"เรารักแฟนเรา" คำนี้จำแน่นหนัก"เรายังรัก" "เรายังรัก" ช้ำเหลือแสน "เรารักเธอ แต่ความหมายไม่ใช่แฟน" ยังเหนียวแน่น เพราะ"แฟนเราเป็นคนดี" ทุกท่วงถ้อย ร้อยวจี ไม่แปรเปลี่ยน ทั้งฟังพูด อ่านเขียน ไม่เปื้อนสี ยังชัดเจน ย้ำอีกครั้ง ฟังอีกที ณ ตอนนี้ ในพื้นที่ไม่มีเรา ใจเจ็บปวดรวดร้าว ราวหินทับ บี้ขยับย่ำย้ำ"เธอเป็นของเขา" แม้ช้ำชอก หากเธอบอก "ต้องรอ"ก็เอา แต่ตอนนี้ที่ต้องเศร้า เพราะว่าเขายังเป็นแฟนกับเธอ....
...แล้ววันหนึ่งเธอก็ทิ้งกันไป ปล่อยให้อยู่เดียวดายอย่างทุกวันนี้ ไม่เคยสงสารกันบ้างเลยคนที่เคยดี จนป่านนี้ยังไม่เคยคิดห่วงใย.. ...ไม่มีแม้คำร่ำลา นับแต่วันที่เธอเดินห่างหาย ไม่มีแม้ความเอื้ออาทรในหัวใจ ทั้งๆที่เคยบอกกันว่าห่วงใยแล้วทำไมไม่เคยคิดจะกลับมา ..(คืนดีกัน)..
ได้ยินเสียงหัวใจอาลัยร้าว เมื่อถึงคราวจำพรากจากเธอฉัน ทั้งที่อยากจะอยู่คู่เคียงกัน ตราบนิรันดร์แต่ฝันพลันมลาย เป็นเพราะฉันหันหลังรั้งแรมรา หยาดน้ำตาพร่างพรูมิรู้หาย ใจมันล้ามันเหน็บเจ็บจะตาย แทบสลายร่างแหลกเมื่อแยกทาง ไม่อยากยื้ออยากแย่งแข่งกับใคร ไม่อยากให้ฝืนทนจนเมินหมาง ไม่อยากจบก่อนรักจักเจือจาง ไม่อยากร้างตรงเราเฝ้าเกลียดกัน ที่น้ำตาพาไหลเมื่อไกลห่าง ใจเคว้งคว้างทางนี้มีเพียงฉัน หากล้มมาคราใดไม่มีวัน ที่ใครนั้นโอบเอื้อเพื่อดูแล เราเลิกกันก่อนวันวาเลนไทน์ ยิ้มเข้าไว้เหมือนใจไม่แยแส สิ้นรักไปไร้กุหลาบตราบคนแคร์ โอ้รักแท้ อยู่ที่ไหน ใครสักคน ........................................... ........................................... ........................................... หากไม่เคยอยู่จุดต่ำสุด...ก็จะไม่รู้จัก จุดสูงสุด หากไม่เคยล้มเหลว........ก็จะไม่รู้จัก ความสำเร็จ หากไม่เคยอกหัก............ก็จะไม่รู้จัก คุณค่าของคำว่า รัก
บอกมาเลยสักคำจะจำจด อย่าโป้ปดหลอกกันมันหม่นหมอง สิ่งเคยดีเคยฝากอยากครอบครอง เหลือแต่น้ำตานอง..ตรอมทรวงใน คงเหมือนกับใบไม้ที่ร่วงหล่น ปลิวไปกับลมฝนจนสั่นไหว นับจากนี้คงไม่เหลือแม้เยื่อใย เพราะมีใครบางคน..มาทดแทน มองสิห้องว่างเปล่าร้าวใจหนัก กอดเข่ามองความรักที่หวงแหน บนที่นอนไร้ร่างขานเรียกแฟน ไม่เหลือเลยอ้อมแขนของแฟนเรา ใจแปรผันตัดขาดอนาถสิ้น หายลยินเสียงเสียงร้องของคนเศร้า นี่หรือคนเคยบอกว่ารักเรา คำพูดเขาเหมือนลมเพ..แล้วเรรวน รักถูกลืมเติมต่อขอทิ้งสิทธิ์ คงไม่คิดรักหนอขอคืนหวน อาจเสียใจเพราะช้ำจำคร่ำครวญ อาจจะป่วนหัวใจไปอีกนาน
มีสลึง พึงประจบ ให้ครบร้อย ใจดวงน้อย เคยถูกทำ จนเสียหาย เก็บเศษเล็ก เศษน้อย ที่กระจาย ต่อให้กลาย เป็นใจใหม่ ที่เต็มดวง ถึงแม้เป็น หัวใจ มีตำหนิ มีรอยปริ ร้าวไป อย่าได้ห่วง เพราะเคยช้ำ จึงไม่ทำ ใครช้ำทรวง ใจหนึ่งดวง แม้มีแผล แต่จริงใจ แต่เป็นใจ ไม่ค่อย สมประกอบ อาจไม่ตอบ โจทย์ใจ ให้เธอได้ จึงหวังแค่ เป็นคน ข้างข้างใจ ขอเพียงให้ เธอเห็น เป็นสำรอง ยังเจียมตน เป็นคน ใจตำหนิ ไม่อวดริ เทียบค่า พาผยอง หลบอยู่มุม ไกลทาง ห่างคนมอง นั่งสำรอง อาจต้องเก้อ เธอไม่แล เธอคงเห็น ว่าฉัน ประวัติร้าย แก้ไม่หาย ร้ายใน สันดานแน่ จะอดทน จนสักวัน เธอนั้นแคร์ แม้ได้แค่ ลงช่วง ถ่วงเวลา ...08/11/55... 20.:00 น.
เสียงพิณแผ่วแว่วผ่านกังวานล้ำ คลอหมอลำพร่ำมาอุราหวิว ว่าโอ้หนอคืนนี้ฤดีปลิว ใจลอยลิ่วล่องหนถึงคนดี ดอกอะไรไหนเรียมเทียมดอกรัก ขอสมัครร่วมตายอย่าหน่ายหนี อ้ายบ้านไกลใฝ่หายอดนารี ฝ่าราตรีถึงบ้านจงขานคำ พิณก็เร่งเปล่งคำลำต่อว่า แม่น้องหล่าเอวกลมเจ้าคมขำ อ้ายขี้เหล่เป๋ขาซ้ำหน้าดำ บ่เว้านำเลยหนออ้ายขอลา เสียงพิณผ่านหวานแว่วแผ่วๆลับ น้ำหมอกซับพรมดินถวิลหา พิณสายสองหมองหม่นปนน้ำตา คลอช้าๆครวญคร่ำลำโศกตรม โอ้ หนอกรรมค่ำคืนสะอื้นไห้ ถึงรักใคร่คงเพียงชู้มิคู่สม ช่างอาภัพอับชาติจึงชวดชม ลำฝากลมอ่อนๆค่อนราตรี ถึงเถียงนากลางทุ่งมุงหญ้าแพรก ดอกตะแบกร่วงคลุมมุมม่วงสี นั่งเหม่อมองข้างซุ้มกลุ้มฤดี ดีดอีกทีพิณพาทย์...ให้ขาดใจ (พฤศจิกายน ๒๕๒๘) Pin Tone; A sweet sound of Pin was slightly heard; Mor Lum was also excitedly humming. “Oh…tonight is so romantic, and my mind is now flown to meet her. What kind of flower on earth is equal to Dok Rak, the love flower; So I would like to be yours until my death, don’t be afraid. Though my home is far away, but my mind is trying to find and reach you tonight. Please reply. Rousing Pin tone and singing of Mor Lum were performed with scorning; You are so a beautiful girl with a slender contour. But, my face is ugly dark, and my legs are disabling. You have no a
๏ โปรดขานถ้อย..หน่อยเอย..คนเคยซึ้ง จะมาทำ..อ้ำอึ้ง..ไปถึงไหน จะให้หัก..รักวาง..หรืออย่างไร เหตุอันใด..ไหนกัน..ไม่หันมา ๏ โปรดขานถ้อย..หน่อยเอย..คนเคยรัก ไยหาญหัก..รักหลบ..ไม่พบหน้า ร้าวฤดี..ที่เห็น..เธอเย็นชา ราวกับว่า..ฆ่าฉัน..นั้นทั้งเป็น ๏ โปรดขานถ้อย..หน่อยเอย..คนเคยคบ จะจากจบ..ลบเลือน..เหมือนไม่เห็น เคยพะนอ..คลอเคล้า..ทั้งเช้าเย็น กลับต้องช้ำ..ลำเค็ญ..จนเข็ญใจ ๏ โปรดขานถ้อย..หน่อยเอย..คนเคยภักดิ์ จะไสผลัก..หักวาง..อย่างไรไหว เคยเคียงคู่..อยู่ข้าง..ลืมอย่างไร เพราะฤทัย..ไม่อาจ..ขาดสัมพันธ์ ๏ โปรดขานถ้อย..หน่อยเอย..คนเคยหวง ฉันระกำ..ช้ำทรวง..แม้ห้วงฝัน จะมาพราก..จากไป..อย่างไรกัน หัวใจฉัน..มันทัก..ว่ารักเธอ๚ะ๛
ก็รู้ว่าไม่สมควร ที่ใจตัวเองต้องมาเรรวนเช่นนี้ ไปแอบชอบคนที่เจ้าของเค้ามี ไปแอบทำอะไรที่เหมือนมีใจ ตัวเราเองก็รู้อยู่เต็มอก ว่านรกมันร้อนรุ่มดั่งไฟเผา เคยเรียนรู้มาแล้ว ก็ไม่ใช่เบา ยังอยากเอาตัวเราไปเล่นกับไฟ เขาจะรู้บ้างหรือเปล่านะ ว่าฉันก็ห้ามใจตัวเองแทบไม่ไหว กับการไปแอบชอบของของใคร มันเกิดจากหัวใจ ที่สมองไม่ได้สั่งการ แต่เขาดันห้ามใจเก่งกว่า เลยบอกกับฉันว่า หยุดก่อนดีไหม ความสัมพันธ์นี้ มันผิดเกินไป หยุดกันไว้ เพียงแค่มองตา และแล้วหัวใจก็ร่วงหล่นอีกหน เหมือนกระดาษถูก ขยำ ยับย่น ให้สั่นไหว อาการแบบนี้ อกหัก อีกหรือไร ทำไมหัวใจมันชาๆ
ทุกถ้อยกล่าวราวกล่อมสู่อ้อมกอด น้ำคำพรอด...อ่อนหวานผสานเสียง เชื่อถือมั่น...นัยคำสื่อสำเนียง พร้อมจักเคียงมอบหวังพลังใจ... ศรัทธาในชาติภพประสพพักตร์ ตรึงจำหลักคล้องขวัญคงมั่นไว้ ยอมมีรัก...ทุกข์ทนแม้หม่นไหม้ แม้นร้างไร้อนาคตกำหนดวาง... เกิดรักซ้อนซ่อนเงื่อนมาเคลื่อนคล้อง ถูกจำจอง...ไร้สุข-ทุกข์มิสร่าง หมายคือ "รัก" สุดท้ายที่ปลายทาง แต่เปล่าว่าง...ทางตันสุดครรลอง เป็นโทษทัณฑ์ทำไว้แต่ใดหนอ ? หรือร่วมก่อกรรมเก่าเราทั้งสอง ผูกปมเงื่อนบ่วงกรรมแล้วจำจอง ผลสนองรักขมทุกข์ตรมทรวง... หลบซ่อนช้ำข่มเศร้าในเงาหม่น น้ำตาหล่นเกินกลั้นยามขวัญหวง รักร่วมสร้างร้างลา...สิ้นค่าปวง เหลือรอยบ่วงพ่วงทัณฑ์สุดบรรเทา... มาให้รักแล้วลิดรอนอาวรณ์นัก สุดจะหักสุดจะห้ามข่มความเหงา หรือสิ้นแล้วหนทางระหว่างเรา เหลือเพียงเงาเคล้าร่างตราบวางวาย...
เคยคาดหวังมากมายที่รายล้อม แต่ต้องยอมแพ้พ่ายความผิดหวัง จะไขว่คว้าอันใดไม่จีรัง สุดจะหยั่งยากถึงจึงต้องตรม ห้วงคำนึงโดดเดี่ยวเหนี่ยวโน้มจิต เหมือนลิขิตชีวิตให้ขื่นขม ปราถนาสิ่งใดไม่ภิรมย์ มันถาโถมย่อยยับจับทั้งใจ เรียกตัวช่วยที่ไหนไว้ปรึกษา เห็นมีแต่น้ำตาที่รินไหล จะกู่ก้องร้องเรียกกับผู้ใด นอกจากใจตัวเอง.เพียงเดียวดาย ดูเหมือนว่าครายิ้มทิ่มหัวอก น้ำตาตกข้างในใจสลาย หากวันนี้พรุ่งนี้คือวันตาย ยอมแพ้พ่ายลับลา. ..พาลบเลือน กอดตัวเองเอาไว้ให้แน่นหนัก หากความรัก-ความจริงไม่แม้นเหมือน ทุกสิ่งอย่างนำพามาบิดเบือน แล้วซ่อนเงื่อนรอยกรรม..ช้ำชีวี
ก่อกองฟืนผิงไฟไล่ลมหนาว เล่าเรื่องราวผ่านเพลงบรรเลงหวาน ท่องทำนองโศกเหงาแกมร้าวราน ไหวสะท้านผ่านพรมลมรำเพย ใกล้ยี่เป็งเร่งรอต่อเติมรัก หวั่นใจนักสะทกสั่นอกเอ๋ย ลมหนาวล่องท่องถามตามคุ้นเคย ไม่คิดเลยจะลับกับวันเดือน ปากรำพึงรำพันว่าฝันเฝ้า ใจของเจ้าใหลหลงคงไม่เหมือน ท่ามค่ำคืนดึกดื่นชื่นชมเดือน คงมีเพื่อนเชยชิดสนิทใจ สายลมหวนหอบข่าวร้าวรานบอก ลุ่มเจ้าพระยาเขาหลอกรู้บ้างไหม ยกคำอ้างช่องว่างความห่างไกล แล้วปันใจเป็นอื่นในคืนลวง
ฉันจะรักเสมอไปแม้ไกลแสน
จะหวงแหนเสมอไปแม้ในฝัน
จะติดตามชมชื่นทุกคืนวัน
จะคงมั่นไม่ปันใจให้ใครเลย
ขอเธอจงเคียงอยู่เป็นคู่ฉัน
แค่ในฝันเท่านั้นพลันเฉลย
ขอเธออย่าเอ่ยเอื้อนไปอันใดเลย
ฉันอยากเผยบอกกล่าวความเศร้าตรม
จะขอหยุดความรักเราเท่านี้เถิด
รักควรเปิดหัวใจให้ความหวัง
รักของเธอที่แสนดีมีพลัง
คอยส่งหวังกำลังใจให้ใครกัน
ตลอดมาที่เราเฝ้าถนอม
ความรักปลอมจากเธอละเมอหา
ในใจเธอมีแต่เขาตลอดมา
จนปัญญาจะช่วงชิงวิ่งไล่ตาม
อารมณ์รักเป็นเช่นไรไม่รู้จัก ยามอกหักเจ็บเพียงใดไม่รู้เห็น ดวงตาบอดเพราะรักไม่เคยเป็น หัวใจเต้นเมื่อเจอใครไม่พบพาน แล้ววันหนึ่งกามเทพเล่นตลก เล็งตรงอกแผลงศรจนอ่อนหวาน ฉันมีเธอคู่คิดจิตสำราญ ทอสายใยเบ่งบาน ณ ลานใจ หารู้ไม่เธอแค่เหงาเข้ามาคบ ไม่คิดสบสายตาให้หวั่นไหว คุยกับฉันแต่มีเขาอยู่ทั้งใจ เอ่ยคำรักทำไมหากไม่จริง หรือเพราะเขาเผลอทำเธอช้ำชอก คำที่บอกเพียงก่อกองไฟผิง ฉันเป็นตัวแทนเขาเคล้าแอบอิง ทำทุกสิ่งลงไปใยไม่ตรองรู้บ้างไหมใครคนหนึ่งคิดลึกซึ้ง เมื่อวันลามาถึงจึงหม่นหมอง หยาดความเศร้าเข้ามาน้ำตานอง แก้มทั้งสองเปรอะเปื้อนคราบคำคน จนเผลอตนทำไปดูไร้ค่า ยังอุตส่าห์ห่วงใยแม้ไม่สน รู้ทั้งรู้ใจเธอช่างวกวน แค่หนึ่งคนหนึ่งใจไม่น่าจำ ใยถึงยังอยากยืนอยู่เคียงข้าง ในยามเธออ้างว้างชวนยิ้มขำ ความรู้สึกปวดร้าวขอเก็บงำ ไม่แสดงความช้ำจากภายใน ความผูกพันวันนี้ยังมีอยู่ คอยเฝ้าดูทุกก้าวคราวเคลื่อนไหว ภาวนาให้ลืมเธอได้เร็วไว ให้หัวใจแรมร้างเหลือเพียงเงา ขอส่งใจให้เธอมีแรงสู้ มีแรงอยู่แม้วันนี้อาจไร้เขา เหมือนที่ฉันฝืนอยู่แม้ไร้เรา ก็แค่เหงาเหมือนเดิมไม่เป็นไร ฉัน : ^_^ เธอ : - - ฉัน : ^_^ เธอ : - - ........................ ....................... ........................ ....................... ...................... ( ฉัน : T_________T )
ตะวันลับฟ้า ***** สุรีย์ใกล้ ลับลง ตรงขอบ(ภู)เขา วิหคเฝ้า โบยบิน คืนถิ่นฐาน ไผ่เสียดก่อ พลิ้วไหว อยู่ใกล้ธาร เย็นลมผ่าน รวยรื่น ฉ่ำชื่นจินต์ ***** เสียงหรีดหริ่ง เรไร ทักทายทั่ว ยามฟ้าหลัว ตะวันคล้อย ลอยลับถิ่น ดั่งบทเพลง กล่อมสรวง ห้วงเมฆินทร์ เคล้าเสียงริน หลั่งไหล สายธารา ***** เมื่อแสงสูรย์ ลับลา จากฟ้ากว้าง ดาวระยิบ พราวพร่าง กลางเวหา ดาระดาษ สาดส่อง ท้องนภา แทนแสงจันทร์ ที่ลา คราข้างแรม ***** ได้แต่คิด ครวญคำ ลำนำเศร้า ความเงียบเหงา ทับถม ระทมแต้ม ถึงคู่เย้า เคยหยอก บอกรักแซม ประคองแก้ม เชยชิด จูมพิศปราง ***** สัญญาใจ ฝากฝัน จะมั่นรัก ไม่เหหัก ห่างหาย ให้หม่นหมาง แต่..บัดนี้ ไฉน ไกลเลือนราง ลืมรักที่ เคยสร้าง เส้นทางใจ ***** โอ้..รักเอย เปลี่ยนผัน ไม่หันกลับ ตะวันลับ ยังคืนมา ชื่นฟ้าใส คนเคยรัก ปักทรวง ห้วงหทัย กลับไม่เหลือ เยื่อใย มอบให้กัน.... ***** สุนันยา