19 สิงหาคม 2547 21:22 น.

..ชัยชนะ..

ตะวันฉาย

เมื่อใบไม้..ยังมีสี
มีหรือ..ที่จะไม่ได้ผลิก้าน
เมื่อตะวันทอแสงแกร่งตะการ
มีหรือ..ที่จะผ่านไปนานยาว

บนถนนในวิถีแห่งชีวิต
ฤาลิขิตขีดคั่นเพียงสีขาว
ในระหว่างบาทวิถีที่เธอก้าว
อาจจะเจ็บเหน็บหนาวด้วยน้ำตา

รอยแผล..ที่พบประสบผ่าน
ปรากฏการณ์แห่งวัยแสวงหา 
อาจจะหลงกลางทะเลกาลเวลา
ก็จงก้าวด้วยความกล้าพร้อมฝ่าฟัน

แม้ขวากหนามขวางหน้าอย่างหนาแน่น
อุปสรรคนับแสนมากางกั้น
กำลังใจแห่งศรัทธามาประจัญ
เมื่อนั้น.. ชัยชนะ ..จะนำชัย
 
				
3 กรกฎาคม 2547 12:20 น.

ตราบที่..ยังมีหวัง

ตะวันฉาย

ในที่สุด 
              ฉันก็มาพบตัวเองนั่งอยู่ที่โคนต้นไม้นั้นอีก 
ภาพใบไม้อ่อนสีเขียวละมุนเคลื่อนเข้ามาในหัวอย่างเศร้าสร้อย 
     จากนั้นก็ค่อยๆกลายเป็นสีเขียวสดใส...แล้วก็แดงระเรื่อ
                              ในวูบนั้นเอง
ฉันรู้สึกถูกจู่โจมด้วยความเจ็บปวดที่ดิ่งลึกและเชือดเฉือนอย่างที่สุด
                               อย่างไม่รู้ตัว...
                   ฉันลุกขึ้นกอดต้นไม้ไว้แน่น 
แล้วเกร็งสองมือจิกเล็บลงไปที่ลำต้นของมันอย่างทุรนทุราย

         หยาดน้ำสีขาวข้นไหลรินมาตามร่องที่ถูกเล็บกรีด
                       ฉันจ้องมองอย่างตะลึงงัน...
                    เมื่อเหลือบมองเหนือขึ้นไปอีก 
                       ฉันก็รู้สึกสะท้านไปทั้งร่าง 
                  นั่นใบไม้น้อยของฉันไม่ผิดแน่ๆ...
       ช่างเหมือนกับที่ฉันพบในวันแรก สีเขียวอ่อนละมุน 
       เส้นใยสยายอยู่ใต้ผิวใบละเอียดอ่อนเหมือนแก้มเด็ก 
                          อา...ฉันดีใจเหลือเกิน

       ฉันเขย่งเท้าขึ้น ค่อยๆบรรจงจูบแผ่วเบาที่ใบไม้นั้น 
ครั้งนี้ริมฝีปากของฉันคงจะนุ่มนวลพอที่จะไม่ทำให้เกิดรอยช้ำขึ้นอีก 
      หยาดน้ำใสหยาดหนึ่งหยดลงกลิ้งไปมาอยู่บนผิวใบ...
                   มันเป็นหยาดน้ำตาของฉันเอง
ฉันจะไม่เช็ดมันอีก เพราะใบไม้น้อยต่างหากที่กำลังเช็ดน้ำตาให้กับฉัน

                                                                                     : ฤดูกาล


...สิ้นราตรีสีดำฟ้าคล้ำหมอง
อุษาผ่องเผยภาพขึ้นทาบสรวง
สาดแสงใสไล้ลูบจูบสิ่งปวง
ให้หายง่วงแล้วตื่นลุกขึ้นมา

น้ำค้างหย้อยอ้อยอิ่งอิงใบไม้
วิ่งล้อไล่เล่นแสงแห่งอุษา 
ดอกไม้ปริปากแย้มแต้มขนตา
หมู่ดอกหญ้าร่ายรำระบำใบ

คลื่นน้ำใสไหลซบกระทบฝั่ง 
เป็นเพลงฟังแว่วหวานกังวานไหว
หมู่ต้นไม้ต้องลมแผ่ร่มใบ
แกว่งกายไกวโบกฟ้าบนธาตรี

แมลงปอเกาะหินเลื่อมปิ่นรุ้ง
ผีเสื้อพุ่งอวดแพรแผ่ปีกสี
นกบินพรูโผผ่านม่านเมฆี
มดเดินรี่ลับตาหยั่งท้าทาย

นอนเอนพิงอิงพักหนุนตักหล้า
มองบนฟ้ารวบรวมหาความหมาย
คิดทบทวนธรรมชาติวาดลวดลาย
ถึงสุดท้ายตามวิถีของชีวัง

สายลมแผ่วกระซิบว่าเธออย่าท้อ
ต้องสู้ต่อตราบที่ยังมีหวัง
เมื่อมืดมิดปรากฏมาบดบัง
ส่องอีกครั้งตะวันฉายในสายตา...




				
13 กันยายน 2544 04:32 น.

ทานตะวันเจิดจรัสแสง

ตะวันฉาย

ตะวันฉายส่องแสงสาดพาดทิวทุ่ง
	เส้นสายรุ้งทอดผ่านผสานฟ้า
	ดอกหญ้าขาววาววับงามจับตา
	เหล่าสกุณาโผผินบินกลับรัง

	สุดฟ้าไกลแสนคำนึงนึกถึงถิ่น
	เคยได้ยินสำเนียงเรียกเสียงเพรียกหา
	มาวันนี้ต้องจากไกลสุดสายตา
	ทิ้งท้องนาเศร้าโศกาน้ำตาริน

	ทุ่มเทไปสุดหัวใจในชีวิต
	ไม่เคยคิดท้อถอยคอยวาสนา
	ผ่านวันคืนที่หนาวเหน็บเจ็บกายา
	วันข้างหน้าที่ใฝ่ฝันนั้นเป็นจริง

	ตะวันฉายแสงส่องสาดพาดทางใหม่
	จะก้าวไปด้วยใจมั่นไม่หวั่นไหว
	แม้ลำบากยากเย็นสักเพียงไร
	ยืนหยัดได้กล้าแกร่งดังแสงตะวัน				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟตะวันฉาย
Lovings  ตะวันฉาย เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟตะวันฉาย
Lovings  ตะวันฉาย เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟตะวันฉาย
Lovings  ตะวันฉาย เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงตะวันฉาย