24 ธันวาคม 2552 16:03 น.

กล่อมขวัญพันราตรี

ตั ว เ ล็ ก

เดินดง
ฉันยินเสียงกาหลงในพงไม้
หน้าตื่นอื้นสะทกทั้งตกใจ
จะหางามแสงใดก็ไม่มี

.................................................

ผีเสื้อ
เจ้าจางเจือปีกบางแล้วร้างหนี
จวบวันเคลื่อนคล้อยในรอยปี
เจ้าบินผ่านตรงนี้มากี่ครั้ง

นานกาเล
เกลียวคลื่นยังคงเห่กระทบฝั่ง
ขอบฟ้ายอมสดับเพื่อรับฟัง
ให้เรานั่งจ้องกันสักวันนึง

เพลงครวญ
คราวลมหวนยังชวนให้นึกถึง
นั่นจะเข้ สะล้อ และซอซึง
จะรำพึงถึงไหมหรือไม่เลย

ยามจร
การเวกเกาะคอนขอนเขนย
ดอกมาลาร่วงรินกลิ่นใบเตย
วอนเจ้าเผยกลิ่นคืนมาชื่นใจ

รับขวัญ
มาเคียงกันทุกขณะจะได้ไหม
แม้แสงสรวงเลือนหายมลายไป
มิอาจฝืนอาลัยในบทจร

.................................................

วัยหวาน
รตีกาลซุกถ้อยมาคอยสอน
เมื่อแหงนหน้าอดหลับขับตานอน
ก็มุ่งหวังอาวรณ์ทุกตอนไป

อุ่นฝัน
เราผ่านมาเพื่อพบกันนั่นใช่ไหม
แม้กี่วันกี่เดือนที่เคลื่อนไป
จะหยั่งถึงใจไหมไม่อาจรู้

รอยไถ
เพียงหยาดฝนโปรยสายระบายสู่
ดินแห้งแตกระแหงแล้งฤดู
ก็ยังอยู่ตักเตือนเสมือนคอย

ใบไม้
ยังชื่นใจยามสดับเมื่อรับถ้อย
แทนทุกดวงมาลีฤดีรอย
ที่เคยรับดอกน้อยๆในวันลา

สิ้นปี
หอบสายลมจากที่นี่ไปฝากฟ้า
เพลงครวญยามลอยหลงในคงคา
จะคืนมากล่อมขวัญพันราตรี

.................................................				
23 ธันวาคม 2552 11:35 น.

......น้ำเอยน้ำท่วมเมฆ......

ตั ว เ ล็ ก

น้ำเอยน้ำท่วมเมฆ		
การเวกเกาะคอนตอนฟ้าสาง		
โอละเห่...........ชะเลแพรวแก้วรางชาง		
ฉันจะวางมาลีที่เปลญวน		

น้ำเอยน้ำท่วมเมฆ			
เจ้าโยกเยกโยนคลอนย้อนกำสรวล			
จึงเถาวัลย์ลัดเกราะเลาะเพลงครวญ			
ให้แย้มยิ้มเซซวนซุกซึมเซา

น้ำเอยน้ำท่วมเมฆ
เจ้าเป็นเอกไก่ขันเมื่อวันเก่า
ต่อแต่นี้หากไม่มีคำว่าเรา
สักกี่เช้าที่ยังนับไม่หลับตา

น้ำเอยน้ำท่วมเมฆ
เอกเขนกลมโบกที่โตรกผา
มองสายหมอกกล่นเยือนเกลื่อนนภา
ในแววตาทั้งคู่ที่รู้ดี

น้ำเอยน้ำท่วมเมฆ
เจ้าดอกการเวกเฉกเช่นนี้
มาหล่นร่วงเรือน้อยลอยนที
ฉันคงหลับฝันดีชั่วชีวิต.

................................................				
23 ธันวาคม 2552 02:14 น.

คงเหลือไว้แค่เสียงบทกวี

ตั ว เ ล็ ก

lonely-1.jpg


คงเหลือไว้แค่เสียงบทกวี			
ที่จะกล่อมราตรีให้หลับใหล			
วันพรุ่งนี้ไกลเกินจะเดินไป			
ด้วยว่าใจของเราไม่เข้ากัน			
			
คว้างอารมณ์หล่นร่วงดวงผลึก			
ทั้งซึมลึกริดรอนทุกตอนฝัน			
ไม่มีหรอก...แม่น้ำนิจนิรันดร์			
ไม่มีหรอก...แสงจันทร์กระจ่างใจ			

ฉันอยู่กับปัจจุบันทุกขณะ			
เลยวาระการแจกแจงแถลงไข			
เพียงคำนิดคิดนำนั่นซ้ำใคร			
ช่างประไรก็แค่ฝันมันไม่จริง

ไม่มีหรอก...ตัวตนคนอย่างฉัน
ไม่มีหรอก...ชายฉกรรจ์ที่ถูกสิง
ก็เห็นแค่ไม้ขอนใช่หมอนอิง
ก็เห็นแค่ความนิ่งในแววตา

โลกหมุนคว้างกลางขมับฉันกลับหัว
คำว่า"กลัว" เล็กน้อยและด้อยค่า
แม้รอยเท้าคู่เหงาจูงเรามา
คงตอบว่าผิดข้างระหว่างรอย

ฉันจะเดินไปไหนก็ไม่รู้
เมื่อตาดูหูฟังยังหวังถ้อย
ที่เป็นอยู่ก็เหมือนมันเลื่อนลอย
ที่เกี่ยวก้อยร้อยนิ้วก็ปลิวลม

ฉันไม่มีคำซื่อมาถือสัตย์
เพื่อผูกมัดปั้นปลุกความสุขสม
เป็นแต่เพียงความฝันวันโง่งม
ฉันโกหกพกลม..ก็เท่านี้

แม้ค่ำตื่นคืนร้าวฉันหนาวเหน็บ
ก็ไม่เจ็บใจสั่นกระชั้นถี่
บันไดเวียนเปลี่ยนขั้นกี่พันปี
ฉันไม่เคยรอตรงนี้อยู่ที่เดิม

ชะตาหนอก่อไว้แค่ในจิต
ฉันจะปิดฉากสวยมาช่วยเสริม
เก็บก้อนหินดินสอมาต่อเติม
เพื่อประเดิมหวังใหม่ในใจเรา

ก่อนตะวันเบิกตากับฟ้ากว้าง
คงเก็บกลืนทิศทางระหว่างเศร้า
นาฬิกาส่งเสียงเพียงเบาๆ
ก็เหลือแค่เรื่องเล่าอันเปล่ากลวง

กลีบดอกไม้เปื้อนยิ้มริมสมุด
แทนสิ้นสุดใจแสนเคยแหนห่วง
จะข่มตานอนหลับไม่กลับทวง
เพื่อทดแทนทั้งปวงที่ได้ยิน

ฉันเขียนสุข เขียนโศก บนโลกนี้
จากใจที่ไม่รู้จบจะสุดสิ้น
หากบังเอิญเธอเดินผ่านมาได้ยิน
ก็จงรู้...นี่คือถิ่นของนกกา

..................................................

upload-0KOT800.jpg				
21 ธันวาคม 2552 14:10 น.

หุ่นไล่กาชั่วตาปี

ตั ว เ ล็ ก

9571.jpg

"อย่าแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น"		

มองให้เป็นว่าแสงสรวงหรือรวงฟ้า		
ท่ามสายลมอนันต์กาลเพิ่งผ่านมา		
จงเดินฝ่าตามพ่อด้วยล้อเกวียน		

เด็กหนอเด็ก เจ้าตัวเล็ก เจ้าเด็กน้อย		
เจ้าจงคอยมือคุมกุมบังเหียน		
แม้ทิ้งร่างกลางขอนก่อนจุดเทียน		
จงยิ้มรับปรับเวียนความเปลี่ยนแปลง		

พ่อจะสร้างหุ่นไล่กามาให้เจ้า		
เป็นรูปเงากลางทุ่งทุกคุ้งแห่ง		
ใส่เสื้อยืดไม้กลัดทะมัดทะแมง		
ครั้นลมแรงจะเกี่ยวก้อนด้วยฟอนฟาง		

