อยู่มั่นคง เนิ่นนาน ไม่เลือนหาย หายเลือนไม่ นานเนิ่น คงมั่นอยู่ราวเรื่องพัน สั่นไหว ใจได้รู้ รู้ได้ใจ ไหวสั่น พันเรื่องราว หนาวเน็บแห้ง ซ่อนซ้อน หลอนหลอกพร่านพร่านหลอกหลอน ซ้อนซ่อน แห้งเน็บหนาวเจ็บลืมเลือน หลงลาง จางเรื่องราว ราวเรื่องจาง ลางหลง เลือนลืมเจ็บ เน็บหนาวสิ้น ใจขอ รักไร้สิ้น สิ้นไร้รัก ขอใจ สิ้นหนาวเน็บสลายสิ้นรัก สิ้นยอม รัก ปวด เจ็บเจ็บ ปวด รัก ยอมสิ้น รักสิ้นสลาย
ถ้าน้องเจ็บ พี่ไยจักจะเก็บอารมณ์ไหว น้ำตาว๊ะ เป็นบ้าไหลทำไม หรือบอกความขื่นไข้ในใจเรา เขาไม่รักเราอย่างที่ควรรัก แน่นอนนัก ผลักเราเป็นคนเศร้า ความทุกข์นั้นแม้เพียงแค่แผ่วเบา แต่สะท้านสะเทือนเข้าไปถึงทรวง เมื่อน้องเจ็บ ไยพี่ต้องกดเก็บความเป็นห่วง ถ้อยที่เคยพร่ำย้ำทุกสิ่งปวง มาถามทวง ว่ายังจำสักคำไหม คนหมองหม่น ไม่แปลกหรอกหากหมองจนอยากร่ำไห้ เพราะบางคนยังแกล้งแสดงใจ ร้องร่ำไห้ได้ทั้งที่ไม่มีใจ ไม่ถามว่าวันนี้ สบายดีหรือ เพราะข้อความที่สื่ออารมณ์ไว้ ในนามของคนที่คอยห่วงใย ขอถามว่า มีอะไรก็บอกมา
ส่องกระจกคราใดให้นึกโกรธ อยากมีบทลงโทษ..คนตรงหน้า บอกไม่เคยจะจำเลยสักครา เป็นคนเจ้าน้ำตา..มาจนชิน เวลาทุ่มรักใครไม่เคยเผื่อ แม้ถูกเถือเลือดเนื้อแทบแดดิ้น ชอบลงทุนพนันรักอาจิณ น้ำตารินหมดใจไม่รู้ฟัง คนนิสัยไม่ดีไม่เคยห่วง ใครจะลวงมาแอบแนบความหวัง ไม่ระแวงแสดงหรือชิงชัง สิ่งที่ยัง คือ รักและภักดี ผลตอบแทนที่รับนับแต่แผล หวังรักแท้เท่าไหร่ใยหลีกหนี บอกให้รักตัวเองนั้นทุกที แต่ไม่มีค่าควร..ชวนเจ็บใจ หรือจะเรียก"สันดาน"จนเข้าเส้น ต่อให้เร้นหลีกลี้หนีไปไหน ค่าของคน.ผลรับหนักเพียงใด ก็เปลี่ยนแปลง"นิสัย"ไม่ได้เลย
ค่ำคืนนี้ฉันฝันถึงที่รัก แต่อกหักเพราะที่รักที่รักฉันถ้าเธอมีคนอื่นอยู่ใกล้กัน ถึงตัวฉันจะไม่สวยก็รักเธอ
จากวันแรกแบกใจมาให้รัก แต่วันนี้แบกกลับเพราะไม่ไหว เธอไม่เคยหมั่นคอยดูแลใจ ปล่อยทิ้งไว้จนหมอง..นองน้ำตา เคยสัญญาว่าจะเก็บไว้ในอก จะไม่ทำหล่นตกให้เสาะหา พอนานวันผ่านห้วงกาลเวลา สเน่หาเลือนลาง..ทางรักเรา เคยพูดจาหวานหูไม่รู้หาย แล้วกลับกลายเงียบงันฝันเลยเศร้า หลบสายตาตอบมาก็บางเบา เหมือนมีเงาซ่อนแอบแนบ..อีกคน คนไม่รักทำอะไร..ใช่คนผิด ปล่อยให้ติดวังวนจนสันสน นี่แระหนอรักแท้แค่เล่ห์กล ยากหยั่งถึงใจคนแม้คุ้นเคย คนที่ร้ายไม่ไกลจากใจนี้ แล้วคนดีอยู่ไหนไม่เห็นเผย วาสนาของคนถูกละเลย ได้กอดเกยความช้ำ..ทุกค่ำคืน
ทุกถ้อยกล่าวราวกล่อมสู่อ้อมกอด น้ำคำพรอด...อ่อนหวานผสานเสียง เชื่อถือมั่น...นัยคำสื่อสำเนียง พร้อมจักเคียงมอบหวังพลังใจ... ศรัทธาในชาติภพประสพพักตร์ ตรึงจำหลักคล้องขวัญคงมั่นไว้ ยอมมีรัก...ทุกข์ทนแม้หม่นไหม้ แม้นร้างไร้อนาคตกำหนดวาง... เกิดรักซ้อนซ่อนเงื่อนมาเคลื่อนคล้อง ถูกจำจอง...ไร้สุข-ทุกข์มิสร่าง หมายคือ "รัก" สุดท้ายที่ปลายทาง แต่เปล่าว่าง...ทางตันสุดครรลอง เป็นโทษทัณฑ์ทำไว้แต่ใดหนอ ? หรือร่วมก่อกรรมเก่าเราทั้งสอง ผูกปมเงื่อนบ่วงกรรมแล้วจำจอง ผลสนองรักขมทุกข์ตรมทรวง... หลบซ่อนช้ำข่มเศร้าในเงาหม่น น้ำตาหล่นเกินกลั้นยามขวัญหวง รักร่วมสร้างร้างลา...สิ้นค่าปวง เหลือรอยบ่วงพ่วงทัณฑ์สุดบรรเทา... มาให้รักแล้วลิดรอนอาวรณ์นัก สุดจะหักสุดจะห้ามข่มความเหงา หรือสิ้นแล้วหนทางระหว่างเรา เหลือเพียงเงาเคล้าร่างตราบวางวาย...
กว่าจะรู้จักกว่าจะรักมากเท่านี้ ใช้เวลากี่ปีกี่วันให้ผันผ่าน สิ่งต่างที่เกิดขึ้นเหลือเพียงวันวาน เหลือเพียงสายลมผ่านในวันเหงา วันนี้คงยังจะมีอะไรเหลือ คงต้องหวนเผื่อถึงวันเก่า วันที่ความรักของสองเรา ยังคงไม่อับเฉาเหมือนวันนี้ รู้ไหมฉันรักเธอมากแค่ไหน บัดนี้ต่อไปคงต้องอยู่กับที่ ที่ซึ่งฉันคุ้นกับมันดี ที่ซึ่งมีฉันอยู่เพียงเดียวดาย หนึ่งบทกวี..กับความชอกช้ำ กับหนึ่งคำ..ที่ทำให้ใจสลาย เพียงเพราะเธอไม่รักฉันมากมาย.. เหมือนกับรักที่เธอมอบให้กับเขา วันนี้ฉันต้องขอลา.. ขอลาไปพักใจให้หายเจ็บ ขอลาไปดูแลหัวใจที่ชอกช้ำ เพียงเพื่อเปิดรับความรักครั้งใหม่..ที่จะมาเยือน
ในวันที่เหงากับฝนที่หล่นพรำ.. วันที่นกยักษ์บินไม่ได้.. วันที่ชีวิตเป็นของเรา.. ไม่ได้อยู่บนนิ้วไกปืนของศัตรู นอนบนเปลญวน เหงาจับหัวใจ.. ก่อนเคยมีเธอให้คิดถึง.. พอทำให้ชีวิตพอมีความหมายบ้าง แต่วันนี้..ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไปตามวิถี ทางสายเก่า...จึงโดดเดี่ยวอ้างว้าง ในหัวใจ คงเหลือแต่ผู้หญิงคนเดียว.. ภาพความหลัง ครั้งเยาว์วัยฉาบผ่านเข้ามา ................ เพราะต้องการให้ฉันแข็งแกร่ง แม่จึงเฝ้าดูอยู่ห่างๆอย่างห่วงใยในบางครา แม่ทำโทษยามที่ฉันทำผิด แต่ฉันเห็นแม่เสียน้ำตาทุกครั้ง รอยหม่นหมองบนใบหน้า เสียงร้อง..หยาดน้ำตาของฉัน บาดหัวใจแม่ให้เจ็บปวด รอยยิ้มของแม่มีน้อยนัก ที่จะปรากฏให้ฉันเห็น ด้วยทุกข์ท้นแห่งภาระอันหนักอึ้ง หาใช่เพราะเบื่อหน่ายเกลียดชังแต่อย่างใด แม่จึงเป็นดั่งแสงสว่าง... คอยชี้ทางให้ฉันเดินไปอย่างเชื่อมั่น และเป็นราตรีกาล ให้ฉันได้พักนิ่งชั่วขณะ เพื่อที่จะให้มีพลังก้าวเดินต่อไป ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน ในสนามรบหรือยามสงบเงียบงันเช่นนี้ คงมีแต่แม่ที่เป็นดั่งความรัก หนึ่งเดียวหนึ่งหญิงที่มีอยู่บนโลกใบนี้ และเป็นชีวิตแห่งฉัน.. .............. สายฝนที่หล่นพรำ.. เป็นน้ำตาของแม่หรือเปล่านะ.. แม่ครับ..วันนี้ผมเป็นลุกชายที่แข็งแกร่งของแม่แล้ว เป็นรั้วที่คอยป้องอริราชศัตรูของแผ่นดิน เป็นผู้พิทักษ์สันติแห่งราษฏร์ด้วยเกียรติ ชีวิตและศักดิ์ศรี ถึงไม่มีคนรักเพศเดียวกับแม่สักคน แต่ผมมีอ้อมกอดแ
อก เอ๋ยเคยรักกันวันยังค่ำ หัก ระกำซ้ำซากยากนักหนา รัก ไม่สม ล่ม-ไม่รอด ตลอดมา คุด หักคา หารักใครไม่เคยเจอ ตุ๊ด ยังมีคนรักตุ๊ดเป็นสุดรัก หนี เรานักรักหนีเราเหงาเสมอ พริ้ตตี้ ยิ่งห่างไกลไม่มีเจอ เมิน เวิ่นเว้อ เพ้อพก อกหัก เซ็ง เวิ่นเว้อ = วุ่นวาย + เยิ่นเย้อ (ศัพท์แสลง พ.ศ. 2554)
ฉันนั่งอยู่ตรงนี้นะที่รัก ด้วยดวงพักตร์ขื่นขมและตรมหมอง เมื่อที่รัก-เธอไม่ชายตามอง ฉันจึงครองเหงาจิตชิดมิวาย เช้าแรกเหมือนแดดอุ่นละมุนละม่อม ทอมาย้อมหนาวเย็นให้เร้นหาย ปลุกดอกไม้ผลิบานตระการราย เปล่งประกายเหมือนสรวงพร่างดวงดาว ใจฉันจากหินผาศิลาแกร่ง ที่ทรงแห่งวิญญาณอันกร้านกร้าว เริ่มอ่อนโยนอ่อนไหวขึ้นหลายคราว ยิ่งนานยาวยิ่งกร่อนยิ่งอ่อนใจ ด้วยเธอพรมหยาดน้ำฉ่ำชื่นแช่ม หยดลงแต้มทุกวันจนหวั่นไหว ฉันเริ่มมีรอยร้าวพราวภายใน แล้วต้นรักก็ผลิใบขึ้นไม่ช้า แต่เมื่อสูรย์โคจรถึงตอนบ่าย น้ำก็หายโดยระเหยไปต่อหน้า เธอเคลื่อนกายดั้นด้นขึ้นบนฟ้า แล้วไม่มาไยดีเหมือนที่เคย ฉันนั่งอยู่ตรงนี้นะที่รัก มันเจ็บนักเจ็บกมลจนเกินเอ่ย ยามหยาดเพชรจากตามาสังเวย ฉันจะเย้ย "ที่รักจ๋า" ให้สาใจ เมื่อเธอเป็นแสงอุ่นทอก่อความช้ำ ฉันจะนำความเหน็บหนาวเข้าโถมใส่ ถ้าเธอเป็นน้ำหยดรดหทัย ฉันก็จะเป็นไฟเผาไหม้เธอ
ผ่านเรื่องราว มากมาย หลายปัญหา ผ่านเวลา ผ่านมา ด้วยความหมาย เคยมีคน เคียงคู่ อยู่ข้างกาย สร้างนิยาย แห่งรัก จากดวงใจ อุปสรรค ขวางหน้า ผ่านมาหมด จะกี่บท ทดสอบ ผ่านมาได้ เพียงมีเธอ เคียงข้าง กำลังใจ ไม่เคยหวั่น อ่อนไหว เพราะมีเธอ จนมาถึง บททดสอบ เกือบสุดท้าย เป็นบทร้าย แรงคิด จิตแสนอ คนตั้งโจทย์ สุดท้าย กลายเป็นเธอ ฉันต้องเจอ บทชีวิต คิดลำพัง โจทย์สุดท้าย เธอนั่นไง ทำให้เจ็บ เกินจะเก็บ ลบหมด บทความหวัง เมื่อไร้เธอ ชีวิตเผลอ หมดกำลัง แล้วฉันยัง ยืนได้ อย่างไรกัน ที่ผ่านมา ชีวิต ไม่คิดท้อ อนาคต ยังรอ ยังต่อฝัน ต่อจากนี้ จะอยู่ได้ อย่างไรกัน ปล่อยชีวิต ผ่านวันวัน แค่นั้นพอ o มวลภมร o
.. ดาวหม่น คนเริ่มเมา เหล้ายังมี ณ คืนนี้ถ้าไม่เมาเราไม่หยุด เหตุด้วยเรื่องเปลืองใจคิด ..จิตมนุษย์ ที่มันสุดลึกล้ำเหลือรำพัน เธอรักเขา เขาไม่รักหนักอกเธอ เมื่อรักเก้อเพ้อพกตกสวรรค์ เศร้าแสนเศร้าเพียงแค่ไหน รู้ใจกัน เธอกับฉันมันเพื่อนเก่า ฉันเข้าใจ ... ดาวก็หม่น คนก็เมา เหล้าเกือบหมด รินเหล้ารดราดดวงแดแก้หมองไหม้ ..จะคอยรับซับน้ำตาทุกคราไป แม้ที่เธออยากอยู่ใกล้ ไม่ใช่ฉัน คำเตือน : สุราไม่ใช่ยาแก้อกหัก เด็กและเยาวชน ควรพิจารณาในการอ่านกลอนขี้เมาแต่ง.. หุ หุ
