคองคลายหมองขวัญ
ทะเลหมอกห่มเช้ายอดเขานั้น
ลบภาพควันหวั่นผวาแห่งนาครโสตเสนาะรมณีย์ดนตรีนก
กล่าวสาธกหวานซึ้งถึงแดดอ่อน
กล่อมเหล่าผู้เหนื่อยหนักจงพักนอน
หนุนแนบหมอนใบหญ้าทอดอาลัยเพลงขุนเขาแว่วหวานกังวานเสียง
หากแค่เพียงลองสดับกลับสดใส
ป่าจึงฝากถ้อยถามความห่วงใย
สื่อสู่จิตนิมิตไว้ในคืนนี้”คีตกานท์แผ่วหายราวสายรุ้ง
คนสะดุ้งตื่นจากฝันเหมือนขวัญหนี
เมืองเริ่มเร่งวันวัยใหม่อีกที
ขณะที่ม่านควันยังตันเมือง

พาเพลิน

din


แดดอ่อนรำไรโลมลูบ
ลมวูบจูบแก้มแต้มผิว
แมกไม้ไหวอ่อนโปรยปลิว
ดูทิวสนเจ้าเบิกบาน
ผีเสื้อปีกลายทายทัก
เพลงรักแว่วแว่วแผ่วหวาน
ดอกไม้หลากสีคลี่บาน
ซาบซ่านฤดีปรีดา
ใบไม้หวีดหวิวดังแว่ว
เสียงแจ้วเจื้อยเจื้อยปักษา
ใต้ร่มพรรณไม้นานา
ร่มรื่นชื่นตาพาเพลิน

ท่องเที่ยวไป ที่ไหนดี?

ศรีสมภพ


อลังการดาวอยู่บนดิน เทศกาลแห่ดาว
จ.สกลนคร
เมอรี่ ! เมอรี่ ! ..คริสต์มาส
จินตนาการสานกระดาษวาดสีสัน
โน้มกิ่งฟ้ามาแต่งแต้มแซมดินกัน
ดึงสวรรค์และดวงดาว พราวพรมดิน
ขบวนรถ งดงามตามความคิด
ต่างประดิษฐ์ คริสต์มาสจัดแจงสิ้น
เทศกาลแห่งดาว  เร้าใจจินตน์
สมถวิล ไปงานแห่.. ท่าแร่สกล
" ค่ำคืนวันฉลองเทศกาลคริสต์มาส ไม่มีที่ไหน
จะตื่นตาตื่นใจได้เท่าที่นี่ คนเมืองสกลนครเขา
จินตนาการดาวบนท้องฟ้าเอามาแห่อยู่บนดิน
เป็นเทศกาลรื่นเริงสนุกสนานกว่าคริสต์มาสที่ไหนๆ
ในเมืองไทย ต.ท่าแร่ อ.เมือง จ.สกลนคร "
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
ตระการตา พิพิธภัณฑ์มังกรทองล้ำค่า
หนึ่งเดียวในเมืองไทย    จ.สุพรรณบุรี
มังกรยักษ์.. ยิ่งใหญ่ทะยานฟ้า
อหังการ์ กล้าแกร่งแห่งเขตขันธ์
รวมน้ำใจ เชื้อสายจีนถิ่นสุพรรณ
ตรึงตระหง่านตระการตา ท้าคนชม
ไฟยามค่ำ ทำกลายร่าง ตั้งเทียมฟ้า
งามสง่า ท่าผยอง ทองสวยสม
พิพิธภัณฑ์แห่งเผ่าพันธุ์ อันชื่นชม
ชาตินิยมอุดมเด่น..เช่นมังกร
" พิพิธภัณฑ์รวมเผ่าพันธุ์คนไทยเชื้อสายจีน
เมืองสุพรรณบุรีนั้นความยิ่งใหญ่ไม่เหมือนใครคือ
สร้างเป็นมังกรยักษ์โลดแล่นทะยานฟ้า คราเมื่อใกล้ค่ำ
มังกรยักษ์ตัวนี้จะกลายร่างได้เป็นมังกรทองล้ำค่า
ถ้าไม่ไปไม่เห็น ไม่รู้ไม่เชื่อ "
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
อลังการมรดกโลกเมืองเก่าอยุธยา ยามราตรี
จ.พระนครศรีอยุธยา
อลังการ.. งานศิลป์ ถิ่นอยุธย์
บริสุทธิ์ สมสถาน โบราณค่า
ต้องแสงไฟ ในค่ำคืน

เปิดฟ้า เพื่อปิดฟ้า

"ลุงรอง


เปิดฟ้า...เพื่อปิดฟ้า
นโยบาย  บรรเจิด  รัฐเปิดฟ้า
เปิดการค้า  สู่โลกกว้าง  อย่างอาจหาญ
เปิดสู่ความ  ศิวิไลซ์  ในจักรวาล
เปิดขยาย  กิจการ  ด้านอุตสาหกรรม
มีทุกอย่าง  ทุกสิ่ง  ที่ยิ่งใหญ่
มีปล่องไฟ  ปล่องควัน  วันยังค่ำ
มีค่าเงิน  ฟูเฟื่อง  เมืองชั้นนำ
วัฒนธรรม  นำเข้า  สู่เยาวชน
เกิดสังคม  อมทุกข์  คลุกขี้เถ้า
ไฟกามกร่อน  ร้อนเร่า  เข้าขุมขน
แฟชั่นเปิด  โชว์ร่าง   ทั้งล่างบน
สูบควันพ่น  กลางแสงไฟ  ในราตรี
หมู่ชาวนา  ยังทำนา  ฝ่าแดดฝน
เคยสู้ทน  ก็ยังทน  ทุกท้องที่
กำไรข้าว  ไม่พอกิน  เมื่อสิ้นปี
ยังพอกหนี้  พูนเพิ่ม  เติมทุกวัน
ฟ้าเคยใส  ป่าไม้สวย  ด้วยฝนฉ่ำ
บัดนี้คล้ำ  หม่นมัว  ทั่วเขตขัณฑ์
รองน้ำฝน  ใส่ตุ่มใส  ไว้แบ่งปัน
บัดนี้นั้น  เป็นฝนกรด  หยดหลั่งริน
รัฐเปิดฟ้า  เศรษฐกิจ  มาปิดฟ้า
ปิดผืนหล้า  แผ่ขยาย  ไปทั่วถิ่น
มลภาวะ  เคล้าเมฆมัว  ทั่วแดนดิน
ใครจะดิ้น  ชักตาย  ไปก่อนกัน
นายฐปกรณ์  โสธนะ (ลุงรอง)

นารอ นารอน นาร้อน นาร้าง

ม้าก้านกล้วย


นาร้อนรอนใจไร้ชีวา
เขียวพงดงหญ้ามาเลือนไร้
กบเขียดในนามาหายไป
น้ำเหนือหลากไหลก็ไม่นอง
เดือนห้าหนุ่มสาวเข้าเมืองกรุง
ท้องทุ่งจึงไร้ใครเที่ยวท่อง
เคยเรืองรองรุ่งดั่งทุ่งทอง
กลับต้องตากตกรกเป็นดง
สงกรานต์ปีนี้จะมีไหม
หนุ่มสาวคนใดจะไหลหลง
กลับกรุงเยือนนามาปลดปลง
มาคงวันคืนในผืนนา
แต่นี้ใครไหนจะไถหว่าน
มันไปทำงานโรงทอผ้า
มันลืมไอดินกลิ่นปลาร้า
มันลืมดอกหญ้าประดับดิน
มันเคยฝากคำกับท้องนา
สัญญาให้ไว้ลืมไปสิ้น
คำรักหวานเร้นเหมือนเล่นลิ้น
โบกบินจากไปไม่แม้ลา
แต่นี้มีแค่เฒ่ามาเฝ้าหว่าน
ไถดานเทือกถกตกกล้า
งกเงิ่นเขินขดรันทดล้า
จึงขายนาส่งเงินให้ไปซื้อรถ
มันขอเงินซื้อโทรทัศน์
เงินเดือนติดขัดตัดเงินหมด
พ่อแม่ชาวนาหามาชด
เงินก็หมดข้าวในนาหาไม่แล้ว

หญ้าเจ้าชู้

ม้าก้านกล้วย


เหม่อมองหญ้าเจ้าชู้ชูช่อไกว
ลมแรงไป หรือไร เจ้าไหวหวิว
จะเก็บเจ้า มากอดไว้ ไม่ให้ปลิว
ก็กลัวกิ่ว หนามเกี่ยว เรียวหนามคม
เจ้าแลเด่น สมค่า หญ้าเจ้าชู้
ใครจะชู ช่องาม ต้องตามก้ม
ใครจะเด็ด มาเชย มาชื่นชม
ระวังคม ทิ่มตำ กระหน่ำใจ
จะปล่อยไว้ ก็กระไรเหมือนไร้ค่า
ประดับดิน สิ้นราคา จะคว้าไขว่
ครั้นจะเก็บ มาเชย เลยกระไร
เจ้าก็คมเกินไป หักใจไม่ลง
ดอกหญ้า เหมือนกับฉัน ทุกวันนี้
คิดจะมีรักไว้ ใจจะหลง
จะปล่อยกาล ผ่านไป ใจจะปลง
หรือจะ ตกลงรัก หนักใจจัง
ไม่เคยรู้ว่ารักนี้ ดีอย่างไร
มีหนามคมหรือไม่ ใจยังหวัง
หรือสวยหรูเลิศลอยพลอยภวังค์
ก็กำลัง หยั่งใจ ใช้ความคิด
จะรัก จะเมิน จะเขินอาย
จะใจหาย ใจจะขาด หรือพลาดผิด
แค่หาเพื่อนคลายเหงา กับเขาสักนิด
ก็กลัวคิด ไปเอง เกรงใจลอย

สุขสมใจไอดินกลิ่นบ้านเก่า

บุญเพิ่ม


สุขสมใจไอดินกลิ่นบ้านเก่า
ทุ่งข้าวงามยามบ่ายคลายเม็ดฝน
นกบินวนบนไม้ใกล้ทุ่งข้าว
เรไรกล่อมลอมฟางข้างหญ้ายาว
ดอกรักขาวพราวช่อล้อเรไร
ฟ้าใสครามงามคุ้งรุ้งโค้งสวย
ริมลำห้วยพวยแสงแห่งฟ้าใส
สายลมโชยโปรยพร่างกลางพงไพร
มาลีไหวให้เห็นเย็นสายลม
สุขสมใจไอดินกลิ่นบ้านเก่า
มิตรหยอกเย้าเฝ้าถามตามสุขสม
กำลังใจให้กันปันคำคม
ยามโศกตรมขมขื่นฟื้นกำลัง!ฯ
อริญชย์
๒๘/๙/๒๕๕๕

ยามเย็น...

วฤก


๑ ๏ สุริยันผันลับฟ้า...........................เฟือนแสง
สีอ่อนรอนแดดแรง............................ร่วงคล้อย
ฉายฉาดวาดฉากแดง.........................ดาดแผ่น....นภานอ
ชะลอหล่นลงน้อยน้อย.........................แนบพื้นพนาหาย ฯ
๒ ๏ ลมโชยโปรยหมอกไล้..................โลมไพร
ลอยล่องฟ่องฟ้อนใน...........................พนัสกว้าง
ราวละหานซ่านธารใส.........................เซาะผ่าน
ลมสะบัดพัดหมอกคว้าง.......................ครูดคล้องโขดไศล ฯ
๓ ๏ นกกาพาพวกพ้อง.........................โผบิน
พาคู่หมู่ปักษิน.....................................สู่บ้าน
คืนคอนร่อนบินผิน..............................ผกจับ....คอนเนอ
นกเกาะรังเกาะก้าน.............................กิ่งไม้มองสลอน ฯ
๔ ๏ สายันต์ตะวันเคลื่อนคล้อย.............ครรไล
ภาพพิศติดตรึงใจ.................................วิจิตรล้ำ
ทวยเทพเสกพงไพร..............................เพียงภพ.....สรวงฤๅ
สวยเด่นเห็นซ้ำซ้ำ.................................ส่งให้ใจเกษม ๚

