ยิ้มรับโสด กับน้ำตา ผสมเหล้า มันช่างเข้า กลมกล่อม หอมหวาน รินใส่ปาก ฝากน้ำใจ ให้วันวาน ที่เนิ่นนาน ต้องล้ม เพราะลมคน ฉลองความโสด อย่างชื่นสม นั่งภิรมย์กับรสเหล้า อย่างสับสน เพราะภาพเก่ามันเศร้า เข้าเยือนยล จนตาจน โทรมร่าง ทรมาร ฝืนหัวเราะ ยิ้มเย้ย เลย ร้องไห้ ถามหัวใจ ไยเศร้า ไม่อาจหาญ ทั้งที่รู้ ว่ารักนี้ ที่ทรมาร ยังอาจหาญ ไปเลยเส้น เป็นรักกัน รักด้านมืด ในมุมอับ จับต้องยาก เพียงรักฝาก เพียงลม มาห่มฝัน เพียงชั่วครู่ ชั่วครั้ง ที่รักกัน ไม่มีวัน จะชื่น ได้รื่นรมย์ นำน้ำเหล้า เคล้าน้ำตา มาไล่รัก ที่โซมนัก เพราะไข้ใจ ให้ขื่นขม รักเอ่ย จงถอนพิษเจ้าไปให้นานนม ฝากรักขม กับน้ำเหล้า เคล้าน้ำใจ ฯขุนพ่ายสุรา
มิใช่เป็นเดนใครในปฐพี คือศาลานารีวิถีคงคา เมื่อหัวใจรักกันมั่นนักหนา ครองคู่กันจนกว่าโลกทลาย เหมือนแก้วร้าวรานแยกแตกเป็นเสี่ยง เขาเบนเบี่ยงคงมีที่มองหมาย ตรึกตรองแล้วเบื้องหน้าทางสบาย จึงออกลายลาร้างอย่างที่เป็น อย่าไปหวังเยื่อใยอะไรอีก เมื่อเขาปลีกตัวหนีชี้ให้เห็น มัวคิดครุ่นมุ่นหมกให้อกเต้น เข้าทำนองของเล่นค่าเวลา เหลือบสายตาหาใหม่เปิดใจกว้าง เรื่องรักร้างทิ้งไปอย่าใฝ่หา ยังมีคนมองเห็นเน้นคุณค่า ไม่ร้องไห้เสียน้ำตาอีกต่อไป มาสิมายื่นมือให้กันจับ เพื่อกระชับสัมพันธ์ในวันใหม่ เป็นคู่ขวัญตามครรลองฉลองชัย มอบหัวใจถึงใจไว้ด้วยกัน...
ยิ่งอยากลืมทำไมใจยิ่งรัก เจ็บช้ำหนักเพราะความรักไม่ไปไหน ยังไม่พร้อมที่จะลองมองใครๆ ทำอย่างไรเมื่อในใจมีแค่เธอ ลองหยุดคิดเรื่องของเธอกับฉัน แต่ทุกวันยังอยากเจอเธอเสมอ ฉันยิ่งฝันไปไกลใจละเมอ เพราะยังมีแต่เธออยู่ในใจ ก็จะรักต่อไปไม่หยุดพัก แต่แค่รักอย่างเดียวคงไม่ไหว เพราะความต่างที่เรามีมากเกินไป ต่อให้รักล้นใจคงไม่พอ
วันนี้ไม่พบเธอ แต่ใจก็ล้นเอ่อด้วยความปวดร้าว ภาพเธอยังชัดเจนในเรื่องราว ฉันจึงยังไม่อาจก้าวออกไป วันนี้ฉันพบเขา คนที่เธออยากเป็นเงาเอาใจใส่ คนที่ได้ความรักจากเธอไป คนที่ฉันไม่มีสิทธิ์ใดจะได้เป็น วันนี้ฉันพบตัวเอง ในฐานะคนอวดเก่งที่ยังซ่อนเร้น เก็บน้ำตาไว้ภายในความแกร่งกร้าที่ชาเย็น แต่ในความจริงก็แค่คนตายทั้งเป็นที่ไร้ความสำคัญ
ทบทวนดีแล้วนะ . ที่เลือกจะ ไปกับใครคนนั้น สิ่งดีๆ ที่สองเราเคยร่วมฝัน ขาดสะบั้น อย่างหมดเยื่อขาดใย ก็ตั้งตัวไม่ติด ไม่เคยคิดว่าเธอจะทำกันได้ กับทุกสิ่งที่เธอได้ทำลงไป ฉันเจ็บร้าวที่ใจ มากมายเหลือเกิน ใจเธอทำด้วยอะไร รู้ร้อนหนาวบ้างไหม ที่ใจฉันต้องยับเยิน สุดท้าย .จบตรงแยกทางกันเดิน จะคิดเสียว่าบังเอิญ...ผ่านมาพบกัน...
ฤกษ์ ชัยพฤกษ์ เธอมองผ่านข้ามฉันทุกวันคืน ฉันขมขื่นซึมเศร้าเหงานานช้า เธอวางปึ่งขึ้งขัดชัดเย็นชา ฉันเหว่ว้าไร้สุขเหมือนถูกดอง ในสายตาเธอนั้นมีฉันไหม ในหัวใจคำนึงถึงสมอง ในดวงจิตรู้ไหมฉันใฝ่ปอง ในครรลองความรักมักเล่นกล เธอเย้าหยอกหลอกล้อตัดพ้อฉัน เธอตัดรอนความฝันมาหลายหน เธอมองฉันเหมือนเช่นเป็นเดนคน เธอไม่สนถึงหัวใจใฝ่รักเธอ ฉันเป็นฉันเช่นนี้หลายปีผ่าน ฉันอยากสานความรักถักเสนอ ฉันเพียบพร้อมหัวใจไว้บำเรอ ฉันรักเธอคนเดียวอยากเกี่ยวใจ เพียงพลิ้ว เธอเป็นเธอ....ฉันเป็นฉัน...ทุกวันต่าง เธอควรวางหัวใจกับใครอื่น เธอเสนอรักสลักคำย้ำจุดยืน เธอคงชื่นสมหวังดั่งต้องการ ไม่เป็นไรรักของฉันค่านั้นศูนย์ ไม่ควรจูนคลานคืบให้สืบสาน ไม่เป็นไรคงทนไหวเจ็บไม่นาน ไม่ร้าวรานเท่าไรใจแสนกล ฉันเป็นฉันเช่นนี้ที่เธอเห็น ฉันยังเป็นคนนี้ที่สับสน ฉันไม่เห็นเธอเป็นเช่นเดนคน ฉันเห็นผลแห่งรักร้ายไม่หมายครอง ฤกษ์ ชัยพฤกษ์ เห็นว่ารักฉันร้ายไม่หมายครอง ขอให้ลองคิดใหม่ใจแน่วนิ่ง มองทะลุภายในได้ความจริง ว่าทุกสิ่งที่เห็นเป็นภาพลวง ความรักฉันเหมือนเป็นเช่นไม้ใหญ่ แผ่กิ่งก้านร่มใบออกใหญ่หลวง กิ่งใหม่งอกกิ่งเก่าใช่หลุดล่วง ยังงอกงามพุ่มพวงตระหง่านไกล รุ่งจำเริญพร้อมกันต่างหรรษา เหล่าวิหคนกกาได้อาศัย หากวิเคราะห์มองซึ้งถึงความนัย คงไม่ตัดเยื่อใยให้เศร้าตรม มาเถิดหนาคนดีมีรักรอ มาร่วมกันถักทอให้รักสม มาลงเรือลำเดียวเกี่ยวรักบ่ม
อก เอ๋ยเคยรักกันวันยังค่ำ หัก ระกำซ้ำซากยากนักหนา รัก ไม่สม ล่ม-ไม่รอด ตลอดมา คุด หักคา หารักใครไม่เคยเจอ ตุ๊ด ยังมีคนรักตุ๊ดเป็นสุดรัก หนี เรานักรักหนีเราเหงาเสมอ พริ้ตตี้ ยิ่งห่างไกลไม่มีเจอ เมิน เวิ่นเว้อ เพ้อพก อกหัก เซ็ง เวิ่นเว้อ = วุ่นวาย + เยิ่นเย้อ (ศัพท์แสลง พ.ศ. 2554)
ถ้าน้องเจ็บ พี่ไยจักจะเก็บอารมณ์ไหว น้ำตาว๊ะ เป็นบ้าไหลทำไม หรือบอกความขื่นไข้ในใจเรา เขาไม่รักเราอย่างที่ควรรัก แน่นอนนัก ผลักเราเป็นคนเศร้า ความทุกข์นั้นแม้เพียงแค่แผ่วเบา แต่สะท้านสะเทือนเข้าไปถึงทรวง เมื่อน้องเจ็บ ไยพี่ต้องกดเก็บความเป็นห่วง ถ้อยที่เคยพร่ำย้ำทุกสิ่งปวง มาถามทวง ว่ายังจำสักคำไหม คนหมองหม่น ไม่แปลกหรอกหากหมองจนอยากร่ำไห้ เพราะบางคนยังแกล้งแสดงใจ ร้องร่ำไห้ได้ทั้งที่ไม่มีใจ ไม่ถามว่าวันนี้ สบายดีหรือ เพราะข้อความที่สื่ออารมณ์ไว้ ในนามของคนที่คอยห่วงใย ขอถามว่า มีอะไรก็บอกมา
หลายวันนี้จากพี่ไป เป็นไงบ้าง อยู่อ้างว้างหรือเอมอิ่ม ยิ้มสยาย ส่วนพี่อยู่เปล่าเปลี่ยวเพียงเดียวดาย ไม่ถึงตาย แค่อกหักรักคุกคาม รักของพี่ไม่ดีพอ พี่ขอโทษ พี่ไม่โกรธ เข้าใจและไม่ถาม เมื่อใจน้องแจงถ้วนกระบวนความ ว่าหวงห้ามความรักพี่ ไม่มีใจ ไม่รักพี่ พี่ตามใจไม่เคยว่า ยังตั้งหน้ารักมั่นไม่หวั่นไหว ประสาพี่ที่รักแล้วไม่แล้วไป นานเท่าไรไม่อ่อนเปลี้ย ไม่เสียดาย .. แค่อกหักรักเศร้า ไม่เท่าไหร่ ยังหายใจอยู่เฉยๆเหมือนเคยหาย เจ็บนิดๆไม่คิดว่าจะลาตาย ยังทนได้ทนดี พี่มันทน จะไปดีมีใหม่ก็ไปเถอะ ขอให้เจอะคนดีๆทุกที่หน หากไปแล้วมีแววว่า เข้าตาจน ก็จงด้นกลับมานี่ ให้พี่รัก
ผู้หลงรัก : The Lover สายตาฉันใคร่เชยชิดจุมพิตพักตร์ สุดห้ามหักหนักอุราดวงตาฉัน มันอยากจูบดวงหน้าโฉมลาวัณย์ รุกโรมรันกระสันส่ายด้วยสายตา สั่นสะท้านผ่านไหล่อุ่นไอร้อน ค่อยแทรกซ้อนทรวดทรงคุณตรงหน้า ฉันโลมไล้ไปยังปากฝากวาจา วนไปมาทุกหนแห่งแหล่งของเธอ ฉันมิอาจห้ามสายตามันพาสื่อ นั่งสองมือซุกตักรักพร่ำเพ้อ มิอาจทักแตะต้องเพียงมองเธอ แต่ตาเผลอไล้ลูบจูบวงพักตร์ มิมีใครหยุดยั้งรั้งฉันอยู่ ดั่งลมลู่ลุกไป ไม่ประจักษ์ สุดห้ามจิตที่คิดวิ่งไหลยิ่งนัก รื่นรมย์รักมิจบสิ้นสุดยินดี ดวงตาเธอฉงนส่อสนเท่ห์ ออกรวนเรมิรับรู้ดูแปลกที่ ฉันซบลงกับมือฉันในทันที ดวงตานี้กลิ้งกลอกเกลือกใต้เปลือกตา The Lover My eyes want to kiss your face. I have no power over my eyes. They just want to kiss your face. I flow towards you out of my eyes, a fine heat trembles round your shoulders, it slowly dissolves your contours and I am there with you, your mouth and everywhere around you – I have no power over my eyes. I sit with my hands in my lap, I shan’t touch you and I’ll never speak. But my eyes kiss your face, I rise out of myself and no-one can stop me, I flow out and I’m invisible, I can not stop this unfathomable flowing,
