14 ตุลาคม 2554 12:28 น.

แด่วีรชนคนตุลาฯ (14ตุลา16)

สุนทรวิทย์

ตุลาฯ  ฟ้าสีทอง			
   เสียงกึกก้อง  ท้องถนน
			วันที่  วีรชน		
			รวมกระมล  พลไกร

     				ทวงถาม  ความเสรี	
  		สิทธิ์ศักดิ์ศรี  ที่พึงได้
			ประชา-ธิปไตย		
  		ความเป็นไท  ไว้ค้ำจุน
		
        		คำตอบ  มอบกลับมา			
   คือศัสตรา  ห่ากระสุน
			การฆ่า  อย่างทารุณ			
  	เถื่อนสถุล  แรงขุ่นเคือง
		
       		ทรราช  พิฆาตเข่น	
 		ศพซ่านเซ็น  เห็นต่อเนื่อง
	 		ดาลเดือด  เลือดนองเนือง	
 		เมืองอนาถ  พินาศพลัน
	
      			มวลชน  เหล่าคนกล้า			
   กลับเดินหน้า  ท้าอาสัญ
			มือเปล่า  เข้าประจัญ		
 		มิหวาดหวั่น  อันตราย
	
     			วิปโยค  โศกรันทด	
 		ผู้กบฏ  ถือกฎหมาย
			ปราบปราม  ด้วยความตาย		
  	โหดเลวร้าย  ไม่ปรานี
		
     		เลือด,เนื้อ  เมื่อวันนั้น		
  	เป็นของขวัญ  ในวันนี่
			หญิง,ชาย  หลายชีวี			
  	สามัคคี  พลีจากไป
		
     		ประชาธิปไตย  ได้มาแล้ว	
  	หยั่งรากแก้ว  แพร้วผ่องใส
			ฝนซา  ฟ้าอำไพ				
   วันแห่งชัย  และไมตรี
			
        	ประวัติศาสตร์  ชาติเสี้ยวหนึ่ง		
    จารึกซึ้ง  ถึงวิถี
			 น้อมคารวะ  อัญชลี		
  		สดุดี  วีรชน				
14 ตุลาคม 2554 12:02 น.

หาอาจารย์ (กลบทอักษรนกกางปีก)

สุนทรวิทย์

ฉันเรียนรู้  รู้เรียน  พอเขียนอ่าน
			แต่งกลอนกานท์  กานท์กลอน  ยังอ่อนด้อย
			มิกล้าอวด  อวดกล้า  ว่าเลิศลอย
			เรื่องหยดย้อย  ย้อยหยด  หมดปัญญา

				        มิรอบรู้  รู้รอบ  เพียงชอบเขียน
			จึงพากเพียร  เพียรพาก  ฝากภาษา
			ใครข้องขัด  ขัดข้อง  มองขัดตา
			โปรดได้อย่า  อย่าได้  หมายชิงชัง

				        ใช่มุ่งหมาย  หมายมุ่ง  ความฟุ้งเฟื่อง
			คำปราดเปรื่อง  เปรื่องปราด  มิคาดหวัง
			แค่ใจสุข  สุขใจ  ในลำพัง
			เป็นคราครั้ง  ครั้งครา  ประสาตน

				         อยากสร้างสรรค์  สรรค์สร้าง  ทางวิจิตร
			เพียรเพ่งพิศ  พิศเพ่ง  เคร่งฝึกฝน
			สู้มาดมุ่ง  มุ่งมาด  วาดบันดล
			กลับอับจน  จนอับ  มิจับใจ

				         ขออ้อนออด  ออดอ้อน  วอนผองปราชญ์
			ผู้เก่งกาจ  กาจเก่ง  เร่งสอนให้
			สุนทรวิทย์  วิทย์สุนทร  รู้กลอนไทย
			เขียนเหมาะได้  ได้เหมาะ  ไพเราะเอย				
13 ตุลาคม 2554 17:02 น.

รู้จักพอก็เป็นสุข

สุนทรวิทย์

โภไคย  ในโลกา		
   	คือมายา  อย่ายึดติด
			ไม่แท้  แม้ชีวิต					
   อย่าหลงผิด  คิดว่าจริง
			
         	เรือนร่าง  ต่างสมมุติ		
  	ท้ายที่สุด  ล้วนหยุดนิ่ง
			วางวาย  มิไหวติง		
 		ต้องละทิ้ง  ทุกสิ่งไป
	
        			วันคืน  ฝืนดิ้นรน			
   เคยถามตน  สักหนไหม
			เคี่ยวขัน  เพื่ออันใด		
 		เอาไปได้  หรือไรกัน
	
        			วิวาท  ขาดสติ		
 		ถือทิฐิ  มิผ่อนผัน
			วิถี  ที่ผูกพัน					
   กลายเป็นทัณฑ์  ตามบั่นทอน	
			
          	กังวล  จนป่วยไข้			
   แล้งน้ำใจ  ไม่โอนอ่อน
			คือภาพ  บาปถาวร		
 		คอยกัดกร่อน  รอนปัญญา
	
        			หันเหียน  เปลี่ยนหนทาง	
  	ยอมปล่อยวาง  บ้างเถิดหนา
			ขจัด  แรงอัตตา			
 		สู่ธรรมา  อย่าดึงดัน
	
         			เพียงอยู่  อย่างรู้พอ		
  	เลิกจดจ่อ  ต่อโมหันธ์
			ปลงได้  ใจสุขพลัน			
  	ทุกข์สากรรจ์  ก็บรรเทา				
13 ตุลาคม 2554 15:44 น.

สุดห้ามรัก(กลบทรุ้งพาดนภา)

สุนทรวิทย์

ริรักรวดเร็วเร่ง  ช่างเก่งริ
			ตื่นตรองตริเตือนตน  ดลไม่ตื่น
			ยืนยังยวบย่ำแย่  แต่ฝืนยืน
			ไฟฟอนฟืนฟูฟ่อง  อยากลองไฟ

				     ถามไถ่ถ่องถ้วนถึง  สิ่งพึงถาม
			ใคร่ครวญความครามครัน  อันครวญใคร่
			ในเนืองนองนั้นเน้น  เห็นเนื้อใน
			ดูด้านใดด้อยดี  มีให้ดู

				    โหมหักห้าวหุนหัน  รันหักโหม
			ถูไถโถมถ่อถ่าง  เอาข้างถู
			ปูปมปีนป่ายไป  เดินคล้ายปู
			 ไยยอมอยู่ยุดยื้อ  ดึงดื้อไย

				    รักร้อนรุ่มเรื้อรัง  ยังมุ่งรัก
			ให้ห้ามหักเหหัน  ยันมิให้
			ใจจดจ่อเจ่าจุก  ยอมทุกข์ใจ
			คนคลั่งไคล้ครึกครื้น  สุดฝืนคน				
13 ตุลาคม 2554 11:28 น.

ตรองย้อนหลัง(กลบทเบญจวรรณห้าสี)

สุนทรวิทย์

โรยราร่วงเร็วรวด  กวดสังขาร
			เก่าเกินการกอบก่อ  ต่อวิถี
			หิ้วโหนหอบโหยหา  มานานปี
			ทอดท่วงทีท้อแท้  ยามแก่ตัว

				      กาลก่อนแกร่งกล้าเกิน  เพลินสนุก
			ป่ายปีนปลุกปราดเปรียว  เที่ยวท่องทั่ว
			ยามแย่หยอดหยูกยา  หูตามัว
			พ้นพันพัวพ่ายแพ้  แก่วันวัย

				      คราครั้งคนแคล่วคล่อง  มิตรองตรึก
			นั่งเน้นนึกเนานา  อายุขัย
			ปมปรวนแปรป่นปี้  ชีวาลัย
			ด้วยดูดายดื้อดึง  จึ่งเสียการ				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุนทรวิทย์
Lovings  สุนทรวิทย์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุนทรวิทย์
Lovings  สุนทรวิทย์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุนทรวิทย์
Lovings  สุนทรวิทย์ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงสุนทรวิทย์