กลอนอกหัก

ดอกรักโรยแล้ว

เปลวเพลิง


เมื่อมี “รัก” หวามหวานก็ปานว่า
ปลูกผกา “ดอกรัก” เป็นสักขี
“รัก” หยั่งรากแข็งเข้มเต็มฤดี
ดลให้มี “รัก” ไสวกลางนัยนา
สองเราฝาก “รัก” ออมถนอมเอื้อ
สุขใจเมื่อเริ่ม “รัก” เป็นนักหนา
นั่น! น้ำค้างหยาดแย้มแก้มผกา
ชุ่มฉ่ำค่า “ความรัก ความภักดี”
เขาเคยบอกถ้อยอันแม่นมั่นนัก
จะฟูมฟักบุหงามารศรี
เราก็เปรยจำนรรจ์โดยทันที
จะดูแลมาลีพี่เหมือนกัน
อา! สวน “รัก” สองเราเพราพิลาส
งามเหมือนวาดเวียงฟ้าวนาสวรรค์
เทียบมณฑารพเสน่ห์พฤกษ์เทวัญ
“รัก” นิรันดร์จงผนึกลึกสุดใจ
แล้วจู่จู่เหมือนว่าเกิดอาเพศ
ต้องเทวษชอกช้ำน้ำตาไหล
“รัก” ที่เคยร่มรื่นกว่าอื่นใด
ร่วงโรยไปสุดฝืนให้คืนมา
โอ้ “รัก” เราไห้โหยร่วงโรยแล้ว
ตาเผยแววทุกข์โทมนัสสา
ไร้น้ำค้างแต่ฉ่ำด้วยน้ำตา
จำจิตลา “รัก” เก่าที่เราครอง
“รัก” อำลา พาใจเขาไปด้วย
เราเจ็บป่วยเพราะ “รัก” เฉาพาเศร้าหมอง
“รัก” เอย “รัก” ไร้หนามเมื่อยามมอง
ไยสยองยอกใจเราไม่โรย?

.ไม่เป็นไร.แค่ใจเป็นรอย.

มวลภมร


o  แม้เรื่องรัก ยากนัก จักลืมได้
ความเสียใจ มากมาย เกินจะเอ่ย
ก็ความรัก เคยให้ คนเคยเคย
ที่มาเลย ลืมกัน ว่าสัญญา
..
o  ในเมื่อรัก หมดใจ ได้แค่นี้
หมดไมตรี ก็คง หมดเลยหนา
ไม่ต้องมี หวนคิด ถึงสัญญา
แต่ก่อนมา อ้อนออด พรอดรักกัน
..
o  ไม่เป็นไร ลืมได้ ลืมไปเถิด
ก็แค่เกิด แผลใหม่ ในใจฉัน
ที่เคยหลง ปักใจ ให้ใจกัน
คนไม่มั่น ความรัก เป็นหลักใจ
...
o  ไม่เป็นไร ถึงเจ็บ คงสักพัก
แล้วก็คง ตั้งรัก ยึดใจไหว
ก็แค่เจ็บ จิ๊ดจี๊ด ในหัวใจ
ยังอยู่ไหว หากได้ ใช้เวลา
....
o  เอาเถอะนะ รู้ซะ สบายมาก
อย่าลำบาก ห่วงฉัน นั้นเลยหนา
แค่เพิ่มแผล ในใจ เธอให้มา
เดี๋ยวได้ยา รักใหม่ คงหายดี..
27/08/55  15:30

ยังคงคิดถึง

yayee


เธอรู้มั๊ย ไม่ใช่ ว่าไม่รัก
ยังตระหนัก รักมั่น ไม่หวั่นไหว
แม้เวลา ผ่านพ้น นานเพียงใด
เสียงกระซิบ จากหัวใจ ยังย้ำเตือน
สารภาพ ตามตรง ยังคิดถึง
เธอคือหนึ่ง ในใจ หาใครเหมือน
แม้เธอคือ ความฝัน อันลางเลือน
เปรียบเสมือน โลกแห่งฝัน กับความจริง
จึงต้องหยุด ความฝัน ไว้เท่านี้
ทั้งทั้งที่ สองเรา รักกันยิ่ง
ความหวังดี ที่ให้ จากใจจริง
ฉันจึงทิ้ง ทุกสิ่ง  ก้าวออกมา…

สิ้นรัก ดีกว่า เจ็บในรัก ll

ชายเหงา


อยู่มั่นคง เนิ่นนาน ไม่เลือนหาย       หายเลือนไม่ นานเนิ่น คงมั่นอยู่ราวเรื่องพัน  สั่นไหว   ใจได้รู้                  รู้ได้ใจ  ไหวสั่น  พันเรื่องราว
หนาวเน็บแห้ง ซ่อนซ้อน หลอนหลอกพร่านพร่านหลอกหลอน ซ้อนซ่อน แห้งเน็บหนาวเจ็บลืมเลือน   หลงลาง   จางเรื่องราว                        ราวเรื่องจาง  ลางหลง   เลือนลืมเจ็บ 
เน็บหนาวสิ้น  ใจขอ   รักไร้สิ้น                    สิ้นไร้รัก   ขอใจ   สิ้นหนาวเน็บสลายสิ้นรัก สิ้นยอม รัก ปวด เจ็บเจ็บ ปวด รัก ยอมสิ้น รักสิ้นสลาย

ขอทานรัก

Prayad


ณ ซอกตึกแห่งนี้มีที่ว่าง
สำหรับวางหัวใจอันไร้ค่า
คนมอซอรอเศษความเมตตา
นั่งก้มหน้าคอตกอกขอทาน
ความเจ็บปวดรวดร้าวคราวแรกรัก
สะท้อนทรวงฮักฮักคอยหักหาญ
ดวงฤทัยรักแรกเหลวแหลกลาญ
จนพิการเช่นนี้ฤดีตรม
จึงกลายเป็นยาจกที่อกหัก
ขอเศษรักคนอื่นอย่างขื่นขม
พิการใจไร้หญิงอิงแอบชม
นั่งซานซมหน้าด้านขอทานรัก
ไม่เกินวันพรุ่งนี้หรอกชีวิต
คงปลดปลิดลงด้วยใจป่วยหนัก
ดุจไร้ญาติขาดหญิงไว้พิงพัก
โถ...ใครจักต่อชีพจงรีบไว
โปรดให้ทานรักล้นแด่คนยาก
ผู้ฝันฝากใฝ่รักเจียนตักษัย
มิเคยเกี่ยงเลี่ยงเว้นว่าเป็นใคร
ขอเพียงใจมีรักจักสมปอง
มัวชักช้าร่ำไรอาจใจร้าว
หากได้ข่าวยาจกอกกลัดหนอง
สิ้นชีวาตม์ขาดคนมาสนมอง
เมื่อนั้นน้องอาจช้ำนอนคร่ำครวญ
(ธันวาคม ๒๕๒๘)

เสียงเพลงรัก

ลูกหว้า


เสียงเพลงรักมาหยุดสะดุดกึก
ความรู้สึกน้ำตาแทบบ่าไหล
อารมณ์รักเรียกร้องของหัวใจ
วอนเธอให้บรรเลงบทเพลงเดิม

เคยกล่อมดาวกล่อมเดือนเลือนรานร้าว
ให้เดินก้าวสะพานเธอสานเสริม
เสียงไพเราะเนิบเนิบเคยเคลิบเคลิ้ม
จะซ้ำเติมใจนี้อีกกี่ครั้ง

เธอจะเป็นเช่นน้ำยามโหยอ่อน
เหมือนมนต์พรเพลงทิพย์กระซิบสั่ง
บนทางเดินขวากหนามข้ามระวัง
ภาพความหลังอันหวานผ่านคืนวัน

ด้วยมือเธอที่ก่อถักทอรัก
จึงรู้จักหนแห่งแหล่งสวรรค์
มิได้อยู่ฟ้าไกลเข้าใจกัน
แต่อยู่นั่นที่เธออยู่ผู้บันดาล

เรามาปันสุขกันฉันคนรัก
เพื่อรู้จักชื่นมื่นวันคืนหวาน
ใจจริงจังหวังให้ได้พบพาน
สู่วิมานสวรรค์อันอำไพ

เมื่อจบการบรรเลงบทเพลงรัก
สุดจะหักห้ามตรมข่มไม่ไหว
แม้เพลงรักเคยหลงจบลงไป
ความรักไม่จบลงคงนิรันดร์

เขาและฉัน

อัลมิตรา


1.
ถอดหัวใจใส่กลอนอักษรสื่อ
ขอเลื่องลืออีกหนกลอักษร
ด้วยซาบซึ้งหนึ่งชายใจอาวรณ์
อยากสะท้อนความรู้สึกลึกภายใน
2.
เขาชื่อเรียงเสียงใดฉันไม่รู้
อีกที่อยู่หลักแหล่งแห่งหนไหน
เป็นผู้ดีหรือตกยากลำบากใด
เคยสงสัยเหมือนกันในวันวาน
3.
ด้วยเนิ่นนานการสนิทดุจมิตรแท้
ฉันก็แค่เลิกสงสัยไม่ฟุ้งซ่าน
ไม่คิดสืบเสาะหาสถานการณ์
หลายปีผ่านวางใจในไมตรี
4.
เคยมีบ้างปวดร้าวคราวห่างเหิน
ถ้อยดำเนินเป็นกลอนย้อนสักขี
แอบเหงาหงอยน้อยใจในบางที
ไดอารี่ลายพร้อยรอยน้ำตา
5.
ในตอนนั้นฉันเศร้าคล้ายเขาทิ้ง
ซ้ำโลกจริงโรคร้ายลอบกรายหา
ที่เจ็บป่วยเจียนตายวายชีวา
เจ็บน้อยกว่าตรงนี้ที่หัวใจ
6.
ผ่านเหตุการณ์วันนั้นฉันฉุกคิด
ฤๅ คนผิดเป็นฉันที่หวั่นไหว
มิตรภาพตราบสิ้นฟ้าแม้นคราใด
สำนึกได้แต่บางครั้งจิตลังเล
7.
ตนเองที่พลาดพลั้งมิยั้งคิด
กลับโยนผิดโทษเขาว่าเจ้าเล่ห์
แถมกริ้วโกรธก่อกวนป่วนเกเร
แสนสนเท่ห์แปลกใจไยฉันทำ
8.
คิดเป็นเพื่อนผู้เดียวที่เกี่ยวข้อง
โลกทั้งผองเทียบค่ากะลาคว่ำ
ถ้อยที่เขาเรียงร้อยเป็นรอยคำ
แอบเพ้อพร่ำซาบซึ้งตรึงอุรา
9.
แต่โลกใช่เทียบค่ากะลาคว่ำ
วรรณกรรมสูงเกินประเมินค่า
เขาเชี่ยวชาญสุนทรีเลิศลีลา
เทียบศักดากวีเอกเสกสุนทร
10.
ยามเขาจรดบทกานท์ ณ ลานกวี
ช่างมากมีมิตรสหายสายสมร
ซึ่งบางคนสนใจกว่านัยกลอน
เฉกละครฉันเห็นความเป็นไป
11.
เขายังคงเป็นเขาเทียบเท่าเดิม
ฉันกลับเพิ่มความรู้สึกนึกคิดใหม่
หากยึดมั่นฉันท์เพื่อน

รักเขานานๆ

คืนแรมสามค่ำหน้าร้อน


เพราะรักดอกจึงบอกมาว่ารักมาก
ต้องจำพรากจากนี้ไป  ไม่มีหวัง
ยินบ้างไหมใจยังเต้นเป็นเสียงดัง
เพียงลำพังยังรำพึงคิดถึงเธอ
วันผ่านไปใจไม่ผ่านไม่ผันเปลี่ยน
วันผ่านเวียนเพียรระลึกนึกเสมอ
เทียบวันเก่าเท่าวันก่อนตอนเราเจอ
น้ำตาเอ่อปริ่มๆรื้น ชื้นนัยน์ตา
ยังรักมาก มากเท่าที่พี่เคยรัก
ใจยังภักดิ์ แม้ไม่คาดปรารถนา
ว่าคนดีจะมีวันหันกลับมา
รู้ดีว่าสิ้นแล้วแววหทัย
เมื่อความรักหักบิ่นสิ้นความรัก
ใจเคยภักดิ์กลับแพ้เขาที่เข้าใกล้
เคยคิดแค่ รักแท้จะชนะใจ
ไม่เตรียมไว้ รักจะพลาดเกินคาดเดา
รักเขาแล้วก็รักไปให้หมดดวง
อย่าเป็นห่วงดวงใจใครจะเหงา
ให้สมที่พี่ยอมใจให้ซบเซา
อย่าสนใจใครจะเศร้า ..รักเขานานๆ

วาเลนไทน์น้ำตา

ฟ้าคู่จันทร์


14 กุมภา แก้วตามาลาจาก
น้ำตาพรากเธอมาจากไม่บอกกล่าว
ไม่ยอมบอกเหตุผล บอกเรื่องราว
คงถึงคราวต้องเศร้าไปอีกนาน
อยากจะบอกเธอว่าเสียใจ
ฉันผิดอะไรทำไหมไม่บอกฉัน
ต้องการจากลาก็บอกกัน
ตัวฉันนั้นจะยอมทำใจ.

โยนมันทิ้งไป

มะปรางจี๊ด


โอ้ชีวิตที่ผ่านแสนเศร้านัก
แม้มีรักก็ต้องพรากห่างไกลแสน
พรากจากเธอที่ฉันรักดั่งดวงแดน
แลหวงแหเธอยิ่งกว่าชีวีตน
คนเขาว่าละครเน่ากว่าชีวิต
คนเขาคิดละครเวอร์ชวนสับสน
แต่ละครก็เลียนจากชีวิตคน
ที่เล่นกลจนทำเราเสียน้ำตา
ใครจะรู้ว่าฉันต้องพรากจากรัก
ต้องอกหักเพราะปัจจัยอย่างที่ห้า
ต้องยอมพ่ายสิ่งที่เรียกว่าเงินตรา
ต้องจากลาเธอที่ฉันรักหมดใจ
ช่วงเวลาสามปีที่พ้นผ่าน
ฉันเฝ้าสานต่อความรักจนสดใส
แต่วันนี้เธอต้องพรากจากกันไกล
เธอรู้ไหมฉันทั้งเจ็บและทรมาน
ทำให้เกิดเป็นรอยแผลแสนสาหัส
มันถูกกัดกร่อนจนเกินจะผสาน
เป็นแผลเป็นในดวงใจที่ร้าวราน
เกินประมาณความเจ็บปวดที่ฉันมี
ยิ่งเธอบอกไม่ต้องรอหรอกที่รัก
ยิ่งช้ำหนักจนตัวฉันอยากจะหนี
ไปให้ไกลที่ที่ผู้คนไม่มี
ไปรักษาดวงฤดีก่อนกลับมา
แต่อย่างไรชีวิตนี้ต้องเดินต่อ
ไม่ย้อท้อแม้เจ็บปวดเกินรักษา
ขอบคุณเธอกับทุกสิ่งที่ให้มา
ขอบคุณฟ้าที่ให้เราได้รักกัน
ขอให้เขารักเธอกว่าที่ฉันรัก
ให้ทอถักดูแลเธออย่างสุขสันต์
เอาใจใส่ปกป้องเธอทุกคืนวัน
ให้รักกันเนิ่นนานกว่าที่เคยมา
ส่วนชีวิตของฉันต่อจากนี้
ขอแค่มีคนที่ดีเข้ามาหา
คนจริงใจที่มาช่วยฉันเยียวยา
ช่วยรักษาใจที่เจ็บให้หายพลัน
เราต่างต้องเดินหน้าไปกับชีวิต
อย่ายึดติดสิ่งที่ทำให้โศกศัลย์
ขออวยพรให้เธอสุขทุกคืนวัน
ขอให้ฉันพ้นความเจ็บทุกวันคืน

กุมภา...^_^

KIRATI


รอยแผลผ่าน รานทุกข์รน ทนทุกข์หนัก
จากคนรัก หักอกเอา เศร้าหม่นหมอง
ผ่านสิบสี่ กี่กุมภาฯ น้ำตานอง
ยังกลัดหนอง อดฉลอง วาเลนไทน์
อยากจิบไวน์ ใต้แสงจันทร์ แสงดาวส่อง
อยากลอยล่อง เรือสองคน จนฟ้าใส
อยากจุมพิต ที่นวลปราง อย่างสุขใจ
อยากพูดไป คำว่ารัก สักกุมภาฯ
ใยชะตา ข้าจึงตรม บ่มดวงจิต
ได้แต่สิทธิ์ คิดพร่ำไป ใฝ่จิตหา
ชีวิตอับ อาภัพรัก ปักอุรา
มีชะตา ได้แค่ซึ้ง เพียงครึ่งเดียว
อยากเพียงเจอ เธอผู้ที่ มีอีกครึ่ง
ใยเทพถึง ทะลึ่งขว้าง ห่างฟ้าเขียว
ให้สองเรา เหงาจนแก่ แย่จริงเชียว
เจอตอนเหี่ยว เซียวซีดหมด อดกุมภาฯ

ถึงบทเพลงแสนเศร้า

ก้าวที่...กล้า


ดวงดาวเป็นอิสระต่อดวงจันทร์และเพียงเธอที่ฉันใฝ่ฝันหา
แต่เราเป็นอิสระในวันลา
เธอจะเสียน้ำตาให้ฉันไหม
ท่ามกลางไอแดดหรือไอหมอก
กระซิบบอกกับฉันนะใกล้ใกล้
ถึงบทเพลงแสนเศร้าฉันเข้าใจ
เพียงอยากฟังความในหัวใจเธอ
ในวันไม่มีดวงดาวและดวงจันทร์
ฉันอาจมีน้ำตาเวลาเผลอ
เป็นความปวดใจใฝ่ละเมอ
คิดถึงพร่ำเพ้อในบางที
กาลเวลายาวนานชั่วกัปกัลป์
แต่ฉันอาจมีมันไม่ถึงพรุ่งนี้
เถิดบอกฉันหน่อยนะคนดี
แล้วฉันควรจะมีความรักไหม

บทกวี..แห่งความชอกช้ำ..

รุ้งสวรรค์


กว่าจะรู้จักกว่าจะรักมากเท่านี้
ใช้เวลากี่ปีกี่วันให้ผันผ่าน
สิ่งต่างที่เกิดขึ้นเหลือเพียงวันวาน
เหลือเพียงสายลมผ่านในวันเหงา
วันนี้คงยังจะมีอะไรเหลือ
คงต้องหวนเผื่อถึงวันเก่า
วันที่ความรักของสองเรา
ยังคงไม่อับเฉาเหมือนวันนี้
รู้ไหมฉันรักเธอมากแค่ไหน
บัดนี้ต่อไปคงต้องอยู่กับที่
ที่ซึ่งฉันคุ้นกับมันดี
ที่ซึ่งมีฉันอยู่เพียงเดียวดาย
หนึ่งบทกวี..กับความชอกช้ำ
กับหนึ่งคำ..ที่ทำให้ใจสลาย
เพียงเพราะเธอไม่รักฉันมากมาย..
เหมือนกับรักที่เธอมอบให้กับเขา
วันนี้ฉันต้องขอลา..
ขอลาไปพักใจให้หายเจ็บ
ขอลาไปดูแลหัวใจที่ชอกช้ำ
เพียงเพื่อเปิดรับความรักครั้งใหม่..ที่จะมาเยือน

วันนี้เมื่อปีก่อน

คนกรุงศรี


จากวันนั้น ถึงวันนี้ หลายปีพ้น
ดวงกมล สู้ข่ม ความขมขื่น
เพราะฤทัย ใสพิสุทธิ์ มีจุดยืน
แม้กล้ำกลืน ทุกข์ตรม ก็ข่มเอา
เพราะความหลัง ฝังใจ มิวายคิด
เหมือนสถิตย์ อยู่ท่าม กลางความศร้า
ทุกข์หรือสุข อยู่เคียง เพียงสองเรา
บางครั้งหนัก บ้างเบา ก็เข้าใจ
ณ.วันนี้ พี่อยู่ คู่กับเจ็บ
แม้หนาวเหน็บ ทนอยู่ เธอรู้ไหม
ต้องโดดเดี่ยว เอกา สุดอาลัย
ด้วยเธอไป ไกลลับ มิกลับคืน
เมื่อวันนี้ ปีเก่า เรามีสุข
คอยปลอบปลุก แรงใจ ให้สดชื่น
แต่วันนี้ พี่ซ้ำ สุดกล้ำกลืน
วันสดขื่น ครั้งหลัง ยังฝังจำ
หนาวลมเหนือ เมื่อสาง ช่างสับสน
เคยกังวล ห่วงเจ้า เฝ้าพูดพร่ำ
สิ่งใดถูก ใดดี ช่วยชี้นำ
ทุกถ้อยคำ ย้ำอย่าง ผู้หวังดี
ไม่กังวล ไม่ห่วงใย ไม่ไต่ถาม
เหลือเพียงความ หงอยเหงา เศร้าสุดที่
กับคิดถึง สุขเก่า เราเคยมี
อีกกี่ปี จะคลาย ……หายอาดูร