ดราเอ๋ยดราม่า เจ้าเข้ามาในชีวิตแต่ตอนไหนตั้งแต่เจ้าเข้ามาใจเปลี่ยนไป เหมือนหัวใจอ่อนแรงเข้าทุกที เมื่อเห็นภาพบาดตาแลบาดใจ เมื่อยินเสียงเขาไซร้ยิ่งอยากหนี ทั้งผัมสัม สายตา ถ้อยวจี อยากจะลี้ไกลให้ห่างคนใจดำ เขาเคยออดออเซาะเคล้าเคลียคลอ เฝ้าพะนอเสริมส่งรักให้หวานล้ำ ฝากสัญญาเอาไว้ให้จดจำ ฝากความหวังให้รำลึกวันดีดี แต่ทุกสิ่งก็สูญสิ้นดับสลาย คำกลับกลายเป็นคำลวง..น่าบัดสี เขานำเอารักใหม่มาย่ำยี เหยียบขยี้ให้หัวใจเริ่มโรยรา ตั้งแต่นั้นเจ้าเข้ามาในชีวิต คอยสะกิดให้ดวงใจโหยไห้หา เรื่องใดใดร้องไห้ง่ายดังดารา เจ้าน้ำตาแม้ไร้คนมาดูดี เจ้านี่นะยังพาเพื่อนมาด้วย พามาช่วยให้หัวใจฉันป่นปี้ "ความทรงจำ"ย้อนเวลาทุกนาที ในวันที่....รักและเลิก....ให้หวนคืน "ความคิดถึง" และ "ความเหงา" เข้าเคียงข้าง มาช่วยสร้างความทรงจำให้รื้อฟื้น เป็นอย่างนี้ทุกวันและทุกคืน ใจขมขื่นปวดแปลบปลาบเกือบเจียนตาย ไม่เอาแล้ว....เจ้าควรไปไกลจากฉัน อย่าแกล้งกันแบบนี้เลยสหาย แค่คนรัก...ลาไปไกล เจ็บมิคลาย เจ้าอย่าหมายให้ใจนี้สิ้นลมลง ฉันรู้อยู่ขณะรักควรตริตรอง ใช้สมองอย่าหล
วาเลนไทน์ คือวัน แห่งความรัก แต่คืนวัน อกหัก สำหรับฉัน ทุกคู่รัก นั้นอยู่ ข้างกายกัน แต่คือวัน คนรัก จากฉันไป กุหลาบแดง คนรัก มอบให้กัน มีแค่ฉัน น้ำตา นั้นลินไหล คนที่ฉัน ทุ่มเท ทั้งดวงใจ มาจากไป ไม่มีวัน คืนกลับมา
ในวันที่เหงากับฝนที่หล่นพรำ.. วันที่นกยักษ์บินไม่ได้.. วันที่ชีวิตเป็นของเรา.. ไม่ได้อยู่บนนิ้วไกปืนของศัตรู นอนบนเปลญวน เหงาจับหัวใจ.. ก่อนเคยมีเธอให้คิดถึง.. พอทำให้ชีวิตพอมีความหมายบ้าง แต่วันนี้..ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไปตามวิถี ทางสายเก่า...จึงโดดเดี่ยวอ้างว้าง ในหัวใจ คงเหลือแต่ผู้หญิงคนเดียว.. ภาพความหลัง ครั้งเยาว์วัยฉาบผ่านเข้ามา ................ เพราะต้องการให้ฉันแข็งแกร่ง แม่จึงเฝ้าดูอยู่ห่างๆอย่างห่วงใยในบางครา แม่ทำโทษยามที่ฉันทำผิด แต่ฉันเห็นแม่เสียน้ำตาทุกครั้ง รอยหม่นหมองบนใบหน้า เสียงร้อง..หยาดน้ำตาของฉัน บาดหัวใจแม่ให้เจ็บปวด รอยยิ้มของแม่มีน้อยนัก ที่จะปรากฏให้ฉันเห็น ด้วยทุกข์ท้นแห่งภาระอันหนักอึ้ง หาใช่เพราะเบื่อหน่ายเกลียดชังแต่อย่างใด แม่จึงเป็นดั่งแสงสว่าง... คอยชี้ทางให้ฉันเดินไปอย่างเชื่อมั่น และเป็นราตรีกาล ให้ฉันได้พักนิ่งชั่วขณะ เพื่อที่จะให้มีพลังก้าวเดินต่อไป ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน ในสนามรบหรือยามสงบเงียบงันเช่นนี้ คงมีแต่แม่ที่เป็นดั่งความรัก หนึ่งเดียวหนึ่งหญิงที่มีอยู่บนโลกใบนี้ และเป็นชีวิตแห่งฉัน.. .............. สายฝนที่หล่นพรำ.. เป็นน้ำตาของแม่หรือเปล่านะ.. แม่ครับ..วันนี้ผมเป็นลุกชายที่แข็งแกร่งของแม่แล้ว เป็นรั้วที่คอยป้องอริราชศัตรูของแผ่นดิน เป็นผู้พิทักษ์สันติแห่งราษฏร์ด้วยเกียรติ ชีวิตและศักดิ์ศรี ถึงไม่มีคนรักเพศเดียวกับแม่สักคน แต่ผมมีอ้อมกอดแ
วันนั้นเธอแย้มยิ้มพิมพ์ใจนัก ผ่านไปมาถามทักน่ารักยิ่ง เธอร่าเริงสดใสถูกใจจริง ไม่เย่อหยิ่งถูกจิตให้มิตรปอง เธอสูงค่ากว่าพลอยไม่ด้อยเพชร จึงเป็นเหตุผูกใจให้ห่วงหวง กลัวเจ้าช้ำด้วยเสน่ห์เล่ห์ลมลวง เพชรจะร่วงหล่นร้าวให้เศร้าใจ ปรารถนาให้เจ้าสกาวเด่น หวังเจ้าเป็นดังเพชรเม็ดสดใส วาสนาเราน้อยนักประจักษ์ใจ คงแค่ได้แอบยลเธอคนงาม มาวันนี้เธอเริ่มไกลจากใจฉัน ปิดฉากกั้นเอาไว้ให้เหินห่าง ถึงจะใกล้เหมือนไกลในหนทาง โอ้ใจนางช่างดำทำได้ลง
ความรักเอยล่องพลิ้ว....ปรารถนา ลมโบกโปรยเสน่หา......พัดเข้า รักจริงจากใจมา...........ฤเปล่า หรือแค่รักหยอกเหย้า..ร่ำให้โหยหาฯ สงสารใจหน่อยบ้าง......สงสาร โปรดอย่าสร้างทรมาน..ซ่อนซ้ำ ช้ำรักแรกขอวาน.....แทบขาด ใจนา ขืนรอบสองคงช้ำ....แทบสิ้นขาดใจฯ วานวาสนาอย่าสร้าง.....ซ้ำสอง เคยเจ็บน้ำตานอง.........รวดร้าว สงสารหน่อยอย่ามอง....เพียงผ่าน เสน่หาเอยอย่าก้าว...ตอกย้ำอีกเลยฯ
สุริยนหล่นลาน้ำตาร่วง สะท้านทรวงความเหงาเข้าเสียดสี อารมณ์หม่นเปล่าเปลี่ยวเกี่ยวฤดี หทัยนี้พินิจคิดถึงนาง... มวลปักษิณบินว่อนร่อนถลา คืนสู่ป่ารังนอนที่จรห่าง แต่ดวงใจของชายคล้ายอับปาง ไม่ถึงทางรักเพ้อเจอคลื่นลม เปรียบหิ่งห้อยน้อยแสงอาจแข่งจันทร์ ระริ้วฝันยามตื่นต้องขื่นขม แม้นเพียงเงาเฝ้าคอยร้อยระทม ยินดีชมถึงช้ำยอมทำใจ ไผ่ลู่ลมม