25 ตุลาคม 2549 09:38 น.

เจ้าหญิงน้อยแห่งอาณาจักรทราย

กรกฎายน



ทันทีที่มาถึง  เธอก็วิ่งตั่กๆๆจนหางเปียกระดกด๊กๆๆไปริมลำธาร
 ตรงไปยังอาณาจักรทรายที่สร้างค้างไว้
ส่วนผมเหินไปเกาะกิ่งไม้กิ่งหนึ่งซึ่งอยู่เหนือหัวเธอและสายน้ำขึ้นไปนิด
อยู่บนนั้นผมเห็นโลกในมุมกว้าง
รอบๆบริเวณมีแต่ต้นไม้ๆ ๆ ผมชอบบรรยากาศแบบนี้ที่สุดจนเผลอครวญเพลงเหมือนเพ้อ


เพลงของฉัน
เธอไม่มีวันเข้าใจ
เสียงเหมือนว่าดังสดใส
แต่ออกมาจากภายในซึ่งหม่นหมอง

ผมแต่งเพลงได้ตั้งหลายเพลง  เก็บไว้ในใจ   ไม่รู้จะเอาบันทึกไว้ที่ไหนได้


"โห้วววว  พังๆๆใครมาทำพังอีกแล้วอ้ะ  ดูสิ!"  

มีเสียงแจ๋วๆบ่นกระปอดกระแปดอยู่ข้างล่าง  ตายล่ะอาณาจักรทรายของเจ้าหญิงถูกข้าศึกที่ไหนไม่รู้
ลอบโจมตีอีกแล้ว


"อ๋อย..กว่าจะสร้างได้"

"น่าสงสารปราสาทฮือๆ   ใจร้ายชะมัด   ใคร!!อย่าให้รู้นะว้อยยยฮือๆๆ"


เธอทุ่มตัวลงนั่งกับผืนทราย   น้ำตาเม็ดโตผุดออกมาจนได้
ผมตัดสินใจกางปีกร่อนลงไปเกาะบนไหล่เธอ   ร้องเพลงหนึ่งเบาๆที่ริมหู
เธอหัวเราะคิกคักทั้งน้ำตาเพราะรู้สึกจั๊กกะจี้



คนดี
เพลงของฉันนี้ไม่มีเนื้อร้อง
มีก็แต่ท่วงทำนอง
อันเศร้าซึ้ง


เช่นเดียวกับเสียงร้องไห้เธอ
ที่กระซิกๆเสมอเวลาใครทำโกรธขึ้ง
ถูกทำร้ายอีกแล้วใช่ไหมจากใครคนหนึ่ง
ไฉนจึงไม่เริ่มต้นใหม่




"ฮือๆๆ   ขอบใจนะหค   ที่ร้องเพลงให้ฟัง  ฮือๆ ฝนจะหยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้ล่ะ
สร้างใหม่ก็ได้  จะสร้างให้สวยกว่าเก่า"



แม้แววตาจะยังอมน้ำตาอยู่  แต่รอยยิ้มของเธอก็กลับมาคลี่ได้อีกครั้ง
มือบอบบางเล็กเรียวของเธอเริ่มสัมผัสกับทรายเม็ดหยาบ    จังหวะการหายใจของเธอลึกขึ้นและก็ช้าลงๆ
ในดวงตาเริ่มมีแสง  เปลือกตากระพริบ  วิบๆๆๆเหมือนๆๆๆ  เอ้าเหมือนหิ่งห้อยก็แล้วกัน
 อาณาจักรที่ล่มสลายกำลังถูกกอบกู้



ผมกระโดดลงจากไหล่  กระโดดดึ๋งๆไปตามผืนทรายเพียงไม่กี่ดึ๋งก็ถึงริมน้ำ
กระดกหัวลงไปจิบน้ำเย็นใส  นึกแปลกใจ  ไม่รู้สายน้ำมาจากไหน
อ่าาา  ชื่นใจจัง   น้ำเย็นๆใสๆแบบนี้ดีต่อสุขภาพนกนัก



โอ๊ะในเงานั่นผมสินะ  แหมหล่อจังอิอิ
นั่นฟ้าสินะ  แล้วนั่นก็เมฆอยากจะบินไปจนถึงเมฆนั่นจังแต่ไม่เคยกล้าเลย
เจ้าหญิงน้อยก่อทรายไป ฮัมเพลงไปหงุงๆหงิงๆ  แสดงว่าอารมณ์ดีขึ้นมากแล้ว

ผมร้องเพลงคลอไปกับเธอด้วยดีกว่า



ล้างหน้าล้างตาที่ริมลำธาร
ขับขานบทเพลงด้วยเสียงสดใส
เร็วเข้าเจ้าปลาว่ายมาใกล้ๆ
อยากฟังเพลงอะไรขอมาได้


ปลา
เจ้ารู้ความลับของธาราหรือไม่
สิ้นสุดเริ่มต้นหนใด
เหตุไรจึงลดคดเคี้ยว



"หค  ๆ ๆ   มานี่ๆ  เห็นเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้นฝนซ่อมปราสาทเสร็จแล้วหนึ่งหลัง สวยไหม"

โห..ปราสาททรายของเธอสวยแฮะฝีมือเธอดีขึ้น ทุกวัน ๆ  ใครจะรู้บ้างนะ
ใครน้อคอยจ้องทำลายกันอยู่ได้  อย่าให้รู้ ๆ


"แง่ะหค..  มองตาค้างเลย  ชอบใช่ป่ะล่ะฝนรู้นะ"


อ่า   งามจัง  ไม่ใช่ปราสาททรายเท่านั้นหรอกนะที่งาม
หางเปียคู่ของเธอก็งาม  แก้มของเธอเป็นสีชมพูน่าเอาจงอยปากไปจิกเบาๆชะมัด
แววตาของเธอกลับมาแจ่มใสอ่อนโยนน่าสบเป็นที่สุด
แสงแดดที่ส่องลอดใบไม้ลงมาไรๆทำให้ร่างเล็ก ๆของเธอเหมือนเรืองแสงได้


'ว้าว  เหมือนนางฟ้าเล็กๆเลยแฮะ'ผมรำพึงในใจแล้วก็งงเองที่ไปเปรียบเธอกับนางฟ้าไปได้
ทั้งๆที่ไม่เคยเห็นนางฟ้าสักหน่อย
รู้แต่ว่านางฟ้าเป็นผู้วิเศษถ้าฝนของผมเป็นผู้วิเศษก็คงจะดี 
คนใจร้ายในโลกนี้จะได้ทำอันตรายเจ้าหญิงน้อยๆของผมไม่ได้
เธอจะรู้หรือเปล่านะว่าคนใจร้ายในโลกนี้ยังมีอีกเยอะแยะ
ถึงจะไม่เท่ากับคนใจดีก็เถอะ


ผมบินขึ้นไปเกาะอยู่บนกิ่งไม้เหมือนเดิม
ลมเย็นๆพัดๆๆผมชอบก้มดูขนตัวเองตอนที่ลมพัด 
สลับกับแหงนขึ้นไปบนฟ้า  นึกสงสัยว่าเมฆกำลังลอยลมลิ่วๆๆไปถึงไหนกัน
ปีกของผมพร้อมหรือยังสำหรับการบินไกล

เมฆก้อนใหญ่ยักษ์รูปปีศาจร้ายไม่รู้ลอยมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่รู้ตัวอีกทีก็ลอยเข้ามาในหัวใจผมเสียแล้ว



เกิดเรื่องจนได้ ความเศร้าไหลบ่ามาท่วมความสุขจนมิดเมื่อผมตระหนักถึงความจริงหนึ่ง
มันใกล้จะถึงเวลาที่ผมต้องจากเธอไปไกลแสนไกลแล้วไม่ใช่หรือ  
ใช่แล้วล่ะ  ยังไงผมก็ต้องจากไป..จากไปเสียที
แม้ที่ผ่านมาเธอ  และคนบ้านนั้น  จะไม่เคยปิดประตูกรงที่ผมใช้อาศัยหลับนอนตอนกลางคืนมาก่อนเลย
แต่ใครจะรู้  ถ้าวันหนึ่งมันเกิดปิดขึ้นมาล่ะ   !
ถ้าเช้าหนึ่งมันเกิดปิดขึ้นมาล่ะ!ใครจะรับผิดชอบ
ผมก็จะต้องติดแหง่กอยู่ในนั้นตลอดกาลน่ะสิ  โอย..
อีกอย่างผมกับเพื่อนได้นัดแนะกันไว้แล้ว  ผมไม่อยากผิดนัดกับเพื่อน  
ไม่อยากผิดคำพูดกับตัวเอง  
ตายล่ะหัวใจผมกำลังทะเลาะกันใหญ่ ใจหนึ่งอยากไป  ใจหนึ่งอยากอยู่ต่อเหอๆ
 
ออกไป ๆ

อยู่ต่อ  ๆ

แหม่เสียงเหมือนจะคุ้นๆแฮะเหมือนเคยได้ยินที่ไหน
เหอๆจะเอาไงดี  จะเลือกข้างไหน
แล้วในที่สุดเสียงที่ว่าออกไป ๆ ซึ่งพลังบริสุทธิ์กว่า ก็ชนะ
เฮ้อ!
 เวลาที่เราได้อยู่ใกล้ๆกันกำลังจะหมดลงเสียแล้วหรือนี่หนูน้อยจ๋า
เด็กเอ๋ยเธอช่างไร้เดียงสาเธอยังไม่รู้  ดูสิยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับอาณาจักรทรายแสนสวยของเธออยู่เลย
เฮ้อ!


ปราสาทซ่อมเสร็จอีกหลัง  อีกหลัง  และก็อีกหลัง  เวลาผ่านไป  ตะวันคล้อยต่ำ  น้ำในลำธารไหลไม่หยุด
 นี่ผมจะต้องจากเธอไปแล้วจริงๆรึ
ไม่อยากเลยแฮะ
เฮ่อ  !
  
เสียงถอนใจของผม
ถึงกับทำให้ใบไม้ที่ชราภาพมากแล้วใบหนึ่งหลุดร่วงลงไป
ใบไม้สีเหลืองทิ้งตัวลงไปช้า ๆ
ตกลงไปตรงกลางอาณาจักรทรายของเจ้าหญิงน้อยพอดิบพอดี



ฉันจำเป็นต้องจากเธอไป
ความฝันไกลรอคอยก้อยเกี่ยว
สายลมชวนแล้วหลายเที่ยว
ได้แต่ผลัดไปว่าเดี๋ยวๆๆประเดี๋ยวก่อน



ผมละสายตาไปจากภาพเบื้องล่าง  กางปีกกระพือลม
โผจากกิ่งไม้โน้นไปกิ่งไม้โน้น...กิ่งไม้โน้น  ด้วยความว้าวุ่นใจ ถ้าเธอเงยหน้าขึ้นมา
จะเห็นร่างสีเหลืองอ่อนของผม  บินวนไปรอบๆเหนือยอดไม้
ตัดกับสีฟ้าของฟ้า  และสีขาวของเมฆ
เธอแหงนหน้าขึ้นมาจริงๆ  เธอยิ้มให้ผมแล้ว  เธอยิ้มให้เมฆ
ยิ้มหวานจัง



"หคๆๆ  กลับบ้านเหอะเย็นแล้ว ฝนซ่อมปราสาทเสร็จทุกหลังแล้วล่ะ"


แต่แทนที่คราวนี้ผมจะบินไปเกาะบ่าเธอเหมือนทุกครั้ง
ผมกลับเกาะนิ่งอยู่บนกิ่งไม้หนึ่ง จับตามองร่างเล็กๆของเธออยู่ไกลๆน้ำตาคลอหน่วย



ฟ้ามืดลงมืดลง   จิ้งหรีดส่งเสียงจี๊ดๆๆ  จักจั่น  ส่งเสียงจั่กๆ
อยากได้ยินเสียงน้ำไหลจัง เพื่อนนกตัวหนึ่งเคยบินมากระซิบบอกผมว่า
ที่ภูเขาลูกใหญ่ที่ทอดตัวสีน้ำเงินจางๆด้านโน้น  นั่นแหละเป็นต้นน้ำ
ที่นั่นน้ำใสกว่านี้อีก  เย็นกว่านี้อีก  แถมน้ำยังมีเสียงดังด้วย
  เสียงดังซู่ๆๆๆ  สู้ๆ เสียงคุ้นๆอีกแล้ว


"หคๆ มัวนั่งทำไรอยู่บนนั้น   ไม่กลับเหรอ"

ผมยังคงมองเธอเฉยๆ  ร่างน้อยๆที่น่ารัก   เสื้อสีขาวของเธอเริ่มขมุกขมัว
เพราะการเปลี่ยนสีของฟ้า  และสิ่งต่างๆรอบๆ
สีเขียวของใบไม้กำลังจะหายไป  



"ฮือๆๆ หคเกิดอะไรขึ้นอ่ะ  ลงมาดิ  มืดแล้ว  เดี๋ยวแม่ดุฝนอ่ะนะ  "


"ลงมาเดี๋ยวนี้หค  ฮึ่ม!"  เสียงของเธอเริ่มดัง   หยิบกิ่งไม้เล็กๆเขวี้ยงขึ้นมากิ่งแล้วกิ่งเล่าแต่ไม่ถึง
ผมยังเฉย


"ไม่กลับใช่เปล่าตามใจนะ  ผีหลอกไม่รู้ด้วย"

พูดประโยคนี้จบเธอก็วิ่งตื๋อกลับไปจริงๆ วิ่งตื๋อจากไปอย่างรวดเร็ว
วิ่งไปด้วยร้องไห้ไปด้วย



เฮ้อ!
ในที่สุดเธอก็จากผมไปแล้ว
เสียงร้องไห้ของเธอเบาลง ๆ
ร่างเล็กเธอลับหายไป  ตามทิวแถวของต้นยางพารา  หลังจากนั้นความมืดก็มาถึงโดยสมบูรณ์
ผมยังนิ่งเกาะอยู่บนกิ่งไม้นั้น  รอคอยบางสิ่งบางอย่างรอคอยพระจันทร์
ถึงเวลานั้นเพื่อนมีปีกของผมจะอาศัยแสงจันทร์บินมาหา
คืนนี้เราจะค้างกันที่นี่เพื่อดักคิดบัญชีกับเจ้าพวกวายร้ายที่ชอบทำลายปราสาทของเจ้าหญิงน้อยๆของผม
และพอรุ่งขึ้นเมื่อแสงสีทองอุ่นกลับมา  เราจะ...
เราจะ....


ร้องเพลงดีกว่า



คนดีอย่าร้องไห้เลยนะ
ถึงเวลาแล้วล่ะที่ต้องกางปีกร่อน
วิถีของฉันวิหคนกเหลืองอ่อน
แต่นี้คงต้องเปลี่ยนคอนนอนทุกคืน

ฉันจะไม่ลืมเธอเลย
ผิดไหมเอ่ยเกลอที่ทำให้เธอสะอื้น
นอนฝันมาตลอดราตรีในที่สุดก็ต้องตื่น
ยากฝืนเกินยั้ง



 ป่านนี้เจ้าหญิงน้อยจะร้องไห้หยุดหรือยัง
เธอจะฝันร้ายหรือเปล่า
พรุ่งนี้เช้าตื่นขึ้นมาให้ได้นะแม้จะไม่มีฉันรออยู่ในกรงอีก
แม้จะไม่มีฉันบินลอดหน้าต่างเข้าไปหาพร้อมกับแสงตะวันและร้องเพลงปลุก
หวังว่าจากนี้เธอจะสามารถตื่นขึ้นมาได้ด้วยตัวของเธอเอง


คืนนี้ฉันกับเพื่อนจะปกป้องปราสาทของเธอด้วยชีวิต
ฉันอยากให้พรุ่งนี้เช้าเธอตื่นขึ้นมาพบกับปราสาทที่อยู่ในสภาพดี
หรือไม่ก็....ไม่ๆๆๆฉันไม่อยากจะคิดต่อแล้วล่ะอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดไป



วู้วๆๆๆ


ฮูกๆๆ


พั่บๆๆ


อ่อดๆๆ


จิ๊ดๆๆๆ


ตึกตัก..ตึกตัก...ตึกตัก....


เหล่านั้นก็คือเสียงต่างๆ  ที่กำลังดังสอดประสานกันอยู่ในคืนนี้
ไม่มีเสียงที่มนุษย์ทำขึ้นปะปนอยู่เลย  
เสียงลมพัดลอดใบไม้  เสียงนกฮูกร้อง  เสียงค้างคาวกระพือปีก  เสียงเขียดเสียงจิ้งหรีด
ยังมีเสียงที่ผมไม่ได้ยินอีก  ยังมีเสียงที่ผมฟังไม่รู้เรื่อง
ปิดท้ายด้วยเสียงหัวใจของผมเอง  เสียงนี้ผมก็ไม่ได้ยิน  แต่ผมเดาไปว่ามันคงจะดัง 
ตึกตั่กๆ ๆ และเหตุที่มันดังแบบนั้นก็เพราะ  ผมกลัว  ไม่ใช่หรอกครับผมไม่ได้กลัวปัจจุบัน
ผมกำลังกลัวอนาคต



ผมกลัวจังเลยกลัวอนาคตมากๆไม่รู้ว่าถัดจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น
จะฝ่าไปได้ไหม
เฮ้ยๆๆๆความกลัว  ความวิตก  อย่าเอะอะไปดิ อย่าคุยกันเสียงดัง
อย่ารบกวนสมาธิเห็นหรือเปล่าสายน้ำกำลังไหล
นอนเสียเถิดความกลัว
ข้าจะร้องเพลงให้เจ้าฟัง
หลับตาและวางหัวใจลง



เพลงของฉัน
เธอไม่มีวันเข้าใจ
เสียงที่ดังเหมือนว่าฟังสดใส
กลับออกมาจากภายในซึ่งหม่นหมอง


คนดี
เพลงของฉันนี้ไม่มีเนื้อร้อง
มีก็แต่ท่วงทำนอง
อันเศร้าซึ้ง


เช่นเดียวกับเสียงร้องไห้เธอ
ที่กระซิกๆเสมอเวลาใครทำโกรธขึ้ง
ถูกทำร้ายอีกแล้วใช่ไหมจากใครคนหนึ่ง
ไฉนจึงไม่เริ่มต้นใหม่



ล้างหน้าล้างตาที่ริมลำธาร
ขับขานบทเพลงด้วยเสียงกังวานใส
เร็วเข้าเจ้าปลาว่ายมาใกล้ๆ
อยากฟังเพลงอะไรขอมาได้



ปลา
เจ้ารู้ความลับของธาราหรือไม่
สิ้นสุดเริ่มต้นหนใด
เหตุไรจึงลดคดเคี้ยว



ถึงเวลาแล้วหรือที่ต้องจากไป
ความฝันไกลรอคอยก้อยเกี่ยว
สายลมชวนแล้วหลายเที่ยว
ได้แต่ผลัดไปว่าเดี๋ยวๆๆประเดี๋ยวก่อน



คนดีอย่าร้องไห้เลยนะ
ถึงเวลาแล้วล่ะที่ต้องกางปีกร่อน
วิถีของฉันวิหคนกเหลืองอ่อน
แต่นี้คงต้องเปลี่ยนคอนนอนทุกคืน



ฉันจะไม่ลืมเธอเลย
ผิดไหมเอ่ยที่ทำให้เกลอสะอื้น
นอนฝันมาตลอดราตรีในที่สุดก็ต้องตื่น
ยากฝืนเกินยั้ง



เพลงเก่าที่เคยร้องในอดีต
ไม่เคยเขียนขีดแต่ถูกหัวใจฝัง
ยามที่คิดถึงสามารถเปิดฟัง
ถึงน้ำตาหลั่งก็ปล่อยให้ไหลไป.



แล้วผมก็บินลงไปที่ริมหาดทรายใกล้ๆกับอาณาจักรทรายของเจ้าหญิง
พระจันทร์สาดแสงเหลืองนวลแล้วทำให้หาดทรายและลำธารสะท้อนแสง
ปราสาทของเจ้าหญิงงดงามเสียยิ่งกว่าตอนกลางวัน
ผมบรรจงขีดเขียนเพลงนี้ลงไปด้วยจะงอยปากด้วยภาษาหัวใจ
เจ้าหญิงน้อยจะอ่านออกหรือเปล่าก็ไม่รู้ผมเดาว่าเธอคงอ่านออกมั้งภาษาใจเนี่ย
ก็เธอยังไม่ได้เข้าโรงเรียนนี่นา  โลกยังไม่ได้สอนภาษาของโลกให้เธอเลย


เขียนเสร็จแล้วผมยืนดูตัวหนังสือเหล่านั้นด้วยแววตาที่เศร้าสร้อยที่สุด
ลาก่อนนะฝน  เจ้าหญิงน้อย ๆของหค   คืนนี้ขอให้นอนหลับฝันดีๆๆ
ฤดูฝนจากไปแล้ว  ฤดูหนาวมาถึงพอดี 
ลมหนาวชวนหคออกไปข้างนอก

วันหนึ่งฝนก็ต้องออกไปข้างนอก
วันหนึ่ง
เราอาจได้พบกันข้างนอก
วันหนึ่ง



เจ้าหญิงน้อยจ๋า  อีกไม่กี่วันนี้แล้ว เธอก็จะต้องไปโรงเรียนเป็นวันแรก
เธอจะได้พบกับเจ้าหญิงน้อย  ๆเจ้าชายน้อย ๆมากมายเลยที่นั่น
แล้ววันหนึ่งเธอก็คงจะลืมนกน้อยอย่างฉัน สนิท




พึ่บๆๆๆๆ  

ใช่แล้วเสียงนั่นเสียงเพื่อนนกของผมกำลังบินตรงมาแน่ๆ

กรอบแกรบๆๆ

  และนั่น...โอ๊ยโย๊..ตายล่ะ..ข้าศึกกำลังจะบุกอาณาจักรทรายของเจ้าหญิงน้อยแล้วเหรอ!!

แต่ภาพที่เห็นกลับกลายเป็นร่างเล็กในชุดนอนยาวสีขาวโพลนถือไฟฉายเดินตรงมา


"หคๆ  อยู่หรือเปล่ากลับบ้านเรานะ ฝนเป็นห่วง   กลับบ้านเรานะ  นะ"

ใจกล้าเสียจริงเด็กน้อยเอ๋ย ดึกดื่นขนาดนี้แล้วก็ยังอุตส่าห์ออกมาตามหา
ผมเองก็ต้องใจเด็ดเหมือนกันผมเกาะอยู่บนกิ่งไม้กิ่งหนึ่งตัวแข็งทื่อผมเห็นเธอ
แต่เธอมองไม่เห็นผมแน่ๆกลางคืนช่วยบังผมไว้  นอกจากนี้ยังมีใบไม้ หวังว่าพวกจิ้งหรีด
คงไม่ตะโกนบอกเธอว่าผมอยู่ตรงไหนโล่งอกที่เจ้าหญิงน้อยปีนต้นไม่ไม่เป็นไม่อย่างนั้นล่ะก็...


เสียงของกลางคืนในยามนี้ก็จึงมีเสียงร้องไห้กระซิกๆของเด็กน้อยเพิ่มขึ้นมาอีกเสียงหนึ่งแล้ว
ผมยืนฟังเงียบกริบน้ำอุ่นๆเอ่อล้นออกมาจนกลบตา
กระทั่งร่างน้อยๆนั้นเดินสโลสเลกลับไปทิ้งไว้เพียงรอยรองเท้าเล็ก ๆไว้บนพื้นทราย
ผมบินลงไปที่รอยเท้าเหล่านั้นประทับรอยเท้าซึ่งเล็กกว่าของผมไว้ข้างใน  รอยแล้วรอยเล่า
น้ำตาหยดหนึ่งถึงกับหยดลงบนผืนทราย

ผมบินหายไปจากริมลำธารครู่หนึ่งเพื่อไปแอบดูว่าเธอถึงบ้านโดยปลอดภัยหรือเปล่า
แล้วก็กลับมา  โชคดีที่เธอปลอดภัย  ไม่มีเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้น  โชคดีที่ผีไม่หลอก


กลับมาที่ต้นไม้ต้นเดิมเพื่อนนกของผมมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เขาหลับนกอยู่บนกิ่งไม้กิ่งหนึ่ง
ผมบินตรงเข้าไปเกาะใกล้ๆเงียบกริบกลัวเขาจะตื่นเกรงจะกระทบกระเทือนไปถึงความฝัน

ผมปรือตาดูดาวและทดลองนับเล่นๆจน...
  				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกรกฎายน
Lovings  กรกฎายน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกรกฎายน
Lovings  กรกฎายน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกรกฎายน
Lovings  กรกฎายน เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงกรกฎายน