ผ่านเรื่องราว มากมาย หลายปัญหา ผ่านเวลา ผ่านมา ด้วยความหมาย เคยมีคน เคียงคู่ อยู่ข้างกาย สร้างนิยาย แห่งรัก จากดวงใจ อุปสรรค ขวางหน้า ผ่านมาหมด จะกี่บท ทดสอบ ผ่านมาได้ เพียงมีเธอ เคียงข้าง กำลังใจ ไม่เคยหวั่น อ่อนไหว เพราะมีเธอ จนมาถึง บททดสอบ เกือบสุดท้าย เป็นบทร้าย แรงคิด จิตแสนอ คนตั้งโจทย์ สุดท้าย กลายเป็นเธอ ฉันต้องเจอ บทชีวิต คิดลำพัง โจทย์สุดท้าย เธอนั่นไง ทำให้เจ็บ เกินจะเก็บ ลบหมด บทความหวัง เมื่อไร้เธอ ชีวิตเผลอ หมดกำลัง แล้วฉันยัง ยืนได้ อย่างไรกัน ที่ผ่านมา ชีวิต ไม่คิดท้อ อนาคต ยังรอ ยังต่อฝัน ต่อจากนี้ จะอยู่ได้ อย่างไรกัน ปล่อยชีวิต ผ่านวันวัน แค่นั้นพอ o มวลภมร o
ดวงตาอันว่างเปล่าเฝ้าจับจ้อง ยังเหม่อมองเพียงเธอเอ่อความหมาย แต่ภาพเบลอแห่งฝันพรรณราย รั้งใจกายเธอสิ้นทั้งอินทรีย์ มืออันอ่อนแรงล้ายังคว้าไขว่ กุมเธอไว้ยามเศร้าเฝ้าถอยหนี แต่วัตถุฉุดกระชากลากคนดี จนไม่มีแม้เวลาชายตามอง บทเพลงซึ้งปนเศร้าเฝ้าขับขาน เพียงมอบแด่ดวงมาลย์วารหม่นหมอง แต่เสียงแห่งภูตพรายหมายจับจอง คงครอบครองโสตเธอจนเพ้อเลือน หัวใจรักหนึ่งดวงอันห่วงหา แทรกลมมามอบเธอเสมอเหมือน แต่รักลวงรุมเร้าเฝ้าบิดเบือน เธอจึงเชือนแชฉัน...ไม่หันมา...
ฮอดเดือนหกฝนตกมาน้ำตาหลั่ง เสียงฟ้าสั่งตึ้มต้ำซ่ำใจหลาย ดินกะสุ่มเซาแห้งแล้งกะกลาย บัดใจอ้ายคือซ่างแล้งแห้งกว่าดิน เห็นน้องดำคำผู้ฮ่ายซ่างกายหนี อ้ายบ่มีหัวใจให้ทั้งสิ้น หนออ้ายเอ้ยน้องคอยถ่ามาจนวิน อ้ายกลับบินหาคนโก้โอ้หนอชาย เห็นฟ้าก่ำกรำฝนน้องทนสู้ ทั้งที่ฮู่อ้ายบ่สนคนบ่หมาย ยืนฮ่องไห้ในสายฝนหล่นโปรยปราย ฮู่ใจหง่ายย่อนฮักหลายตายบ่จื่อ คำแปลนะจ๊ะ ถึงเดือนหกฝนตกมาน้ำตาหลั่ง ฟ้าร้องสั่งเหมือนย้ำช้ำใจหนา พอฝนตกดินชุ่มคลุมผืนนา แต่อุราพี่กลับแล้งแห้งกว่าดิน เห็นน้องดำซ้ำร้ายพี่หน่ายหนี ไม่เคยมีหัวใจให้ทั้งสิ้น โอ้พี่จ๋าน้องรอมาเป็นอาจิณ พี่กลับบินหาคนงามหยามน้ำใจ เห็นฟ้าก่ำกรำฝนน้องทนสู้ รู้ทั้งรู้พี่ไม่รักไม่อยากใกล้ ก็ต้องยอมทนฝืนยืนร้องไป รักทั้งใจจนตายก็ไม่จำ
จำได้ไหมถึงเรื่องราวในครั้งก่อน ชีวิตที่เหมือนดังบทละครของผู้หญิงคนนี้ ฉันทุ่มเทความรักไปจนหมดหัวใจที่มี เฝ้าทะนุถนอมเธอคนดีอย่างที่ไม่เคยเป็น และผลตอบแทนที่ฉันได้รับ คือการกระทำที่ตอบกลับ..อย่างโหดร้าย ความจริงใจอันไร้ค่าได้ถูกเธอทำลาย ชีวิตเหมือนคนใกล้ตายที่ไม่มีทางเยียวยา วันนี้ฉันลุกขึ้นได้ใหม่ และพร้อมจะก้าวไปอย่างคนไม่มีความหลัง เธอหวนกลับมาตรงนี้..อย่างคนสิ้นไร้เรี่ยวแรงกำลัง เพราะถูกเขาย่ำยีหัวใจจนพัง..ไม่มีชิ้นดี เธอขอร้องให้ฉันช่วยซับน้ำตา และต้องการให้ความรักกลับคืนมาเหมือนเดิมจะได้ไหม ตอบได้ทันทีว่าทุกๆอย่างที่เธอคิดไม่มีทางจะเป็นไป คนที่โง่เพราะความรักมามากมาย..จะไม่ยอมให้อะไร - ต้องซ้ำรอยเดิม-
โอ้ชีวิตที่ผ่านแสนเศร้านัก แม้มีรักก็ต้องพรากห่างไกลแสน พรากจากเธอที่ฉันรักดั่งดวงแดน แลหวงแหเธอยิ่งกว่าชีวีตน คนเขาว่าละครเน่ากว่าชีวิต คนเขาคิดละครเวอร์ชวนสับสน แต่ละครก็เลียนจากชีวิตคน ที่เล่นกลจนทำเราเสียน้ำตา ใครจะรู้ว่าฉันต้องพรากจากรัก ต้องอกหักเพราะปัจจัยอย่างที่ห้า ต้องยอมพ่ายสิ่งที่เรียกว่าเงินตรา ต้องจากลาเธอที่ฉันรักหมดใจ ช่วงเวลาสามปีที่พ้นผ่าน ฉันเฝ้าสานต่อความรักจนสดใส แต่วันนี้เธอต้องพรากจากกันไกล เธอรู้ไหมฉันทั้งเจ็บและทรมาน ทำให้เกิดเป็นรอยแผลแสนสาหัส มันถูกกัดกร่อนจนเกินจะผสาน เป็นแผลเป็นในดวงใจที่ร้าวราน เกินประมาณความเจ็บปวดที่ฉันมี ยิ่งเธอบอกไม่ต้องรอหรอกที่รัก ยิ่งช้ำหนักจนตัวฉันอยากจะหนี ไปให้ไกลที่ที่ผู้คนไม่มี ไปรักษาดวงฤดีก่อนกลับมา แต่อย่างไรชีวิตนี้ต้องเดินต่อ ไม่ย้อท้อแม้เจ็บปวดเกินรักษา ขอบคุณเธอกับทุกสิ่งที่ให้มา ขอบคุณฟ้าที่ให้เราได้รักกัน ขอให้เขารักเธอกว่าที่ฉันรัก ให้ทอถักดูแลเธออย่างสุขสันต์ เอาใจใส่ปกป้องเธอทุกคืนวัน ให้รักกันเนิ่นนานกว่าที่เคยมา ส่วนชีวิตของฉันต่อจากนี้ ขอแค่มีคนที่ดีเข้ามาหา คนจริงใจที่มาช่วยฉันเยียวยา ช่วยรักษาใจที่เจ็บให้หายพลัน เราต่างต้องเดินหน้าไปกับชีวิต อย่ายึดติดสิ่งที่ทำให้โศกศัลย์ ขออวยพรให้เธอสุขทุกคืนวัน ขอให้ฉันพ้นความเจ็บทุกวันคืน
...แล้ววันหนึ่งเธอก็ทิ้งกันไป ปล่อยให้อยู่เดียวดายอย่างทุกวันนี้ ไม่เคยสงสารกันบ้างเลยคนที่เคยดี จนป่านนี้ยังไม่เคยคิดห่วงใย.. ...ไม่มีแม้คำร่ำลา นับแต่วันที่เธอเดินห่างหาย ไม่มีแม้ความเอื้ออาทรในหัวใจ ทั้งๆที่เคยบอกกันว่าห่วงใยแล้วทำไมไม่เคยคิดจะกลับมา ..(คืนดีกัน)..
ตะวันลับฟ้า ***** สุรีย์ใกล้ ลับลง ตรงขอบ(ภู)เขา วิหคเฝ้า โบยบิน คืนถิ่นฐาน ไผ่เสียดก่อ พลิ้วไหว อยู่ใกล้ธาร เย็นลมผ่าน รวยรื่น ฉ่ำชื่นจินต์ ***** เสียงหรีดหริ่ง เรไร ทักทายทั่ว ยามฟ้าหลัว ตะวันคล้อย ลอยลับถิ่น ดั่งบทเพลง กล่อมสรวง ห้วงเมฆินทร์ เคล้าเสียงริน หลั่งไหล สายธารา ***** เมื่อแสงสูรย์ ลับลา จากฟ้ากว้าง ดาวระยิบ พราวพร่าง กลางเวหา ดาระดาษ สาดส่อง ท้องนภา แทนแสงจันทร์ ที่ลา คราข้างแรม ***** ได้แต่คิด ครวญคำ ลำนำเศร้า ความเงียบเหงา ทับถม ระทมแต้ม ถึงคู่เย้า เคยหยอก บอกรักแซม ประคองแก้ม เชยชิด จูมพิศปราง ***** สัญญาใจ ฝากฝัน จะมั่นรัก ไม่เหหัก ห่างหาย ให้หม่นหมาง แต่..บัดนี้ ไฉน ไกลเลือนราง ลืมรักที่ เคยสร้าง เส้นทางใจ ***** โอ้..รักเอย เปลี่ยนผัน ไม่หันกลับ ตะวันลับ ยังคืนมา ชื่นฟ้าใส คนเคยรัก ปักทรวง ห้วงหทัย กลับไม่เหลือ เยื่อใย มอบให้กัน.... ***** สุนันยา
ทบทวนดีแล้วนะ . ที่เลือกจะ ไปกับใครคนนั้น สิ่งดีๆ ที่สองเราเคยร่วมฝัน ขาดสะบั้น อย่างหมดเยื่อขาดใย ก็ตั้งตัวไม่ติด ไม่เคยคิดว่าเธอจะทำกันได้ กับทุกสิ่งที่เธอได้ทำลงไป ฉันเจ็บร้าวที่ใจ มากมายเหลือเกิน ใจเธอทำด้วยอะไร รู้ร้อนหนาวบ้างไหม ที่ใจฉันต้องยับเยิน สุดท้าย .จบตรงแยกทางกันเดิน จะคิดเสียว่าบังเอิญ...ผ่านมาพบกัน...
ฉันกับเธอมีชีวิตคนละที่ แต่ละวันของฉันคนนี้ มันอ่อนไหว เธออยู่ได้ เพราะใครคนนั้น..เข้าใจ ฉันก็ต้องอยู่ต่อไป ถึงจะขาดใครคอยดูแล อย่างดี ก็ยังมีน้ำตา คอยเป็นเพื่อน ในคราวอ่อนล้า และท้อแท้ อย่างน้อย ...มันก็แบ่งเบาฉันยามอ่อนแอ ดีกว่าบางคนที่เคยแคร์... แล้วทำได้แค่ ซ้ำเติม
เคยเป็นคนทนเข้มอย่างเต็มข้น สู้อดทนรับแผลได้หลายสิบแผล สู้เมื่อไหร่ใจเพียงสู้ไม่รู้แพ้ กายย่ำแย่ แค่ก้ำกึ่งไม่ถึงตาย แผลที่กาย แค่ไหนก็พอทำเนา เพราะใจเรา ยังพอรั้งไม่พังพ่าย แต่วันนี้เธอทิ้งไปใจจะวาย ทนพิษบาดหมางไม่ได้.. จะตายแล้ว เห็นคนลง status ใน fb แล้ว น่าสนใจเอามาแต่งกลอน แต่ คำมีหกพยางค์ และไม่คล้องจอง แถมเป็นคำเสียงยาว เลย ฝืดๆไปหน่อย
หนุ่มเคมี....ห้องแล็บแอบมองเหม่อ ทุกวันเจอนงคราญผ่านหน้าห้อง มือถือสารเคมีที่ทดลอง ได้แต่มองผิวเผินเธอเดินผ่าน หนุ่มเคมี-สาวชีวะพบปะบ่อย แล็บต้องคอยพึ่งพาค้นหาสาร ห้องติดกันชั้นสองต้องช่วยงาน ร่วมประสานประสิทธิ์ผลิตภัณฑ์ โรงงานใหญ่งานหนักพักผ่อนน้อย เห็นเนื้อกลอยผายผอมยอมโศกศัลย์ ถือตะกร้าเข้าไลน์ไม่เว้นวัน สู้บากบั่นทำงานนับนานปี พบกันยิ้มยามผ่านสราญจิต เสมือนมิตรรู้ใจในวิถี ตะกร้าคนละใบผูกไมตรี กำลังใจนั้นมีในแววตา วันหนึ่งเธอเข้าแล็บแอบกระซิบ ให้ช่วยหยิบถือของต้องมาหา ไร้คนช่วยด้วยหญิงจึงพึ่งพา หนุ่มอาสาช่วยไปไม่รีรอ เมื่อเคียงใกล้ได้ชิดสนิทสนม เธองามสมเพรียบพร้อมย่อมทดท้อ สำรวจตัวมอมแมมแถมมอซอ รูปไม่หล่อยากแค้นแสนระอา ข่าวตอกย้ำแฟนเธอเป็นวิศวะ รูปสุดจะหล่อเหลาเงินเนาหนา จำต้องถอยออกห่างอย่างระอา ด้วยน้อยหน้าเงินน้อยต่ำต้อยเรา กระจกใหญ่บานนั้นทุกวันนี้ ยังคงมีนางฟ้าใบหน้าเฉลา เดินผ่านไปทุกคราสง่าเงา แต่ว่างเปล่าคนมอง....ต้องทำใจ...
ถ้าน้องเจ็บ พี่ไยจักจะเก็บอารมณ์ไหว น้ำตาว๊ะ เป็นบ้าไหลทำไม หรือบอกความขื่นไข้ในใจเรา เขาไม่รักเราอย่างที่ควรรัก แน่นอนนัก ผลักเราเป็นคนเศร้า ความทุกข์นั้นแม้เพียงแค่แผ่วเบา แต่สะท้านสะเทือนเข้าไปถึงทรวง เมื่อน้องเจ็บ ไยพี่ต้องกดเก็บความเป็นห่วง ถ้อยที่เคยพร่ำย้ำทุกสิ่งปวง มาถามทวง ว่ายังจำสักคำไหม คนหมองหม่น ไม่แปลกหรอกหากหมองจนอยากร่ำไห้ เพราะบางคนยังแกล้งแสดงใจ ร้องร่ำไห้ได้ทั้งที่ไม่มีใจ ไม่ถามว่าวันนี้ สบายดีหรือ เพราะข้อความที่สื่ออารมณ์ไว้ ในนามของคนที่คอยห่วงใย ขอถามว่า มีอะไรก็บอกมา
เหมันต์หวนครวญหาคนน่ารัก ได้รู้จักแล้วจากเพียงฝากฝัน ลมหนาวโหมโถมมายิ่งจาบัลย์ ความโศกศัลย์ระคนปนหนาวใจ เก็บเอาความอาภัพไว้คับอก ถึงเข็นครกขึ้นเขาเรายังไหว สุดยากเย็นเข็นรักหนักทรวงใน เข็นเท่าไหร่ไม่พ้นวังวนลวง เสียดายความรู้สึกที่นึกรัก เสียดายที่สมัครปักใจหวง สงสารความจริงแท้ในแดดวง ที่เซ่นสรวงให้แด่ความแปรปรวน พบกับความผิดหวังครั้งที่ร้อย คิดแล้วน้อยใจช้ำสุดกำสรวล เหมันตกาลผ่านผันยิ่งรัญจวน ได้แต่ครวญเพลงเศร้าเคล้าสายลม นี่ก็อีกราตรีที่หนาวเหน็บ ทนปวดเจ็บอีกคราให้สาสม เป็นทาสรักปักจิตคิดระทม ร้าวระบมไร้คู่อดสูใจ เหมันต์หวนครวญหาสุดว้าวุ่น ได้พบคุณเพียงฝันยิ่งหวั่นไหว หนาวลมโชยโหยหาห่วงอาลัย ป่านนี้ใครเค้าหนอเคลียคลอคุณ (เหมันตฤดู ๒๕๓๕)
รอยแผลผ่าน รานทุกข์รน ทนทุกข์หนัก จากคนรัก หักอกเอา เศร้าหม่นหมอง ผ่านสิบสี่ กี่กุมภาฯ น้ำตานอง ยังกลัดหนอง อดฉลอง วาเลนไทน์ อยากจิบไวน์ ใต้แสงจันทร์ แสงดาวส่อง อยากลอยล่อง เรือสองคน จนฟ้าใส อยากจุมพิต ที่นวลปราง อย่างสุขใจ อยากพูดไป คำว่ารัก สักกุมภาฯ ใยชะตา ข้าจึงตรม บ่มดวงจิต ได้แต่สิทธิ์ คิดพร่ำไป ใฝ่จิตหา ชีวิตอับ อาภัพรัก ปักอุรา มีชะตา ได้แค่ซึ้ง เพียงครึ่งเดียว อยากเพียงเจอ เธอผู้ที่ มีอีกครึ่ง ใยเทพถึง ทะลึ่งขว้าง ห่างฟ้าเขียว ให้สองเรา เหงาจนแก่ แย่จริงเชียว เจอตอนเหี่ยว เซียวซีดหมด อดกุมภาฯ
เคยคาดหวังมากมายที่รายล้อม แต่ต้องยอมแพ้พ่ายความผิดหวัง จะไขว่คว้าอันใดไม่จีรัง สุดจะหยั่งยากถึงจึงต้องตรม ห้วงคำนึงโดดเดี่ยวเหนี่ยวโน้มจิต เหมือนลิขิตชีวิตให้ขื่นขม ปราถนาสิ่งใดไม่ภิรมย์ มันถาโถมย่อยยับจับทั้งใจ เรียกตัวช่วยที่ไหนไว้ปรึกษา เห็นมีแต่น้ำตาที่รินไหล จะกู่ก้องร้องเรียกกับผู้ใด นอกจากใจตัวเอง.เพียงเดียวดาย ดูเหมือนว่าครายิ้มทิ่มหัวอก น้ำตาตกข้างในใจสลาย หากวันนี้พรุ่งนี้คือวันตาย ยอมแพ้พ่ายลับลา. ..พาลบเลือน กอดตัวเองเอาไว้ให้แน่นหนัก หากความรัก-ความจริงไม่แม้นเหมือน ทุกสิ่งอย่างนำพามาบิดเบือน แล้วซ่อนเงื่อนรอยกรรม..ช้ำชีวี