พลายแก้วกลับมา

พลายแก้ว เมืองกาญจน์


กลับจากดง พงไพร ไกลเขตขันธ์
ที่ด้นดั้น ฟันฝ่า หามรรคผล
อยากสงบ หลบทุกข์ ที่รุกรน
เพราะสุดทน ขมขื่น จำฝืนใจสิ่งที่หวัง พลั้งพลาด มลาศสิ้น
วางชีวิน อนาคต ต้องสดใส
ด้วยมุ่งมั่น ปณิธาน มองการณ์ไกล
กับทรามวัย คนรัก จักมิคลายเหตุเธอลา พาให้ ใจหมองหม่น
เจ็บกมล เกินกว่า รักษาหาย
ลองหลบหลีก สังคมเมือง เรื่องวุ่นวาย
ขอท้าทาย เข้าป่า รักษามานเอาพฤกษ์ไพร ขุนเขา เข้ามาช่วย
สงบด้วย ธรรมะ มาประสาน
ธรรมชาติ สดใส ใจเบิกบาน
เวลาผ่าน หลายปี มีความจริงย้อนกลับมา นาไร่ เป็นไงหนอ
ไร้คนรอ ท้อทด สลดยิ่ง
เห็นนารก ไร่ร้าง น่าชังชิง
เพิงเคยพิง พักอาศัย ไร้คนแล
ใต้เงาแจ่ม แสงจันทร์ คืนวันนี้
กับใจที่ มุ่งหวัง อย่างแน่วแน่
เธอยังอยู่ ในใจ ไม่เปลี่ยนแปร
มีก็แต่ ที่เรา ยังเศร้าตรม
พลายแก้ว

เจ็บแต่จบ...

แมงกุ๊ดจี่


วันคืนพารอยเกลียวเคยเกี่ยวฝัน
ขาดสะบั้น...หมดลงสิ้นสงสัย
ภาพ "ความจริง" เต็มตาไร้อาลัย
หลงเหลือไว้...ทรงจำคอยย้ำเตือน...
เพราะว่ารักจึงยอมถนอมคำ
มิกล่าวนำยอมจบเพื่อกลบเกลื่อน
เก็บรักษา...ความคิดไม่บิดเบือน
อย่าเอ่ยเอื้อนกลัวพลาดลงบาดใจ...
ถึงวันนี้ ขอบอก จำออกปาก
แม้ฟังยาก "เลิกกัน" อย่าหวั่นไหว
ที่ผ่านมา ยืดเยื้อ เพราะเหลือใย
จากนี้ไป ควรจบ เลือนลบรอย...
"เจ็บแต่จบ" หยุดสาว เรื่องราวเก่า
เพราะฉันเหงา ฉันโง่  ผูกโซ่คอย
ทุกความผิดรับเองผ่านเพรงคล้อย
ขอเพียงปล่อย  มือฉัน  "ในวันนี้" ...
ตระหนักรู้ "เธอไม่รัก" ประจักษ์แล้ว
เปรียบดุจแก้วแตกร้าวถึงคราวหนี
ฉันกล่าวคำ "เลิกกัน" มั่นศักดิ์ศรี
หอบช้ำปรี่...เดินจากไป "ไม่หวนคืน"
ปล.
ถ้ามันจะเจ็บแล้วมันจะจบ ต้องเจ็บเท่าไหร่ก็ยอม...
ถ้าค่อยๆ เจ็บ ถ้าค่อยๆ ทรมาน  ต่อไปอีกนานแสนนาน...

..อยากให้...ทุกคืนตื่นมีเธอ..

พิมญดา


สายลมร้อนพัดไหวใจยิ่งห่วง
ใครคนหนึ่งลาล่วงห่วงฉันไหม
ปล่อยให้เหงาเศร้าซึมฤา!อย่างไร
หรือมีใครเคียงข้าง..ทางร้าวราน
อยากให้อยู่ทั้งคืนได้หรือเปล่า
เหมือนที่เราเคยพลอดหยอดรักหวาน
ยิ้มอิ่มรสวจีที่เจือจาน
รัตติกาลผ่านซึ้งถึงมิคลาย
แต่คืนนี้มันเงียบเปรียบป่าช้า
คอยแต่พร่ำโหยหาน่าใจหาย
เวลาเคลื่อนเดือนผ่านฟ้าพร่างพราย
ไร้จุดหมายมองเหม่อเพ้อคนเดียว
อยากให้รักเหมือนทุกคืนตื่นมีเธอ
แต่มันเผลอคิดจริง.ยิ่งเปล่าเปลี่ยว
วางวงล้อชีวิตคิดกลมเกลียว
แต่ไม่เลี้ยวมาใกล้..ใจอีกเลย
เอาหัวใจวางไว้ใต้หมอนหนุน
มันว้าวุ่นทรมานนานเหลือเอ่ย
หรือต้องคอยอย่างนี้จนคุ้นเคย
วางใจเฉยคืนเหงา...ร้าวให้ชิน