ท่ามแสงเทียนวิบวับระยับแสง มิอาจแข่งดวงดาวที่พราวใส เย็นน้ำค้างพร่างพรมลมโชยไป หนาวถึงใจดวงนี้ที่รอคอย ลมหนาวพัด พัดผ่านสะท้านผิว ใบไม้ปลิวลอยคว้างอย่างเหงาหงอย ตามทำนองเพลงเศร้าเจ้าล่องลอย ดั่งเรือน้อยล่องไปในสายชล กระชับผ้าโอบอุ่นที่คุ้นชิน หอมกรุ่นกลิ่นจางจางอย่างสับสน เมื่อใดหนอคนไกลจะได้ยล ฤาต้องทนทุกข์สิ้นกินน้ำตา ขอวงแขนแข็งแรงแกร่งคู่นั้น โอบกอดฉันเอาไว้ใกล้เถิดหนา คงลืมสิ้นทุกข์ใดได้เจอมา ขอเวลาเราอยู่เคียงคู่กัน อย่าเป็นเพียงแค่เพ้อท่ามลมหนาว ลืมตาตื่นร่วงกราวราวกับฝัน ใช่เป็นเพียงแค่ถ้อยร้อยรำพัน ไม่มีวันเป็นจริงได้ดั่งใจปอง
เคยคาดหวังมากมายที่รายล้อม แต่ต้องยอมแพ้พ่ายความผิดหวัง จะไขว่คว้าอันใดไม่จีรัง สุดจะหยั่งยากถึงจึงต้องตรม ห้วงคำนึงโดดเดี่ยวเหนี่ยวโน้มจิต เหมือนลิขิตชีวิตให้ขื่นขม ปราถนาสิ่งใดไม่ภิรมย์ มันถาโถมย่อยยับจับทั้งใจ เรียกตัวช่วยที่ไหนไว้ปรึกษา เห็นมีแต่น้ำตาที่รินไหล จะกู่ก้องร้องเรียกกับผู้ใด นอกจากใจตัวเอง.เพียงเดียวดาย ดูเหมือนว่าครายิ้มทิ่มหัวอก น้ำตาตกข้างในใจสลาย หากวันนี้พรุ่งนี้คือวันตาย ยอมแพ้พ่ายลับลา. ..พาลบเลือน กอดตัวเองเอาไว้ให้แน่นหนัก หากความรัก-ความจริงไม่แม้นเหมือน ทุกสิ่งอย่างนำพามาบิดเบือน แล้วซ่อนเงื่อนรอยกรรม..ช้ำชีวี
หยาดหยดไหลลงแก้มแต้มรอยขม คือความทุกข์ระทม.ที่ไหลบ่า จึงขับเคลื่อนน้ำใสไหลออกตา เหนือนหนาวมาถาโถม..บ่มหัวใจ ยกมือปาดน้ำตามาหลายหน เพราะเป็นคนอ่อนแอและหวั่นไหว เป็นผู้แพ้เรื่องรักอยู่เรื่อยไป หากเวลารักใคร..ใจทุ่มเท จึงต้องกลายเป็นเหยื่อของความรัก เหนื่อยจนหนักรักจริงยิ่งหันเห เหมือนเคว้งคว้างหลงทางกลางทะเล เสียงลมเพลมพัด..รัดร้าวราน มีหัวใจใช้น้ำตามาหล่อเลี้ยง ได้แต่เพียงอย่าซมจนใจด้าน ปล่อยน้ำตาล้างคราบทรมาน อาจซมซานไร้หวัง..พังยับเยิน ก็จะกอดตัวเองให้คลายหนาว เก็บเอาความปวดร้าวคราวห่างเหิน ใช้น้ำตาล้างใจ..ใครเขาเมิน อาจต้องเดินเหน็บหนาว..ร้าวชีวี
อาวรณ์รัก หนึ่งนางเดียวเกี่ยวก้อยร้อยสู่ฝัน หนึ่งเธอนั้นพันผูกปลูกสดใส หนึ่งหมายปองครองไว้ในห้วงใจ แสนวาบไหวคลั่งไคล้ให้ลืมตัว จันทร์เอ๋ยเจ้าแสงนวลชวนสวาท งามพิลาสหายไปในแสงสลัว ใยบอบบางเหลือเกินเพลินลืมกลัว ตราบมืดมัวแฝงซ่อนยอกย้อนฤดี ปากกับใจมิตรงส่งมธุรส แล้วแสร้งปดหลอกไว้ให้หมองศรี นี่แหละหนอรักแรกเหมือนแฝกตี ผ่านนวลฉวีชอกช้ำระกำใจ จะรักใครสักคนจนต้องคิด เหมือนหนามปลิดเลือดไว้ไร้สดใส น้ำจากตาหลั่งรินสิ้นห้วงใย เธอฝากไว้เหมือนลมบ่มกายา มองบุปผาเบ่งบานผ่านเศร้าหมอง หยาดละอองสายฝนปนเสน่หา อันความหวานฝากไว้ในรจนา ยากนำพาบั่นทอนห่อนเปรมปรีดิ์ หอมระรวยชวยชื่นคืนแสงสกาว อบอวลพราวระรินจินต์เกษมศรี สู้หมายปองครองไว้ในห้วงชีวี ป่านฉะนี้ความหวังสร้างลางเลือน เปรียบบุปผาแปรเปลี่ยนเยียนนิเวศน์ สู่อาณาเขตแสงสีพลีถูกเฉือน เปลี่ยนเป็นช้ำระกำคล้ำมาเยือน แสนสะเทือนหัวใจใยหวนคืน ผ่านแสงทองผ่องอำไพมลายแล้ว ก่อนเสียงแจ้วหวามเก่าเฝ้าสุดฝืน ฟ้าเปลี่ยนสีพราวไสวคล้ายยั่งยืน เสียงสะอื้นจากห้วงดวงแหลกราญ คราแสงนวลจันทร์ผ่องละอองไสว เหมือนภายในแตกช้ำระกำผ่าน เคยแลปองนวลเจ้าเฝ้านงคราญ สู่ร้าวฉานแยกทรวงห้วงระบม หวนเฝ้ามองรัญจวนคร่ำครวญรัก ดุจหนามปักเลือดหลั่งหลังขื่นขม ปลอบขวัญเจ้าอย่าไหวในสิ่งปม ทิ้งตรอมตรมผ่านไปสร้างใหม่มา ดุจจันทร์เจ้าหายลับยังกลับใหม่ ผ่องอำไพ
ยิ้มรับโสด กับน้ำตา ผสมเหล้า มันช่างเข้า กลมกล่อม หอมหวาน รินใส่ปาก ฝากน้ำใจ ให้วันวาน ที่เนิ่นนาน ต้องล้ม เพราะลมคน ฉลองความโสด อย่างชื่นสม นั่งภิรมย์กับรสเหล้า อย่างสับสน เพราะภาพเก่ามันเศร้า เข้าเยือนยล จนตาจน โทรมร่าง ทรมาร ฝืนหัวเราะ ยิ้มเย้ย เลย ร้องไห้ ถามหัวใจ ไยเศร้า ไม่อาจหาญ ทั้งที่รู้ ว่ารักนี้ ที่ทรมาร ยังอาจหาญ ไปเลยเส้น เป็นรักกัน รักด้านมืด ในมุมอับ จับต้องยาก เพียงรักฝาก เพียงลม มาห่มฝัน เพียงชั่วครู่ ชั่วครั้ง ที่รักกัน ไม่มีวัน จะชื่น ได้รื่นรมย์ นำน้ำเหล้า เคล้าน้ำตา มาไล่รัก ที่โซมนัก เพราะไข้ใจ ให้ขื่นขม รักเอ่ย จงถอนพิษเจ้าไปให้นานนม ฝากรักขม กับน้ำเหล้า เคล้าน้ำใจ ฯขุนพ่ายสุรา