lovely

Lovely


รักคือคำหนึ่งทีี่ทราบซึ่งหัวใจนัก
คนใดที่ได้ฟังใคร่หลงรัก
คนที่พูด
คำเดียวคงไม่พอ
ต้องออล้อการกรระทำ

ปันสุขสองน้ำ

ศรีสมภพ


เจ้าพระยา,สะแกกรัง     เลียบฝั่งสองน้ำ
ปั่นน่องท่องนำ              วัฒนธรรมสืบสาน
“ ปันสุขสองน้ำ”             สุขล้ำสำราญ
เกาะเทโพตระการ         พื้นบ้านอุทัยฯ
ปันสุขสองน้ำ                 วิถีงามยิ่งใหญ่
ท่วมหนักแค่ไหน          ทำใจให้สุข
สะแกกรัง,เจ้าพระยา     น้ำมาไม่ทุกข์
ใช้ธรรมนำปลุก             ปันสุขสองน้ำ
สองสายสองแม่               น้ำแผ่ใต้ต่ำ
ท่วมมิดมืดน้ำ                 ไม่ช้ำทำใจ
ผสมกลมกลืน                 พลิกฟื้นคืนใหม่
ให้ทำอย่างไร                 เขาใช้แก้มลิง
น้ำปริ่มยิ้มสู้                  เรียนรู้อยู่นิ่ง
ยอมรับความจริง           ไม่ทิ้งไม่ขว้าง
ปั่นน่องท่องเที่ยว          เก็บเกี่ยวเกาะกลาง
สองแม่แผ่กว้าง             โอบร่างสร้างลูก
ขออยู่กับแม่                  ดูแลพันผูก
ไม่โกรธไม่ทุกข์            ยามสุขแบ่งกัน ! ..
..............................................................................................................
"เป้ อารักษ์" ซุปเปอร์สตาร์ผู้หลงใหลในการปั่นจักรยานเป็นชีวิตจิตใจ กับบทบาทการแสดงหนังบนหลังอานจักรยานเป็นครั้งแรก หนังสุดเท่ที่ "เป้ อารักษ์" จะพาคุณปั่น 2 ล้อคู่ใจ แหวกอากาศในบรรยากาศรื่นรมย์ ปั่นไปพร้อมกับจักรยานนับ 100 คัน ทั้งจักรยานโบราณ เสือภูเขา ฟิกซ์เกียร์ ฯลฯ ปั่นไปเที่ยว "เกาะเทโพ" เกาะกลางน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ซึ่งอย

ไปชมลั่นทมกันไหม......

สุรศรี


ขาวพวงกลีบขาวนวล..........หอมอบอวลชวนหลงใหล
สดสวยชมพูอรทัย..................มายวาเลนไทน์กลีบโตโต
ส้มแดงยีนส์มอแลนด์..........ขาวเหลืองแสนวิชานุโกลด์
แดงเข้มกำมะหยี่โชว์...............แสดสดใสส้มกาฬสินธุ์
แดงสยามเข้มสีจัด..............สามกษัตริย์หอมรวยริน
เหลืองสุวรรณดั่งใจจินต์..........ภมรบินเคล้าพวงร้อย
รุ่งศิริโชคชมพูหวาน...........เรนโบว์เบ่งบานชดช้อย
เฮอริเคนเข้มดั่งพลอย............ดอกบานย้อยทิพย์ปทุมพร
หลากสีพริตตี้ปริ้นเชส....... สวยสะเด็ดมูนไลท์เหลืองอ่อน
หงส์แดงเข้มยั่วภมร................ขาวลูกศรแลวิไล
สวยเด่นเรดจีน่า...............เหลืองกาญจนาน่าพิสมัย
หลากหลายลีลาวดีไทย........... ล้วนสุขใจยามได้ยล.
.......................................................................
หวัดดีครับ.........
ไปเที่ยวสวนสุดใจบ้านเพื่อนที่สกลนครมาครับ เลยมีลีลาวดีมาฝาก
วานเพื่อน ๆ ช่วยโพส  ลีลาวดีสวย ๆ ให้ทุกคนได้ชื่นชมด้วยครับ...
ขอบคุณครับ......................

เพียงความอ่อนไหว

din


ฉันก็ยังเป็นฉันทุกวันนี้
ผ่านชีวีร้อนหนาวยาวนานเนิ่น
เหนื่อยแสนเหนื่อยทุกข์ยากลำบากเกิน
ยังมุ่งเดินสร้างสรรถักฝันทอ
กำลังใจมีไหมให้กันบ้าง
คนอ้างว้างหม่นหมองมาร้องขอ
แค่ปรายตามองเมียงก็เพียงพอ
นานแสนนานยังรอมิท้อใจ
บนทางเดินแสนกว้างเมื่อย่างเท้า
พบแต่เงาเหงางันของวันใหม่
ยังดุ่มเดินดายเดียวเปลี่ยวฤทัย
ล้มลุกคลุกคลานไปในเส้นทาง
อรุณรุ่งของชีวีจะมีไหม
ฤๅหัวใจใกล้ดับกับรักหมาง
เพียงสายหมอกหยอกไล้ไอบางบาง
พื้นที่ว่างกลางใจก็ไหวเอน

๏.. ณ.คืนแรม แอร่มจันทร์..๏

กิ่งโศก


  ๏ พลบค่ำย่ำโพล้เพล้เสียงเห่หาย
อ่อนแสงแรงระรายเลือนวายดับ-
ลาพร้อมย้อมจันทรจรประทับ-
ประดาฟ้าระยับรับจันทร์แรม ๚ะ๛
    ๏ พลบย่ำโพล้เพล้บ่าย .... บรรพรต ลับแล 
สิ้นสุริย์ฉายยศ .... ย่อแล้ว
งันแลเงียบเรียบลด .... ลาวุ่น วายอา
สัตว์โลกต่างมิแคล้ว .... ล่วงเข้านิทรา
   ๏ จันทร์เสี้ยวเลี้ยวผ่านซุ้ม .... เมฆแฝง
ปิ่นศิวะสำแดง .... เดชไซร้
รัศมีหรี่ยิ่งแรง .... ทีฆรัต
คล้ายโอบประโลมไล้ .... พระแม่เจ้าเทวี
   ๏ ดื่นจวนดึกนึกเย้า .... ยลตัว
ใยเบิ่งซุ่มมุมสลัว .... แอบซ้อน
มัวชื่นตื่นชมกลัว .... ใครแอบ รู้เอย
โผล่สบประจบอ้อน .... ศศิเจ้าเห็นใจ
   ๏ ประทานหว่านรสล้ำ .... เลอสุข
ปลาตหายคลายทุกข์ .... พรากล้วน
ปรุงเสน่ห์เห่สนุก .... สนานนับ นานเนอ
เปล่งปลั่งประดังถ้วน .... ทรัพย์ถ้วมหัวหู
   ๏ จันทร์แรมแอร่มเจ้า .... อย่าจร จากเฮย
อยู่คู่ข้าอย่าถอน .... พรากข้า
โดดเดี่ยวยิ่งรอนรอน .... จิตร่ำ  เจรียงแล
เคียงแนบแอบเถิดอ้า.... อกผู้ระทม ๚ะ๛
         
            + กิ่งโศก +
    ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖
ขึ้น ๔ ค่ำ เดือนแปด ปีมะเส็ง
 (พระจันทร์ข้างขึ้น แต่ใยคิดถึงข้างแรม)