หากพรุ่งนี้เจ้าตามหาม้าก้านกล้วย		
พ่อจะยืนอยู่ช่วยจนฟ้าสาง		
จะต่อหู เติมตา แต่งท่าทาง		
ให้ขยับ กรับอย่างมโหรี		

แม้ค่ำดื่นคืนหนาวจนร้าวเหน็บ		
เจ้าบาดเจ็บใจสั่นกระชั้นถี่
ตรงบันไดแสนขั้นหกพันปี
พ่อจะปลูกมวลมาลีไว้รายทาง

บิณทบาตหน้าแล้งด้วยแรงฝัน
ไตรจีวรผืนนั้นคือวันต่าง
เพียงทัพพีคนจรบนก้อนฟาง
ก็เติมเต็มทิศทางระหว่างใจ

พ่อถือหุ่นไล่กามาให้เจ้า
มอบผืนผ้าซีดเก่าให้เจ้าใส่
มอบรองเท้าสานจีบจากกลีบใบ
ด้วยดวงใจด้วยชีวา..............ชั่วตาปี.

..............................................................



3319039232_1bf245e58a.jpg				
12 ธันวาคม 2552 19:31 น.

เมื่อเป็นโลกใบนี้ที่แม่กอด

ตั ว เ ล็ ก

ฉันเห็นคำตอบในกรอบไม้
ว่ารอยใจยังเรื่อเรืองอยู่เบื้องหน้า
ผ่านยิ้มอุ่นละมุนหวานผ่านแววตา
ก็รู้ว่ารักเอย...มิเคยไกล

เปิดลิ้นชักทรงจำแห่งค่ำวาน
ยังตระการมิหยุดฝันแม้วันไหน
กี่เรียงร้อยเรื่องราวผะผ่าวใจ
ก็ทับถมภายในทั้งใคร่ครวญ

คานไม้ไผ่ทำมือไม่รื้อถอน
เคยผูกซ้อนโยงระยางที่กลางสวน
สองมือไกวไหวเห่ยังเปลญวน
อนุสรณ์ครบถ้วน  ล้วนอย่างเคย

กำไลเท้า กำไลมือ คือของขวัญ
เมื่อวัยวันเอื้อนคอยแห่งถ้อยเอ่ย
ขอข้าวแกง ช้างม้า จันทราเอย
ลมรำเพยยังซึ้งอยู่มิรู้จาง

เคยนั่งนิ่งพิงตักแม่ถักผม
เคยหกล้มเลือดนองเข่าสองข้าง
เคยสดใสลิงโลดโดดหนังยาง
เคยแก้ต่างตีโจทย์หนีโทษตัว

เมื่อรถไฟแล่นผ่านชานชาลา
เหมือนภาพฉายเคลื่อนช้ากว่าในหัว
บานกระจกหม่นพร่าในตามัว
ก็ปรากฏรอยรั่วของตัวเอง

กี่บรรทัดหนาวร้อนซ่อนน้ำตา
กลั่นวาจา ติดหล่มการข่มเหง
ส่งจดหมายอย่างดื้อรั้นและหวั่นเกรง
หวังได้ยินเสียงเพลงตอบกลับมา

เมื่อเป็นโลกใบนี้ที่แม่กอด
ใจก็ปลอด  ปล่อยวางอย่างช้าๆ
จงยอมรับการตักเตือนเหมือนเคยมา
ก่อนข้ามฝ่านทีสีทันดร

...........................................................

"...ขอนไม้  ไร้หางเสือ			
เธอเสกสร้างเรือสำเร็จไหม			
มีโอกาสใส่ใบหรือเปล่า			
หลายคราวเธอย้ายถิ่น ผืนน้ำสู่แผ่นดิน			
แสนหนักลากไป  ใครช่วยแบ่งเบา"			
			
                                                       เทพศิริ   สุขโสภา


 ...........เมื่อเป็นโลกใบนี้ที่แม่กอด..........				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟตั ว เ ล็ ก
Lovings  ตั ว เ ล็ ก เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟตั ว เ ล็ ก
Lovings  ตั ว เ ล็ ก เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟตั ว เ ล็ ก
Lovings  ตั ว เ ล็ ก เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงตั ว เ ล็ ก