ส่องกระจกคราใดให้นึกโกรธ อยากมีบทลงโทษ..คนตรงหน้า บอกไม่เคยจะจำเลยสักครา เป็นคนเจ้าน้ำตา..มาจนชิน เวลาทุ่มรักใครไม่เคยเผื่อ แม้ถูกเถือเลือดเนื้อแทบแดดิ้น ชอบลงทุนพนันรักอาจิณ น้ำตารินหมดใจไม่รู้ฟัง คนนิสัยไม่ดีไม่เคยห่วง ใครจะลวงมาแอบแนบความหวัง ไม่ระแวงแสดงหรือชิงชัง สิ่งที่ยัง คือ รักและภักดี ผลตอบแทนที่รับนับแต่แผล หวังรักแท้เท่าไหร่ใยหลีกหนี บอกให้รักตัวเองนั้นทุกที แต่ไม่มีค่าควร..ชวนเจ็บใจ หรือจะเรียก"สันดาน"จนเข้าเส้น ต่อให้เร้นหลีกลี้หนีไปไหน ค่าของคน.ผลรับหนักเพียงใด ก็เปลี่ยนแปลง"นิสัย"ไม่ได้เลย
สุริยนหล่นลาน้ำตาร่วง สะท้านทรวงความเหงาเข้าเสียดสี อารมณ์หม่นเปล่าเปลี่ยวเกี่ยวฤดี หทัยนี้พินิจคิดถึงนาง... มวลปักษิณบินว่อนร่อนถลา คืนสู่ป่ารังนอนที่จรห่าง แต่ดวงใจของชายคล้ายอับปาง ไม่ถึงทางรักเพ้อเจอคลื่นลม เปรียบหิ่งห้อยน้อยแสงอาจแข่งจันทร์ ระริ้วฝันยามตื่นต้องขื่นขม แม้นเพียงเงาเฝ้าคอยร้อยระทม ยินดีชมถึงช้ำยอมทำใจ ไผ่ลู่ลมม
ฉันจะรักเสมอไปแม้ไกลแสน
จะหวงแหนเสมอไปแม้ในฝัน
จะติดตามชมชื่นทุกคืนวัน
จะคงมั่นไม่ปันใจให้ใครเลย
ขอเธอจงเคียงอยู่เป็นคู่ฉัน
แค่ในฝันเท่านั้นพลันเฉลย
ขอเธออย่าเอ่ยเอื้อนไปอันใดเลย
ฉันอยากเผยบอกกล่าวความเศร้าตรม
จะขอหยุดความรักเราเท่านี้เถิด
รักควรเปิดหัวใจให้ความหวัง
รักของเธอที่แสนดีมีพลัง
คอยส่งหวังกำลังใจให้ใครกัน
ตลอดมาที่เราเฝ้าถนอม
ความรักปลอมจากเธอละเมอหา
ในใจเธอมีแต่เขาตลอดมา
จนปัญญาจะช่วงชิงวิ่งไล่ตาม
ยิ้มรับโสด กับน้ำตา ผสมเหล้า มันช่างเข้า กลมกล่อม หอมหวาน รินใส่ปาก ฝากน้ำใจ ให้วันวาน ที่เนิ่นนาน ต้องล้ม เพราะลมคน ฉลองความโสด อย่างชื่นสม นั่งภิรมย์กับรสเหล้า อย่างสับสน เพราะภาพเก่ามันเศร้า เข้าเยือนยล จนตาจน โทรมร่าง ทรมาร ฝืนหัวเราะ ยิ้มเย้ย เลย ร้องไห้ ถามหัวใจ ไยเศร้า ไม่อาจหาญ ทั้งที่รู้ ว่ารักนี้ ที่ทรมาร ยังอาจหาญ ไปเลยเส้น เป็นรักกัน รักด้านมืด ในมุมอับ จับต้องยาก เพียงรักฝาก เพียงลม มาห่มฝัน เพียงชั่วครู่ ชั่วครั้ง ที่รักกัน ไม่มีวัน จะชื่น ได้รื่นรมย์ นำน้ำเหล้า เคล้าน้ำตา มาไล่รัก ที่โซมนัก เพราะไข้ใจ ให้ขื่นขม รักเอ่ย จงถอนพิษเจ้าไปให้นานนม ฝากรักขม กับน้ำเหล้า เคล้าน้ำใจ ฯขุนพ่ายสุรา
o แม้เรื่องรัก ยากนัก จักลืมได้ ความเสียใจ มากมาย เกินจะเอ่ย ก็ความรัก เคยให้ คนเคยเคย ที่มาเลย ลืมกัน ว่าสัญญา .. o ในเมื่อรัก หมดใจ ได้แค่นี้ หมดไมตรี ก็คง หมดเลยหนา ไม่ต้องมี หวนคิด ถึงสัญญา แต่ก่อนมา อ้อนออด พรอดรักกัน .. o ไม่เป็นไร ลืมได้ ลืมไปเถิด ก็แค่เกิด แผลใหม่ ในใจฉัน ที่เคยหลง ปักใจ ให้ใจกัน คนไม่มั่น ความรัก เป็นหลักใจ ... o ไม่เป็นไร ถึงเจ็บ คงสักพัก แล้วก็คง ตั้งรัก ยึดใจไหว ก็แค่เจ็บ จิ๊ดจี๊ด ในหัวใจ ยังอยู่ไหว หากได้ ใช้เวลา .... o เอาเถอะนะ รู้ซะ สบายมาก อย่าลำบาก ห่วงฉัน นั้นเลยหนา แค่เพิ่มแผล ในใจ เธอให้มา เดี๋ยวได้ยา รักใหม่ คงหายดี.. 27/08/55 15:30
ความรู้สึก: ในความนึกคิดของฉัน เจ้ากำลังบอกว่านั่นคือความไม่แน่นหนัก ความรัก: ก็เธอไม่เชื่อใจในความรัก ทั้งที่ไม่รู้จักว่ารักเป็นอย่างไร ความรู้สึก: ฉันเข้าใจดี ว่ารักที่มีคือการให้ ความรัก: แต่เธอก็ไม่เคยรับไว้ กับบางหัวใจที่เขามอบไว้ให้เธอ ความรัก: นั่นหรือคือความรัก ที่เธอนึกตระหนักอยู่เสมอ คือทอดทิ้งความห่วงใยที่บางใครมอบให้เธอ แล้วเอารักไปปรนเปรอให้กับคนที่เธอต้องการ ความรู้สึก: ก็ฉันรัก... ความรัก: แต่ก็ไม่รู้จักที่จะสงสาร ความรู้สึก: ก็ใจฉันทรมาน... ความรัก: หรือจะให้อีกคนร้าวรานกับการเสียใจ ความรัก: คนที่รักเธอยังพอมี เขาก็ดูดีและพร้อมจะมอบชีวีให้ ความรู้สึก: แล้วถ้าเขาทิ้งเราไป ความรัก: คงไม่เป็นอะไร ก็แค่กลับไป(ไม่มีใคร)เหมือนเดิม
ในวันที่เหงากับฝนที่หล่นพรำ.. วันที่นกยักษ์บินไม่ได้.. วันที่ชีวิตเป็นของเรา.. ไม่ได้อยู่บนนิ้วไกปืนของศัตรู นอนบนเปลญวน เหงาจับหัวใจ.. ก่อนเคยมีเธอให้คิดถึง.. พอทำให้ชีวิตพอมีความหมายบ้าง แต่วันนี้..ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไปตามวิถี ทางสายเก่า...จึงโดดเดี่ยวอ้างว้าง ในหัวใจ คงเหลือแต่ผู้หญิงคนเดียว.. ภาพความหลัง ครั้งเยาว์วัยฉาบผ่านเข้ามา ................ เพราะต้องการให้ฉันแข็งแกร่ง แม่จึงเฝ้าดูอยู่ห่างๆอย่างห่วงใยในบางครา แม่ทำโทษยามที่ฉันทำผิด แต่ฉันเห็นแม่เสียน้ำตาทุกครั้ง รอยหม่นหมองบนใบหน้า เสียงร้อง..หยาดน้ำตาของฉัน บาดหัวใจแม่ให้เจ็บปวด รอยยิ้มของแม่มีน้อยนัก ที่จะปรากฏให้ฉันเห็น ด้วยทุกข์ท้นแห่งภาระอันหนักอึ้ง หาใช่เพราะเบื่อหน่ายเกลียดชังแต่อย่างใด แม่จึงเป็นดั่งแสงสว่าง... คอยชี้ทางให้ฉันเดินไปอย่างเชื่อมั่น และเป็นราตรีกาล ให้ฉันได้พักนิ่งชั่วขณะ เพื่อที่จะให้มีพลังก้าวเดินต่อไป ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน ในสนามรบหรือยามสงบเงียบงันเช่นนี้ คงมีแต่แม่ที่เป็นดั่งความรัก หนึ่งเดียวหนึ่งหญิงที่มีอยู่บนโลกใบนี้ และเป็นชีวิตแห่งฉัน.. .............. สายฝนที่หล่นพรำ.. เป็นน้ำตาของแม่หรือเปล่านะ.. แม่ครับ..วันนี้ผมเป็นลุกชายที่แข็งแกร่งของแม่แล้ว เป็นรั้วที่คอยป้องอริราชศัตรูของแผ่นดิน เป็นผู้พิทักษ์สันติแห่งราษฏร์ด้วยเกียรติ ชีวิตและศักดิ์ศรี ถึงไม่มีคนรักเพศเดียวกับแม่สักคน แต่ผมมีอ้อมกอดแ
เพียงสายลม พรมผ่าน สะท้านร่าง คล้ายเยื่อบาง ในจิต คิดหวั่นไหว เหตุเพราะรัก หมุนเวียน เปลี่ยนทางไป โอ้ดวงใจ บอบช้ำ น้ำตาริน ผ่านร้อนหนาว แดดฝน ทนฟันฝ่า จิตใจกล้า เกิดแกร่ง ดังแท่งหิน แต่วันนี้ เสียหลัก รักโบยบิน มลายสิ้น ผุ...กร่อน อ่อนแอลง ทุกค่ำคืน ขมขื่น สะอื้นให้ ดวงหทัย รานแหลก แตกเป็นผง สัญญาลวง รักนั้น มิมั่นคง อยากปลิดปลง ชีพดับ ลับเลือนลา
ฉันกับเธอมีชีวิตคนละที่ แต่ละวันของฉันคนนี้ มันอ่อนไหว เธออยู่ได้ เพราะใครคนนั้น..เข้าใจ ฉันก็ต้องอยู่ต่อไป ถึงจะขาดใครคอยดูแล อย่างดี ก็ยังมีน้ำตา คอยเป็นเพื่อน ในคราวอ่อนล้า และท้อแท้ อย่างน้อย ...มันก็แบ่งเบาฉันยามอ่อนแอ ดีกว่าบางคนที่เคยแคร์... แล้วทำได้แค่ ซ้ำเติม
เมื่อมี “รัก” หวามหวานก็ปานว่า ปลูกผกา “ดอกรัก” เป็นสักขี “รัก” หยั่งรากแข็งเข้มเต็มฤดี ดลให้มี “รัก” ไสวกลางนัยนา สองเราฝาก “รัก” ออมถนอมเอื้อ สุขใจเมื่อเริ่ม “รัก” เป็นนักหนา นั่น! น้ำค้างหยาดแย้มแก้มผกา ชุ่มฉ่ำค่า “ความรัก ความภักดี” เขาเคยบอกถ้อยอันแม่นมั่นนัก จะฟูมฟักบุหงามารศรี เราก็เปรยจำนรรจ์โดยทันที จะดูแลมาลีพี่เหมือนกัน อา! สวน “รัก” สองเราเพราพิลาส งามเหมือนวาดเวียงฟ้าวนาสวรรค์ เทียบมณฑารพเสน่ห์พฤกษ์เทวัญ “รัก” นิรันดร์จงผนึกลึกสุดใจ แล้วจู่จู่เหมือนว่าเกิดอาเพศ ต้องเทวษชอกช้ำน้ำตาไหล “รัก” ที่เคยร่มรื่นกว่าอื่นใด ร่วงโรยไปสุดฝืนให้คืนมา โอ้ “รัก” เราไห้โหยร่วงโรยแล้ว ตาเผยแววทุกข์โทมนัสสา ไร้น้ำค้างแต่ฉ่ำด้วยน้ำตา จำจิตลา “รัก” เก่าที่เราครอง “รัก” อำลา พาใจเขาไปด้วย เราเจ็บป่วยเพราะ “รัก” เฉาพาเศร้าหมอง “รัก” เอย “รัก” ไร้หนามเมื่อยามมอง ไยสยองยอกใจเราไม่โรย?
เก็บดวงใจดวงนี้อย่าทำร้า้ย ให้เหมือนตายทั้งเป็นเช่นอสูรย์ อย่าให้เจ็บเป็นรอยพลอยอาดูรย์ โปรดเกื้อกูลความรักอย่าหักกัน เก็บรอยยิ้มฉันไว้ยามไกลห่าง ก่อนละวางทุกสิ่งอิงตามฝัน อย่าให้เหือดแห้งไปยามไกลกัน เหมือนตะวันชิงพลบต้องจบลา เก็บหัวใจดวงน้อยอย่าปล่อยล่วง ให้มันคว้างเคว้งไปไกลเลยหนา ความคิดถึงอยู่ไหมใคร่ถามมา ก่อนจากลาโปรดตอบ..ขอขอบคุณ
เจียมตนว่า อ่อนด้อย ในถ้อยรัก รักหน่วงหนัก เพียงไหน จึงไม่สม สมควรหรือ ยังเขลา ยอมเฝ้าจม จมในหล่ม หลุมรัก ซึ่งหลักลอย ลอยอยู่ใน ความฝัน อันเวิ้งว้าง ว้างเวิ้งคว้าง สุดไขว่ ไกลเกินสอย สอยมิถึง ควรหรือ จักยื้อคอย คอยอย่างกร่อย หงอยจิต หลงทิศทาง ทางกองสุม ด้วยขวาก ยากฟันฝ่า ฝ่าทิวา ราตรี ฤดีหมาง หมางบนความ พร่อมพร้อ รออับปาง ปางก่อนสร้าง บุญน้อย จำถอยลา ลาจากขวัญ ชีวี ที่เคยหลง หลงทะนง งงเยี่ยง ไร้เดียงสา สาแก่ใจ หน่ายเบื่อ เมื่อถึงครา ครารู้ว่า เธอมี ที่หมายปอง ปองแล้วพลาด อาจช้ำ ระกำจิต จิตรู้ผิด เตือนตัว มิกลัวหมอง หมองอยู่ไย หญิงอื่น ดื่นก่ายกอง กองให้จอง ให้หวัง ยังมากมี
คิดถึงใคร คนหนึ่ง มากมายนัก คิดถึงคน ที่รัก ไม่ห่างหาย คิดถึงเขา ทุกวัน ไม่ผันกลาย คิดถึงสาย บ่ายค่ำ ย้ำทั้งคืน .. ใครคนหนึ่ง ที่เขา เราเคยคู่ ใครเคยอยู่ คู่กัน ไม่ผันอื่น ใครเคยรัก ประคอง น้องทั้งคืน ใครเคยชื่น แต่สุข แม้ทุกข์มี ... เราเคยผ่าน เรื่องสุข ทุกข์และเศร้า เราเคยผ่าน ความเหงา มาอย่างนี้ เราเคยผ่าน อุปสรรค มามากมี เราเคยผ่าน เดือนปี มาแปดครา ... วันที่เธอ เดินไป ยังจำแม่น เธอปล่อยแขน เคยกอด ไม่กังขา เราสองนั้น จากกัน ด้วยน้ำตา ถึงแม้ว่า ยังรัก แต่จากไกล .... ความเข้าใจ ความรัก ยังมีล้น ใครหลายคน เขาบ่น ยังสงสัย เมื่อยังรัก แล้วจาก กันทำไม ตอบไม่ได้ ได้แต่ คิดถึงเธอ ... ความรักเรา ใช่แค่ เริ่มประเดี๋ยว เผลอแป๊บเดียว แปดปี ที่เสนอ วันรักผ่าน เร็วคล้าย ใจละเมอ แต่วันที่ ขาดเธอ ปีแสนนาน ... สี่ปีแล้ว สิหนา ผ่านมาแล้ว สี่ปีที่ ไร้แวว จะประสาน เป็นสี่ปี ที่แสน จะเนิ่นนาน สี่ปีผ่าน ผ่านไป แบบไร้เธอ ... สิบสองปี ที่เรา ได้รู้จัก อีกแปดปี คู่รัก เธอเสมอ อีกสี่ปี ที่ฉัน ไม่มีเธอ ไม่เคยเจอ ใครที่ ดีเท่าเทียม ... พยายาม หาใคร มาแทนที่ คบคนนั้น โน้นนี้ ไม่มีเขียม ใครที่พบ รู้จัก เหมือนรักเทียม มันไม่เยี่ยม ยอดยิ่ง จริงเหมือนเรา ... ครบสี่ปี เดือนนี้ แล้วสินะ ไม่รู้จะ ทำไง ให้หายเศร้า คิดถึงเธอ ทีไร น้ำตาเรา มันรุมเร้า อยากล้น จากขอบตา ... ไปทางใหน อย่างไร ก็คิดถึง ที่เคยซึ้ง ยังมี ทุ