27 กรกฎาคม 2552 16:57 น.
กิฟท์. ท่าตะโก
หัวใจ... หากเจ็บปร่า
น้ำตา... หากรินไหล
ข้างกาย... หากไม่มีใคร
ฉันจะปลอบใจ เธอเอง
20 กรกฎาคม 2552 09:59 น.
กิฟท์. ท่าตะโก
เฮ้ย เฮ้ยไตรรงค์เรานี้มีสีสาม
ขาวแดงน้ำเงินงามสง่าศรี
หากยังแยกแบ่งฝั่งกันอย่างนี้
ฤาจะเพลียกชาติพลีเป็นสีเลือด
เฮ้ย เฮ้ย
บทกลอนไทย
17 กรกฎาคม 2552 15:08 น.
กิฟท์. ท่าตะโก
ในเวลาสงบท้องฟ้าโปร่ง สว่างจ้าด้วยแสงตะวัน
ใครๆก็แลเห็นว่าเรายืนอยู่ที่ไหน
เวลาพายุกล้าฟ้าคนอง
ผงคลีฟุ้งตลบไปไนอากาศ ไม่เห็นตัวกัน
ต่อพายุสงบฟ้าสว่าง ใครๆก็จะเห็นอีกครั้งหนึ่งว่า
เรายืนอยู่ที่เดิมและจักอยู่ที่นั่น
กุหลาบ สายประดิษฐ์
15 กรกฎาคม 2552 09:15 น.
กิฟท์. ท่าตะโก
จะท่องไปต่างถิ่น
จะโบยบินกับความฝัน
จะถักทอสายสัมพันธ์
กับคนแปลกหน้านับพัน...แทนเธอ
14 กรกฎาคม 2552 10:19 น.
กิฟท์. ท่าตะโก
จับปากกาเขียนกลอนตอนบ่ายๆ
ตอบจดหมายสำนวนหวานอาจารย์นิ่ม
อันหวานอื่นหมื่นใดเคยได้ชิม
รสหวานนิ่มหวานนานเกินหวานใด
............................................
ยินมนต์เพลงฉบับสุดท้ายจดหมายรัก
คิดถึงนักวันพี่ยาร่วมปราศัย
แว่วเสียงเพลงหดหู่ชู้ทางใจ
แสนพิไลรำพรรณในวันเยี่ยน
...................................................
เมื่องไมซอร์วันนี้ฟ้าสีหมอง
หน้าพี่น้องหม่นไหม้เหมื่อนไร้เพื่อน
หวังหยาดหยดอัมฤทธิ์สกิดเตือน
อย่าลืมเพื่อนลืมน้องชาย เมืองปลายฟ้า
................................................
Pelican วันนี้ไม่มีนิ่ม
หน้าเปื้อนยิ้มใสใสไม่เห็นหน้า
คงจะลืม Bogardi แล้วพี่ยา
ไม่เห็นหน้าเห็นหนวดแสนปวดใจ
------------------
แล้ววันที่ฟ้าสีฟ้าก้อมาถึง
ใจมันซึ้งมันซ้านสะท้านไหว
เมื่อได้รับ ส.ค.ส. จากแดนไกล
คือคำพรจากพี่ชายเมืองทมิฬ
...........................................
ประหนึ่งหยาดน้ำค้างกระจ่างใส
หยดที่ก้นบึ่งใจให้ถวิน
ดังหมูดาวสุขสกาวไร้ราคิน
มิตรภาพยังไม่สิ้นในวันนี้
.............................................
เพราะสายฝันพันกันขอบฟ้าไกล
เลือดลูกไทยไม่เคยเศร้าหม่นหมองสี
แม้ฟ้ากว้างทางไกลไร้รวี
ต่างธานีก้อเหมือนอยู่ มาตุภูมิ
........................................
PS. ประสงค์จะให้บทกวี ฉายภาพแช่มชื่นของ
มิตรภาพในอดีต ให้สว่างใสในดวงตา
ประหนึ่งว่า มันยังกลุ่นอยู่ในใจ
กิฟท์ ท่าตะโก
Mysore City, India